- หน้าแรก
- ชีวิตสบายๆ ของเหยียนเจี๋ยกวง
- ตอนที่ 39 ฉินหวยหรูพบอี้จงไห่ยามค่ำคืน
ตอนที่ 39 ฉินหวยหรูพบอี้จงไห่ยามค่ำคืน
ตอนที่ 39 ฉินหวยหรูพบอี้จงไห่ยามค่ำคืน
“กลับมาดึกอะไรขนาดนี้?!” ขณะที่กำลังดื่มเหล้าอยู่นั้น สวี่อู้เต๋อเห็นสวี่ต้ามาวเดินเข้ามาก็อดถามไม่ได้
สวี่ต้ามาวเดินไปนั่งข้างสวี่อู้เต๋อ แล้วกล่าวว่า “ก็วันนี้ลูกชายของผู้นำคนหนึ่งแต่งงาน หัวหน้าก็เลยให้ผมไปฉายหนัง” พูดจบก็เอาถุงเชือกในมือวางบนโต๊ะ แล้วถามต่อว่า “เจ้าทึ่มนั้นแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
สวี่อู้เต๋อจิบเหล้าก่อนจะตอบว่า “หลังจากแกลงไปชนบทได้ไม่กี่วัน เขาก็แต่งงานแล้ว ไอ้หนูนั่นเก็บความลับได้เก่งจริง เรื่องใหญ่อย่างแต่งงาน ยังไม่หลุดข่าวออกมาสักนิด”
กู้จินเหลียนยื่นชามกับตะเกียบให้สวี่ต้ามาว พลางกล่าวว่า “พวกเราก็ไม่เห็นกับตา วันนั้นอาจู้พาเมียมาแจกขนมแต่งงาน แม่ใหญ่หูหนวกที่อยู่ข้างบ้าน หน้าเธอน่ะกระอักกะอ่วนยิ่งกว่าอะไรเสียอีก”
สวี่ต้ามาวถามอย่างสงสัยว่า “พ่อครับแล้วเจ้าทึ่มกับอี้จงไห่ตัดขาดกันแล้วจริงๆ หรือ”
สวี่อู้เต๋อจิบเหล้าอีกคำก่อนตอบว่า “เจ้าทึ่มน่ะเกือบจะส่งอี้จงไห่เข้าคุก ยังจะไม่ตัดขาดได้อย่างไร?! แต่พูดก็พูดเถอะ ตั้งแต่อี้จงไห่ไม่เป็นหัวหน้าจัดการอะไรต่อมิอะไร บ้านตระกูลเจี่ยก็สงบลงเยอะ ช่วงนี้เรือนเราก็เงียบสงบดีมาก”
สวี่ต้ามาวถามต่อว่า “พ่อว่าอี้จงไห่คิดอะไรอยู่กันแน่”
ไม่รอให้สวี่อู้เต๋อพูด กู้จินเหลียนก็แทรกขึ้นว่า “จะอะไรได้อีก?! ก็เรื่องแก่เฒ่ามาไร้คนดูแลน่ะสิ อี้จงไห่น่ะไม่มีลูกหลาน เมียเขาก็ยังไม่แก่หรอกตอนนี้ แต่วันหนึ่งต้องแก่แน่นอน สิ่งที่เขากลัวที่สุดก็คือเรื่องพึ่งพายามแก่ ถ้าไม่อย่างนั้น เขาคงไม่รับเจี่ยตงซวีเป็นศิษย์หรอก แต่ฉันไม่เข้าใจอย่างเดียว ทำไมเขายังผูกพันกับอาจู้อยู่อีก?!”
สวี่อู้เต๋อว่า “อี้จงไห่ยังผูกเจ้าทึ่มไว้ ก็เพราะไม่อยากใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว ถ้าวันไหนตะกร้าร่วง ไข่ก็แตกหมด แล้วบ้านตระกูลเจี่ยก็เป็นหลุมดำไม่มีที่สิ้นสุด อี้จงไห่เป็นใครกัน?! เขาไม่มีทางใช้ของตัวเองไปเติมเต็มบ้านเจี่ย เขาผูกเจ้าทึ่มไว้ก็เพื่อให้เจ้าทึ่มลงแรง ส่วนเขาเก็บชื่อเสียง”
สวี่ต้ามาวพึมพำอย่างครุ่นคิดว่า “เจ้าทึ่มกล้าล้มโต๊ะครั้งนี้ ต้องมีใครบางคนชี้ทางให้แน่ พ่อว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้าทึ่มคือใคร?!”
“แย่แล้ว!” จู่ ๆ สวี่อู้เต๋อมีท่าทีสร่างเมา
สวี่ต้ามาวถามว่า “มีอะไรหรือ?!”
สวี่อู้เต๋อพูดว่า “ครั้งนี้เราถูกหลอกแล้ว! อี้จงไห่หาไม่เจอว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังเจ้าทึ่ม เขาต้องโยนเรื่องนี้มาให้เราแน่!”
สวี่ต้ามาวกลับไม่ใส่ใจ พูดว่า “อี้จงไห่ตอนนี้ก็แค่แมวป่าฟันหลุด มีอะไรให้น่ากลัวอีก?! อีกอย่าง เขาเป็นแค่คนงานสายการผลิต แต่พวกเราอยู่ฝ่ายโฆษณา ต่อให้เขาอยากเล่นงานพวกเรา เขาก็ไม่มีมือเอื้อมถึงหรอก”
สวี่อู้เต๋อว่า “อี้จงไห่ไม่ใช่คนธรรมดานะ ไม่งั้นเขาคงไม่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ ยังไงก็ระวังไว้จะดีกว่า”
พริบตาเดียวก็เลยสี่ทุ่มไปแล้ว ประตูบ้านตระกูลเจี่ยเปิดออก ไม่นานนัก ฉินหวยหรูก็เดินออกจากห้อง ผ่านไปอีกประมาณสิบกว่านาที อี้จงไห่ก็ออกจากบ้านเช่นกัน ไม่นานนัก ฉินหวยหรูกับอี้จงไห่ก็มาพบกันที่มุมหนึ่งใกล้ห้องน้ำรวม
อี้จงไห่ขมวดคิ้วกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา “ฉันเคยบอกไว้แล้วว่าอย่าติดต่อหาฉันช่วงนี้ ทำไมอยู่ๆถึงอยากมาหาฉันล่ะ?”
ฉินหวยหรูกล่าวว่า “อี้จงไห่ วันนี้ฉันมาหาคุณก็เพื่ออยากจะให้คุณช่วยจัดการเรื่องหางานให้ฉันสักตำแหน่ง”
อี้จงไห่ขมวดคิ้วถามว่า “อยู่ดีๆ ทำไมถึงอยากจะไปทำงาน?”
ฉินหวยหรูกล่าวว่า “หลิวหลานก็เหมือนกับฉันเธอมาจากชนบทเหมือนกันทำไมเธอมาถึงที่นี่ก็มีงานทำทันที คุณรู้ไหมว่าทุกวันๆ ฉันต้องทนใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลเจี่ยแบบไหน? ตอนนี้ฉันนึกเสียใจจริงๆที่เชื่อฟังคำของคุณแล้วแต่งงานกับเจี่ยตงซวี ฉันไม่สนว่าคุณจะใช้วิธีไหนแต่คุณต้องรีบหางานให้ฉันถ้าไม่อย่างนั้นฉันก็จะลากทุกคนให้ตายไปด้วยกัน ถ้าชีวิตฉันไม่ได้ดีก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะได้อยู่ดี” พูดจบฉินหวยหรูก็หันหลังจะจากไป
อี้จงไห่รีบคว้ามือเธอไว้แล้วพูดว่า “เธอคิดว่างานมันหาง่ายๆหรือไง? ถ้ามันหาได้ทำไมฉันจะไม่หาให้เธอ ทนไปอีกสักพักก่อนมีโอกาสเมื่อไหร่ฉันจะจัดการให้” พูดจบ อี้จงไห่ก็เริ่มลูบไล้ฉินหวยหรูโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ฉินหวยหรูกดมือที่อี้จงไห่กำลังแตะต้องเธอไว้ แล้วกล่าวว่า “เจี่ยตงซวีถูกบ้านเหยียนทำให้ขายหน้าตอนนี้กำลังคิดจะเล่นงานพวกนั้นอยู่ คุณรู้ไหมว่าเขากำลังจะทำอะไร”
อี้จงไห่ได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้วทันที กล่าวว่า “ตั้งแต่ฉันถูกรถคั่นในโรงงานเขาก็ไม่ค่อยพูดกับฉันเขาคิดจะทำอะไรฉันไม่รู้หรอก แต่เจ้านั่นเป็นคนไม่มีขอบเขตความคิด อาจจะก่อเรื่องใหญ่เข้าก็ได้”
ฉินหวยหรูขบฟันแน่นแล้วกล่าวว่า “ถ้าเขาทำเรื่องใหญ่ขึ้นมาจริงๆคุณก็ช่วยจัดการไล่เจี่ยจางซื่อออกไปด้วย”
“ได้! ไม่มีปัญหา!” อี้จงไห่กล่าวพลางกดฉินหวยหรูติดผนัง (ขอข้ามเนื้อหาหลายร้อยตัวอักษร)
กลางวันวันรุ่งขึ้น หลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จ เหยียนป้กุ้ยไม่มีสอนช่วงบ่าย จึงบอกลาเพื่อนร่วมงาน แล้วก็ออกจากโรงเรียน ไม่นานนัก เหยียนปู้กุ้ยก็เดินทางมาถึงสำนักงานชุมชน
“ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!” หวังเสียได้ยินเสียงเคาะประตู เห็นเหยียนปู้กุ้ยยืนอยู่ตรงหน้าประตู ก็ยิ้มแล้วเรียกเข้าไปว่า “เหล่าเหยียน เข้ามาเร็ว!” จากนั้นก็ถามว่า “มีธุระอะไรหรือ?!”
เหยียนปู้กุ้ยไม่อ้อมค้อม พูดเข้าเรื่องทันทีว่า “ผู้อำนวยการหวัง พวกเราเรือนหน้าที่มีห้องแถวเก่า ๆ นั้น สำนักงานชุมชนมีแผนจัดการอย่างไรบ้าง?!”
หวังเสียตอบว่า “ห้องแถวเก่า ๆ ตรงลานบ้านพวกคุณหลังคาพังหมดแล้ว อยู่อาศัยไม่ได้ แม้จะแค่ซ่อมแซมก็ยังต้องรอนาน”
เหยียนปู้กุ้ยพูดว่า “ผู้อำนวยการหวัง ตอนที่บ้านผมได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเรือนสีประสานก็ด้วยมาตรฐานครอบครัวสี่คน แต่ภายหลังผมกับภรรยาก็มีลูกเพิ่มอีกสองคน ลูกชายสามคนยังพอเบียดกันได้ แต่ลูกสาวอีกคน จะให้อยู่กับพ่อแม่ไปตลอดคงไม่ได้ ผมก็เลยอยากเช่าห้องแถวเก่าสองห้องจากสำนักงานชุมชน เรื่องซ่อมแซมผมจะจัดการเอง ไม่ให้ทางสำนักงานลำบาก ผูุ้อำนวยการว่าได้หรือไม่?!”
หวังเสียครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “เครื่องนี้ผมยังให้คำตอบไม่ได้คงต้องรออีก 2-3 วันข้างหน้าทางสำนักงานจะจัดประชุมเรื่องนี้ก่อนแล้วถึงจะให้คำตอบคุณได้อีกที”
“ครับ” เหยียนปู้กุ้ยรับคำ แล้วกล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ผมก็ไม่รบกวนผู้อำนวยการหวังแล้ว”
“ได้ เดินดี ๆ ล่ะ!” หวังเสียส่งเหยียนปู้กุ้ยออกจากห้องทำงานแล้วก็ขมวดคิ้วแน่น หลังจากนั้นไม่นาน ก็เรียกผู้นำคนอื่นในสำนักงานชุมชนมาประชุมกัน
เวลาไหลผ่านรวดเร็วยิ่งนัก พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์
วันอาทิตย์มาถึงอีกครั้ง เหยียนเจี๋ยกวงที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้นอนพัก หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จก็กลับเข้าไปนอนอีกตื่น
ประมาณสิบโมงเช้า เหยียนเจี๋ยกวงตื่นขึ้น เดินออกจากห้องแล้วถามว่า “แม่ เจี๋ยตี้อยู่ไหน?!”
แม่เหยียนตอบว่า “เล่นอยู่หน้าประตูบ้าน!”
เหยียนเจี๋ยกวงพูดว่า “งั้นผมจะออกไปดูหน่อย”
แม่เหยียนเรียกเหยียนเจี๋ยกวงไว้แล้วพูดว่า “เจี๋ยกวง ที่บ้านเราน้ำซีอิ๊วหมดแล้ว ช่วยไปซื้อที่หน้าซอยให้แม่สักขวด” พูดจบก็ล้วงเงินกับคูปองออกจากกระเป๋ายื่นให้เหยียนเจี๋ยกวง แล้วเดินไปหยิบขวดแก้วที่มีเชือกผูกปากขวดจากในครัวมายื่นให้เขา
เหยียนเจี๋ยกวงรับขวดแล้วพูดว่า “งั้นผมไปซื้อซีอิ๊วก่อนนะ!”
“พี่สาม จะไปไหนน่ะ?!” เหยียนเจี๋ยกวงเพิ่งเดินออกจากประตูบ้าน เหยียนเจี๋ยตี้ที่กำลังเล่นซ่อนแอบกับเพื่อน ๆ วิ่งเข้ามาหาแล้วดึงเสื้อเหยียนเจี๋ยกวงไว้ ถามด้วยความสงสัย
เหยียนเจี๋ยกวงพูดว่า “จะไปซื้อซีอิ๊วที่ร้านสหกรณ์”
เหยียนเจี๋ยตี้รีบบอกว่า “ไปด้วย!”
“ได้สิ!” เหยียนเจี๋ยกวงตอบรับ แล้วจูงมือเล็ก ๆ ของเหยียนเจี๋ยตี้ มุ่งหน้าเดินไปยังร้านสหกรณ์ตรงหน้าซอย
……………….