- หน้าแรก
- ภารกิจพลิกชะตาตัวร้าย
- บทที่ 18 บุตรสาวของแม่พระ 4
บทที่ 18 บุตรสาวของแม่พระ 4
บทที่ 18 บุตรสาวของแม่พระ 4
"เจาตี้ พ่านตี้ มาดูเร็ว นี่คือน้องชายของพวกเจ้า พวกเจ้าต้องดีกับน้องนะรู้ไหม? ต่อไปนี้น้องชายคือหลักและที่พึ่งของพวกเจ้า จะไม่มีใครกล้ารังแกพวกเจ้าอีก"
จิ่วซี: เจ้าไม่รังแกพวกนางก็ขอบคุณฟ้าดินแล้ว
จางเจาตี้วัยสิบขวบจูงจางไหลตี้วัยแปดขวบมองก้อนเนื้อในอ้อมแขนของแม่พระอย่างระมัดระวัง ยื่นมือออกไปอยากจะลูบน้องชาย แต่ถูกแม่พระห้ามไว้
"น้องยังเล็กเกินไป รอน้องโตกว่านี้เจ้าค่อยพาน้องไปเล่น ของอร่อยของสนุกอะไรก็เก็บไว้ให้น้องนะ เจาตี้ พ่านตี้ ต้องเป็นพี่สาวที่ดีนะรู้ไหม?"
เด็กหญิงทั้งสองทำหน้างงงวย อ๊ะ ไม่ใช่สิ พยักหน้าอย่างไม่เข้าใจ
จิ่วซี: ขอร้องล่ะ แบ่งความรักของแม่พระให้เด็กหญิงสองคนนี้บ้างเถอะ! อย่าบังคับให้ข้าลงมือนะ?!
ในไม่ช้าก็ถึงงานเลี้ยงฉลองครบเดือนของลูกชายน้อยเรือนรอง วันนี้ญาติพี่น้องตระกูลจางมากันหมด พ่อพระเอกที่ลึกลับไม่เคยปรากฏตัวก็มาปรากฏตัวในงานเลี้ยงด้วย
จางเหล่าไท่ไท่พาจิ่วซีนั่งที่โต๊ะของผู้อาวุโสตระกูลจาง
ตั้งแต่ที่จิ่วซีทำนายว่าแม่พระจะคลอดลูกชาย จางเหล่าไท่ไท่ก็เชื่อว่าจิ่วซีเป็นคนมีบุญ ไปไหนมาไหนก็พาไปด้วยตลอด
วันนี้แม่พระมีความสุขมาก
สามีกลับมาแล้วยังนำเครื่องประดับชุดใหม่มาให้ แถมยังตั้งชื่อที่ดูน่าเกรงขามให้ลูกชายน้อยด้วยตัวเองว่า จางจินหู่! ซึ่งมีความหมายว่าลูกชายน้อยจะองอาจกล้าหาญและสร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูล
บุตรสาวคนก่อน ๆ ไม่ได้โชคดีขนาดนั้นที่จะได้รับความพยายามอย่างหนักจากพ่อพระเอกในการตั้งชื่ออย่างจริงจัง
แน่นอนว่าแม่พระก็ไม่เคยคิดว่าการทำเช่นนี้มีอะไรผิด อีกอย่างนางก็ตั้งชื่อที่มีความหมายดีๆ ให้ลูกสาวทั้งสองคนแล้วไม่ใช่หรือ?
ส่วนเหตุผลที่จิ่วซีสามารถรอดพ้นจากชื่อพิเศษอย่าง เจาตี้ พ่านตี้ ไหลตี้ ซีตี้ ว่างตี้ ได้นั้น
เป็นเพราะตอนนั้นแม่พระไม่คิดว่าเส้นทางการขอลูกชายของตนจะยากลำบากและคดเคี้ยวถึงเพียงนี้
แน่นอนว่ายังมีอีกเหตุผลหนึ่งคือตอนนั้นจิ่วซีถูกเลี้ยงดูอยู่ที่บ้านตายาย คุณตาเป็นครูสอนหนังสือในเมือง ชื่อจางจิ่วซีก็เป็นคุณตาที่ตั้งให้
พ่อพระเอกอุ้มลูกชายน้อยพร้อมกับพาแม่พระมาที่โต๊ะของจางเหล่าไท่ไท่เพื่อคารวะสุรา
【ระบบ: มาแล้วๆ จะก่อเรื่องแล้ว】
จิ่วซีมองทั้งสองคนที่เดินเข้ามาอย่างมีความสุข ใบหน้าก็เผยให้เห็นสีหน้าคาดหวัง
"ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว เมื่อหลายวันก่อนตอนที่เสี่ยวอ้ายคลอด ต้องขอบคุณท่านแม่ที่คอยดูแลจัดการทุกอย่าง ลำบากท่านแม่แล้ว"
พ่อพระเอกพูดจบก็กำลังจะส่งลูกให้แม่ของตน แต่กลับถูกแม่พระดึงให้คุกเข่าลง
จิ่วซีเห็นดังนั้นก็ลุกจากที่นั่งพรึ่บ แล้วก็พรึ่บมาอยู่ตรงหน้าแม่พระกับพ่อพระเอก
แล้วใช้แรงที่ดูเหมือนจะนุ่มนวลแต่อ่อนโยน ทว่าแฝงไว้ด้วยพลังมหาศาลดึงทั้งสองคนขึ้นมาจากพื้นอย่างแรง
พ่อพระเอก: "..."
