- หน้าแรก
- เรือล่มวันนั้น ทำให้ฉันเป็นราชาในวันนี้
- บทที่ 15 รวยทางลัดในชั่วข้ามคืน
บทที่ 15 รวยทางลัดในชั่วข้ามคืน
บทที่ 15 รวยทางลัดในชั่วข้ามคืน
บทที่ 15 รวยทางลัดในชั่วข้ามคืน
"ลูกพี่ ซื้อคบเพลิงมาได้แล้วครับ เดี๋ยวผมโอนให้เลย"
อีกด้านหนึ่ง ลูกน้องที่หลี่ไห่โปเพิ่งรับเข้ามาได้ขอซื้อคบเพลิงจากฉางฟา และรีบส่งต่อให้หลี่ไห่โปทันที
ไม่รู้ว่าหลี่ไห่โปใช้วิธีไหน ถึงทำให้กลุ่มคนที่แม้แต่หน้าก็ยังไม่เคยเห็นในโลกออนไลน์ ยอมสวามิภักดิ์และมีความจงรักภักดีสูงขนาดนี้ได้
หลี่ไห่โปถือคบเพลิงในมือ พลิกดูซ้ายขวาหน้าหลัง แล้วรู้สึกว่าของสิ่งนี้ก็งั้นๆ ไม่ได้มีอะไรวิเศษวิโส
เชื้อไฟน่ะหายาก แต่เชื้อเพลิงหาได้ทั่วไปถมเถไป
"ไอ้พวกโง่เอ๊ย มีของดีอย่างเชื้อไฟอยู่ในมือแท้ๆ ดันเอามาขายถูกๆ หึ มีสมองแค่นี้ริอาจจะมางัดข้อกับฉัน?"
ต้องรู้ก่อนว่า ก่อนหน้านี้ต่อให้เสนอราคาสูงลิบลิ่วแค่ไหน ก็แทบจะหาซื้อเชื้อไฟในแพลตฟอร์มซื้อขายไม่ได้เลย
แต่ตอนนี้พวกนั้นกลับเอามาขายแลกวัสดุอัปเกรดแค่ยี่สิบหน่วยเนี่ยนะ?
หลี่ไห่โปคิดว่าสมองของคนพวกนี้คงโดนวาฬเตะจนเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ
ถ้าเป็นเขาที่ได้ทำการค้ากับ 'พวกดวงดีระดับเทพ' ถึงสิบคนพร้อมกันแบบนี้ เขาคงกอบโกยของล้ำค่าหายากมาได้ไม่รู้เท่าไหร่ ซึ่งเศษไม้กับตะปูเหล็กพวกนี้เทียบไม่ติดเลยสักนิด
อีกอย่าง ตอนนี้คนเริ่มมีเชื้อไฟกันเยอะแล้ว ธุรกิจของพวกมันคงไปได้ไม่ไกลหรอก
"ลูกพี่ ตอนนี้เราก็มีเชื้อไฟแล้ว เรามาทำธุรกิจขายคบเพลิงแข่งบ้างดีไหมครับ?" ลูกน้องในกลุ่มของหลี่ไห่โปเห็นกิจการของฉางฟากำลังรุ่งโรจน์ก็รีบเสนอความคิดเห็น
"ไอ้โง่! ของพรรค์นี้เดี๋ยวก็ไร้ค่าแล้ว ขายไม่ได้ราคาหรอก ฉันมีความคิดที่ดีกว่านั้น"
ดวงตาของหลี่ไห่โปฉายแววเจ้าเล่ห์ เขายืนอยู่บนแพ ใช้มือตบเบาๆ ลงบนโต๊ะแปรรูปอันล้ำค่าของเขา
อีกด้านหนึ่ง เมื่อราตรีมาเยือน อุณหภูมิก็ยิ่งดิ่งลงต่ำ
ธุรกิจของฉางฟากลับยิ่งคึกคักขึ้นไปอีก
คนที่ลังเลว่าจะซื้อคบเพลิงดีหรือไม่ เมื่อได้สัมผัสความหนาวเหน็บระดับที่ลมหายใจแทบจับเป็นน้ำแข็ง ก็ยอมควักวัสดุทุกอย่างที่มีมาแลกโดยไม่เสียดาย
ท้ายที่สุดแล้ว ในสภาพอากาศที่หนาวจนแข็งตายได้แบบนี้ มีแต่คนที่กำลังหนาวสั่นเท่านั้นที่รู้ซึ้งถึงรสชาติ
ถ้าไม่ยอมแลกคบเพลิง คืนนี้จะรอดไปได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย แล้วจะมัวหวงของก้นถุงไปทำไม
ฉางฟาใช้สิทธิ์การพูดในช่องแชทสาธารณะครบสิบครั้งของวันไปหมดแล้ว
โชคดีที่เขาไม่จำเป็นต้องโฆษณาอีกต่อไป ข้อความส่วนตัวของเขาแทบระเบิด ตอบกันไม่ทันเลยทีเดียว
เมื่อเห็นว่าคบเพลิง 300 อันใกล้จะขายหมดแล้ว เจียงไหลผู้ว่างงานมานานก็เริ่มลงมือทำงานอย่างเป็นทางการเสียที ตามการจัดแจงของผู้จัดการทั่วไปอย่างฉางฟา
เจียงไหลรับหน้าที่กวาดซื้อเสื้อผ้าผู้เริ่มเล่นและไขมันสัตว์ชนิดต่างๆ บนแพลตฟอร์มซื้อขาย
ของที่ได้มาจะถูกส่งต่อทันทีให้กับฉีจิงหาง ซึ่งกำลังเร่งผลิตแบบโต้รุ่ง
คบเพลิงที่ทำเสร็จแล้วจะถูกส่งต่อไปให้ฉางฟาวางขายทันที
ส่วนวัสดุที่ได้จากการขาย ฉางฟาก็จะโอนกลับมาให้เจียงไหลเพื่อนำไปเป็นทุนหมุนเวียนในการซื้อของต่อ
มาถึงจุดนี้ ห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบซึ่งประกอบด้วยสามคนในฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายผลิต และฝ่ายขาย ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ
คืนนั้นทั้งสามคนไม่มีใครได้หลับได้นอน ต่างร่วมแรงร่วมใจกันจนสว่างคาตา
จวบจนเข้าสู่วันที่ห้าของเกม ค่ำคืนอันหนาวเหน็บผ่านพ้นไป แสงแดดสาดส่องลงมายังผืนทะเลอีกครั้ง
เวลานี้ อุณหภูมิแม้ในช่วงกลางวันก็ยังติดลบถึง 15 องศาเซลเซียส
สำหรับผู้เล่นส่วนน้อยที่อัปเกรดที่พักเป็นระดับสองและมีบ้านไม้แล้ว อุณหภูมิระดับนี้ยังพอทนไหว
แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ยังต้องลอยคออยู่บนเรือลำน้อยซึ่งลมโกรกทั้งห้าทิศและขาดแคลนอุปกรณ์กันหนาว อุณหภูมิเช่นนี้ยากจะทานทนไหวจริงๆ
เจียงไหลมุดตัวอยู่ในผ้าห่ม ขยี้ตาแล้วหาวหวอด
"ในที่สุดก็จบเสียที"
หลังจากอดหลับอดนอนโต้รุ่งมาจนถึงตอนนี้ คบเพลิงทั้งหมดที่พวกเขามีก็ผลิตและขายจนหมดเกลี้ยง
เมื่อผู้คนเริ่มมีเชื้อไฟกันมากขึ้น หลายคนก็เริ่มคิดจะทำธุรกิจแบบเดียวกัน
ราคาของเสื้อผ้าผู้เริ่มเล่นและไขมันสัตว์บนแพลตฟอร์มซื้อขายพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แถมยังหาซื้อยากขึ้นทุกที
และเมื่อมีเจ้าอื่นเริ่มขายคบเพลิง ราคาของคบเพลิงก็ร่วงจากวัสดุอัปเกรด 15 หน่วย เหลือ 12 หน่วย และสุดท้ายก็ทรงตัวอยู่ที่ 10 หน่วย
ต้นทุนสูงขึ้น ราคาขายลดลง ตลาดเริ่มอิ่มตัว
ยุคผูกขาดจบลงแล้ว ธุรกิจนี้ไม่มีอนาคตให้กอบโกยอีกต่อไป
โชคดีที่เจียงไหลและอีกสองคนประเมินสถานการณ์ขาด และรู้ดีว่าธุรกิจนี้มีวันหมดอายุ
ด้วยข้อได้เปรียบที่ว่าคบเพลิงของพวกเขาจุดติดนานที่สุดและคุณภาพดีที่สุด หลังจากระบายของล็อตสุดท้ายออกไป ธุรกิจคบเพลิงของพวกเขาก็ประกาศปิดจ็อบอย่างสวยงาม
ปล่อยตลาดที่เหลือให้พวก 'จอมตัดราคา' แย่งชิงกันเองต่อไป
"พวกคุณง่วงกันไหม? ยังไหวหรือเปล่า? ฝืนอีกนิดมาเคลียร์บัญชีกันก่อนดีไหม?"
