เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13: การเรียนรู้ในเมืองหลวง

บทที่ 13: การเรียนรู้ในเมืองหลวง

บทที่ 13: การเรียนรู้ในเมืองหลวง


บทที่ 13: การเรียนรู้ในเมืองหลวง

"โอ้ว ใช่เลย! ลูนาเรียจ๋า" ลีอาห์ยังลังเลแต่อยากจะถามคำถามนี้เพราะเธอรู้สึกว่าเธอไม่ใช่คนแปลกหน้ากับลูนาเรียอีกต่อไป ดังนั้นเธอจึงกล้าได้กล้าเสียและถามว่า:

"เธอรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้หรอ?"

ลูนาเรียได้ยินคำถามและไม่พอใจ แต่ได้มองเห็นความวิตกกังวลของคนอื่น ๆ เธอเลยเข้าใจ

"ข้าเองรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่มีประสบการณ์มากและอำนาจเกินจะคาดการณ์ แต่ในฐานะบุคคลทั่วไปเขาเป็นคนดีและเป็นมิตร และถูกเรียกว่าผู้พิทักษ์สำหรับดุ๊กดอม ข้าคงไม่ได้กล่าวเกินจริงใช่ไหม?"

คำว่าผู้พิทักษ์! เป็นสิ่งที่เธอได้เรียนรู้จากข่าวสารที่แพร่กระจายจากหินเวทย์มนต์และอ้างถึงบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในบางเมืองที่มีอำนาจในการปกป้องทำให้พื้นที่ทั้งหมดอันตราย ด้วยเหตุของชื่อผู้พิทักษ์

"อ่าาา! เซอร์หล่าวเจอร์รี่อาจจะมีอำนาจมากแต่เขาไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์ ถ้างั้นคงไม่ต้องสุ่มเลือกดีกว่านะลูนาเรียจ๋า..."

รอสักครู่...เดี๋ยวไม่ใช่ ๆ ! !ข้าไม่ได้พูดถึงเซอร์หล่าวเจอรรี่ ข้าหมายถึงเซอร์คนอื่น ๆ และท่านรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับเขา? "

ลีอาห์รีบแก้คำถามของเธอ จนทำให้ลูนาเรีย สั่นสะท้านว่าชายแก่คนนี้คือคนที่แข็งแกร่งที่สุดใช่ไหม? เธอรู้สึกว่าเซอร์หล่าวเจอร์รี่เป็นเหมือนปีศาจยักษ์ที่เหนือที่สุด ทำให้ไม่มีใครสามารถเทียบได้ ใครมันจะมีพลังอำนาจได้เท่าเซอร์หล่าวเจอรรี่กันล่ะ!

"อ๋าาา! ถ้างั้นพี่ลีอาห์หมายถึงคน ๆ นั้นหรอ อื้มมม.....ถึงแม้จะยังไม่ได้พบกับเซอร์ดุ๊กฮิลเลียร์เลย แต่ก็สามารถมองว่าประเทศนี้มีขนาดใหญ่และเจริญรุ่งเรือง และได้รับความรักจากพลเมืองในเวลาเดียวกัน เขาจะต้องเป็นคนที่ชอบธรรมและเป็นคนดีมากแน่ ๆ"

"ไม่!!!ไม่ได้! อ๊าาาา ลูนาเรียจ๋า พวกข้าไม่สามารถพูดคุยเกี่ยวกับคนแก่นั้นได้หรอก? พวกข้ายังอยู่ในช่วงที่สำคัญ! พวกข้ากำลังพูดถึงชายหนุ่มที่เหมือนกับนายน้อย"

"พี่ลีอาห์ วันนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยมากและความเครียดในใจของข้ามันแย่ ไม่ใช่ว่าข้าไม่ชอบคุยกับพีลีอาห์นะ แต่วันนี้ข้าเหนื่อยกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากมาย เราจะทิ้งสิ่งแย่ ๆ ออกไปได้ไหมในวันพรุ่งนี้?

คราวนี้ลูนาเรีย ใช้กลยุทธ์วิธีหนึ่งแกล้งทำร้ายตัวเองเพื่อหลอกลวงศัตรู ลีอาห์พูดต่อหลังจากนั้นก็หยอกล้อและตั้งคำถามกับเด็กหญิงสาว อย่างต่อเนื่องไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนรับได้และถึงกระนั้นเธอก็รู้สึกผิด เธอเอาความคิดส่วนตัวมาพูด

"ไม่นะ! นี่เป็นความผิดของข้า ข้าหวังว่าเจ้าจะยกโทษให้กับพี่สาวคนนี้นะ"

"เอาล่ะ~ ข้าไม่ทราบว่าจะอยู่ที่นี่นานเท่าไรและข้ารบกวนทุกคนที่นี่ในวังของดุ๊ก ก็ถือว่าไม่ต้องใส่ใจมันหรอก" ลูนาเรียแสดงสีหน้าที่เอื้อเฟื้อและใจดีทันที เหตุนี้ทำให้ลีอาห์เห็นลูนาเรียเป็นนางฟ้าตัวเล็ก ๆ ที่คอยส่องแสง ทั้งสวยงามและยังใจดีทั้งยังเชื่อฟัง ระดับของภัยอันตรายก็ผ่านมาแล้วไม่ว่าจะใครหรือเพศไหนก็ตามคิดไปจนถึงนั้นเลย! ความคิดของลีอาห์ได้แสดงให้เห็นภาพของบุรุษที่หล่อเหลา

ใคร ๆ ก็จะตกหลุมรักเธอ...จริงไหม?

-------------- เส้นแบ่งของไทร์ ------------

"ขอโทษทีท่านข่าหมิง ที่ทำให้ท่านต้องรอนาน"

ไทร์เช็ดเลือดออกจากจมูกและลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีสั่น ๆ

ท่านข่าหมิงโก่งหลังและตอบด้วยน้ำเสียง...

"แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าอะไรบางอย่างผิดปกติกับร่างกายของเจ้า แต่ขอให้เรากับไปพูดกับหัวข้อนี้อย่างจริงจังก็แล้วกัน"

ประโยคนี้ทำให้ไทร์ไตร่ตรอง ดังนั้นเหตุผลที่อยู่ดี ๆ ท่านข่าหมิงก็เงียบไป ก็เพราะเขาไม่สามารถระบุได้ว่า อะไรที่ทำให้ตัวไทร์มีเลือดกำเดาออกกับพลังเทพของเขากันแน่?

"ถ้าเจ้าต้องเลือกอาวุธสักชิ้น เจ้าจะเลือกอะไรรึ?"

ขณะที่ไทร์กำลังตัดสินใจอยู่ ท่านข่าหมิงก็เริ่มพูดบังคับให้ไทร์หลุดจากความนึกคิด ไทร์ได้เกิดความคาดหวังและเริ่มถาม:

"ท่านข่าหมิง ท่าน...ท่านจะให้อาวุธอะไรแก่ข้าหรอ?"

"ทุกสิ่งทุกอย่างมีความชัดเจน เทพธิดาทำให้ไม้และหญ้าทั้งหมดเป็นที่มาของการกำเนิดของอาวุธ ตั้งแต่เจ้าเรียนรู้สิ่งที่ข้าสืบทอดให้ ข้าคิดว่าเจ้าจะสามารถใช้สิ่งที่เจ้านึกฝันเหล่านี้ได้อย่างไร?" ท่านข่าหมิงโบกกล้ามปูอันใหญ่และจ้องมองที่ไทร์กับรูปลักษณ์ที่น่าเกลียดและก็ไม่มีวี่แววที่จะเก่งขึ้น แต่อีกสิ่งที่ท่านข่าหมิงมองนอกจากความน่าเกลียด...

"โอ้ว! เหมือนกันเลย" เมื่อเปรียบในตัวเขา ไทร์มีสิ่งหนึ่งที่ปิดบังความเศร้าของเขาทำให้ท่านข่าหมิงรับรู้

"เจ้าเหมือนกับเด็กดื้อซนทำให้ข้าต้องวางมาด แม้หลังจากที่สูญเสียความทรงจำไปเจ้าอาจจะตกอยู่ในความโลภไม่ช้าก็เร็ว อย่างเช่นคนอายุน้อย แต่ชอบโลภในผลประโยชน์ อะไรก็ตาม รีบตัดสินใจเลือกอะไรดีไม่ดีและอย่าให้ข้าต้องคอยจ้องมองเจ้าอีก อ่าวเลือกมา? มีด หอก ดาบ ขวาน ไม้คฑา หรือค้อน ตราบเท่าที่เจ้าจะสามารถถือไว้ในมือได้...เลือกมา! "

"ไม่ว่าจะเป็นทักษะการต่อสู้แบบใด ข้าจะไม่จบลงด้วยกิ่งไม้......" ไทร์พูดพึมพำ

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจว่า:

"ถ้าข้าเลือกดาบ ท่านจะสอนอะไรข้าล่ะ?"

"หัวใจและวิญญาณของดาบอันศักดิ์สิทธิ์" ปูยักษ์ตอบด้วยความภาคภูมิใจ

"นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากสมัยโบราณทางทิศตะวันออก มันเป็นความสามารถของนักบุญในจักรวรรดิเวอร์มิลเลียน หลังจากได้รับการขัดเกลาจากข้าแล้ว ต่อไปคือจับคู่กับทักษะสนับสนุน "หวนคืนสู่สวรรค์และโลก" หัวใจและวิญญาณกลายเป็นสองสิ่งรวมกันก็คือดาบอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีสองสิ่งรวมกัน พลังของมันไม่มีที่สิ้นสุด"

"โอ้ว แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าข้าเลือกมีดล่ะ?"

"การล่มสลายของพระเจ้า" ปูยักษ์ดูเหมือนจะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เมื่อพูดถึงทักษะการต่อสู้เหล่านี้และความภาคภูมิใจของเขาเมื่อพูดถึงทักษะเหล่านี้

“นี่คือสิ่งที่ข้าคิดขึ้นมาเอง มันคือทักษะที่ใช้การโจมตีจากทั้งด้านซ้ายและด้านขวา กล้ามปูอันใหญ่ยักษ์ใช้โจมตี ฝ่ายตรงข้ามเมื่อใช้มันจะสร้างสนามหยุดยั้งธรรมชาติ ทำให้ความแรงของฝ่ายตรงข้ามลดลง 30% ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน รูปแบบนี้คือสิ่งเรียกว่า”การล่มสลายของพระเจ้า" แต่นี้ยังคงเป็นพื้นฐานเมื่อเจ้าฝึกทักษะนี้ไปยังระดับสูงแล้ว เจ้าจะสามารถปราบฝ่ายตรงข้ามได้อย่างสมบูรณ์และกลายเป็นที่กล่าวขาน ดังนั้นมันเป็นอย่างไร ไม่สำคัญหรอกว่าจะมีดหรือดาบ แต่สิ่งที่สุดยอดคือทักษะการต่อสู้ที่ถูกใช้โดยเทพ และไม่ว่าอันไหนก็ตาม ถ้าเจ้าได้ฝึกเป็นเวลาประมาณสามปี เจ้าจึงสามารถเรียกตัวเองว่าเป็นระดับสูงทรงแล้ว มา! เจ้าเลือกซะ.....ในขณะที่ข้ายังมีเวลา"

"โอ้ววว” ไทร์นั่งพิงคางและหลังจากที่เขาขบคิดเขาเลือกว่า:

"ข้าต้องการเรียนรู้วิธีใช้มีด...และข้าก็ต้องการเรียนรู้วิธีใช้ดาบด้วย!!!"

จบบทที่ บทที่ 13: การเรียนรู้ในเมืองหลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว