เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 4 - ชักจูง

Chapter 4 - ชักจูง

Chapter 4 - ชักจูง


Chapter 4 - ชักจูง

เอริค คุณจะปล่อยให้สำนักพิมพ์ของฉันดูแลหนังสือของคุณได้ไหม?

ไมเคิล ไครช ไม่ได้พยายามซ่อนความตั้งใจของเขา เขาพูดมันออกมาโดยตรง

เอริคมองไปที่ต้นฉบับที่สาวผิวดำกำลังถ่ายเอกสารแล้วพูดกับไมเคิลว่า

ฉันขอโทษ ไมเคิล ถึงแม้ฉันจะขอบคุณสำหรับการยอมรับของคุณ แต่ฉันก็อยากลองเสี่ยงโชคกับสำนักพิมพ์ใหญ่ดูก่อน บิดามารดาผู้ให้กำเนิด ย่อมอยากให้ลูกๆของตนไปในที่ที่ดีที่สุด ใช่ไหม ?

ไมเคิลไม่ได้แสดงท่าทีดูถูกหรือไม่พอใจ เขายิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า เอริค คุณดูเหมือนไม่ได้เข้าใจเกี่ยวกับสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ อย่างถ่องแท้นะ บางทีเราอาจจะหาสถานที่เหมาะสมคุยกันได้ มีร้านกาแฟอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เราไปพูดคุยกันไหม ?

เอริคหยิบต้นฉบับแล้วใส่ในกระเป๋า เขาตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า

ผมขอโทษด้วยไมเคิล ผมกำลังจะไปทำงานสาย ในอนาคตถ้าต้นฉบับของผมถูกปฎิเสธ ผมจะติดต่อไปหาคุณ

เอริคสะพายกระเป๋าแล้วเดินออกจากร้านพิมพ์แล้วขับรถไปที่ร้านอาหารของเจฟ

ไมเคิลลังเลอยู่นิดหน่อยก่อนจะรีบวิ่งออกจากร้าน แล้วขับรถตามเอริคไป เขารู้สึกว่าถ้าพลาดโอกาสนี้เขาอาจเสียใจไปตลอดชีวิต

ความรู้สึกของเขาตอนนี้มันเป็นเพราะ จูราสสิก พาร์ค 30% และ 70% เป็นเพราะเด็กหนุ่มที่ชื่อเอริค

แม้ว่าเขาจะอ่านได้เพียงครึ่งเล่มของนวนิยายเรื่องนี้ แต่ไมเคิลประหลาดใจกับความรู้ของเด็กหนุ่มเป็นอย่างมาก เป็นที่รู้กันดีว่าอายุเท่านั้นไม่น่าจะได้ยินเกี่ยวกับวิศกรรมการตัดต่อพันธุกรรม นาโนแมชชีน หรือเทคโนโลยีชั้นสูงอื่นๆ แต่ไม่ใช่กับเด็กคนนี้เขาจัดทำได้เป็นอย่างดีแล้วยังใช้คำศัพพ์ได้เหมาะสม โดยไม่ทำให้ความสนใจในนิยายลดลง แต่กลับเพิ่มความน่าสนใจของในเนื้อเรื่องมากขึ้น

เขาเคยเห็นนวนิยายแนว ไซไฟ หลายเรื่อง แต่ส่วนมากการใช้ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องเหล่านี้มันน่าเบื่อ ไม่ใช่ทุกคนที่จะอ่านนิยายประเภทนี้ได้

เอริคจอดรถไว้ที่ลานจอดรถ แล้วหันไปเห็นรถคันสีดำที่เห็นได้ชัดว่ากำลังขับตามเขามา

ความประทับใจของไมเคิล เพิ่มขึ้นมาก

เฮ้ เอริค ไมเคิลโบกมือพยายามจะพูด แต่เอริคชี้ไปที่นาฬิกาแล้วพูดว่า

ไมเคิลเห็นไหมนี่มัน 9 โมงแล้ว ผมต้องไปทำงานในฐานะพนักงานเสริฟในร้านอาหารอิตาเลี่ยน

ถ้าคุณไม่รังเกียจก็สั่งอาหารเช้ารอก่อนได้ ไมเคิลพยักหน้าแล้วเดินตามเอริคเข้าไปในร้านอาหาร

เอริคเข้าไปเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมา ไมเคิลนั่งอยู่ริมต่างมีจานเปล่าวางอยู่ตรงหน้าเขา

ผมอธิบายสถานณ์การให้ Mr.เจฟเจ้าของร้านฟังแล้ว แต่คุณต้องรีบหน่อย เอริคนั่งตรงข้ามไมเคิลแล้วพูดว่า

