- หน้าแรก
- เกมวันสิ้นโลก ที่พักพิงระดับเทพ
- (ฟรี)บทที่ 235 ตกตึก, ข้าวกล่อง
(ฟรี)บทที่ 235 ตกตึก, ข้าวกล่อง
(ฟรี)บทที่ 235 ตกตึก, ข้าวกล่อง
ใบหน้าของไป๋เถาเผยสีหน้าหวาดกลัว “ฉันไม่รู้ค่ะ ฉันรู้แค่ว่า คนของสำนักบังคับใช้กฎหมาย มีอำนาจประหารชีวิตคนที่ไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียม เข้ากำไลเพียงแค่วันเดียว”
เธอยกสายตาที่ดูแห้งผากเล็กน้อยขึ้นมองเจียงลี่ และบีบเค้นรอยยิ้มที่ซีดเซียวออกมา
“ท่านผู้ใหญ่ ฉันสังเกตได้ว่าท่านไม่เหมือนกับคนอื่น คำพูดนี้ฉันก็พูดแค่กับท่าน อย่าลืมชำระค่าธรรมเนียมเข้ากำไลเป็นอันขาด หากลืมก็อย่าขัดขืนการจับกุม และต่อต้าน ไม่อย่างนั้นจะจบไม่สวยเลยค่ะ”
ไป๋เถาหวาดกลัวคนของสำนักบังคับใช้กฎหมายอย่างมาก ไม่ได้กลัวว่าพวกเขามีอำนาจประหารชีวิต แต่กลัววิธีการที่โหดเหี้ยมของพวกเขา
เธอเคยเห็นคนที่ขัดขืนการจับกุม และต่อต้านคนหนึ่ง ถูกดึงลิ้นออกมาทั้งเป็น แล้วผ่าท้องควักไส้เหมือนกับการฆ่าปลา ดึงลำไส้ออกมาแล้วลากไปให้สัตว์ร้ายภัยพิบัติที่พวกเขาเลี้ยงดูกิน
เลือดไหลนองไปทั่วพื้น ฉากนั้นโหดร้าย และรุนแรงอย่างมาก
ยังมีเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายธาตุไฟคนหนึ่ง ย่างคนคนหนึ่งทั้งเป็นจนสุก กลิ่นนั้นอบอวลไปทั่วพื้นที่พักอาศัย
พวกเธอเดินออกจากทางเดินในอาคาร เจียงลี่รู้ว่าไป๋เถามีเจตนาดี ที่บอกเรื่องนี้กับเธอ หากไป๋เถาไม่บอก เธอก็จะไม่รู้เรื่องนี้
เจียงลี่กำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ จู่ๆ ก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างที่อยู่ด้านบน มือข้างหนึ่งคว้าตัวไป๋เถาที่อยู่ข้างกาย แล้วลากเธอไปไกลกว่าสิบก้าว ทันทีที่หยุดเดินก็ได้ยินเสียง ‘ปัง’ ดังมาจากข้างหน้า
เงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นร่างไร้วิญญาณร่างหนึ่งกระจัดกระจาย เละเทะเพราะตกลงมาจากที่สูง ศีรษะเละเทะ สมองกระเด็นไปทั่ว ใบหน้าบิดเบี้ยว แต่ยังคงสามารถมองออกได้ว่าร่างไร้วิญญาณนี้ คือผู้ตื่นรู้ที่ร้องอ้อนวอนต่อเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในทางเดิน ในอาคารเมื่อไม่นานมานี้
เจียงลี่และไป๋เถา เห็นกับตาว่าผู้ชายคนนั้นถูกเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายพาตัวไป แต่ไม่คิดเลยว่าเพียงชั่วครู่ ผู้ชายคนนั้นก็กลายเป็นร่างไร้วิญญาณอยู่บนพื้นแล้ว
“ฮ่าๆๆๆๆ”
“อี้เกอครับ คนๆนั้นค้างแค่แค่วันเดียวเอง และก็ไม่ได้ขัดขืนการจับกุมด้วย...”
“มือสกปรกของมัน ทำชายขากางเกงของฉันเปื้อน คนชั้นต่ำแบบนี้ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลียรองเท้าฉัน กล้าดียังไงมาแตะชายขากางเกงของฉัน”
“แต่ว่า ทางรองเจ้าสำนัก จะอธิบายลำบากนะครับ”
“อวี้ชิงจั๋วเป็นตัวอะไร ลูกนอกสมรสคนหนึ่งไต่เต้ามาจนถึงตำแหน่งรองเจ้าสำนัก วางใจเถอะ บอกว่าคนๆนี้ขัดขืนการจับกุม และตกตึกไปเอง เขากล้าดียังไงมาทำอะไรฉัน”
“...”
คนที่ตื่นรู้แล้วการได้ยินจะเพิ่มขึ้น เจียงลี่มีพละกำลังสูง แม้จะอยู่ไกลก็ยังสามารถได้ยินเสียงสนทนาที่ชั้นบนสุดได้
จากการสนทนาของทั้งสองคนที่ชั้นบนสุด สามารถฟังออกได้ว่าผู้ตายค้างค่าธรรมเนียมกำไลแค่วันเดียว และไม่ได้ขัดขืนการจับกุม
ผู้ตายเพียงแค่ไปโดนขากางเกงของอี้เกอ โดยไม่ได้ตั้งใจ ก็ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม
ร่างไร้วิญญาณที่ตกลงมาไม่ไกล ไม่ได้ตายจากการตกกระแทก บนร่างกายยังมีบาดแผลอื่นๆ เหมือนถูกคมดาบวายุกรีดผ่าน ร่างกายมีรอยแผลถูกมีดบาด ที่ลึกและน่ากลัว
เจียงลี่เงยหน้ามองขึ้นไปที่ชั้นบนสุด จากตำแหน่งของเธอสามารถมองเห็นได้แค่ตึกที่โค้งเล็กน้อย ตาข่ายลวดที่หนาแน่นพันกันเป็นร่างแห ช่องว่างแคบมากจนยากที่จะเห็นท้องฟ้า
มองไม่เห็นคนทั้งสองที่กำลังคุยกัน
เธอสามารถใช้ หนอนเส้นใย หรือจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติ ธาตุไม้ในธาตุทั้งห้า เหยียบไปบนเถาวัลย์เพื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุด แล้วฆ่าพวกเขาได้
แต่ว่า
วันนี้เป็นวันแรก ที่เจียงลี่มาที่เมืองตงเย่า
จากคำพูดของไป๋เถา สามารถฟังออกได้ว่าสำนักบังคับใช้กฎหมาย มีสถานะไม่ต่ำในเขตเมืองล่าง การที่สามารถทำตามอำเภอใจขนาดนี้ได้ ข้างหลังย่อมมีสิบตระกูลใหญ่คอยหนุนหลังอย่างแน่นอน
เมืองตงเย่าไม่เหมือนกับเมืองหั่วเหยียน ที่นี่มีระบบสอดแนมที่รัดกุมกว่า หากเธอลงมือ ร่องรอยจะกำจัดให้หมดจดยาก และจะถูกจับได้ง่าย
เจียงลี่ไม่ต้องการให้วันแรกของเธอเป็นวันแห่งการถูกไล่ล่า
แต่ การที่ตอนนี้ฆ่าไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตจะฆ่าไม่ได้
เจียงลี่หยิบหินเนตรใจออกมา หลับตาลง ใช้อุปกรณ์วิญญาณเพื่อสอดแนมสถานการณ์บนชั้นบนสุด
หินเนตรใจทำให้สิ่งก่อสร้างที่อยู่ตรงหน้าเธอ กลายเป็นเส้น ไม่มีอะไรขวางกั้น เธอจึงมองเห็นคนทั้งสองคนที่ยืนอยู่บนชั้นบนสุดได้ในทันที
รูปลักษณ์ของคนหนึ่งประทับอยู่ในดวงตาของเธอ ที่หน้าอกของคนๆนั้น มีตราสัญลักษณ์รูปดอกไอริสสีขาว
ในบรรดาคนทั้งสองคน มีเพียงผู้ชายที่ถูกเรียกว่าอี้เกอ เท่านั้น ที่มีมันอยู่ที่หน้าอก
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
เจียงลี่เก็บหินเนตรใจ ไป๋เถาที่อยู่ข้างกายยังคงจมดิ่งอยู่กับร่างที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น เธอใช้สองมือปิดปากไว้ กลัวว่าตัวเองจะร้องออกมา ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“ไปกันเถอะ ไป๋เถา” เจียงลี่พูดด้วยน้ำเสียงที่ปลอบประโลม
ไป๋เถาค่อยๆ ดึงตัวเองออกจากฉากนั้น บังคับตัวเองไม่ให้มองไปที่ร่างไร้วิญญาณนั้น ยกเท้าขึ้นอย่างยากลำบาก ร่างกายสั่นไม่หยุด
“ท่ะ…ท่านผู้ใหญ่ ท่านตามฉันมาให้ดีนะ”
เจียงลี่มองออกว่าคนคนนั้นคือคนที่เป็นหนี้ที่เพิ่งถูกสำนักบังคับใช้กฎหมายพาตัวไป และไป๋เถาก็มองออกเช่นกัน
ไป๋เถาเพิ่งจะพูดว่าสำนักบังคับใช้กฎหมายมีวิธีการที่โหดเหี้ยม แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจออีกครั้งโดยที่ไม่ได้เตรียมใจ เธออายุแค่สิบห้าสิบหกปีเท่านั้น เป็นเพียงคนธรรมดา จะทนรับไหวได้อย่างไร
อำนาจใดๆปะทะกัน เจียงลี่รู้ว่าตอนนี้พูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์ การรีบเดินไปก็เป็นเพราะไม่ต้องการเผชิญหน้ากับคนของสำนักบังคับใช้กฎหมาย ตอนนี้อย่างน้อยที่สุด เธอก็ไม่สามารถปะทะกับอำนาจใดๆ ได้
ดีที่ไป๋เถาไม่ได้จมดิ่งอยู่ที่นี่ตลอดไป จิตใจของเธอแข็งแกร่งมาก ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และกลับมาพูดคุยกับเจียงลี่เกี่ยวกับเรื่องการเช่าห้องต่อ
“กำไลไม่เพียงแต่จะบันทึกค่าใช้จ่าย ที่ท่านผู้ใหญ่อยู่ในเมืองหลักเท่านั้น แต่ยังสามารถบันทึกค่าเช่าห้อง รวมถึงค่าน้ำค่าห้องน้ำได้ด้วยค่ะ”
ไป๋เถาสอนเธอว่า ค่าใช้จ่ายในการอยู่ในเมืองหลัก และค่าเช่าห้องจะถูกหักโดยอัตโนมัติ ส่วนค่าน้ำ ค่าห้องน้ำ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ใช้ข้างนอก เพียงแค่นำกำไลไปใกล้กับกำไลของคนอื่น ก็จะสามารถหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นได้แล้ว
“ทุกครั้งที่หักเงิน ท่านผู้ใหญ่ต้องตรวจสอบหินประกายเพลิงที่เก็บไว้ในกำไลให้ดีนะคะ ร้านค้าบางแห่งใจดำ จะหักเกินไป ถ้าท่านไม่เจอทันที เงินที่ถูกหักไปแล้วก็จะไม่ถูกคืนกลับมาค่ะ”
เจียงลี่รับคำ
เดินผ่านทางเดินเล็กๆ ทีละสาย ชั้นหนึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้า ขายอาหารและน้ำสะอาด อาหารที่มีเนื้อต้องใช้หินประกายเพลิง 50 ก้อน ได้ปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น น้ำสะอาดหนึ่งลิตรก็ต้องใช้หินประกายเพลิง 10 ก้อน
เด็กๆ บางคนนั่งอยู่หน้าร้านและร้องเรียก เมื่อมีคนเดินผ่านไปมา เสียงก็จะดังขึ้น และแนะนำอาหารในร้านอย่างกระตือรือร้น
“ท่านผู้ใหญ่ วันนี้ข้าวกล่องมีเนื้อกุ้ง เนื้อตะขาบดำ... เห็ดมีเห็ดฟักทอง ถั่วงอก... แค่ 50 ปริมาณเยอะ รสชาติดี”
“ท่านผู้ใหญ่ ที่นี่ของฉันมีเนื้อเหล็ก หนึ่งกล่องแค่ 45 ราคาถูกที่สุดในร้าน อย่าพลาดเชียวนะ”
“...”
พวกเขาเพื่อจะรั้งลูกค้าไว้จึงเปิดฝากล่องข้าว เผยให้เห็นอาหารข้างใน กลิ่นหอมของอาหารนั้นรุนแรง ฟุ้งไปทั่วทางเดินเล็กๆ ที่แคบแทรกซึมเข้าไปในโพรงจมูกของคน ปลุกเร้าความอยากอาหาร
หากเป็นเจียงลี่ที่เพิ่งจะทะลุมิติมาที่นี่ และกินแมลงสาบแห้งมาตลอดทั้งวัน ได้กลิ่นอาหารหอมๆ แบบนี้ ตอนนี้คงจะหยุดซื้อสักกล่องจริงๆ
แต่หลังจากที่ได้กินอาหารที่เจียงอวี้ทำแล้ว เจียงลี่ก็แค่รู้สึกว่ามันหอมเฉยๆ และไม่ได้อยากเสียเงินเพื่อหยุดซื้อกิน
ต้องรู้ไว้ว่า การเช่าบ้านกรงนกหนึ่งห้อง ต้องใช้หินประกายเพลิง 10 ก้อนต่อวัน แต่ข้าวกล่องที่มีเนื้อที่นี่ กลับราคา 50 ก้อน คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ซื้อแค่ข้าวกล่องผัก ซึ่งราคาแค่ 15 ก้อน ถูกกว่าข้าวกล่องเนื้อมาก
เนื้อเดินไปที่ไหนก็แพง