เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 แม่ใหญ่หูหนวกไปหาผู้อำนวยการหยาง

ตอนที่ 19 แม่ใหญ่หูหนวกไปหาผู้อำนวยการหยาง

ตอนที่ 19 แม่ใหญ่หูหนวกไปหาผู้อำนวยการหยาง


“แม่ใหญ่!” หลิวกุ้ยอิงมาถึงหลังบ้าน รีบร้อนวิ่งเข้าไปในบ้านของแม่ใหญ่หูหนวก แม่ใหญ่หูหนวกเห็นหลิวกุ้ยอิงโผล่พรวดเข้ามา ก็ขมวดคิ้วทันที พลางกล่าวว่า

“รีบร้อนเป็นบ้าเป็นหลังเช่นนี้ ดูไม่เป็นผู้เป็นคนเลย!”

หลิวกุ้ยอิงกล่าวว่า

“แม่ใหญ่ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” จากนั้นหลิวกุ้ยอิงก็เล่าเรื่องที่อี้จงไห่ยักยอกเงินที่เหอต้าชิงส่งมาให้พี่น้องเหอฟังจนหมด

แม่ใหญ่หูหนวกเมื่อได้ยินเรื่องทั้งหมดจากหลิวกุ้ยอิง สีหน้าก็เปลี่ยนไปหลายครั้งทันที กล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า

“อี้จงไห่ทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร?! แบบนี้มันหาที่ตายชัดๆ!”

หลิวกุ้ยอิงกล่าวว่า

“แม่ใหญ่ ท่านต้องหาทางช่วยจงไห่ให้ได้นะ!”

แม่ใหญ่หูหนวกถอนหายใจ กล่าวว่า

“เธอไปดูสถานการณ์ที่โรงงานเหล็กก่อน จากนั้นตอนบ่ายพอเจ้าทึ่มเลิกงาน เธอก็ไปเรียกเขามาหาฉัน ฉันจะพูดกับเขาเอง หวังว่าเขาจะไว้หน้าหญิงชราคนนี้บ้าง อีกอย่าง เงินที่อี้จงไห่ยักยอกไป ต้องคืนให้เจ้าทึ่มทุกเฟิน ห้ามขาดแม้แต่น้อย”

“ฉันจะไปโรงงานเหล็กเดี๋ยวนี้เลย!” พูดจบหลิวกุ้ยอิงก็รีบร้อนออกจากบ้านแม่ใหญ่หูหนวกไป

แม่ใหญ่หูหนวกถอนหายใจ พึมพำเบาๆ

“คิดจนถี่ถ้วนแล้วแท้ๆ สุดท้ายก็เสียเปล่า! อี้จงไห่ไม่ได้ขัดสนเงินทองเลยแท้ๆ ทำไมต้องทำเช่นนี้ด้วย?!”

ในเวลาเดียวกัน ตู้จวินก็พาชายสองคนจากแผนกรักษาความปลอดภัยพาอี้จงไห่เข้าไปในห้องสอบสวน

ตู้จวินมองอี้จงไห่ เปิดประเด็นตรงๆ

“อี้จงไห่ คุณเป็นคนงานรุ่นเก่าของโรงงาน พฤติกรรมของคุณในตอนนี้จะเป็นตัวกำหนดการลงโทษหลังจากนี้”

อี้จงไห่กล่าวว่า

“ผมเข้าใจ ผมจะสารภาพตามตรง”

ตู้จวินถามว่า

“อี้จงไห่ คุุณไม่ได้ขัดสนเงิน แล้วทำไมถึงเล็งเงินค่าครองชีพที่เหอต้าชิงส่งมาให้พี่น้องเหออวี้จู้?!”

อี้จงไห่กล่าวว่า

“ผมก็แค่โดนปีศาจเข้าสิงชั่ววูบหนึ่ง ต่อมาก็พบว่าเหออวี้จู้ไม่รู้เรื่องนี้ ผมก็เลยใจกล้ามากขึ้น แต่เงินจำนวนนั้น ผมไม่ได้แตะต้องเลยแม้แต่น้อย ผมเก็บไว้ให้เขาทั้งหมด”

“ไม่ได้แตะต้องเลยงั้นหรือ?!” ตู้จวินพึมพำ ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงที่เคยคุยกับรองหัวหน้าแผนกคนอื่นๆ ว่าอี้จงไห่ไม่มีบุตร แล้ววางแผนหาใครสักคนมาดูแลยามแก่ จึงตอบกลับด้วยเสียงเย็นชา

“อี้จงไห่ ฉันว่าเจ้าคงไม่ใช่โดนปีศาจเข้าสิงหรอก แต่คุณวางแผนไว้แต่แรกต่างหาก!”

อี้จงไห่รีบกล่าวว่า

“หัวหน้าตู้ ผมสาบานเลยว่าผมแค่พลั้งเผลอไปจริงๆ!”

ตู้จวินกล่าวว่า

“อี้จงไห่ เจ้าอย่าลืมว่าเหอต้าชิงยังมีชีวิตอยู่ บางเรื่องแม้คุรจะไม่พูด แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะตรวจสอบไม่ได้  เราอยากให้คุรพูดออกมาให้หมด เราจะลองไปคุยกับเหออวี้จู้ บางทีอาจจัดการเรื่องนี้ภายในโรงงานได้ แต่ถ้าคุณไม่พูด เราก็ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากส่งคุณไปสถานีตำรวจ ตอนนั้นจะไม่ใช่แค่ลงโทษภายในโรงงานอีกต่อไป คุณต้องคิดให้ดี!”

อี้จงไห่เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็เผลอก้มศีรษะลงโดยไม่รู้ตัว ขณะนั้นในใจของเขาเหมือนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ระหว่างเทพกับปีศาจ

ผ่านไปประมาณห้าหรือหกนาที อี้จงไห่จึงกล่าวว่า

“ผมผิดจริง ผมแค่เผลอไป ยักยอกเงินค่าครองชีพที่เหอต้าชิงส่งมาให้พี่น้องเหอ”

ตู้จวินถอนหายใจ กล่าวว่า

“จับเขาขังไว้ก่อน”

อี้จงไห่มองตามตู้จวินที่เดินออกจากห้องสอบสวน ดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร คิดในใจว่า

“อย่าให้ฉันรู้ว่าใครเป็นคนทำให้แผนฉันล้ม! มิเช่นนั้น ฉันจะทำให้มันอยากอยู่ก็ไม่ได้ อยากตายก็ไม่สมใจ!”

ตู้จวินออกจากห้องสอบสวน มาหาเหออวี้จู้ แล้วกล่าวว่า

“เจ้าทึ่ม อี้จงไห่ยืนกรานว่าเขาแค่เผลอไปถึงได้ยักยอกเงินค่าครองชีพที่เหอต้าชิงส่งให้พวกนาย นายคิดว่าจะจัดการอย่างไร?!”

เหออวี้จู้กล่าวว่า

“หัวหน้าตู้ คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ผมอยากฟังความเห็นของคุณ”

ตู้จวินกล่าวว่า

“ความเห็นฉันคือ ให้อี้จงไห่คืนเงินทั้งหมด แล้วชดใช้พวกนายพี่น้องอีกสักหน่อย จากนั้นรายงานเรื่องนี้ให้ฝ่ายบริหารโรงงานตัดสินลงโทษ อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เรื่องในบ้านหลุดออกไป อี้จงไห่ก็เป็นคนงานเก่า เราไม่คิดถึงคนอื่นก็ต้องนึกถึงชื่อเสียงของโรงงาน”

เหออวี้จู้ลังเลไปสองสามวินาที ก่อนจะกล่าวว่า

“ผมขอเวลาคิดดูก่อนได้ไหม?!”

ตู้จวินกล่าวว่า

“เช่นนั้นก็ได้ นายกลับไปปรึกษากับน้องสาวก่อน พรุ่งนี้เช้าให้คำตอบฉัน ตอนนี้อี้จงไห่ถูกขังไว้ในแผนกป้องกันรักษาความปลอดภัยแล้ว”

“ตกลงครับ!” เหออวี้จู้ตอบรับหนึ่งคำ ก่อนขอตัวกลับไป

เหออวี้จู้เพิ่งจากไปไม่ทันไร หลิวกุ้ยอิงก็มา แต่ตู้จวินไม่ยอมให้หลิวกุ้ยอิงพบกับอี้จงไห่ ส่งคนไปไล่เธอกลับไปทันที

หลิวกุ้ยอิงไม่ได้พบอี้จงไห่ก็รู้สึกไม่สบายใจนัก กลับถึงบ้านได้พักไม่นานก็ไปหาแม่ใหญ่หูหนวก แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

แม่ใหญ่หููหนวกกลัวว่าเหออวี้จู้จะดื้อดึง คิดแต่จะเอาชีวิตอี้จงไห่ จึงกล่าวว่า

“ไปหาเกวียนสามล้อมา แล้วพาฉันไปโรงงานเหล็กที”

“ได้ค่ะ!” หลิวกุ้ยอิงตอบรับแล้วรีบวิ่งออกไป

แม่ใหญ่หูหนวกเดินไปยังหีบไม้จันทน์ใบหนึ่ง เปิดฝาออก หยิบจดหมายจากใต้กองเสื้อผ้า พลางพึมพำว่า

“เดิมทีฉันอยากเก็บไว้อ้างอิงเป็นแต้มบุญสุดท้าย ดูท่าแล้ว หนี้น้ำใจนี้ ฉันคงต้องเอาออกมาใช้งานเสียที!”

ไม่นานนัก หลิวกุ้ยอิงก็กลับมาแล้ว นางประคองแม่ใหญ่หูหนวกออกจากบ้าน

ผ่านไปกว่าสิบนาที หลิวกุ้ยอิงก็พาแม่ใหญ่หูหนวกมาถึงโรงงานเหล็ก แม่ใหญ่หูหนวกลงจากรถสามล้อ แล้วกล่าวกับเจ้าหน้าที่แผนกรักษาความปลอดภัยที่หน้าประตูว่า

“เจ้าหนุ่ม ฉันเป็นญาติของผู้อำนวยการหยาง ฉันมีเรื่องจะพบเขา รบกวนคุณช่วยไปแจ้งให้ที”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองแม่ใหญ่หูหนวก แล้วมองหลิวกุ้ยอิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง จากนั้นกล่าวว่า

“พวกท่านรอสักครู่!” แล้วเดินเข้าไปในห้องเวรยาม โทรศัพท์ไปหาผู้อำนวยการหยาง

ผ่านไปประมาณเจ็ดถึงแปดนาที เลขาของผู้อำนวยการหยางชื่อซ่งเว่ยก็ปรากฏตัวที่หน้าประตูโรงงาน พาแม่ใหญ่หูหนวกกับหลิวกุ้ยอิงเข้าไปข้างใน

“ตึง! ตึง! ตึง!”

“เข้ามา!” ผู้อำนวยการหยางได้ยินเสียงเคาะประตูก็ตะโกนตอบ

ซ่งเว่ยเดินเข้าไปในสำนักงานแล้วกล่าวว่า

“ผู้อำนวยการ ผมพาคนมาแล้ว”

ผู้อำนวยการหยางกล่าวว่า

“ให้พวกเธอเข้ามาเถอะ!”

“ครับ!” ซ่งเว่ยรับคำ เปิดทางให้แม่ใหญ่หูหนวกกับหลิวกุ้ยอิงเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูสำนักงานอย่างเรียบร้อยก่อนเดินออกไป

ผู้อำนวยการหยางเห็นแม่ใหญ่หูหนวกก็ยิ้มพลางกล่าวว่า

“แม่ใหญ่ วันนี้ลมอะไรพัดท่านมาถึงที่นี่กัน?!”

แม่ใหญ่หูหนวกก็ไม่อ้อมค้อม กล่าวตรงๆ ว่า

“วันนี้ฉันมาเพราะเรื่องของอี้จงไห่นี่ล่ะ”

ผู้อำนวยการหยางได้ยินชื่อ “อี้จงไห่” คิ้วก็ขมวดทันที กล่าวอย่างลำบากใจว่า

“แม่ใหญ่ เรื่องนี้เกรงว่าจะจัดการไม่ง่ายนัก!”

แม่ใหญ่หูหนวกกล่าวว่า

“ฉันรู้ว่าไม่ง่าย ถึงได้มาขอร้องคุณด้วยตนเอง” พูดจบเธอก็ล้วงซองจดหมายจากกระเป๋าเสื้อ วางไว้บนโต๊ะ แล้วกล่าวต่อ

“ฉันไม่มีข้อเรียกร้องอื่น ขอแค่ช่วยอี้จงไห่ไว้ได้ก็พอ”

ความจริงก่อนหน้านี้ไม่นาน ตู้จวินก็รายงานเรื่องทั้งหมดให้ผู้อำนวยการหยางรับทราบแล้ว ผู้อำนวยการหยางรู้รายละเอียดทั้งหมดดี และก็รู้ว่าเหออวี้จู้คงไม่ทำถึงขั้นตัดทางชีวิตกัน ดังนั้นผู้อำนวยการหยางจึงไม่ลังเล หยิบจดหมายนั้นขึ้นมาแล้วกล่าวว่า

“ตกลง! เห็นแก่หน้าแม่ใหญ่ ผมจะออกหน้าช่วยอี้จงไห่ครั้งนี้ แต่หลังจากเรื่องนี้ เราสองคนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก”

แม่ใหญ่หูหนวกพยักหน้า กล่าวว่า

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ฉันก็ขอลา!”

ผู้อำนวยการหยางส่งแม่ใหญ่หูหนวกและหลิวกุ้ยอิงออกจากสำนักงาน แล้วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ในสมัยก่อนการปลดแอก ผู้อำนวยการหยางเคยเป็นคนทำงานใต้ดิน วันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน เกือบถูกจับ โชคดีที่ลูกชายคนเล็กของแม่ใหญ่หูหนวกช่วยเขาไว้ ต่อมาลูกชายคนนั้นต้องเดินทางไปยังเกาะ แต่ก่อนจะไป เขาก็มอบเครือข่ายติดต่อของเขาให้แม่ใหญ่หูหนวกดูแลต่อ

ผู้อำนวยการหยางเคยสัญญาจะตอบแทนบุญคุณนั้นด้วยการช่วยแม่ใหญ่หูหนวกสองเรื่อง หลังจากการปลดแอก แม่ใหญ่หูหนวกไปหาผู้อำนวยการหยางเพื่อขอให้ช่วยเรื่องการแก้ไขสถานะทางสังคมของตน ซึ่งผู้อำนวยการหยางไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องนั้น ยังช่วยให้แม่ใหญ่หูหนวกกลายเป็นผู้มีสิทธิ์รับสวัสดิการของรัฐอีกด้วย

หลังจากนั้นแม่ใหญ่หูหนวกก็ไม่เคยมาหาเขาอีกเลย ทว่า ผู้อำนวยการหยางไม่เคยคิดมาก่อนว่า แม่ใหญ่หูหนวกจะเลือกใช้บุญคุณสุดท้ายนั้นกับอี้จงไห่

……………..

จบบทที่ ตอนที่ 19 แม่ใหญ่หูหนวกไปหาผู้อำนวยการหยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว