- หน้าแรก
- ชีวิตสบายๆ ของเหยียนเจี๋ยกวง
- ตอนที่ 80 หลิวหลานรับค่าแรง
ตอนที่ 80 หลิวหลานรับค่าแรง
ตอนที่ 80 หลิวหลานรับค่าแรง
พวกคนในครัวหลังเดินคุยกันไปจนถึงหน้าประตูฝ่ายการเงิน ถึงแม้แถวหน้าประตูจะยาวมากแต่ก็เป็นระเบียบเรียบร้อย ราวหนึ่งเค่อผ่านไป ในที่สุดก็ถึงตาหลิวหลาน
หลิวหลานหยิบตราของเธอกับเหออวี้จู้จากกระเป๋าออกมาแล้วกล่าวว่า “โรงอาหารที่สาม หลิวหลานกับเหออวี้จู้ นี่คือตราของพวกเรา” เจ้าหน้าที่การเงินค้นชื่อหลิวหลานกับเหออวี่จู้จากบัญชีรายชื่อแล้วกล่าวว่า “หลิวหลาน 17 หยวน 8 เหมา 4 เฟิน เหออวี้จู้ 35 หยวน 5 เหมา”
เจ้าหน้าที่การเงินอีกคนหนึ่งค้นจากกองซองจดหมายจนเจอซองที่มีชื่อหลิวหลานกับเหออวี้จู้ เขาดึงซองออกมาแล้วยื่นให้หลิวหลาน หลิวหลานรับซองแล้วนับเงินในนั้นทันที พอแน่ใจว่าไม่มีปัญหา เธอก็เก็บเงินกลับใส่ซอง จากนั้นก็รับใบรับรองสิทธิ์รับสวัสดิการจากเจ้าหน้าที่การเงินแล้วหมุนตัวออกจากฝ่ายการเงิน
“พี่จู้ มาช่วยหน่อย!” หลิวหลานถือของสวัสดิการปีใหม่ที่โรงงานแจก เดินเข้ามาในครัวหลังของโรงอาหารที่สาม เหออวี้จู้ได้ยินเสียงเรียกก็รีบก้าวมาหาเธอ รับของจากมือหลิวหลานแล้วถามว่า “ทำไมมีของแค่นี้ล่ะ?!”
หลิวหลานตอบว่า “ปีนี้โรงงานเรายังพอมีของแจกก็ดีแล้ว รอบๆ โรงงานอื่นอย่าว่าแต่สวัสดิการเลย แม้แต่ข้าวกลางวันยังเริ่มจำกัดจำนวนแล้ว”
“ก็จริงนั่นแหละ!” เหออวี้จู้เห็นด้วยแล้วกล่าวว่า “เดี๋ยวเธอลองไปซื้อของที่สหกรณ์มาหน่อยนะ ก่อนปีใหม่เอาไปให้พ่อกับแม่ที่บ้านเดิม ปีใหม่นี้พวกเราไม่ต้องไปแล้ว”
หลิวหลานเข้าใจความหมายของเหออวี้จู้ คิดดูตามสภาพตอนนี้แล้วก็ยอมว่า “ก็ได้ เราทำได้แค่นั้น”
“อาจู้!” ในตอนนั้นเอง ข่งเต๋อฝานเดินเข้ามาจากด้านนอก
เหออวี้จู้ถามว่า “ครับ หัวหน้ามีเรื่องอะไรหรือ?!”
ข่งเต๋อฝานกล่าวว่า “คืนนี้มีงานเลี้ยง นายคงต้องเหนื่อยหน่อยนะ”
เหออวี้จู้ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “ท่านหัวหน้า พอจะบอกได้ไหมครับว่าคืนนี้โรงงานเราจะมีงานเลี้ยงอะไร แล้วมีอาหารจำพวกไหนที่ภูเขาทานไม่ได้อีกไหมเพราะในโกดังเตาเล็กของเรามีของเหลืออยู่ไม่มาก”
ข่งเต๋อฝานถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ก็เพราะพวกจัดสรรเสบียงนั่นแหละ ตอนนี้โควต้าของแต่ละโรงงานก็ลดลง หัวหน้าโรงงานจะให้คนงานทำงานทั้งท้องว่างได้อย่างไรเล่า คราวนี้โรงงานเราจะเลี้ยงพวกหัวหน้าจากกรมเสบียง ขอแค่พวกเขาพอใจ พวกเราก็จะสบายขึ้น ฉันได้ยินมาว่าคราวนี้ที่มาเป็นคนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”
เหออวี้จู้ตอบว่า “เข้าใจแล้วครับ หัวหน้าวางใจได้เลยผมจะจัดการให้เรียบร้อย!”
“ดี เรื่องนี้ก็ฝากนายจัดการด้วยนะ ส่วนโกดังเล็กที่ของขาด ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อีก ปีใหม่ก็ใกล้แล้ว ฝ่ายจัดซื้อก็ไม่อยากไปถึงหมู่บ้าน คงต้องรอให้พ้นปีใหม่ไปก่อน” พูดจบข่งเต๋อฝานก็หมุนตัวออกไป มองตามหลังข่งเต๋อฝาน หลิวหลานกล่าวว่า “เป็นหัวหน้าครัวนี่ไม่ง่ายเลยนะ!”
เหออวี่จู้หัวเราะแล้วกล่าวว่า “จริงด้วย ภรรยาเธอช่วยเอาของไปเก็บก่อน คืนนี้เราค่อยเอากลับ”
หลิวหลานรีบกล่าวว่า “ไม่ได้! อวี้สุ่ยยังอยู่ที่บ้าน ฉันต้องเอาของกลับไปส่งก่อนแล้วก็ให้เงินเธอติดตัวไว้หน่อย คืนนี้ให้เธอไปจัดการมื้อเย็นเอาเองหรือไม่ก็ให้มาทานที่โรงงานก็ได้”
เหออวี้จู้กล่าวว่า “ให้มาที่โรงงานไม่สะดวก ถ้าเธอไม่อยากจัดการเอง อีกเดี๋ยวพอฉันทำอาหารไปครึ่งหนึ่ง เธอก็เอากลับไปที่บ้าน”
หลิวหลานลังเลครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าว่า “ได้ ฉันจะกลับไปถามเธอก่อน” พูดจบหลิวหลานก็หยิบของสวัสดิการของโรงงานแล้วหมุนตัวเดินออกจากครัวหลังไป
อาจารย์หยางเดินมาหาเหออวี้จู้แล้วกล่าวว่า “คนซื่อมักมีโชค นายได้หลิวหลานเป็นภรรยา นับว่าเป็นโชคแล้ว”
เหออวี้จู้หัวเราะตอบว่า “อาจารย์หยาง ถ้าคุณไม่พูดผมก็ไม่รู้ภรรยาผมนอกจากปากไม่ค่อยดีแล้วอย่างอื่นถือว่าไร้ที่ติ แต่พอพูดไปแล้วก็นึกถึงตัวเองผมก็เป็นคนปากไม่ค่อยดีเหมือนกัน” จากนั้นถามว่า “อาจารย์หยาง คืนนี้ว่างหรือเปล่าครับ?! มาช่วยมือหน่อย?!”
อาจารย์หยางหัวเราะตอบว่า “นายให้เกียรติฉันขนาดนี้ ฉันก็ต้องช่วยอยู่แล้ว ไม่มีเวลาก็ต้องหามาให้ได้”
“โอ้โฮ?! หลิวหลาน โรงงานพวกเธอแจกของเยอะเหมือนกันนะ?!” หลิวหลานพอเดินเข้าประตูใหญ่เรือนสี่ประสาน ก็เจอเหยียนปู้กุ้ยที่ออกมาจากห้องโถงพอดี
ปีนี้สวัสดิการปีใหม่ของโรงงานเหล็กคือชุดหม้อเคลือบหนึ่งชุดกับชุดกะละมังเคลือบหนึ่งชุด ลายก็ออกจะมงคล หลิวหลานตอบว่า “ลุงเหยียน ของพวกนี้ดูเหมือนจะเยอะแต่ใช้ได้อย่างเดียว กินไม่ได้”
“ก็จริงนั่นแหละ!” เหยียนปู้กุ้ยเห็นด้วย มองตามหลิวหลานเดินเข้าไปในประตูบ้านกลางแล้วถอนใจยิ้มขื่นก่อนจะเดินกลับเข้าห้องโถงไป
“พี่สะใภ้ กลับมาแล้วหรือ?!” เหออวี้สุ่ยได้ยินเสียงเปิดประตูก็วิ่งออกมาจากห้อง
หลิวหลานถามว่า “วันนี้ไม่ออกไปกับเพื่อนหรือ?!”
เหออวี้สุ่ยตอบว่า “ไม่ได้ไป!” แล้วเห็นของในมือเธอก็ถามว่า “ปีนี้โรงงานพี่แจกแค่นี้หรือ?!”
หลิวหลานตอบว่า “มีให้ก็ถือว่าดีแล้ว” จากนั้นหลิวหลานวางของลงบนโต๊ะแล้วกล่าวว่า “เดี๋ยวฉันจะบอกพี่ชายเธอเอาไว้ จะเก็บไว้ชุดหนึ่งให้เธอใช้เป็นของแต่งงาน”
“พี่สะใภ้!” เหออวี้สุ่ยเรียกขึ้นด้วยความเขินอาย หลิวหลานจึงกล่าวต่อไปว่า “คืนนี้โรงงานมีงานเลี้ยง ตอนมื้อเย็นเธอจะออกไปหากินข้างนอกหรือจะให้ฉันเอากลับมาส่ง?!”
เหออวี้สุ่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “พี่สะใภ้ทำงานก็เหน็ดเหนื่อยอยู่แล้ว ไม่ต้องลำบากมาส่งให้ฉันหรอก ที่บ้านก็มีของกิน เดี๋ยวฉันจะหาอะไรง่ายๆ กินเอง”
“จะได้อย่างไร?!” หลิวหลานควักเงินห้าหยวน ตั๋วซื้อข้าวท้องถิ่น กับตั๋วซื้อเนื้อ แล้วยื่นให้เหออวี้สุ่ยพลางกล่าวว่า “มื้อเย็นอย่าละเลยตัวเอง”
“พี่สะใภ้!” เหออวี้สุ่ยโผเข้ากอดหลิวหลานทันทีแล้วร้องไห้พลางกล่าวว่า “พี่สะใภ้ ทำไมถึงดีกับพวกเราขนาดนี้?!”
หลิวหลานชะงักไปครู่หนึ่งแล้วได้สติ พลางลูบหลังเหออวี้สุ่ยแล้วกล่าวว่า “เราอยู่ด้วยกันต้องใส่ใจกัน เธอดีกับฉันขนาดนี้ ฉันจะไม่ดีกับเธอได้อย่างไร?!”
เหออวี้สุ่ยเช็ดน้ำตาพลางกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าว่า “พี่สะใภ้ พี่คงไม่รู้ก่อนที่พี่จะเข้ามาในบ้านพี่ใหญ่แค่คิดว่าให้ฉันกินอิ่มก็พอเรื่องอื่นไม่เคยสนใจฉันเลย”
หลิวหลานกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “เธอลองคิดดูสิว่าคนแถวๆนี้เขาเรียกพี่ชายเธอว่าอะไร เจ้าทึ่มน่ะ เขาให้เธอได้กินอิ่มก็ถือว่าดีแล้วจะให้เขาทำอย่างไรอีกเล่า อีกอย่างต่อให้เขาอยากดูแลเธอก็มีบางเรื่องที่เขาไม่เข้าใจอยู่ดี เอาล่ะ เรื่องเก่าๆ ก็ปล่อยให้มันผ่านไปอย่าเก็บมาใส่ใจอีกเลย”
“อืม! พี่สะใภ้ดีที่สุดแล้ว!” เหออวี้สุ่ยพูดเหมือนมอบบัตรคนดีให้หลิวหลาน แล้วก็ดึงหลิวหลานคุยต่ออีกครึ่งชั่วโมงถึงยอมปล่อยให้เธอไป
หลิวหลานเพิ่งก้าวพ้นประตูใหญ่ไปได้ไม่นาน ฝั่งนู้นสวี่ต้ามาวก็กำลังเข็นจักรยานเข้ามาในประตู เหยียนปู้กุ้ยได้ยินเสียงจึงเดินออกมาจากห้องโถง ยังไม่ทันจะเอ่ยปาก สวี่ต้ามาวก็ถามขึ้นก่อนว่า “ลุงเหยียน เจี๋ยกวงอยู่ไหมครับ?!”
เจี๋ยกวงได้ยินเสียงเรียกก็เดินออกมาจากเรือนฝั่งตรงข้ามแล้วถามว่า “พี่ต้ามาว มีเรื่องอะไรหรือ?!”
สวี่ต้ามาวตบที่กระสอบบนเบาะหลังจักรยานแล้วกล่าวว่า “ฉันได้ของมาแล้วรบกวนนายช่วยประกอบให้หน่อย”
“ได้! พี่กลับไปก่อนเถอะ ผมจะเอาเครื่องมือแล้วตามไปทันที” ว่าแล้วเจี๋ยกวงก็กลับเข้าไปในเรือนฝั่งตรงข้าม หยิบถุงผ้าที่ใส่เครื่องมือเฉพาะออกมา แล้วเดินออกมาอีกครั้ง
เหยียนปู้กุ้ยถามว่า “นั่นแกจะไปไหน?!”
เหยียนเจี๋ยกวงเดินมาหาแล้วก้มกระซิบข้างหูเหยียนปู้กุ้ยว่า “ผมจะไปช่วยสวี่ต้ามาวประกอบวิทยุ”
…………………