เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 ป้าใหญ่ไปหาแม่ใหญ่หูหนวกแล้วร้องไห้ฟูมฟาย

ตอนที่ 13 ป้าใหญ่ไปหาแม่ใหญ่หูหนวกแล้วร้องไห้ฟูมฟาย

ตอนที่ 13 ป้าใหญ่ไปหาแม่ใหญ่หูหนวกแล้วร้องไห้ฟูมฟาย


เดิมทีสวี่ต้ามาวก็ไม่ชอบอี้จงไห่อยู่แล้ว คิดจะใช้เรื่องนี้เล่นงานเขาให้เจ็บใจ แต่เมื่อสวี่อู๋เต๋อเอ่ยปากขึ้นมา สวี่ต้ามาวถึงแม้จะขัดใจแค่ไหนก็ได้แต่ตอบด้วยท่าทีไม่เต็มใจว่า

“รู้แล้ว!”

สวี่อู๋เต๋อมองออกว่าสวี่ต้าม่าวคิดอะไรอยู่ จึงกล่าวต่อว่า

“เรื่องนี้ไม่ต้องพวกเราพูดหรอก เดี๋ยวก็มีคนเอาไปพูดเร็วกว่าเราอีก เราแค่รอดูเรื่องสนุกก็พอแล้ว”

สวี่ต้าม่าวคิดตามแล้วก็เข้าใจทันที ยิ้มพลางยกนิ้วโป้งให้สวี่อู๋เต๋อแล้วกล่าวว่า

“ยังไงพ่อก็เจ้าเล่ห์ที่สุด!” ก่อนจะถามว่า “พ่อคิดว่าเรื่องของอี้จงไห่กับฉินหวยหรูนี่ ใครกันแน่ที่เป็นคนปล่อยข่าว?!”

สวี่อู๋เต๋อคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า

“เรื่องนี้พูดยากนะ แต่ที่แน่ ๆ คืออี้จงไห่ต้องไปล่วงเกินใครเข้าจนอีกฝ่ายต้องหาทางเอาคืน ไม่อย่างนั้นใครจะมาวางแผนเล่นงานกันถึงเพียงนี้ เรื่องนี้ต่อให้เขาไม่ตายก็คงต้องลอกคราบสักชั้นแน่!”

พริบตาเดียวก็ถึงเวลาเที่ยง เหยียนเจี๋ยกวงพอเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน ก็ได้ยินเสียงเพื่อนบ้านกำลังพูดถึงเรื่องของอี้จงไห่

เหยียนเจี๋ยกวงคิดในใจว่า

“เจ้าเด็กติงซานนี่ใช้ได้เลยนะ! ต้องให้รางวัลมันสักหน่อย”

“แม่ครับ!”

เหยียนเจี๋ยกวงเดินเข้าบ้านเรือน เห็นมารดากำลังปลูกผักอยู่ก็ยิ้มแล้วเดินเข้าไปถามว่า

“แม่ครับ ปลูกอะไรอยู่หรือ?!”

คุณนายสามตอบว่า

“ตอนนี้จะปลูกอะไรได้อีกล่ะ?! ก็แค่พวกผักใบเขียวธรรมดานั่นแหละ ข้าวสุกแล้ว อุ่นไว้ในหม้อ แกก็ไปตักกินเองนะ!”

“ครับ!”

เหยียนเจี๋ยกวงรับคำแล้วถามว่า

“แล้วแม่กับเจี๋ยตี้กินกันแล้วหรือยัง?!”

คุณนายสามตอบว่า

“พวกเรากินกันแล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงเราหรอก”

“อ้อ!”

เหยียนเจี๋ยกวงรับคำแล้วเดินเข้าไปในครัวของบ้าน หยิบขนมปังข้าวโพดก้อนหนึ่งออกมา แล้วนั่งลงตรงหน้าประตูบ้าน กัดกินไปเรื่อย ๆ

ระหว่างที่กำลังกินได้ครึ่งก้อน เหยียนเจี๋ยตี้ก็กระโดดโลดเต้นมาหาพี่ชาย เหยียนเจี๋ยกวงจึงถามว่า

“น้องสาว กินข้าวแล้วหรือยัง?!”

เหยียนเจี๋ยตี้พยักหน้าหนักแน่น

“กินแล้วจ้ะ”

เหยียนเจี๋ยกวงยิ้มแล้วยื่นขนมปังข้าวโพดบางส่วนให้

“ไหน ๆ ก็กินแล้ว ก็มานั่งกินเป็นเพื่อนพี่ชายอีกหน่อย”

เหยียนเจี๋ยตี้ส่ายหน้า

“พี่สามกินเถอะ พี่สามต้องกินให้อิ่ม จะได้ตั้งใจเรียนหนังสือไงล่ะ”

“เจี๋ยตี้นี่น่ารักจริง ๆ!”

เหยียนเจี๋ยกวงยื่นมือไปลูบศีรษะน้องสาว ก่อนจะเอ่ยอะไรอีก เสียงของบุรุษไปรษณีย์เสี่ยวหม่า ก็ดังขึ้นว่า

“ที่นี่มีใครชื่อเหยียนเจี๋ยเฉิงอยู่ไหม?!”

คุณนายสามลุกขึ้น

“เสี่ยวหม่า เจ้ามีธุระอะไรกับเจี๋ยเฉิงของพวกเราหรือ?!”

เสี่ยวหม่ากล่าวว่า

“ที่นี่มีจดหมายของเจี๋ยเฉิง คุณนายเหยียนช่วยเซ็นรับหน่อย”

คุณนายสามรับจดหมายมา มองดูตัวอักษรบนซอง แล้วกล่าวว่า

“ขอบใจมากนะ เสี่ยวหม่า!”

“ไม่เป็นไรครับ!”

เสี่ยวหม่าตอบกลับก่อนจะเดินออกจากบ้าน เหยียนเจี๋ยกวงมองแผ่นหลังของเสี่ยวหม่าแล้วถามว่า

“แม่สนิทกับเขาด้วยหรือ?!”

คุณนายสามตอบว่า

“เขาอยู่ในบ้านหลังถัดไปที่ปากตรอกไง จดหมายกับหนังสือพิมพ์แถวนี้ก็มีเขาเป็นคนส่งทั้งนั้น ไม่สนิทก็แปลกแล้ว”

เหยียนเจี๋ยกวงเดินตามแม่เหยียนเข้าบ้านไป ถามต่อว่า

“แม่เคยเห็นจดหมายของเจ้าทึ่มบ้างไหม?!”

เธอนึกอยู่ครู่หนึ่ง

“เหมือนจะไม่เคยเห็นนะ”

จากนั้นก็ถามกลับว่า

“แกถามทำไมขึ้นมา?!”

“ไม่มีอะไรหรอก แค่ถามเล่น ๆ น่ะ”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบ แล้วเอาขนมปังข้าวโพดที่เหลือในมือยัดเข้าปาก

คุณนายสามเก็บจดหมายเรียบร้อยแล้วหันมามองเหยียนเจี๋ยกวง ถามว่า

“เจี๋ยกวง ตอนเช้าเงินกับคูปองที่แกใช้ซื้อซาลาเปาให้น้องมาได้ยังไง?!”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบว่า

“เก็บขยะไปขายแล้วเก็บเงินเอาไว้น่ะ” ก่อนจะถามกลับว่า “มีอะไรหรือ?!”

จากนั้นเธอก็ถามต่อว่า “แล้วทั้งหมดได้เงินมาเท่าไร?!” เหยียนเจี๋ยกวงเข้าใจความหมายของมารดาในทันที

“อย่าบอกนะว่าแม่จะเอาเงินไปเก็บเอง?!”

เธอกล่าวว่า “แกก็ยังเด็กอยู่ เก็บเงินไว้เองไม่ปลอดภัย ให้ฉันเก็บให้ดีกว่า”

เหยียนเจี๋ยกวงยิ้มพลางถามว่า “ถ้าเงินกับคูปองให้แม่นเก็บ ต้องเสียค่าฝากด้วยหรือเปล่า?!”

คุณนายสามหัวเราะ

“แน่นอนอยู่แล้ว แต่แกเป็นลูกฉัน ฉันคิดราคาพิเศษให้”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบว่า

“งั้นไม่ต้องดีกว่า! ผมจะเก็บเอง ไม่ต้องให้แม่ลำบากหรอก”

เงินกับคูปองในมือของเหยียนเจี๋ยกวง ต้องขอบคุณบิดาในชาติก่อนของเขา ที่เป็นคนชอบสะสมของเก่า ชอบเก็บเหรียญและคูปองไว้ ถึงแม้จะไม่เยอะมากนัก บางคูปองก็ยังไม่ถึงยุคออกใช้ แต่สำหรับเหยียนเจี๋ยกวงในตอนนี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

คุณนายสามกลอกตาใส่เหยียนเจี๋ยกวงอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วกล่าวว่า

“ฉันเป็นแม่แก จะโกงได้อย่างไร?!”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาว่า “เรื่องนี้ก็ไม่แน่นะ” จากนั้นก็ถามต่อ

“ตอนผมกลับมาน่ะ ได้ยินคนแถวหน้าประตูพูดถึงลุงใหญ่อี้ เขาเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?!”

เธอชำเลืองมองไปข้างนอกแล้วกล่าวว่า “เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กอย่างพวกแกอย่าก้าวก่ายเลย”

จากนั้นก็กล่าวขึ้นลอย ๆ ว่า “ไม่รู้ว่าอี้จงไห่ไปล่วงเกินใครเข้า?! ยังไงก็เถอะ เรื่องนี้อี้จงไห่ลำบากหนักแน่แล้ว”

ในเวลาเดียวกัน ภรรยาของอี้จงไห่หลิวกุ้ยอิง กำลังนั่งอยู่ที่บ้านของแม่ใหญ่หูหนวกในลานหลังบ้าน ร้องไห้ฟูมฟายถึงข่าวลือเกี่ยวกับอี้จงไห่ที่แพร่สะพัดอยู่ภายนอกแม่ใหญ่หูหนวกพอฟังคเล่าของหลิวกุ้ยอิงจบ ก็คิ้วขมวดแน่น ถามว่า “กุ้ยอิง ช่วงนี้จงไห่ไปล่วงเกินใครเข้าหรือเปล่า?!”