ฉางฟาซึ่งไม่ได้ข่มตานอนตลอดทั้งคืนและต้องรับบทแอดมินตอบลูกค้าเอ่ยถามขึ้นในกลุ่ม
วัสดุอัปเกรดที่ได้จากการขายทั้งหมดอยู่ที่เขา ดังนั้นหน้าที่เคลียร์บัญชีแบ่งส่วนแบ่งให้ฉีจิงหางและเจียงไหลจึงตกเป็นของเขาโดยปริยาย
"ผมไหวครับ ไม่ค่อยง่วงเท่าไหร่" ฉีจิงหางตอบกลับ
ถ้าจะถามว่าใครเหนื่อยที่สุด คืนนี้ฉีจิงหางคงรับตำแหน่งนั้นไปครอง
เพราะทั้งฉางฟาและเจียงไหลแค่ใช้ความคิดในการตอบข้อความและกดซื้อของ
แต่ฉีจิงหางต้องลงแรงผลิตคบเพลิงตลอดทั้งคืน ซึ่งเป็นการใช้แรงงานกายล้วนๆ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คบเพลิงขายดิบขายดี ผู้คนมากมายมีไฟใช้กันแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากพวกเขาถอนตัวออกจากตลาด ก็มีเจ้าอื่นเข้ามาขายตัดราคากันเพียบ
นี่ถือเป็นเรื่องดีสำหรับผู้เล่นที่ยังรอดชีวิต
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไปตามที่ฉีจิงหางคาดหวังไว้
แผนการที่ฉีจิงหางวางไว้แต่แรกสัมฤทธิ์ผลเกินคาด ในเวลานี้แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าและง่วงงุน แต่จิตใจของเขากลับพองโตและฮึกเหิมยิ่งนัก
"ฉันก็ไม่ง่วงเหมือนกัน เคลียร์บัญชีให้เสร็จแล้วค่อยนอนเถอะ"
ที่เจียงไหลบอกว่าไม่ง่วงนั้นโกหกทั้งเพ ตาของเธอแทบจะปิดอยู่รอมร่อ
แต่ในเมื่อธุรกิจจบลงแล้วและของยังไม่ได้มาอยู่ในมือ เธอก็นอนตาหลับไม่ลงเด็ดขาด
แม้ว่าเธอ ฉีจิงหาง และฉางฟา จะเซ็นสัญญาแบ่งผลประโยชน์ภายใต้การรับรองของระบบแล้ว แต่เจียงไหลก็ยังวางใจไม่ได้จนกว่าของจะมาถึงมือ
ในเกมเอาชีวิตรอดแบบนี้ เจียงไหลเชื่อใจแค่ตัวเองเท่านั้น มีเพียงของที่อยู่ในมือตัวเองเท่านั้นที่จะมอบความรู้สึกปลอดภัยที่แท้จริงให้ได้
"โอเค! งั้นเรามาทำเวลาให้เร็วที่สุดกัน"
เมื่อหุ้นส่วนอีกสองคนแสดงจุดยืน ฉางฟาก็ไม่รอช้า
"เราขายคบเพลิงไปทั้งหมด 468 อัน กวาดวัสดุอัปเกรดมาได้รวมทั้งสิ้น 9,360 หน่วย"
"ต้นทุนเฉลี่ยต่อคบเพลิงหนึ่งอันคือวัสดุ 4 หน่วย คิดเป็นต้นทุนรวม 1,872 หน่วย"
"ดังนั้น กำไรสุทธิสุดท้ายของเราคือ 7,488 หน่วย"
ฉางฟาหัวการค้าดีเยี่ยมและทำบัญชีได้ชัดเจน เขาเรียบเรียงบันทึกการซื้อขายส่งลงในกลุ่มเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพชัดเจนในปราดเดียว
"เจียงไหลถือหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ จะได้รับวัสดุอัปเกรด 3,744 หน่วย"
"ฉีจิงหางถือหุ้นสี่สิบเปอร์เซ็นต์ จะได้รับ 2,996 หน่วย"
"ส่วนผมสิบเปอร์เซ็นต์ รับไป 748 หน่วย"
"เนื่องจากวัสดุอัปเกรดมีทั้งไม้และตะปูเหล็กคละกัน ผมจะโอนให้ทุกคนตามสัดส่วนของวัสดุทั้งสองอย่างนะครับ โอเคไหม?"
ฉางฟาอธิบายอย่างชัดเจน บันทึกการซื้อขายทุกรายการและจำนวนวัสดุโปร่งใสตรวจสอบได้
ทั้งฉีจิงหางและเจียงไหลไม่ใช่คนเรื่องมาก จึงไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
ไม่นาน เจียงไหลก็ได้รับวัสดุอัปเกรดที่ฉางฟาโอนมาให้
วัสดุอัปเกรด 3,744 หน่วย ซึ่งแบ่งเป็นไม้ 2,600 ชิ้น และตะปูเหล็ก 1,144 ตัว
"รวยแล้วเรา"
เจียงไหลมองตัวเลขในช่องเก็บของ ความง่วงงุนหายเป็นปลิดทิ้ง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัว
ในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จ กลายเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน!