แชร์เรื่องนี้
บทที่ 442 เซียวโต้วเริ่มปฏิบัติการ เดินหน้าเก็บเกี่ยววัตถุดิบหุ่นเชิด! กึ่งจอมเทพ! แถมยังมาถึงสองคน เมื่อเห็นยอดฝีมือเผ่าวิหคเพลิงที่ปรากฏตัวเบื้องหน้า สีหน้าของยอดฝีมือระดับเทพจักรพรรดิขั้นสูงสุดนับสิบคนที่กำลังจะลงมือก็เคร่งเครียดลงทันที เป็นที่รู้กันดี! พลังการต่อสู้ของเผ่าวิหคเพลิงนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใดในแดนเทพ ตอนนี้มีกึ่งจอมเทพมาถึงสอง ต่อให้พวกเขาทั้งหมดรุมกินโต๊ะ ก็ทำได้ดีที่สุดแค่ถ่วงเวลาไว้เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ในเผ่าวิหคเพลิงนอกจากสองกึ่งจอมเทพนี้ ยังมีเทพจักรพรรดิขั้นสูงสุดและเทพจักรพรรดิอีกมากมายตามมาสมทบ "ซี๊ด..." เสี่ยวจื่อสูดหายใจเข้าลึกเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง "คุณพระช่วย!" "เผ่าวิหคเพลิงแห่งแดนเทพ... ช่างน่าเกรงขามจริงๆ!" "จิ๊ๆ สมแล้วที่เป็นเผ่าของภรรยาข้า!" ชั่วขณะหนึ่ง เลือดในกายของเสี่ยวจื่อพลุ่งพล่าน ราวกับว่าผู้ที่มาใหม่ไม่ใช่เผ่าวิหคเพลิงแต่เป็นตัวเขาเอง ให้ตายเถอะ มันรู้สึกดีชะมัด! ถุย ขุมกำลังนับสิบแล้วไง... อยากเจอก็เข้ามาเลย! "นี่... นี่มัน..." เฟิงอวี่เยียน ในฐานะหลานสาวของประมุขเผ่าวิหคเพลิง ก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น นางไม่คิดว่าทางเผ่าจะส่งบรรพชนมามากมายขนาดนี้ "ฮะๆ คิดจะรังแกเผ่าวิหคเพลิงของข้าอย่างนั้นรึ!" เฟิงลั่วเทียนยิ้มจางๆ ก่อนจะจ้องมองหลิงไท่ซูและจ้านปาจี๋ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม "งั้นก็มาสู้กันให้ตายไปข้างนึง!!" ตูม!!!! สิ้นเสียง คลื่นพลังงานอันมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ระเบิดออกรอบตัวเฟิงลั่วเทียน ศักดิ์ศรีแห่งจอมเทพไม่อาจล่วงเกิน แม้เขาจะเป็นเพียงจอมเทพขั้นต้นก็ตาม "ทำลาย!" เพียงคำเดียว กรงเล็บวิหคเพลิงขนาดพันจ้างก็ปรากฏขึ้นในห้วงมิติ พุ่งเข้าปะทะกับกระบี่ยักษ์ พริบตาเดียว ทั้งสองก็ปะทะกัน คลื่นกระแทกแผ่กระจายออกไป กินพื้นที่กว้างกว่าพันจ้างในทันที ภูเขาบริเวณรอบๆ ถูกพลังปะทะจากทั้งสองฝ่ายผ่าครึ่ง ก่อนที่คลื่นพลังจะค่อยๆจางหายไป ชั่วขณะนั้น การปะทะของทั้งสองราวกับจะทำลายล้างฟ้าดิน "อั่ก~!" หลิงไท่ซูผู้เป็นแกนกลางของค่ายกล มีสีหน้าเย็นชาพร้อมกระอักเลือดออกมาคำโต "บ้าเอ๊ย!" เมื่อสัมผัสได้ถึงอาการบาดเจ็บที่ไม่เบา ดวงตาของหลิงไท่ซูฉายแววคมกริบ "เจ้าเฟิงลั่วเทียนแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวรึ!" "สถานการณ์ไม่ดีแล้ว!" จ้านปาจี๋สีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะมองไปฝั่งตรงข้าม "ขนาดพวกเรารวมพลังกัน ยังไม่สามารถชิงความได้เปรียบได้เลย" "พี่ไท่ซู ดูเหมือน... พวกเราคงต้องใช้ท่านั้นแล้วล่ะ!" จ้านปาจี๋กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว หลิงไท่ซูขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ยิน เพราะท่านั้นจะสร้างความเสียหายให้กับพวกเขาอย่างหนักหนาสาหัส ความจริงคือ พวกเขาอาจหมดโอกาสก้าวสู่ระดับจอมเทพไปอีกอย่างน้อยพันปี! ราคาที่ต้องจ่ายนั้นไม่ใช่น้อย! "ตกลง!" ทว่าเมื่อพิจารณาสถานการณ์ปัจจุบัน หากเฟิงลั่วเทียนไม่ตาย ผลลัพธ์ที่ตามมาคงเลวร้ายเกินจินตนาการ เขาจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด วูบ~~ เมื่อทั้งสองสบตากัน พลังลมปราณอันมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่ค่ายกล กลิ่นอายของทั้งคู่พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนในที่สุดก็พอจะเทียบเคียงกับจอมเทพขั้นต้นได้ลางๆ "วิชาต้องห้าม!?" เฟิงลั่วเทียนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นทั้งสองงัดไม้ตายออกมาใช้ รอยยิ้มก็ผุดขึ้นที่มุมปาก "ดีมาก!" "ขอข้าดูหน่อยเถอะว่าพวกลูกกระจ๊อกอย่างพวกเจ้าพัฒนาขึ้นแค่ไหนตลอดหลายปีที่ผ่านมา!" สิ้นเสียง เฟิงลั่วเทียนย่อมไม่ประมาท เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นขุมกำลังระดับแนวหน้า ไพ่ตายที่มีในมือย่อมมีมากกว่าที่เห็น "ระบำวิหคเพลิงเก้าสวรรค์!" กว๊าก~ สิ้นเสียงร้องแหลมสูงของวิหคเพลิง เทพวิหคเพลิงห้าสีขนาดหมื่นจ้างก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กลิ่นอายแห่งวิหคเพลิงแผ่ปกคลุมห้วงมิติ สมาชิกเผ่าวิหคเพลิงเงยหน้ามองเทพวิหคเพลิงบนฟากฟ้าด้วยความตื่นเต้น บรรพชนลั่วเทียน... เอาจริงแล้วสินะ! "หึ~" "นกขนด่าง คิดว่าข้ากลัวเจ้ารึไง!" จ้านปาจี๋แค่นเสียงเย็น ก่อนจะประสานอิน "วิชาต้องห้าม · เงาปีศาจตะกละ!" "ค่ายกลกระบี่แสงสั่นสะเทือน · โลหิตสังเวย!" สิ้นเสียงของทั้งสอง ลำแสงกระบี่ที่เดิมสว่างไสวก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ขุมกำลังนับสิบฝ่ายตรงข้ามเมื่อเห็นหลิงไท่ซูและจ้านปาจี๋ทุ่มสุดตัวเช่นนี้ ก็ไม่กล้าประมาทอีกต่อไป พวกเขาทั้งหมดใช้วิชาต้องห้ามเพื่อเพิ่มพลังพร้อมกัน ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น พวกเขารู้ดีว่าหากทั้งสองคนล้มเหลว สิ่งที่รออยู่คือความตายเท่านั้น ต่อให้เป็นกึ่งจอมเทพ แต่ต่อหน้าจอมเทพตัวจริง พวกเขาก็อ่อนแอไม่ต่างจากมดปลวก! แต่นี่ยังไม่ใช่จุดจบ วินาทีต่อมา ร่างเงาของปีศาจตะกละ (เถาเที่ย) ขนาดหมื่นจ้างก็ปรากฏขึ้นในห้วงมิติ นอกจากนี้รอบกายของปีศาจตะกละยังมีลำแสงกระบี่สีแดงฉานขนาดร้อยจ้างนับสิบเล่ม พลังอำนาจนั้นรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ชัดเจนว่านี่คือท่าโจมตีประสานที่พวกเขาสร้างขึ้น! และยังเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดที่พวกเขาสามารถทำได้ในตอนนี้ ด้วยการโจมตีนี้ พวกเขามีพลังพอที่จะต่อกรกับจอมเทพได้อย่างสูสี "ฆ่า!!" ด้วยเสียงคำรามกึกก้อง ปีศาจตะกละขนาดหมื่นจ้างพุ่งเข้าปะทะกับเทพวิหคเพลิงขนาดหมื่นจ้างฝั่งตรงข้าม ส่วนอีกด้าน ยอดฝีมือระดับเทพจักรพรรดิขั้นสูงสุดนับสิบคนก็เข้าปะทะกับสองกึ่งจอมเทพแห่งเผ่าวิหคเพลิง สมรภูมิทั้งสามจุดดุเดือดเลือดพล่าน ไม่มีใครกล้าออมมือ ทุกคนต่างต้องการส่งอีกฝ่ายไปลงนรก!! พลังงานระเบิดกระจาย เลือดสาดกระเซ็น เพียงแค่คลื่นกระแทกจากการปะทะของทั้งสามสมรภูมิ ก็เพียงพอที่จะสังหารเทพจักรพรรดิขั้นต้นได้แล้ว ภาพนี้ทำให้เทพจักรพรรดิขั้นสูงสุดที่เหลืออยู่ถึงกับหวาดผวา "สู้ตาย!" เทพจักรพรรดิที่เหลือจากขุมกำลังนับสิบมีสีหน้าเย็นชา หวังฉวยโอกาสนี้สังหารเฟิงหนีชางและคนอื่นๆ "เจ้านาย โอกาสดี!" เซียวโต้ว (ถั่ววิเศษ) มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาลุกวาว นี่คือโอกาสทองในการเก็บเกี่ยว 'วัตถุดิบหุ่นเชิด' "ไม่เลว" เย่เสวียนยิ้มจางๆ มองภาพเบื้องหน้าอย่างมีความนัย "เซียวโต้ว ข้ามอบอำนาจสั่งการหุ่นเชิดทั้งหมดให้เจ้า" "การฝึก 'วิชาความว่างเปล่า' ของเจ้าไปถึงไหนแล้ว? เดี๋ยวคงต้องพึ่งเจ้าแล้วล่ะ" "ฮิๆ คอยดูเถอะเจ้านาย!" เซียวโต้วหัวเราะคิกคัก มองเทพจักรพรรดิของขุมกำลังนับสิบด้วยเจตนาร้าย เขาสัมผัสได้ถึงอานุภาพของวิชาความว่างเปล่าอย่างลึกซึ้ง แม้จะไม่ทรงพลังเท่าเจ้านาย แต่ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว อย่างน้อย ก็เกินพอสำหรับการลอบกัดและเก็บเกี่ยววัตถุดิบหุ่นเชิด "ไปเถอะ" เย่เสวียนยิ้มบางๆ เซียวโต้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในทันที วินาทีต่อมา เขาไปปรากฏตัวในตำหนักเสวียนเสิน แล้วเริ่มควบคุมตำหนักเพื่อทำการเก็บเกี่ยว ทว่า ขุมกำลังนับสิบยังไม่รู้ตัวเลยว่า หายนะแบบไหนกำลังรอพวกเขาอยู่ สิบห้านาทีต่อมา หลังจากเก็บเกี่ยววัตถุดิบจากเทพจักรพรรดิไปกว่าสิบคนและนำไปหลอมเป็นหุ่นเชิดเรียบร้อยแล้ว สายตาของเซียวโต้วก็เบนไปยังสามสมรภูมิเดือดในห้วงมิติ ก็แหม เจ้านายมอบอำนาจสั่งการ 'หุ่นเชิดจอมเทพขั้นกลาง' ให้เขาด้วยนี่นา ด้วยเครื่องทุ่นแรงขนาดนี้ ถ้ายังเก็บเกี่ยววัตถุดิบในสนามไม่ได้อีกก็แย่แล้ว... วูบ~ ในจังหวะหนึ่ง ขณะที่หนึ่งในกึ่งจอมเทพที่เป็นบรรพชนเผ่าวิหคเพลิงเพิ่งแลกเปลี่ยนกระบวนท่าเสร็จ และกำลังเผชิญหน้ากับค่ายกลโจมตีประสานของสิบเทพจักรพรรดิขั้นสูงสุด ซึ่งเป็นช่วงที่พลังของพวกมันกำลังพีคที่สุด "โอกาสดี!" เซียวโต้วฉวยโอกาส ใช้วิชาความว่างเปล่าส่งหุ่นเชิดจอมเทพขั้นกลางออกมาทันที พร้อมกับยกมือซัดหมัดใส่สิบเทพจักรพรรดิขั้นสูงสุด "แย่แล้ว!" การเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ทำให้ทุกคนไม่ทันตั้งตัว แม้แต่บรรพชนกึ่งจอมเทพของเผ่าวิหคเพลิงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามยังต้องตะลึง เพราะความรุนแรงของการโจมตีชั่วพริบตานั้น เหนือกว่าของบรรพชนลั่วเทียนเสียอีก "หรือว่าจะเป็น... ยอดฝีมือระดับจอมเทพขั้นกลาง!!" ฟึ่บ~ จากนั้น ก่อนที่ใครจะทันได้ตอบสนอง สิบเทพจักรพรรดิขั้นสูงสุดก็ถูกดูดเข้าไปในตำหนักเสวียนเสิน ทันใดนั้น เซียวโต้วก็เปิดใช้งานค่ายกล โดยมีหุ่นเชิดจอมเทพขั้นกลางอีกตัวคอยให้การต้อนรับพวกมันเป็นพิเศษ
Close