- หน้าแรก
- เรือล่มวันนั้น ทำให้ฉันเป็นราชาในวันนี้
- บทที่ 12: การสร้างเตาถ่าน
บทที่ 12: การสร้างเตาถ่าน
บทที่ 12: การสร้างเตาถ่าน
บทที่ 12: การสร้างเตาถ่าน
"ให้ตายสิ กลายเป็นว่าฉันโง่อยู่คนเดียวซะงั้น" ฉางฟาตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่
เขารู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าชะมัด แต่ก็ไม่ได้นึกเสียใจอะไร
"ช่างหัวพวกปากหอยปากปูพวกนั้น ขอแค่ฉันอัปเลเวลได้ไว ไว้เจอกันเมื่อไหร่ ใครแพ้ใครชนะก็ยังไม่รู้"
แม้ฉางฟาจะเป็นคนมุทะลุไปบ้าง แต่เขาก็ไม่ใช่คนขี้ขลาด
ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นถึงคนดวงเฮง เขาย่อมมีความมั่นใจในแบบของตัวเอง
"อัปเกรดที่พักเป็นเลเวล 2 แล้วรู้สึกยังไงบ้าง?" จู่ๆ ฉีจิงหางก็ถามขึ้น
"นายรู้ได้ยังไงเนี่ย!?" ฉางฟาสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
ถึงเขาจะชอบโวดวงเรื่องเปิดกล่องในช่องแชทบ่อยๆ แต่เรื่องอัปเกรดบ้านนี่เขายังไม่ได้บอกใครเลย เพราะกลัวจะดึงดูดความเกลียดชังมากเกินไป
เขาเคยแลกเปลี่ยนของกับเจียงไล
ถ้าเจียงไลเดาได้ ก็ยังมีร่องรอยให้พอเข้าใจ
แต่การที่ฉีจิงหางพูดออกมาอย่างมั่นใจขนาดนี้ เล่นเอาฉางฟาตกใจจนทำตัวไม่ถูก
"ฉันเดาเอาน่ะ" ฉีจิงหางตอบเรียบๆ
"สุดยอด!"
"พอที่พักเป็นเลเวล 2 เรือลำเล็กจะกลายเป็นแพ พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือจะมีบ้านไม้หลังเล็กโผล่ขึ้นมา ช่วยกันแดดกันฝนแถมยังเพิ่มความอบอุ่นได้มากโข ที่นายพูดก่อนหน้านี้ถูกแล้ว ขอแค่ที่พักเป็นเลเวล 2 การจะผ่านพ้นภัยหนาวสุดขั้วก็คงไม่ใช่ปัญหา"
ในเมื่ออีกฝ่ายเดาถูกแล้ว ฉางฟาก็ไม่คิดปิดบัง
"พวกนายสองคนยังไม่อัปเกรดสินะ? ถ้ามีอะไรที่ฉันพอใช้ได้ ก็เอามาแลกวัสดุอัปเกรดพื้นฐานกับฉันได้นะ ยังไงพวกเราก็แทบจะเรียกว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว สามคนย่อมดีกว่าหัวเดียวกระเทียมลีบ"
"ไม่ต้องหรอก"
"ไม่ล่ะ"
เจียงไลและฉีจิงหางตอบปฏิเสธพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
"ตามแผนของฉัน พรุ่งนี้ฉันก็น่าจะอัปเกรดได้แล้ว" ฉีจิงหางมีการคำนวณของตัวเอง
"ฉันอัปเกรดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"
ในเมื่อสองคนนี้ไม่มีลับลมคมใน เจียงไลคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจว่าไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังเรื่องการอัปเกรดของเธอเช่นกัน
"!!!"
"คนดวงเฮงตัวจริงอยู่นี่เอง!"
ในไม่ช้า 'กลุ่มอวยฉางฟา' ก็ถูกเจ้าตัวเปลี่ยนชื่อเป็น 'สมาคมเกาะขาเจียงไล' อย่างเป็นทางการ
เจียงไลก้มมองกล่องไม้สองใบที่เพิ่งตกได้และยังไม่มีเวลาเปิด
แค่เปิดกล่องได้แค่นี้ ก็ถือว่าเป็นที่พึ่งให้คนอื่นเกาะขาได้แล้วเหรอ?
ของในกล่องไม้สองใบถือว่าพอใช้ได้ ผลประกอบการรวมคือ: บิสกิต x3, กระดาษชำระ x1
หลังจากเห็นของแปลกๆ สารพัดชนิดผ่านข้อความส่วนตัว เจียงไลก็รู้สึกปลงและพอใจกับสิ่งที่ได้
เอาเถอะ น้อยหน่อยก็ช่างมัน อย่างน้อยก็เป็นของที่ได้ใช้ประโยชน์ทุกชิ้น
เจียงไลใช้เวลาช่วงบ่ายง่วนอยู่กับการทำเตาถ่าน
เธอมีโคลนอยู่แล้ว ขอแค่ร่างแบบทรงที่ต้องการบนโต๊ะทำงาน ก็สามารถสร้างอ่างดินเผารูปร่างเข้าท่าออกมาได้
โคลนถุงนั้นทำอ่างดินออกมาได้ทั้งหมด 5 ใบ
มีอ่างแล้ว แต่ไม่มีถ่าน ทว่าการใช้ไม้ฟืนเผาแทนก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว
ปัญหาต่อมาคือเชื้อไฟ...
เจียงไลยังไม่เห็นใครในช่องแชทจุดไฟได้เลยสักคน
เธอลองเช็กในแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยน
แต่ทุกคนต่างประกาศรับซื้อเชื้อไฟ ไม่มีใครลงขายเลยแม้แต่คนเดียว
คนที่เสนอราคารับซื้อสูงสุดคือฉีจิงหาง
เจียงไลรู้ว่าฉีจิงหางต้องการทำคบเพลิง แต่ขนาดทุ่มทุนไม่อั้นขนาดนั้นยังหาเชื้อไฟไม่ได้ แสดงให้เห็นว่าเชื้อไฟเป็นของหายากขนาดไหน
เจียงไลครุ่นคิด อากาศเริ่มหนาวเย็นลงเรื่อยๆ
เมื่อคืนนี้เธอนอนหลับในบ้านไม้ไม่ค่อยสบายตัวนัก
เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องทรมาน เธอตัดสินใจไม่รออีกต่อไป!
เจียงไลเปิดร้านค้าและค้นหาไฟแช็ก
ไฟแช็กกันลมสีดำ ราคาอันละ 1 เหรียญเปลือกหอย
ราคานี้เจียงไลรับได้ เธอจึงกดแลกมาหนึ่งอันอย่างไม่ลังเล
วินาทีถัดมา ไฟแช็กก็ปรากฏขึ้นในเป้ของเจียงไล เติมเต็มช่องว่างช่องสุดท้ายพอดี
ถ้าเจียงไลไม่ได้เอามันเทศและมันฝรั่งไปเก็บไว้ในกล่องไม้ในบ้านก่อนหน้านี้ เธอคงไม่รู้เลยว่าไฟแช็กอันนี้จะวาร์ปไปโผล่ที่ไหน
มีอ่าง มีไฟ มีฟืน ที่เหลือก็ง่ายขึ้นเยอะ
ไม่นาน เจียงไลก็สร้างเตาถ่านอันแรกได้สำเร็จ
ไม้ในเตายังไม่กลายเป็นถ่านโดยสมบูรณ์ แต่นั่นก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อท่อนไม้สีดำที่กำลังระอุแดงและแผ่ไอร้อนออกมาแม้แต่น้อย
อากาศตอนนี้หนาวจนมือไม้ชาไปหมด
เจียงไลนั่งลงบนแพ ยื่นมือไปอังเหนือเตาถ่าน ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาช่างน่าอภิรมย์
เมื่ออันแรกสำเร็จ การทำอันต่อๆ ไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก
อย่างไรก็ตาม เจียงไลไม่ได้รีบร้อนทำเพิ่ม เธอกะว่าจะลองทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
คืนนั้น เจียงไลทดลองใช้เตาถ่านของเธอ
บ้านไม้หลังเล็กไม่มีหน้าต่าง และเพื่อต้านทานความหนาวเย็น ประตูจึงต้องปิดสนิท
ดังนั้น เจียงไลจึงจุดเตาถ่านในห้องแค่ช่วงแรก พอร่างกายเริ่มอุ่นและอุณหภูมิห้องสูงขึ้น เธอก็เก็บเตาถ่านกลับเข้าเป้
ยังไงเสีย พิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
เจียงไลไม่คิดว่าการตายเพราะขาดอากาศหายใจจะดีไปกว่าการหนาวตายตรงไหน...
