- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยระบบอัจฉริยะขั้นเทพ
- บทที่ 790 - สุดยอดการปล้นในวังหลวง
บทที่ 790 - สุดยอดการปล้นในวังหลวง
บทที่ 790 - สุดยอดการปล้นในวังหลวง
บทที่ 790 - สุดยอดการปล้นในวังหลวง
องค์จักรพรรดิกระบี่มั่นใจมาตั้งนานแล้วว่าเย่เฉินคือหัวขโมย เพียงแต่ว่ายังขาดหลักฐาน ไม่สามารถเอาผิดเขาได้
แต่ตอนนี้เขากลับพบเบาะแสอื่นแล้ว
คิดว่าเบาะแสนี้คงจะทำให้เย่เฉินทุกข์ทรมานใจอย่างแน่นอน
องค์จักรพรรดิกระบี่เดินมาอยู่ข้างๆ เย่เฉิน ถอนหายใจ: "หัวขโมยคนนี้ช่างเจ้าเล่ห์จริงๆ ข้าอุตส่าห์พยายามแทบตาย แต่กลับไม่พบหลักฐานอะไรเลยสักนิด"
เย่เฉินประสานมือ "งั้นก็ขอให้ฝ่าบาททรงเสริมการป้องกันให้แน่นหนาขึ้นเถอะพ่ะย่ะค่ะ จะได้ไม่มีใครฉวยโอกาสได้"
"ไม่เป็นไร ข้ารู้เป้าหมายของหัวขโมยแล้ว"
องค์จักรพรรดิกระบี่จ้องมองใบหน้าของเย่เฉินเขม็ง หวังว่าจะมองเห็นอะไรจากสีหน้าของเขาบ้าง
แต่เย่เฉินกลับนิ่งสงบ ไม่มีการแสดงสีหน้าใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย
"โอ้? ไม่ทราบว่าเป็นอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?" เย่เฉินถาม
"ธงค่ายกลดารา ในเมื่อรู้เป้าหมายของหัวขโมยแล้ว ข้าก็จะได้เตรียมการป้องกันได้ ข้าเอาธงค่ายกลดาราใส่ไว้ในแหวนมิติแล้ว คราวนี้ นอกจากว่าหัวขโมยจะมาขโมยตัวข้าไปด้วย ไม่อย่างนั้นไม่มีทางสำเร็จได้อย่างแน่นอน"
เย่เฉินแอบด่าในใจ: ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์จริงๆ บ้าเอ๊ย คราวนี้ขโมยยากแล้วสิ
"งั้นก็ดีเลยพ่ะย่ะค่ะ หวังว่าฝ่าบาทจะทรงเก็บรักษาสมบัติของชาติไว้เป็นอย่างดี"
"วางใจเถอะ ไม่มีทางพลาดแน่นอน แต่ว่าบางคนคงจะทุกข์ทรมานใจหน่อยล่ะมั้ง ไม่ได้ของที่อยากได้ คงจะคลั่งตายเลยใช่ไหม? ฮ่าฮ่าฮ่า!" องค์จักรพรรดิกระบี่หัวเราะลั่น ราวกับว่ามั่นใจแล้วว่าจะจัดการเย่เฉินได้อยู่หมัด
ดูเหมือนว่าองค์จักรพรรดิกระบี่คนนี้จะคิดงัดข้อกับเขาให้ถึงที่สุดสินะ
แกมีแผนจางเหลียง ข้าก็มีบันไดข้ามกำแพง* คอยดูก็แล้วกันว่าใครจะเจ๋งกว่า
(*สำนวนจีน หมายถึง แกมีแผน แต่อีกฝ่ายก็มีวิธีรับมือ)
"จริงสิพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท สวนดอกไม้ในวังของพระองค์พังพินาศไป ก็เป็นความผิดของข้าเอง ไม่อย่างนั้นมอบหมายให้ข้าเป็นคนบูรณะใหม่ดีไหมพ่ะย่ะค่ะ?"
"โอ้? ธงค่ายกลดาราไม่อยู่แล้ว เจ้าก็ยังจะบูรณะอีกเหรอ?" องค์จักรพรรดิกระบี่ถามอย่างสงสัย
"ฝ่าบาท ตรัสอะไรเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ! ธงค่ายกลดาราเป็นสมบัติล้ำค่าของพระองค์ มันจะไปเกี่ยวอะไรกับข้าล่ะพ่ะย่ะค่ะ?" เย่เฉินทำหน้าตาไร้เดียงสา
"ดี งั้นก็มอบให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน"
พูดจบ องค์จักรพรรดิกระบี่ก็เดินจากไปอย่างลำพองใจ
ส่วนเย่เฉินก็แอบกัดฟัน: อีกไม่นานข้าจะทำให้แกต้องคายมันออกมาเอง
"อียอวิ๋น เดี๋ยวฉันไปส่งเธอกลับตำหนักนะ"
"ไม่เอาอ่ะ เขายังอยากอยู่กับนายอีกสักพัก" เนี่ยอียอวิ๋นออดอ้อนกอดแขนเย่เฉิน น่ารักสุดๆ
แต่เย่เฉินจะไปมีอารมณ์มานั่งจีบกันได้ยังไง เขาพูดเสียงเย็น: "รีบกลับไปได้แล้ว อย่าดื้อสิ มะรืนนี้ขบวนรับตัวเจ้าสาวของอาณาจักรดาบเทวะก็จะมาถึงแล้ว หรือว่าเธออยากจะแต่งงานกับพวกนั้น?"
"ไม่นะ" เนี่ยอียอวิ๋นรีบส่ายหน้า
"ไม่อยากก็รีบกลับไปซะ"
"อ้อ เขาเข้าใจแล้ว งั้นไปก่อนนะ"
เนี่ยอียอวิ๋นวิ่งหายไปในพริบตา ไม่แม้แต่จะรอให้เย่เฉินไปส่ง
ส่วนเย่เฉินก็กวาดตามองไปรอบๆ สวนดอกไม้ในวัง ในแววตามีประกายความเจ้าเล่ห์วูบวาบ
"ตัง ตัง ตัง!"
เสียงดังกึกก้องแหวกว่ายไปในความมืด เย่เฉินหยิบเครื่องเสียงรอบทิศทางของเขาออกมา เปิดเพลงตื๊ดๆ อย่างบ้าคลั่ง
ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงัดขนาดนี้ ไม่รู้ว่าดึงดูดสายตาผู้คนมาได้มากเท่าไหร่
"ในค่ำคืนที่แสงจันทร์สาดส่องงดงามขนาดนี้ จะมัวนอนกันอยู่ทำไม ลุกขึ้นมาสนุกกันดีกว่า! ตามจังหวะของฉันมาเลย ซ้ายวาดมังกรตามฉันมา ขวาวาดสายรุ้ง..."
ทุกคนต่างก็ยืนนิ่งอึ้ง ตะลึงตาค้าง
"ไอ้บ้านี่มันกำลังทำอะไร?"
"ไม่รู้สิ ได้ยินว่าฝ่าบาทให้เขามาซ่อมแซมสวนดอกไม้ในวัง"
"ซ่อมก็ซ่อมสิ จะมาเปิดเพลงตื๊ดๆ ทำไม? แล้วเพลงที่เขาเปิดมันคือเพลงอะไร ทำไมมันถึงได้มีจังหวะเร้าใจขนาดนี้? ทำเอาฉันอดไม่ได้ที่จะขยับตามเลย"
"นั่นสิ แถมคำขวัญของเขาก็สะใจดี!"
...