ผมอาจจะเด็ก แต่ไม่ได้ชักจูงง่ายนักหรอกนะ

ไมเคิลหัวเราะ ฉันเชื่อมั่นว่าหลังจากได้ฟังคำอธิบายของฉันแล้ว คุณจะให้สิทธิ์การจำหน่ายแก่สำนักพิมพ์ฉันอย่างแน่นอน คุณคงจะไม่รู้จักสำนักพิมพ์ใหญ่อย่างนั้นอย่างดี แต่ฉันได้ทำงานที่สำนักพิม์ Simon & Schuster มานานถึง 11ปี ฉันได้รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมัน แต่เพราะล้มเหลวในการแข่งขันชิงตำแหน่งผู้จัดการ ก็เลยออกมาตั้งสำนักพิมพ์ของตัวเอง

แล้วมันเกี่ยวข้องยังไงกับผม ? เพราะเมื่อชีวิตที่แล้วของเอริคล้มเหลว

เขารู้สึกกลัวเกี่ยวเรื่องราวการต่อสู้ดิ้นรนของคนอื่น

ใจเย็นๆ พ่อหนุ่ม ฉันแค่เพียงต้องการให้คุณเข้าใจว่าฉันไม่ได้ล้อเล่น คำพูดของฉันเป็นความจริง

คุณรู้ไหมว่าตอนแรกฉันได้รับหน้าที่ตรวจสอบตัวอย่างนับหมื่นนับแสน จากหลายร้อยพึงหลายพันต้นฉบับ ถึงส่วนใหญ่จะไม่ดีแต่ก็มีผลงานมากมายได้รับการตีพิมพ์ มีหนังสือมากกว่า 2000 เล่มที่ต้องการได้ตีพิมพ์ต่อปี ต่อให้คุณได้รับการตีพิมพ์แล้ว แต่พวกเขาก็ยังมีหนังสือที่วางจำหน่ายอีกเป็นร้อยเป็นพันเล่ม คุณคิดว่า พวกเขาจะโปรโหมดการขายให้มือใหม่อยากคุณสักเท่าไหร่กัน ?

ไมเคิลหยุดแล้วจิบน้ำปล่อยให้เอริคได้นั่งคิด เอริคยังคงครุ่นคิดเขาไม่ได้พูดอะไรได้แต่มองไปที่ไมเคิลให้พูดต่อ

ไมเคิลกล่าวว่า สำนักพิมพ์ของฉันอาจจะมีขนาดเล็ก แต่ด้วยประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับจำหน่ายของฉัน เรามีนวนิยายแนววิทยาศาสตร์ ผจญภัย แนวสยองขวัญ ที่แม้จะแค่ไม่กี่เล่มต่อปีแต่ก็ได้รับชื่อเสียงจำนวนมาก ถ้าคุณมอบจูลาสสิก ปาร์คให้แก่ทางเรา ฉันสัญญาว่าจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีในการโปรโมทนวนิยายของคุณ มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อให้เป็นที่รู้จักภายในระยะเวลาอันสั้น ด้วยความช่วยเหลือและคำแนะนำของฉัน นวนิยายของคุณจะมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นหนังสือขายดี

ไมเคิลวางมือลงบนโต๊ะแล้วค่อยๆรอการตัดสินใจของเอริค

หลังจากได้ยินสิ่งที่ไมเคิลพูด เอริคก็ยังคงกังวลอยู่บ้าง

หากว่าสำนักพิมพ์เล็กๆจะใช้ทรัยากรทั้งหมดที่พวกเขามี ผลตอบรับที่จะได้จะเป็นยังไงบ้าง

จิตใจของเขายังเป็นชายวัยกลางคนที่มีประสบการณ์มากมายในชีวิตและได้พบเจอผู้คนมากมาย

แน่นอนว่าเขาไม่ด่วนใจร้อนเพราะเพียงคำพูดไม่กี่คำ สิ่งที่ไมเคิลบอกว่าจะสร้างชื่อเสียงให้จูราสสิก ปาร์ค ภายในเวลาอันสั้นนั้นตรงกับความต้องการของเขาก็ตาม

ไม่ว่าจะยุคไหน ชื่อเสียง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่มีประโยชน์มหาศาล จากมุมมองของเอริค

เขาอายุยังน้อยจำเป็นต้องได้รับการเชื่อมั่นไว้วางใจและการสนับสนุนการผู้อื่นอย่างมาก

ถ้าหากปราศจากชื่อเสียง การที่นักเรียนมัธยมปลายอายุ 18 กลายเป็นผู้กำกับ ผู้คนจะหัวเราะกันอย่างมาก แต่หากเป็นนักเขียนผู้มีพรสวรรค์อายุ18ปี กลายเป็นผู้กำกับนั้น ผลลัพธ์จะต่างกัน

แน่นอนอาจมีคำติอยู่บ้าง แต่ต้องมีบางคนที่คิดว่า เด็กอัจฉริยะ นี่อาจจะทำได้จริงๆก็ได้

เอริคพูดว่า ผมยอมรับขอเสนอ แต่ตอนนี้ยังเป็นเพียงสัญญาปากเปล่า ผมยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสำนักพิมพ์ของคุณเลย

มันง่ายมากที่จะบอก ไมเคิลพูดอย่างใจเย็นว่า หนึ่งในนักเขียนที่ฉันรับผิดชอบได้อยู่ในรายชื่อหนังสือขายดีของ New York Times แม้ว่าเขาจะอยู่รายชื่อล่างๆก็ตาม แต่นั่นไม่ได้ช่วยหยุดให้ Twentieth Century Fox ซื้อลิขสิทธิ์และทำให้มันกลายเป็นภาพยนต์ในปีที่จะถึงนี้

เอริคไม่ได้สงสัยในสิ่งที่ไมเคิลพูด เขากล่าวว่า แล้วเมื่อไหร่เราจะพูดถึงความร่วมมือนี้

ไมเคิลตะลึงเป็นเวลาสองวิแล้วพูดขึ้น คุณ-คุณ ยอมรับข้อเสนอแล้ว ?

ใช่แล้ว เอริคหยักหน้าแล้วยิ้ม พูดตรงๆ ผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นหนังสือของผมวางขายแล้ว

งั้นไว้พูดคุยกันคืนนี้เป็นไง? ฉันคิดว่าคุณควรต้องทำงานเสียก่อนตอนนี้ ไมเคิลชี้ไปที่ทางเข้าร้านซึ่งลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ

หลังจากทั้งสองคนเห็นตรงกัน ไมเคิลก็ออกจากร้านอาหารด้วยความพึงพอใจ

เอริค นายคุยอะไรกับผู้ชายคนนั้น? นายดูมีความสุขผิดปกติ เจฟถามขึ้น เอริคเพิ่งบอกว่าเขามีเรื่องสำคัญที่จะคุยกับชายคนนั้น เป็นธรรมดาที่เขาจะอยากรู้อยากเห็น

เอริคส่งเมนูให้ลูกค้าแล้วเข้าไปที่ห้องครัวแล้วตอบว่า โอ้ ใช่ๆเจฟ ผมมีข่าวจะบอก ผู้ชายคนนั้นเขาเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ หนังสือของผมจะได้รับการตีพิมพ์เร็วๆนี้

เจฟรู้สึกสับสนแล้วมองเอริคแปลกๆ ตีพิมพ์นวนิยาย? เมื่อวานนายเพิ่งบอกว่าอยากเป็นผู้กำกับ และอยากเขียนบทภาพยนต์ ? นายทิ้งความฝันอย่างรวดเร็วแล้วกลายเป็นนักเขียนงั้นหรอ ?

เอริคกล่าวว่า แน่นอนว่าไม่ใช่ เป้าหมายของผมไม่เคยเปลี่ยน งานเขียนนี้ไม่ได้ทำให้ผมไม่ได้เป็นผู้กำกับสักหน่อย ผมมีต้นฉบับอยู่ในกระเป๋าในห้องแต่งตัว เจฟคุณจะลองอ่านแล้วให้ความคิดเห็นหน่อยได้ไหม ?

เจฟคิดว่างานเขียนของเอริคน่าจะเป็นเพียงเรื่องสั้น 1000 คำ แต่เมื่อเขาได้เห็นกระดาษหนาเป็นปึก

เจฟรู้สึกช็อคอย่างมาก นักเขียนที่เขียนงานเขียนเล่มนึงเกิน 150,000 คำ มีไม่มากนัก

เขาใช้เวลาในช่วงกลางวันไปอ่าน พนักงานร้านตระหนักได้ว่าเจ้านายของเขาหายตัวไปนานหลายชั่วโมง

เจ้านายเขานั้นมักจะเดินอยู่รอบๆเสมอๆ เพราะแบบนั้นมันจึงแปลกมาก

เมื่อพวกเขาคุยกันว่าควรจะออกไปตามหาดีหรือไม่ เจฟก็ออกมาจากห้องแต่งตัว เขาตบไหล่เอริคแล้วพูดว่า มันเป็นนิยายที่ยอดเยี่ยม! นายคงได้ลาออกจากที่นี่เร็วๆนี้เป็นแน่ ด้วยคำพูดที่เจฟทิ้งไว้ ทำให้กลุ่มคนรอบๆ เข้ามาล้อมรอบสอบถามเอริคเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น

และด้วยเหตุนี้ตลอดช่วงบ่ายเหล่าพนักงานเสริฟและคนครัว ได้ผลัดกันเข้าไปในห้องครัวขออ่านผลงานของเอริค มีพนักงานสาวสวยหน้าตาดีบางคนมาถามเขาว่าขอเอากลับไปอ่านที่บ้านได้ไหม

เอริคไม่ได้แยแสกับท่าทางสาวสวยที่ขยิบตาให้ เขาปฎิเสธคำขอดังกล่าว ก่อนหนังสือได้ถูกตีพิมพ์เขาไม่ต้องการให้เกิดเหตุร้ายอะไรขึ้น

จบบทที่ Chapter 4 - ชักจูง

คัดลอกลิงก์แล้ว