เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 53 เหยียนปู้กุ้ยให้เหยียนเจี๋ยเฉิงเซ็นในใบหนี้

ตอนที่ 53 เหยียนปู้กุ้ยให้เหยียนเจี๋ยเฉิงเซ็นในใบหนี้

ตอนที่ 53 เหยียนปู้กุ้ยให้เหยียนเจี๋ยเฉิงเซ็นในใบหนี้


เหยียนเจี๋ยฟางพูดขึ้นว่า “พี่ใหญ่ พ่อแม่เอาเงินให้พวกเราใช้ มันก็เป็นเรื่องปกติ”

เหยียนเจี๋ยเฉิงถลึงตาใส่เหยียนเจี๋ยฟั่งแล้วว่า “เรื่องอะไรแกก็ต้องมาแทรก?!” จากนั้นหันไปมองเหยียนปู้กุ้ยแล้วว่า “พ่อ! ไหนๆ ก็ลำเอียงขนาดนี้ เรื่องของผมพ่อกับแม่ก็อย่ามายุ่ง ผมจะไปยื่นเรื่องขอห้องพักที่หน่วยงาน พรุ่งนี้ไปจัดการเลย ต่อไปผมก็ไม่กลับบ้านแล้ว” ว่าจบก็ซัดข้าวที่เหลืออย่างรวดเร็ว ลุกออกจากห้องโถงไป

หลังเหยียนเจี๋ยเฉิงออกไป เหยียนปู้กุ้ยกับแม่เหยียนเพิ่งได้สติ แม่เหยียนร้องไห้พลางว่า “ฉันทำกรรมอะไรมานะ?! ถึงได้คลอดเจ้าลูกชั่วคนนี้ออกมา?!”

เหยียนเจี๋ยฟางพูดปลอบว่า “แม่อย่าเสียใจเลย ขาดเขาไปคนหนึ่งก็ไม่ได้เสียอะไร มีเขาอยู่ก็ไม่ได้ดีขึ้น ไม่มีเขาเรายิ่งสบายใจ”

“แกพูดอะไรออกมา?!” เหยียนปู้กุ้ยถลึงตาใส่เหยียนเจี๋ยฟาง ก่อนจะถอนหายใจอย่างจนปัญญาแล้วหันไปบอกภรรยาว่า “ยายแก่ ต้นไม้ใหญ่ก็มีการแตกกิ่ง ลูกชายโตย่อมต้องแยกเรือน ถ้าเจี๋ยเฉิงไม่อยากอยู่บ้าน ก็ปล่อยเขาไปเถอะ! แต่เดี๋ยวคงต้องให้เขาเซ็นใบหนี้เสียก่อน”

แม่เหยียนพยักหน้ารับแล้วว่า “พี่เหยียนพี่ต้องคิดบัญชีให้ดีนะ ไม่เอาเกินแม้เฟินเดียว แต่ก็อย่าให้น้อยแม้สักตังค์เดียว”

เหยียนปู้กุ้ยทำท่ามั่นใจแล้วว่า “วางใจเถอะ ฉันคิดบัญชีไว้หมดแล้ว แถมคิดหลายรอบด้วย ไม่มีทางผิดแน่!”

เหยียนเจี๋ยกวงในใจได้แต่สงสารเหยียนเจี๋ยเฉิงอยู่สามวินาที เขาคิดว่า “นี่แหละตัวอย่างของคนที่ไม่สร้างเรื่องก็ไม่ตายเอง อยู่ดีๆ มาทะเลาะกับคนในบ้านทำไม?”

หลังทานข้าวเสร็จ เหยียนปู้กุ้ยก็กลับเข้าห้องใน ไม่นานก็ถือสมุดเล่มเล็กออกมา พูดกับภรรยาไม่กี่คำแล้วออกไปจากห้องโถง ไม่นานก็ได้ยินเสียงเหยียนเจี๋ยเฉิงบ่นดังจากข้างบ้าน ทว่าผู้เฒ่าย่อมเก๋าเกมกว่า สุดท้ายไม่รู้คุยกันอย่างไร เหยียนเจี๋ยเฉิงก็ยอมเซ็นใบหนี้ให้จนได้

เมื่อเหยียนปู้กุ้ยกลับเข้ามาในบ้านพร้อมสีหน้าผู้ชนะ เหยียนเจี๋ยกวงก็ถอนหายใจพลางบ่นเบาๆ ว่า “เหยียนเจี๋ยเฉิงนี่ฉลาดจนพาตัวเองติดกับแท้ๆ”

แม่เหยียนถามว่า “เจี๋ยเฉิงเซ็นใบหนี้แล้วหรือ?”

เหยียนปู้กุ้ยนั่งลง หยิบถ้วยน้ำมาดื่มแล้วตอบว่า “ฉันออกโรงเอง เขาจะไม่เซ็นได้อย่างไร? ต่อไปเขาต้องจ่ายฉันคืนเดือนละสิบหยวน จนกว่าจะหมด อีกอย่าง หากเขาจะอยู่บ้านกินอยู่กับเรา ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายแยกอีก”

แม่เหยียนถามอย่างกังวลว่า “เงินเดือนเขาเดือนหนึ่งก็แค่สิบแปดหยวนเองนะ”

เหยียนปู้กุ้ยหัวเราะเยาะแล้วว่า “เจี๋ยเฉิงมันไม่ซื่อหรอก อาจารย์จางฮุ่ยเจียที่โรงเรียนบอกข้าว่า สามีของเธอเป็นพนักงานรถไฟ เขาบอกว่าพนักงานใหม่ช่วงสามเดือนแรกได้เงินแค่เงินเดือนพื้นฐาน แต่พอหลังสามเดือน มีเงินเพิ่มจากระยะทางรวมไปอีก เดือนหนึ่งไม่มีต่ำกว่าสามสิบหยวนแน่ พอครบสามปีเป็นพนักงานเต็มตัว เงินเดือนรวมกับเงินเพิ่มจะไม่ต่ำกว่าห้าสิบ ฉันเรียกเอาเท่านี้ ยังต่ำกว่าที่เขาจะหาได้อีก”

เหยียนเจี๋ยฟางฟังแล้วตาเป็นประกาย บ่นพึมพำว่า “ได้เงินขนาดนั้นเชียวหรือ?! ต่อไปผมก็จะไปเป็นพนักงานรถไฟบ้าง”

คงเพราะน้อยใจ เช้าวันต่อมา เหยียนเจี๋ยเฉิงไม่ได้กินข้าวเช้า ก็ตรงไปทำงานเลย เหยียนปู้กุ้ยก็รีบทานข้าวเช้าของตนอย่างรวดเร็ว แล้วเร่งรีบเข็นจักรยานออกจากบ้านไป

เหยียนเจี๋ยกวงเดินออกมามองแผ่นหลังของพ่อก็ถามว่า “แม่ วันนี้พ่อไปทำงานแต่เช้าเชียวหรือ?”

แม่เหยียนยิ้มตอบว่า “ทำไมแกถึงไม่รู้เล่า?”

เหยียนเจี๋ยกวงเพิ่งจะนึกออก ไม่รู้ตัวก็ถอนหายใจ แม่เหยียนก็เร่งว่า “รีบไปล้างหน้าแปรงฟันเถอะ!”

“ครับ!” เหยียนเจี๋ยกวงรับคำแล้วกลับไปหยิบของใช้ล้างหน้าไปยังอ่างน้ำ

พอล้างหน้าเรียบร้อย กลับเข้ามาในห้องโถงเตรียมกินข้าววเช้า พอดีกับที่ฉินหวยหรูเดินออกมาจากลานกลางบ้าน แม่เหยียนเห็นเข้าก็ถามด้วยความสงสัยว่า “หวยหรู จะไปไหนแต่เช้า?”

ฉินหวยหรูตอบว่า “ฉันบ้านตงซวีไม่ใช่หรือ? ขาของเขาหักทำงานไม่ได้ เมื่อวานไปบอกโรงงานแล้ว ช่วงเขาพักรักษา ฉันจะไปทำงานแทน”

แม่เหยียนเพิ่งนึกถึงเรื่องที่สะใภ้บ้านอวี๋พูดเมื่อครู่ จึงถามว่า “ตงซวีเป็นช่างตัดโลหะ งานเขาเธอจะทำได้หรือ?”

ฉินหวยหรูตอบว่า “หัวหน้าเห็นว่าบ้านเราลำบาก จึงให้ฉันไปช่วยขนของ เป็นงานใช้แรงธรรมดา ไม่มีอะไรยาก แม่เหยียน เวลาไม่คอยใคร ฉันขอไปก่อน เดี๋ยวสาย!” ว่าจบก็รีบเร่งฝีเท้าออกจากเรือนสี่ประสานไปทันที

แม่เหยียนมองแผ่นหลังของฉินหวยหรูที่รีบเร่งออกไป ก็ถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้ตัวแล้วพูดว่า “ฉินหวยหรูนี่ก็น่าสงสารจริงๆ!”

เหยียนเจี๋ยกวงพูดขึ้นว่า “แม่ไม่ต้องไปสงสารเธอหรอก! โบราณว่าไว้ คนที่น่าสงสารย่อมต้องมีสิ่งที่น่าเกลียดชัง ถ้าสมัยนั้นเธอไม่ไปอยู่กับเจี่ยตงซวีแต่ไปกับคนอื่น ป่านนี้ชีวิตคงไม่เป็นอย่างนี้”

แม่เหยียนพูดว่า “ก็พ่อแม่คลุมถุงชน เธอจะมีสิทธิ์เลือกอย่างไรได้เล่า?!”

เหยียนเจี๋ยกวงมองไปรอบๆ แล้วก้มลงกระซิบข้างหูแม่เหยียนว่า “ข่าวลือเรื่องฉินหวยหรูกับอี้จงไห่น่ะ เป็นเรื่องจริง”

แม่เหยียนมองเหยียนเจี๋ยกวงด้วยสายตาเหลือเชื่อแล้วพูดว่า “คำพูดแบบนี้ห้ามพูดพร่ำเพรื่อเชียวนะ!”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบว่า “z,ไม่ได้พูดพร่ำเพรื่อ เดิมทีพวกเขาแอบพบกันในห้องใต้ดินบ้านเหออวี้จู้หลังจากนั้นกลัวถูกจับได้ ก็เปลี่ยนไปอีกที่หนึ่ง”

“นี่มันวุ่นวายเกินไปแล้ว!” แม่เหยียนขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวแล้วกำชับว่า “เรื่องนี้ห้ามพูดกับคนอื่นเด็ดขาดนะ”

เหยียนเจี๋ยกวงส่งสายตาแบบเข้าใจแล้วให้แม่เหยียน จากนั้นก็เดินเข้าห้องโถงไป ไม่นานนัก เหยียนเจี๋ยตี้ก็เดินเข้ามา เรียกว่า “พี่สาม” แล้วก็มานั่งลงข้างเหยียนเจี๋ยกวง

เหยียนเจี๋ยกวงกินข้าวเช้าเสร็จ พอพ้นประตูเรือนสี่ประสานออกไป เหยียนปู้กุ้ยก็rkคนสองคนเข้ามาในบ้าน เหยียนปู้กุ้ยพาคนสองคนเข้าไปในห้องโถง ชี้ไปที่จักรยานสองคันที่อยู่มุมห้องแล้วพูดว่า “ก็จักรยานสองคันนี้แหละ พวกคุณลองดูว่าพอใจหรือไม่?”

สองคนรับกุญแจที่เหยียนปู้กุ้ยยื่นให้ แล้วไขกุญแจ ลองเข็นจักรยานดู ทั้งสองคนก็ยิ้มอย่างพอใจพร้อมกัน คนหนึ่งที่เป็นชายวัยกลางคนพูดขึ้นว่า “พี่เหยียน รถคันนี้ไม่เลวเลย ผมพอใจมาก นี่เงิน คุณรับไว้เถอะ!” ว่าแล้วชายคนนั้นก็หยิบเงินแปดสิบห้าหยวนจากกระเป๋ายื่นให้เหยียนปู้กุ้ย

อีกคนหนึ่งก็หยิบเงินออกมาพร้อมถามว่า “พี่เหยียน บ้านพี่มีวิทยุตั้งแต่เมื่อไรหรือ?!”

เหยียนปู้กุ้ยตอบว่า “นั่นก็ลูกชายฉันประกอบขึ้นมาเอง”

ชายคนนั้นถามต่อว่า “ลูกชายพี่นี่ฝีมือใช้ได้เลยนะ ว่าอย่างไร ช่วยทำให้ผมสักเครื่องได้ไหม?!”

เหยียนปู้กุ้ยตอบว่า “เรื่องนั้นฉันคงบอกแทนเขาไม่ได้ ต้องไปถามเขาก่อน เขายังเป็นนักเรียนอยู่ ตอนนี้เรียนสำคัญกว่า”

ชายวัยกลางคนพยักหน้าแล้วพูดเสริมว่า “พี่เหยียนพูดถูก ถ้าลูกชายพี่เต็มใจทำให้ ผมก็อยากได้สักเครื่อง แต่วางใจเถอะ เรื่องราคาจะไม่ทำให้พี่เสียหน้าแน่”

เหยียนปู้กุ้ยทำสีหน้าเหมือนไม่ใส่ใจแล้วว่า “ถ้าเขายอมทำให้ เรื่องเงินก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ” พูดจบก็หยิบใบเสร็จจากกระเป๋าแล้วยื่นให้คนทั้งสอง “พวกคุณถือใบเสร็จพวกนี้ไปสถานีตำรวจได้เลย ก็จะเอาป้ายทะเบียนได้แล้ว”

“ดี! ยังเช้าอยู่ เราไปขึ้นทะเบียนก่อน” ว่าจบชายสองคนก็เข็นจักรยานออกจากบ้านเหยียนไป

หลังจากทั้งสองคนออกไป แม่เหยียนก็เดินเข้ามาข้างเหยียนปู้กุ้ยแล้วถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง?!”

เหยียนปู้กุ้ยยิ้มแล้วตอบว่า “คันหนึ่งกำไรห้าหยวน แถมยังได้สร้างบุญคุณ ปีนี้รับรองได้เป็นคนดีเด่นแน่”

แม่เหยียนถึงกับอุทานออกมาอย่างดีใจว่า “ดีจริงๆ! เดี๋ยวฉันจะไปหั่นเนื้อ มาฉลองกันให้เต็มที่!”

……………….

จบบทที่ ตอนที่ 53 เหยียนปู้กุ้ยให้เหยียนเจี๋ยเฉิงเซ็นในใบหนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว