เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 24 - THE BET IS ON

Chapter 24 - THE BET IS ON

Chapter 24 - THE BET IS ON


Chapter 24 - THE BET IS ON

เอมี่ ปาสคาลก็นั่งอยู่ในที่ประชุมด้วย แต่เธอรู้สึกว่าสิ่งต่างๆนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด

แม้เธอจะติดต่อพูดคุยกับเอริคเป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าเขาต่างจากคนอื่นๆ

เขาเป็นคนสุภาพและดูใจเย็น ไม่ใช่คนที่ใจร้อนและผลีผลามพอที่จะเสนอข้อตกลงบ้าๆนี่

เหตุผลเดียวที่เธอคิดออกก็คือข้อเสนอนี้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบของเอริค วิลเลี่ยมแล้ว

เอมี่ ปาสคาลไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับคนที่สนับสนุนให้ยอมรับข้อตกลงแบบการเดิมพัน หลังจากคิด

สักครู่เธอก็กล่าวว่า คุณโคเฮน ฉันรู้สึกว่ามันจะดีกว่าถ้าจะระมัดระวังไว้ก่อน ไม่มีของฟรีในโลก

บางทีเราควรเพิ่มส่วนแบ่งเล็กน้อยให้กับเอริค วิลเลี่ยม ด้วยศักภาพของหนังเรื่องนี้ในบ็อกออฟฟิศ

เป็นที่แน่นอนว่าทางเราจะไม่ขาดทุน

เอมี่ ฉันคิดว่าเธอหัวโบราณเกินไป แม้แต่เด็กนั่นยังมีความกล้ากว่าเธอเลย เลสเตอร์โต้แย้งขึ้น

เธอรู้ศักภาพของหนังเรื่องนี้แล้ว แล้วทำไมไม่คิดอยากให้ทางเราได้รับลิขสิทธิ์ล่ะ ? นอกเหนือ

จากรายได้จากการเข้าโรงภาพยนตร์แล้ว ยังมีรายได้จากการจำหน่ายวีดีโอเทปและทางช่องโทรทัศน์อีก ซึ่งมันจะเป็นผลกำไรให้ทางเราอีกหลายล้าน ถ้าเราเลือกที่จะแบ่งปันรายได้ ลิขสิทธิ์ก็ยังอยู่ในมือ

ของเจ้าหนูนั่น และในครั้งต่อไปถ้าเราต้องการสร้างภาคต่อ เขาจะจะดูดรายได้เราอีกครั้ง

เอมี่ ปาสคาลกล่าวว่า เรายังต้องดูผลกำไรระยะยาว เอาอย่างงี้ เพิ่มเงินให้เขาเป็น 15 ล้านดอลล่าเป็นไง ? ฉันแน่ใจว่าเอริคจะเห็นด้วย

ศักยภาพของหนังตลกต้นทุนต่ำอย่างเรื่องนี้ทำรายได้ในบ๊อกออสฟิศได้ 50 ล้าน ก็เรียกว่าเป็นม้ามืดแล้ว ในขณะที่หนังประเภทเดียวกัน(ต้นทุนต่ำ)ส่วนใหญ่ได่แค่ประมาณ 2 ล้าน มีโอกาสเกิน 80% ที่เราจะได้ลิขสิทธิ์นั่นฟรีๆ ทำไมเราต้องจ่ายเงิน 15 ล้านด้วย ในเมื่อเจ้าหนูนั่นมีโอกาศแค่ 20% ที่ชนะข้อตกลงได้ เขากล้าที่จะเล่นพนันบ้าๆที่แทบจะไม่มีโอกาสชนะเอง ทำไมเราต้องไปต่อรองกับเขา เธอจะกลัวอะไรกัน ?

แต่ว่า... เอมี่ ปาสคาลมองไปที่สายตาของเพื่อนร่วมงานของเธอนั้นเต็มไปด้วยความโลภ

ทว่าสัมผัสพิเศษของผู้หญิงบอกเธอว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับการเดิมพัน แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่ๆ

เอมี่ เบล้าท์ โคเฮนพูดขัดจังหวะเธอพูด เจฟฟรีย์ แฮนสันและเอริค วิลเลี่ยมอาจเป็นเพื่อนของคุณ

แต่ว่าคุณเป็นพนักงานของโคลัมเบียพิคเจอร์ คุณต้องทำงานและให้ความสนใจผลประโยชน์ของบริษัท

คำพูดของเบล้าท์ โคเฮน ทำให้เอมี่ตกตะลึง จริงอยู่ที่เธอเป็นเพื่อนกับเจฟฟรีย์ แต่เธอก็มีความเป็นมืออาชีพและจริยธรรมของวิชาชีพอยู่เสมอ

ตอนนี้ เธอดูเหมือนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อตกลง ทำให้หลายคนสงสัยว่าเธอกำลังต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ ของบุคคลภายนอก เอมี่รู้สึกอับอายมือที่ถือปากกาอยู่ของเธอสั่นเล็กน้อย เธอลุกขึ้นยืนและกล่าวอย่างเย็นชาว่า

คุณโคเฮน ในเมื่อตอนนี้คุณได้ตัดสินใจไปแล้ว ฉันคิดว่าคุณคงไม่ต้องการอะไรจากฉันอีก ฉันขอตัวก่อน

เอมี่ ปาสคาลรีบเก็บข้าวของเงียบๆและหันหลังเดินออกไปจากที่ประชุม

ห้องประชุมจมสู่ความเงียบในช่วงสั้นๆ

เฮ้อ ผู้หญิงก็งี้แหละ!

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนถอนหายใจ คนอย่างเอมี่ ปาสตาล ได้มีตำแหน่งสูงในสภาพสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่

แน่นอนว่าต้องมีการเลือกปฎิบัติอย่างช่วยไม่ได้

เบล้าท์ โคเฮนรู้สึกเสียใจเล็กน้อยเกี่ยวกับความสามารถในการทำงานของเอมี่ แต่เธอขาดความเป็นมืออาชีพอย่าง เห็นได้ชัด ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะอยู่ในห้องประชุมนี้ต่อ แม้ว่า เบล้าท์ โคเฮนจะขาดความกล้า แต่เขาเป็นคนที่ภาคภูมิใจในตัวเองมากแม้ว่าเขาจะพูดอย่างผลีผลามขึ้น แต่การที่เอมี่ลุกออกไปจากที่ประชุม นั้นกระทบต่อศักศรัดิ์ของเขา ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจได้อย่างง่ายดาย ว่าเธอเป็นฝ่ายผิด

หลังจากเงียบนับสิบวิ ในที่สุด เบล้าท์ โคเฮนก็กล่าวขึ้นว่า เอาล่ะดูเหมือนพวกเราจะเห็นด้วยกับข้อตกลงการเดิมพันนี้ นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปให้ เลสเตอร์เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ Home Alone แต่เพียงผู้เดียว

ท่ามกลางความอิจฉาของทุกคน เลสเตอร์ยอมรับหน้าที่ด้วยความตื่นเต้น ถ้าหากพวกเขาชนะในการเดิมพัน ผลงานนี้จะถูกพิจารณาในการเลื่อนตำแหน่งของเขาในอนาคตอย่างแน่นอนและเงินเดือนของเขาก็จะมากขึ้นอีกด้วย

ไม่มีปัญหา คุณโคเฮน ผมจะดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวผมเอง

วันรุ่งขึ้นเอริคได้รับการแจ้งว่าทางโคลัมเบียพิคเจอร์ ได้ยอมรับข้อตกลงการเดิมพันของเขาแล้ว ในเวลาเดียวกัน เจฟฟรีย์ก็ได้แนะนำเขาให้กับบริษัทกฎหมาย และหลังจากที่พวกเขาได้ประเมินมูลค่าของจูราสสิก ปาร์ค พวกเขาก็ตอบตกลงและส่งทีมกฎหมายไปช่วยเอริคดูแลข้อตกลงในการเดิมพันในครั้งนี้

31 ตุลาคม แม้เอริคจะสนใจ ที่จะมีส่วนร่วมในขบวนพาเรทในวันฮัลโลวีนครั้งแรก หลังจากเกิดใหม่

แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าร่วมได้ เขาต้องมานั่งกับชายวัยกลางคนที่น่าเบื่อหลายคนในห้องประชุมแห่งหนึ่ง ในสำนักงานใหญ่ของโคลัมเบียพิคเจอร์ เพื่อคุยเกี่ยวกับรายละเอียดของข้อตกลง

เอริคได้แสดงเนื้อหาของข้อตกลงดังกล่าวและค่อยๆปรับมันเรื่อยๆ เพื่อให้แน่ใจว่าทางโคลัมเบียพิคเจอร์ จะโปรโมต Home Alone อย่างเต็มที่ เขาต้องการให้เผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงการเดิมพันในหนังสือพิมพ์เพื่อให้ทุกคนทราบเกี่ยวกับการเดิมพันนี้และให้ตรวจสอบรายได้จากโรงหนังทุกวัน ตลอดการฉายภาพยนตร์เรื่องนี้และเรื่องอื่นๆอีกหลายอย่าง เมื่อทางโคลัมเบียละเมิดข้อตกลงข้อใดข้อหนึ่ง ก็จะมีบทลงโทษที่แตกต่างกันสำหรับการผิดสัญญาในแต่ล่ะข้อ

เมื่อดูแผ่นเอกสารหลายสิบหน้าเอริคก็ตกตะลึง เขาได้แต่ยกนิ้วให้เจฟฟรีย์อย่างช่วยไม่ได้

ที่สรรหาทีมนักกฎหมายและนักบัญชีเหล่านี้มา

ด้านโคลัมเบีย เลสเตอร์ รีด ผู้รับผิดชอบโครงการ Home Alone รู้สึกเหมือนจะชนะการเดิมพันแน่นอน เขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเอกสารข้อตกลงเป็นโง่ๆปึกนี้ อย่างจริงจัง เขารู้สึกเยาะเย้ยเกี่ยวกับ

ความต้องการในสัญญาของเอริค ในขณะที่เขาจะได้ค่าคอมมิสชั่นหลายแสนดอลล่าเป็นอย่างต่ำคนเดียว ความต้องการนั้นสูญเปล่าจริง!