หลิวกุ้ยอิงตอบว่า “ฉันไม่เคยได้ยินเขาพูดเลยนะ?!”

แม่ใหญ่หูหนวกกล่าวว่า “ทำไมข่าวลือถึงไม่แพร่ก่อนหน้า ไม่แพร่ทีหลัง แต่ดันมาแพร่ตอนนี้ แถมยังเป็นเรื่องที่จงไห่กับสะใภ้บ้านเจี่ยดูมีอะไรคลุมเครือ เธอคิดบ้างหรือไม่ว่ามันมีเหตุผลอะไร?! ตอนฉินหวยหรูแต่งเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ ฉันก็ดูออกแล้วว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา ไม่คาดคิดเลยว่าจริง ๆ แล้วเธอจะไม่ธรรมดาจริง ๆ”

หลิวกุ้ยอิงถามว่า “แม่ใหญ่ หรือว่าพี่อี้ของบ้านเราจะมีอะไรกับฉินหวยหรูจริง ๆ?!”

แม่ใหญ่หูหนวกกล่าวว่า “แม้ว่าไม่มีลมจะไม่เกิดคลื่น แต่เรื่องนี้ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ เธอก็ต้องยืนอยู่ข้างจงไห่เสมอ!”

หลิวกุ้ยอิงรู้ดีว่าเธอไม่สามารถมีลูกได้ จึงรู้สึกผิดต่อตัวอีจงไห่ แม้แม่ใหญ่หูหนวกจะไม่พูด เธอก็รู้ดีว่าควรทำอย่างไร หลิวกุ้ยอิงจึงไม่ลังเลที่จะกล่าวว่า

“แม่ใหญ่ วางใจเถอะ! ฉันเชื่อว่าจงไห่ไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นแน่!”

แม่ใหญ่หูหนวกกล่าวว่า “รอให้จงไห่กลับมาแล้ว ให้เขามาหาฉันที่นี่หน่อย”

จากนั้นก็ค่อย ๆ ปลอบหลิวกุ้ยอิงอยู่ครู่หนึ่ง จนหลิวกุ้ยอิงรู้สึกสงบลง

เวลาประมาณเที่ยงวันกว่า ๆ หลิวกุ้ยอิงถือถ้วยใบหนึ่งกลับมาบ้าน พอเข้าประตูมาก็เห็นอี้จงไห่นอนอยู่บนเตียง หลิวกุ้ยอิงรีบวางถ้วยลงบนโต๊ะ ก้าวยาว ๆ สองสามก้าวไปยังข้างเตียงแล้วถามว่า

“พี่อี้ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?!”

อี้จงไห่สีหน้าไม่พอใจ ตอบสั้น ๆ

“ไม่เป็นไร!”

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว!” หลิวกุ้ยอิงพึมพำพลางเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ปลายเตียง น้ำตาไหลพรากออกมา

อีจงไห่ที่อัดอั้นเต็มอก พอได้ยินเสียงร้องไห้ของหลิวกุ้ยอิง ก็ควบคุมความโกรธไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ลุกขึ้นจากเตียงทันที ตะโกนว่า “ร้องไห้ทำไม?! ร้องไห้อะไร?! ฉันยังไม่ตายซะหน่อย?!”

จากนั้นก็ลงจากเตียง เดินฮึดฮัดออกไปจากห้อง

“ตึง! ตึง! ตึง!” ในไม่ช้าอี้จงไห่ก็มาถึงหน้าประตูบ้านของแม่ใหญ่หูหนวก แล้วยื่นมือเคาะประตู

แม่ใหญ่หูหนวกตะโกนว่า “ประตูไม่ได้ล็อก! เข้ามาได้เลย!”

อีจงไห่ผลักประตูเข้าไป แล้วเรียกว่า

“แม่ใหญ่!”

แม่ใหญ่หูหนวกมองอี้จงไห่แวบหนึ่ง แล้วถามว่า

“วันนี้ ทำไมกลับเร็วนัก?!”

อี้จงไห่กล่าวว่า “วันนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย เลยลางานกลับมาก่อนครับ”

แม่ใหญ่หูหนวกกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าร่างกายไม่สบายหรอก ฉันว่าน่าจะเป็นใจต่างหากที่ไม่สบาย?” จากนั้นก็ถามต่อ “ที่นี่ไม่มีคนอื่น บอกฉันมาตามตรง นายเกี่ยวข้องอะไรกับฉินหวยหรูกันแน่?!”

อี้จงไห่ตอบว่า “แม่ใหญ่ เรื่องพวกนี้มันเป็นแค่ข่าวลือ ฉินหวยหรูเป็นภรรยาลูกศิาย์ของผม ผมจะมีอะไรกับเธอได้อย่างไรกัน?!”

……………….

จบบทที่ ตอนที่ 13 ป้าใหญ่ไปหาแม่ใหญ่หูหนวกแล้วร้องไห้ฟูมฟาย

คัดลอกลิงก์แล้ว