อย่างนั้น เย่เฉินก็เริ่มต้นเส้นทางการซ่อมแซมของตัวเอง ภายใต้สายตาของคนนับไม่ถ้วน
"ขอต้อนรับเข้าสู่คอนเสิร์ตเดี่ยวของเว่ยเสี่ยวเป่า เพลงแรกที่จะมอบให้ทุกคนก็คือ 'วงเวียนมนต์รัก'..."
"ดนตรีที่เร้าใจมักจะทำให้คนเราอารมณ์ค้าง ขอเชิญพบกับเพลงต่อไป 'ฉันอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกห้าร้อยปี'..."
"เชื่อว่าทุกคนคงจะต้องอินไปกับเพลงของฉันอย่างแน่นอน ต่อไปเป็นเพลงซึ้งๆ 'อสนีบาตสะท้าน' พลังบำเพ็ญทะลุฟ้าสวรรค์ถล่มปฐพีค้อนทองม่วง สายฟ้าสีม่วง นี่คือเปลวเพลิงเร้นลับ..."
นี่มันเพลงซึ้งๆ ตรงไหนวะ?
ทำไมรู้สึกว่ามันตื๊ดกว่าเมื่อกี้อีก?
ไม่มีใครรู้ว่าทำไมจู่ๆ เย่เฉินถึงได้คึกคักขนาดนี้
แต่ทุกคนกลับถูกเย่เฉินดึงดูดเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นทหารยามหรือนางกำนัล ขอเพียงแค่มีเวลา ก็จะพากันมาดูเย่เฉินที่สวนดอกไม้ในวัง
ท้องฟ้าเริ่มสว่าง
สวนดอกไม้ในวังโดยพื้นฐานแล้วก็ถูกเย่เฉินซ่อมแซมจนเสร็จเรียบร้อย อย่างไรเสียเขาก็มีเคล็ดวิชา แค่ก้อนหินเศษกระเบื้องก็สามารถขนย้ายได้อย่างง่ายดาย
เย่เฉินถือจอบ พูดเรียบๆ: "เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ ตอนนี้ผมจะขออุทิศเพลงสุดท้าย 'ค่ำคืนที่มิอาจลืม' เพื่อเป็นการปิดท้ายคอนเสิร์ตในวันนี้"
และในขณะนั้นเอง เย่เฉินก็เหวี่ยงแขนออกไปอย่างต่อเนื่อง
ลำแสงนับไม่ถ้วนพุ่งกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง สร้างบรรยากาศที่งดงามตระการตาอย่างที่สุด
เซียนเมิ่งไป๋ที่อยู่ในอ้อมอกของเย่เฉินพูดอย่างลำพองใจ: "คิกคิก ฉันขนของในคลังสมบัติออกมาจนเกลี้ยงแล้วนะ แถมยังแวะไปขโมยของดีๆ จากตำหนักรอบๆ มาได้อีกเพียบเลย"
"เก่งมาก เดี๋ยวให้รางวัลเป็นเบอร์เกอร์ไก่ทอดรสเผ็ดสิบชิ้นเลย!"
"เย้!"
องค์จักรพรรดิกระบี่ แกไม่ใช่ว่าเอาธงค่ายกลดาราเก็บไปแล้วเหรอ?
งั้นข้าก็จะขนคลังสมบัติของแกให้มันเกลี้ยงไปเลย คอยดูสิว่าแกจะเอาปัญญาที่ไหนมาบริหารประเทศ
คอยดูกันต่อไปว่าระหว่างเราสองคน ใครมันจะอึดกว่ากัน
"ค่ำคืนที่มิอาจลืม ค่ำคืนที่มิอาจลืม ไม่ว่าจะอยู่สุดหล้าฟ้าเขียว..."
เพลงจบลง
ในแววตาของทุกคนเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
"เว่ยซื่อซู คอนเสิร์ตครั้งต่อไปเมื่อไหร่เหรอ? พวกเรามาดูอีกได้ไหม?"
"เพลงของท่านเมื่อกี้มันเพราะมากจริงๆ พวกเราขอเรียนได้ไหม?"
"ทั้งหล่อทั้งเก่งขนาดนี้ ไม่ทราบว่าเว่ยซื่อซูแต่งงานหรือยัง? ฉันโดนท่านตกเข้าซะแล้ว"
...
ณ ท้องพระโรง
องค์จักรพรรดิกระบี่มองฎีกาในมือ แทบจะโกรธจนกระอักเลือด
"คลังสมบัติถูกปล้นจนเกลี้ยง ตำหนักใหญ่ๆ ที่อยู่รอบๆ ก็เสียหายอย่างหนัก โดยพื้นฐานแล้วคือถูกขนไปจนหมด"
องค์จักรพรรดิกระบี่มองทหารองครักษ์ที่อยู่ด้านล่าง เสียงเข้มอย่างที่สุด
"พวกแกมันทำงานกันยังไง? ให้พวกแกไปปกป้องคลังสมบัติ ทำไมมันถึงยังถูกขโมยได้อีก?"
ทุกคนต่างก็จนปัญญา
พวกเขาก็อยู่ที่คลังสมบัติตลอดทั้งคืนจริงๆ นะ
แต่นี่ของมันหายไปเองแบบไร้ร่องรอย ใครมันจะไปทำอะไรได้?
"ฝ่าบาท ได้โปรดระงับโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
ซ่างกวานโฮ่วก้าวออกมายืน: "สถานที่ที่ถูกขโมยไม่ได้มีเพียงแค่คลังสมบัติ แต่ยังข้ามไปยังตำหนักตะวันออก ตำหนักตะวันตก และตำหนักใหญ่อื่นๆ อีกด้วย นี่มันพิสูจน์แล้วว่าวิชาตัวเบาของหัวขโมยนั้นยอดเยี่ยมมาก เกรงว่าคงจะไม่ใช่ทหารยามที่จะสามารถเฝ้าไว้ได้"
องค์จักรพรรดิกระบี่จะไม่รู้เหตุผลนี้ได้ยังไง
แต่เขาก็ยังโกรธอยู่ดี
ในวังหลวงมีถึงยอดฝีมือระดับผสานร่างคอยดูแลอยู่แท้ๆ ทำไมหัวขโมยถึงได้เข้าออกราวกับเป็นที่ไร้คน เที่ยวลักลอบขโมยของไปทั่ว?
หรือว่าหัวขโมยคนนี้จะเก่งกาจกว่าระดับผสานร่างอีก?
นี่เป็นเรื่องที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ถ้าหากมียอดฝีมือระดับนั้นอยู่จริงๆ ต่อให้คนอื่นจะอยากได้บัลลังก์ เขาก็ต้องยอมยกให้แต่โดยดี
และในตอนนี้ เย่เฉินที่เป็นแค่ขุนนางขั้นเก้ากระจอก ยืนอยู่ตรงปากประตูท้องพระโรง พูดเสียงเบา: "ทำไมกางเกงในของนางสนมในวังหลังถึงได้หายไปบ่อยๆ? คดีข่มขืนหมูตัวเมียต่อเนื่อง แท้จริงแล้วเป็นฝีมือของใคร? ประตูห้องของเฒ่าขันทีถูกเคาะทุกคืน แท้จริงแล้วเป็นคนหรือผี? เบื้องหลังการตายอย่างผิดธรรมชาติของสุนัขตัวเมียนับร้อยซ่อนอะไรอยู่? ทั้งหมดนี้ เบื้องหลังคือจิตใจที่บิดเบี้ยว หรือว่าศีลธรรมที่เสื่อมทราม? โปรดติดตามชมสุดยอดผลงานแห่งปี 'สุดยอดการปล้นในวังหลวง' คืนนี้ เวลา 20.00 น. ขอเชิญทุกท่านตามติดไปกับกล้อง เข้าสู่โลกภายในจิตใจของพวกโรคจิตกัน..."