เลสเตอร์ รีด คิดว่า ไม่ว่ารายละเอียดในสัญญาจะเป็นยังไงก็ไม่สำคัญ ในเมื่อพวกเขาได้คาดการณ์

ศักยภาพในบ็อกออฟฟิศของ Home Alone และการประเมินอย่างกล้าหาญที่สุด ก็ไม่มากเกินกว่าอันดับหนึ่ง ในปีนี้อย่าง Roger Rabbit (ชื่อไทย:โรเจอร์ แรบบิท ตูนพิลึกโลก) ภาพยนตร์คนแสดงจริงที่ผสม อนิเมชั่น ซึ่งทำรายได้ในอเมริกาเหนือไปกว่า 150 ล้านดอลล่า

โคลัมเบียได้เสนอให้ปล่อย Home Alone ในเดือนธันวาคม แต่เอริคไม่เห็นด้วย นี่มันตลกอะไรกัน

เขารู้เกี่ยวกับหนังที่ปล่อยตัวในช่วงนั้นจะบีบรายได้จากหนังของเขา

ในอดีต Home Alone นั้นปล่อยตัวในเดือนพฤษจิกายนและใช้เวลา 2 เดือนในการเข้าฉายเพื่อ

ความโดดเด่นอย่างน่าทึ่งในบ็อกออฟฟิศออกมา

ในที่สุดทางโครัมเบียก็ยอมประนีประนอม และตัดสินปล่อยตัวหนังในวันที่ 18 พฤษจิกายน ซึ่งเป็นวันเดียวกับการปล่อยตัวของเรื่อง 17 Again ซึ่งเอริคเป็นคนแนะนำ เพราะเขาเป็นจุดสนใจของภาพยนตร์ทั้งสองเรื่อง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมกลุ่มเป้าหมายให้กว้างมากขึ้น เพราะทุกคนไม่ได้มีรสนิยมเดียวกัน ถ้าพวกเขาไม่ได้ดูเรื่องแรก ก็จะไปดูเรื่องที่สอง ด้วยเหตุนี้ตามตาราง หนังเรื่องเดิมที่จะเข้าฉายในช่วงพฤศจิกาของโคลัมเบียคงต้องเลื่อนไปฉายในเดือนธันวาคมแทน และเข้าฉาย 1000 โรงสำหรับเรื่อง Home Alone

เพียงแค่มองดูก็จะเห็นได้ว่าหากเป็นสถานการณ์ปกติ หนังของพวกเขาจะได้ฉายมากกว่า 1 พันโรงตั้งแต่แรก แสดงให้เห็นถึงความเห็นเชิงบวกของโคลัมเบียเกี่ยวกับ Home Alone แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ไม่ต้องการให้Home Alone ทำเงินมากกว่า 50 ล้านดอลล่า เพื่อที่จะชนะการเดิมพัน พวกเขาจึงให้ฉายได้ไม่เกิน 1 พันโรง

เอริคไม่ได้อะไรกับเรื่องนี้ เพราะการที่ผู้บริหารของโคลัมเบียจะคิดเช่นนี้ก็เป็นเรื่องปกติ ในข้อตกลงที่หลายสิบแผ่น ที่พวกเขาลงนามไปนั้น มีหัวข้อที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ถ้ารายได้ในบ๊อกออฟฟิศสูงถึงจำนวนที่กำหนด พวกเขาจะต้องเพิ่มจำนวนโรงหนังด้วยตามลำดับ หากทางโคลัมเบียปฎิเสธที่จะทำมันพวกเขาเตรียมที่จะถูกฟ้องได้เลย แต่เอริคเชื่อว่าด้วยผลกำไรของหนังเรื่องนี้ไม่มากพอ ที่จะทำให้ยักษ์ใหญ่อย่างโคลัมเบียทิ้งชื่อเสียงของพวกเขาไปได้

หลังจากลงนามในสัญญาข้อตกลงแล้ว คู่สัญญาทั้งสองคนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะปิดเรื่องข้อตกลง

และหวังว่าข้อมูลการเดิมพันนั้นจะกระจายไปทั่วฮอลลีวู้ด

ขอบคุณสำหรับการประชาสัมพันธ์ของโคลัมเบียพิคเจอร์, ในวันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ Los Angeles Times พาดหัวข่าวว่า

การเดิมพันของเด็กหนุ่มอัจฉริยะกับโคลัมเบียพิคเจอร์นั้นบ้าบิ่นหรือโง่เขลา ?

จบบทที่ Chapter 24 - THE BET IS ON

คัดลอกลิงก์แล้ว