แม่พระที่กำลังจะกล่าวสุนทรพจน์ยืดยาว: "..."
จิ่วซีเห็นทุกคนมองมาที่ตน ก็รีบพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะคำนึงถึงส่วนรวม เข้าอกเข้าใจและรู้ความว่า "ท่านพ่อท่านแม่ วันนี้เป็นวันมงคลของตระกูลจาง เป็นงานเลี้ยงครบเดือนของน้องเล็ก จะมาคุกเข่ากันพร่ำเพรื่อไม่ได้นะเจ้าคะ เป็นลางไม่ดี!"
"มาเถิดเจ้าค่ะ ท่านแม่รีบมานั่งตรงนี้ พื้นเย็นระวังจะป่วยนะเจ้าคะ"
จิ่วซีดึงแม่พระอย่างแรงแล้วกดให้นั่งลงบนที่นั่งของตน ทำหน้าเหมือนว่าข้าเป็นห่วงท่านนะ
แม่พระที่ถูกขัดจังหวะการแสดงสดอัดอั้นไปด้วยหลักการใหญ่โตเต็มท้อง
นางยังไม่ทันได้แสดงความสามารถในการมองการณ์ไกลและรู้จักกาลเทศะของตนเองเลย!
ผู้อาวุโสในตระกูลหลายคนมองจิ่วซีอย่างพอใจ พยักหน้าไม่หยุดพร้อมกับส่งสายตาชื่นชมไปให้นาง
จิ่ว.ผู้มองการณ์ไกล.ซีมีรอยยิ้มที่เหมาะสมประดับอยู่บนใบหน้า ไม่ได้อ่อนน้อมหรือหยิ่งยโส ทำให้ผู้อาวุโสในตระกูลยิ่งพอใจมากขึ้น
"ท่านพี่สะใภ้จาง นี่คือเด็กหญิงที่เพิ่งรับกลับมาหรือ? รู้จักกาลเทศะ สง่างาม กตัญญูเอาใจใส่ ไม่เลว ไม่เลวเลย!"
ผู้อาวุโสอีกคนที่มีหนวดเคราขาวโพลนลูบเคราที่รักของตนเอง ในแววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม: "ไม่เลว เด็กคนนี้มีสง่าราศีของตระกูลจางเรา ท่านพี่สะใภ้สั่งสอนได้ดีมาก!"
คำพูดเหล่านี้ทำให้จางเหล่าไท่ไท่ยิ้มไม่หุบ จิ่วซีอยู่ในการดูแลของนาง คนเหล่านี้ชมจิ่วซีก็เหมือนกับชมนางนั่นแหละ
จางเหล่าไท่ไท่พูดกับจิ่วซีว่า: "จิ่วซี มาคารวะท่านอาวุโสทั้งหลายเร็วเข้า"
บนใบหน้าของจิ่วซียังคงมีรอยยิ้มที่เหมาะสมและไม่เสียมารยาท หลังจากคารวะทีละคนแล้ว ก็หันไปยิ้มแยกเขี้ยวให้แม่พระ
แม่พระ: ...นางจะทำอะไรอีก!
ระบบ: การแสดงเริ่มขึ้นแล้ว
"จิ่วซีขอขอบคุณคำชมของท่านอาวุโสทุกท่าน วันนี้เป็นงานเลี้ยงครบเดือนของน้องชายข้า จิ่วซีขอขอบคุณท่านอาวุโสทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงาน"
พูดจบยังแสร้งทำเป็นโค้งคำนับพยักหน้า ทำท่าทางเหมือนผู้ใหญ่ที่รู้ความและมีมารยาท
เสียงปรบมือทำลังจะดังขึ้น จิ่วซียกมือทั้งสองข้างขึ้นกดลงเล็กน้อย เป็นสัญญาณว่าอย่าเพิ่งปรบมือ ข้ายังพูดไม่จบ
จิ่วซีหันไปมองพ่อพระเอกและแม่พระของตน
บนใบหน้ายังคงเป็นรอยยิ้มที่เหมาะสมไร้ที่ติ คำพูดที่กล่าวออกมาก็ยังคงรอบคอบและไพเราะเช่นเคย
"ถือโอกาสนี้ ข้าขอขอบคุณท่านย่าของข้า ขอบคุณที่ให้โอกาสข้าได้เรียนหนังสือคัดอักษรและสอนหลักการดำเนินชีวิตให้แก่ข้า สองคือขอบคุณท่านแม่ที่ให้กำเนิดน้องชายที่น่ารักให้แก่ข้า สามคือขอบคุณตระกูลจางที่ให้ความคุ้มครอง! สี่คือขอบคุณทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ที่รับฟังคำพูดจากใจจริงอันไม่ประสาของข้า! ขอบคุณ!"
แปะๆๆ!
ทันทีที่สิ้นเสียง ก็มีเสียงปรบมือดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง
จิ่วซีเชิดหน้าอกขึ้น รับคำชมอย่างสบายใจ
ไม่น่าแปลกใจเลยที่แม่พระชอบบีบคั้นทางศีลธรรม อ๊ะ ไม่ใช่สิ คือการแสดงความสามารถในการมองการณ์ไกลของตนเอง
ความรู้สึกที่ได้ชี้นิ้วสั่งการ ใช้คำพูดวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น ยืนอยู่บนจุดสูงสุดทางศีลธรรม เสียสละผู้อื่นเพื่อสร้างชื่อให้ตัวเองนี่มันดีจริงๆ!
นางชักจะติดใจความรู้สึกแบบนี้แล้วสิ
【ระบบ: ถ้าโฮสต์กลายเป็นแบบนี้ โฮสต์ก็จะสูญเสียข้าผู้น่ารักคนนี้ไปตลอดกาล】
【จิ่วซี: ...】
แม่พระนั่งอยู่ข้างๆ จางเหล่าไท่ไท่ ยิ้มอย่างฝืนๆ
รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตกงาน ทำอย่างไรดี?
เด็กคนนี้ไปเรียนรู้เทคนิคการแสดงของนางมาจากไหนก็ไม่รู้ แย่งบทของนางไปหมดเลย
ไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ความโดดเด่นของลูกชายนางก็จะถูกแย่งไปหมด
หลังจากแม่พระเตรียมอารมณ์พร้อมแล้วกำลังจะอ้าปากพูด ก็ถูกจิ่วซีขัดจังหวะอีกครั้ง
"ข้าจำได้ว่าท่านย่าเคยบอกข้าว่า การอ่านหนังสือทำให้คนฉลาด ตระกูลจางของเราก็เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียง คุณอาสามของข้าก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ ดังนั้นในฐานะคนรุ่นใหม่ เรายิ่งต้องไม่ทำให้ตระกูลจางเสื่อมเสีย ดังนั้น ข้าจึงอยากให้ท่านย่าอนุญาตให้น้องสาวทั้งสองคนได้เรียนหนังสือและคัดอักษรกับข้าด้วย"
วันนี้จางเหล่าไท่ไท่อารมณ์ดีเป็นพิเศษ จิ่วซียังสร้างชื่อเสียงให้นางไม่น้อย ตัวนางเองก็เป็นสตรีสูงศักดิ์ ไม่ได้ต่อต้านการที่เด็กผู้หญิงจะเรียนหนังสือ
เมื่อเห็นว่าจางเหล่าไท่ไท่กำลังจะตอบตกลง แม่พระก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
"จิ่วซีเจ้าอย่าก่อเรื่องเลย เด็กผู้หญิงเรียนหนังสือไปจะมีประโยชน์อะไร ในอนาคตก็ต้องแต่งงานปรนนิบัติสามีอยู่ดี ถ้าให้ข้าพูด การได้แต่งงานกับสามีที่ดีสำคัญกว่าสิ่งใด เจ้าเป็นคนชอบเอาชนะแบบนี้ ในอนาคตจะปรนนิบัติสามีได้ดีได้อย่างไร?"
ปรนนิบัติสามี ปรนนิบัติสามี จิ่วซีฟังแล้วก็โมโหจนไฟลุกท่วมหัว ชนิดที่ว่าภูเขาไฟที่ดับแล้วก็ยังสามารถทุบให้ระเบิดได้
ตอนนี้นางได้ยินคำว่าปรนนิบัติสามีแล้วรู้สึกเบื่อหน่าย ไอ้สามีเวรตะไลนั่นอยู่ที่ไหนจงตายมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะตบให้แม่เจ้าจำหน้าไม่ได้เลย
อยากจะเปิดหัวของแม่พระดูจริงๆ ว่าข้างในมีอะไรอยู่