เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 2 - แรงบันดาลใจจากการทะเลาะ

Chapter 2 - แรงบันดาลใจจากการทะเลาะ

Chapter 2 - แรงบันดาลใจจากการทะเลาะ


Chapter 2 แรงบันดาลใจจากการทะเลาะ

เอริค วางมือจากเครื่องพิมพ์ดีดของเขาแล้วเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก

เขาจดเรื่องราวต่างๆในอดีตไว้ในสมุดโน็ตเล่มบาง เป็นเวลา 1 วัน

นับตั้งแต่ค้นพบความสามารถในการจำอันแสนพิเศษของเขา

24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เอริคได้คิดวางแผนเกี่ยวกับอนาคตของเขาอย่างรอบคอบ

เขาขอลาหยุด และซื้อเครื่องพิมพ์ดีดมือสองซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำตามแผนของเขาให้สำเร็จ

หลังจากจัดงานศพให้ราล์ฟ เอริคมีเงินสดเหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้อยเหรียญ

ประเทศที่พัฒนาแล้วทางตะวันตกมีสวัสดีการสังคมสังเคราะห์ที่ดีแต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยในเรื่องนี้

โชดยังดีที่บ้านนี้เป็นของเขาโดยชอบธรรม ไม่อย่างงั้นเมื่อเขาขาดเงินค่าเช่า

คงไม่พ้นถูกระเห็ดออกไปนอกข้างถนน ในการซื้อเครื่องพิมพ์ดีดนั้น เอริคต้องขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าจากเจฟ มาเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อ

เพื่อจะไปให้ถึงความฝันตัวเขาต้องเข้าไปสู่วงการมายาของฮอลลิวู้ดเสียก่อน

พักเรื่องการกำกับหนังหรือการแสดงไว้ก่อน หลังจากพิจารณาอย่างเหมาะสมแล้ว

สิ่งที่เขานึกออกก็คือ ควรจะเป็นนักเขียนบทหนังเสียก่อน

แม้ว่าผู้คนมักจะบอกว่านักเขียนบทหนังมักจะมีรายได้ต่ำ แต่มันไม่เป็นความจริง

เพราะนักเขียนบทหนังที่ยอดเยี่ยมหลายคนมักจะหันมากำกับหนังหรืออำนวยการผลิต

อย่างในฮ่องกงก็เช่นกัน

เอริควางกระดาษเปล่าลงในเครื่องแล้วพิมพ์ว่า : จูราสสิก ปาร์ค

ใช่แล้วภาพยนต์ที่ทำรายได้มากที่สุดในปี 1990

ในชีวิตที่แล้วของเอริคไม่ว่าจะดูจากเทปหรือในโรงภาพยนต์ เมื่อไดโนเสาร์ปรากฎในหน้าจอ

ความรู้สึกเดียวที่พวกเขารู้สึกได้ก็คือ ตกตะลึง

ในความทรงจำของเขานวนิยายเรื่อง จูราสสิก ปาร์ค ได้รับการตีพิมพ์ในปี 1990

มีเนื้อหาประมาณ 150,000 คำ ในตอนนี้ไมเคิล ไครชตัน ยังไม่ได้เริ่มที่จะเขียนมัน

เขาเลยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์

ปากของเอริคโค้งออกเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในภาพยนตร์ขณะพิมพ์ลงบนแป้น

สิ่งที่เขาพิมพ์ไม่ใช่สคริปหนัง แต่เป็นนวนิยาย ในอดีตหลังจากดูหนังเขาก็ได้ซื้อหนังสือนวนิยาย

แล้วอ่านมันอีกหลายรอบ ตอนนี้ความทรงจำในอดีตกำลังถูกแปลจากภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษด้วยความทรงจำของร่างนี้

เขายังไม่เขียนสคริปหนังเรื่องนี้โดยตรง เพราะหากมอบให้บริษัททำภาพยนต์โดยตรง

ในตอนนี้มีโอกาสสูงที่จะถูกโยนทิ้งลงถังขยะ จำนวนบทหนังที่สตูดิโอในฮอลลีวู้ดได้รับแต่ละวัน

นั้นมีจำนวนมากเป็นภูเขา นอกจากนี้เอริคต้องการลิขสิทธิ์เรื่องนี้เพื่อให้หนังอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา

ถ้าหากเอริคเขียนสคริปหนังส่งไปแล้วพวกเขาทำเป็นภาพยนต์

บริษัทที่ทำอาจจ่ายให้เอริค เพียง 100,000 ดอลล่า ถ้าโชคดีก็คงได้โบนัส

ธุรกิจนี้เป็นประโยชน์ต่อทุกคน แต่เอริคไม่ได้สนใจในเรื่องนี้เท่าไหร่

ยังไงก็ตามในกรณีที่เขามีลิขสิทธิ์นวนิยาย สำเนาฉบับภาพยนตร์ก็จะเป็นสิทธิของเขาด้วย

เอริคเพียงจำเป็นต้องรอโอกาสที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด

เขาจมอยู่กับการทำงาน รู้ตัวอีกทีก็ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว

เอริควางมือจากแป้นพิมพ์ ก็ตะหนักได้ว่าเขาพิมพ์มาหลายชั่วโมงแล้ว

ท้องเขาก็เริ่มส่งเสียงร้องออกมา

เอริคลุกขึ้นบิดขี้เกียจแล้วมองไปยังกองกนะดาษหนาๆบนโต๊ะ

ความเร็วในการพิมพ์เช่นนี้ต้นฉบับควรจะเสร็จสมบูรณ์ในเวลาหนึ่งอาทิตย์

แต่ยังไงเขาก็ยังต้องทำงานในร้านของเจฟไม่อย่างนั้นก็คงอดตายเสียก่อน

เมื่อเดินเข้าไปห้องครัวเอริคก็ทำอาหารง่ายๆเป็นข้าวกับไข่กวนใส่มะเขือเทศ

ขนมปังและเนยยังคงอยู่ในตู้เย็น ถึงแม้เขามีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม

แต่นิสัยของคนเอเชียก็ยังฝังแน่นในตัวเขา

หลังจากกินเสร็จแล้ว เอริคก็เดินไปที่ระเบียงบ้านบนชั้นสองและเอนตัวลงนั่ง

มองทิวทัศน์ยามค่ำคืนรอบๆ บ้านที่เขาอยู่มีพื้นที่น้อยกว่า 200 ตารางเมตร

เป็นบ้านสองชั้นที่มีสวนเล็กๆ

พ่อของเอริคไม่ใช่คนร่ำรวย และเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูดอะไรมาก

ชีวิตของทั้งคู่นั้นดูแย่มาก พวกเขาย้ายไปมาเจ็ดถึงแปดครั้ง

จากอังกฤษจนถึงลอส แองเจลลิส เอริคจำไม่ได้ว่าทำไมเพราะยังเด็กเกินไป

แต่ถ้าพูดจริงๆในปัจจุบันเขาก็ยังไม่เข้าใจมัน การลืมซะคงจะดีกว่า

หลังจากย้ายมา ลอส เอนเจลลิส ราล์ฟพาเอริคตัวน้อยเดินไปตามถนนกว่าสองวัน

ในที่สุดก็ได้รับความช่วยเหลือจากนายหน้าขายที่ จนได้ซื้อบ้านพร้อมสวนเล็กๆ

เขาพักอยู่ที่ระเบียงชั่วครู่หนึ่งและวางแผนจะกลับไปพิมพ์จูลาสสิก ปาร์คต่อ

ก็ได้ยินเสียงดังเหมือนเสียงแก้วกระแทกลงพื้น เอริคมองไปยังเพื่อนบ้านทางฝั่งตะวันตก

เป็นบ้านรังเคิล มีคู่สามีภรรยาอายุ 40 ปี มีลูก 3 คน ลูกชายคนโตอยู่มหาลัย

ลูกสาวอยู่โรงเรียนประจำและลูกชายคนเล็กมีอายุเพียง 7 ปี

คู่สามีภรรยาคู่นี้อาจอยู่ในวิกฤตชีวิตคู่ พวกเขาทะเลาะกันบ่อยมากในช่วงหลายวันมานี้

แม้เอริคจะมีความสัมพันธ์อันดีกับบ้านรังเคิล แต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปห้าม

ถ้าเขารีบวิ่งไปหาพวกนั้นอาจทำให้เกิดความอึดอัดใจบางอย่างระหว่างพวกเขา

หลังเสียงการโต้เถียงกันหยุดลง ประตูก็เปิดขึ้น ชาร์ล รังเคิล ก็เดินออกมาจากบ้าน

เขาสวมเสื้อเชิ้ตและมีหัวยุ่งๆ เขาหันไปหาผู้หญิงที่ประตูแล้วตะโกนว่า

พอกันที! ฉันทนมามากแล้ว! นี่มันเลวร้าย! ถ้าฉันไม่ได้ย้ายมาลอสแองเจลิส

เพื่อแต่งงานกับเธอ บางทีป่านนี้ฉันอาจได้เป็นผู้บริหารของGMก็ได้ แล้วดูเธอตอนนี้สิ โอ้พระเจ้า!

ไปลงนรกซะ ! คุณนายรังเคิลมักพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ตอนนี้ฟังจากเสียงของเธอนั้น ทั้งโกรธแค้นและหยาบมาก

เมื่อก่อนมีคนตามจีบฉันมากมาย มีคนหนึ่งตอนนี้เป็นสมาชิกวุฒิสภาที่แคลิฟอร์เนีย อีกคนกำลังค้าขายน้ำมันดิบ ในตะวันออกกลาง คุณได้ยินไหมฮะ? เงินเดือนของพวกเขามากกว่ารายได้ของคุณเป็นร้อยเท่า คนที่ควรเสียใจน่ะควรจะเป็นผู้หญิงคนนี้ เข้าใจไหม คุณผู้บริหาร GM !

เมื่อคุณนายรังเคิลพูดจบเธอก็โยนเสื้อแจ็คเก็ตสีดำออกแล้วกระแทกปิดประตูเสียงดัง

ชาร์ล รังเคิล หยิบมันขึ้นมาตบเบาๆเขาลุกขึ้นแล้วมองมาที่เอริคที่ยืนอยู่บนระเบียง

ขอโทษทีรบกวนนายนะ เอริค ชาร์ลยิ้มให้เขา

ไม่เป็นไร ชาร์ล....นายเข้ามาก่อนไหม? เอริคพูด

ชาร์ลส่ายหัว ...ไม่ล่ะ ขอบคุณนะ..ฉันว่าจะไปที่บาร์สักหน่อย..ฉันจะกลับมาเมื่อแมรี่สงบลงแล้ว

ชาร์ลพยักหน้าให้เอริคแล้วขับรถออกไป

เอริคกลับมาที่ห้องของเขา เมื่อนึกถึงฉากการทะเลาะวิวาทของคู่สามีภรรยารังเคิล

ก็เกิดประกายความคิดในใจเขา ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะก็ใส่กระดาษในเครื่องพิมพ์ดีด

ไอเดียก็ปรากฎชัดเจนขึ้น

ในช่วงสองวันที่ผ่านมาเอริคได้คิดถึงบทภาพยนต์เรื่องแรกของเขา

ตอนนี้เขามีคำตอบแล้ว มีบทที่สมบูรณ์แบบสำหรับเขาถึงแม้จะมีความต่างของช่วงเวลาอยู่บ้าง

จบบทที่ Chapter 2 - แรงบันดาลใจจากการทะเลาะ

คัดลอกลิงก์แล้ว