ทว่าแม้จะจุดไฟเพียงชั่วครู่ เจียงไลก็รู้สึกดีกว่าเมื่อคืนวานมาก
อาจกล่าวได้ว่า คืนที่สามนี้เป็นคืนที่มีความสุขที่สุดนับตั้งแต่เจียงไลเข้ามาในเกม
แม้ว่าอุณหภูมิข้างนอกจะดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดใหม่อีกครั้งก็ตาม
ไฟไม่เพียงแต่มอบความอบอุ่น แต่ยังให้แสงสว่างและความแห้งสบาย
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้คนที่ลอยคออยู่กลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่และเผชิญกับภัยหนาวต้องการมากที่สุด
วันที่สามผ่านไปอย่างปลอดภัย เมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง ก็เข้าสู่วันที่สี่ของเกมแล้ว
เจียงไลตื่นขึ้นเองตามธรรมชาติ เธอนั่งกินอาหารมื้อเช้าทั้งที่ยังห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม อากาศที่หนาวเย็นทำให้การลุกจากที่นอนกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ
เจียงไลซุกตัวในผ้าห่มพร้อมกับเลื่อนดูช่องแชท
ตัวเลขจำนวนผู้รอดชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปล่าสุดนั้นน่าตกใจ
เจียงไลถึงกับรู้สึกว่า ถ้าอัตราการตายยังคงเพิ่มขึ้นแบบนี้ กว่าจะถึงวันที่เจ็ดซึ่งเป็นวันที่หนาวที่สุด จำนวนผู้รอดชีวิตคงเหลือเพียงหยิบมือเดียว
"โหดร้ายจริงๆ ไหนบอกว่ามีช่วงคุ้มครองมือใหม่ 3 วันไง ทำไมคนยังตายกันเยอะขนาดนี้"
"มาพูดตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร ช่วงคุ้มครองมือใหม่มันจบไปแล้ว"
"เมื่อคืนฉันเกือบได้ไปทักทายยมบาลแล้ว"
"ลาก่อนเพื่อนฝูง เมื่อวานรอดมาได้แบบรากเลือด แต่คืนนี้คงไม่รอดแน่ๆ"
"สู้ๆ นะเมนต์บน! อดทนอีกนิด พอเรืออัปเกรดเป็นเลเวล 2 เราต้องรอดแน่!"
ในช่องแชท บางคนเริ่มสิ้นหวังและพ่นคำพูดบั่นทอนจิตใจออกมา
ขณะเดียวกัน บางคนก็ยังยึดมั่นในความหวัง เชื่อมั่นว่าขอแค่ที่พักอัปเกรดเป็นเลเวล 2 พวกเขาจะสามารถหลบภัยจากวิกฤตความหนาวเย็นนี้ได้
ไม้ x100, ตะปู x50
จำนวนนี้ถือว่าเยอะเอาเรื่อง แต่ก็ไม่ใช่ตัวเลขที่ไกลเกินเอื้อม
ขอแค่เปิดกล่องทองแดงได้สัก 2 กล่อง หรือของที่เปิดได้มีค่าพอจะนำไปแลกเปลี่ยน
หรือไม่ก็กัดฟันกินให้น้อยลง แล้วเอาน้ำและบิสกิตพื้นฐานที่มีไปแลก
ภายในเวลาเจ็ดวัน ความหวังที่จะอัปเกรดที่พักเป็นเลเวล 2 ยังมีความเป็นไปได้สูง
ความหวังเช่นนี้แหละที่ช่วยให้ผู้คนกัดฟันสู้ต่อไปได้
ขณะนี้ แพลตฟอร์มการค้าส่วนใหญ่เต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนอุปกรณ์สร้างความอบอุ่น อีกครึ่งหนึ่งคือวัสดุอัปเกรดพื้นฐาน
ส่วนอาหารและน้ำนั้น แทบจะหายไปจากตลาดชั่วคราว
เพราะทุกคนต่างมีน้ำแร่และบิสกิตติดตัว แถมช่วงนี้ฝนตกบ่อย อย่างน้อยๆ ก็คงอยู่ได้อีกครึ่งเดือนโดยไม่หิวตายหรือขาดน้ำตายไปเสียก่อน