- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุค 70 พร้อมระบบโกง ถึงกำพร้า...ก็ไม่ตายย่ะ
- บทที่ 15 ชะตากรรมของตระกูลหลิน
บทที่ 15 ชะตากรรมของตระกูลหลิน
บทที่ 15 ชะตากรรมของตระกูลหลิน
การสอบสวนคนกลุ่มนั้นดำเนินไปพร้อมกัน เพียงแต่แยกกันสอบสวนคนละห้อง ทุกคนต่างยอมรับสารภาพในสิ่งที่ทำ แต่ก็สมกับที่เป็นครอบครัวเดียวกัน พวกเขาต่างพยายามโยนความผิดไปให้คนอื่น หวังจะให้ตัวเองพ้นข้อกล่าวหา
หลังจากการสอบสวนสิ้นสุดลง หญิงชราหลิน หลินฝูไฉ และหลี่เสี่ยวเหลียนต่างก็ยอมรับสารภาพ ส่วนหลินกั๋วตงกับน้องชาย และหน่วนหน่วนนั้น ไม่ได้รู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายของพ่อแม่และย่า แต่เนื่องจากหลินกั๋วตงกับน้องชายเคยมีส่วนร่วมในการทุบตีซือย่าในอดีต และทั้งคู่ก็ยอมรับสารภาพความผิดนั้น คำตัดสินของสำนักงานความมั่นคงฯ จึงออกมาอย่างรวดเร็ว
หญิงชราหลิน หลินฝูไฉ และหลี่เสี่ยวเหลียน รวมถึงหลี่เวยตง ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง ค้าตำแหน่งงาน และทารุณกรรมทายาทของผู้พลีชีพ หลี่เวยตงถูกตัดสินโทษประหารชีวิต หญิงชราหลินถูกส่งไปใช้แรงงานที่ฟาร์มทางตะวันตกเฉียงเหนือเป็นเวลา 15 ปี ส่วนหลินฝูไฉและหลี่เสี่ยวเหลียนถูกส่งไปใช้แรงงานที่นั่นเป็นเวลา 30 ปี และหลินกั๋วตงกับน้องชายถูกส่งไปใช้แรงงานเป็นเวลาสองปี คนเดียวในครอบครัวที่ไม่ได้รับโทษใดๆ เลย ก็น่าจะเป็นอดีตนางเอกของเรื่องอย่าง หน่วนหน่วน ท้ายที่สุดแล้ว เธอก็คือตัวเอกของเรื่องนี่นา ย่อมต้องมีรัศมีตัวเอกคุ้มกะลาหัวอยู่บ้าง
ซือย่าไม่ค่อยพอใจกับผลลัพธ์นี้เท่าไหร่นัก ในความคิดของเธอ ครอบครัวนี้คือฆาตกรที่ฆ่าเจ้าของร่างเดิม เธออยากให้พวกเขาถูกประหารชีวิตทั้งหมดด้วยซ้ำ
แต่พอคิดอีกที การที่ทั้งครอบครัวถูกส่งไปใช้แรงงานที่ฟาร์มทางตะวันตกเฉียงเหนือ ชีวิตของพวกเขาคงจะลำบากแสนสาหัส โดยเฉพาะหญิงชราหลิน ที่คงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปี
การที่ได้เห็นพวกเขาใช้ชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตาย ดูเหมือนจะสะใจกว่าการที่พวกเขาถูกประหารชีวิตไปตรงๆ เสียอีก
แต่ครอบครัวก็ต้องอยู่กันให้พร้อมหน้าพร้อมตาสิ จะขาดใครไปคนหนึ่งได้อย่างไร? แม้ว่าอดีตนางเอกคนนี้จะไม่เคยทำร้ายร่างกายเจ้าของร่างเดิมโดยตรง แต่เธอก็เพิกเฉยต่อเจ้าของร่างเดิมมาตั้งแต่เด็ก แถมยังตั้งตัวเป็นอริกับเจ้าของร่างเดิมที่โรงเรียน ทำให้เจ้าของร่างเดิมไม่มีเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียวมาตั้งแต่เด็ก
ของดีๆ อะไรก็ตามที่เจ้าของร่างเดิมหามาได้ ก็จะถูกเธอคนนี้หลอกล่อเอาไป พูดตามตรง คนแบบนี้น่ารังเกียจจริงๆ
ซือย่านึกถึงสมุดทะเบียนบ้านที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ในมิติของเธอ พลันก็นึกแผนการดีๆ ขึ้นมาได้
เธอหยิบสมุดทะเบียนบ้านออกมาจากมิติ ปลอมตัวเล็กน้อย แล้วมุ่งตรงไปยังสำนักงานปัญญาชนวัยเยาว์ทันที
"สวัสดีค่ะสหาย ฉันมาทำเรื่องไปเป็นปัญญาชนวัยเยาว์ในชนบทค่ะ ในฐานะปัญญาชนวัยเยาว์แห่งยุคใหม่ ฉันขอสมัครไปในสถานที่ที่ห่างไกลและยากลำบากที่สุดของปิตุภูมิค่ะ"
เจ้าหน้าที่ที่สำนักงานปัญญาชนวัยเยาว์เห็นเด็กสาวท่าทางซื่อๆ ตรงหน้าก็รู้สึกขบขัน 'ลูกสาวบ้านไหนโง่เง่าขนาดนี้นะ ถึงได้กระตือรือร้นอยากจะไปชนบท? ช่างไม่รู้ถึงความลำบากของชีวิตเอาเสียเลย'
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงหยิบใบสมัครไปชนบทออกมาอย่างกระตือรือร้น
"สหาย อุดมการณ์ของสหายช่างสูงส่งจริงๆ คนหนุ่มสาวสมัยนี้ต้องเรียนรู้จากสหายเป็นแบบอย่างนะ ว่าแต่ สหายอยากจะไปชนบทที่ไหนหรือ? พวกเราจะได้ดำเนินการให้เลย"
"สหายคะ ฉันจะไปทางตะวันตกเฉียงเหนือค่ะ ได้ยินมาว่าที่นั่นลำบากที่สุด ฉันอยากไปอุทิศตนเพื่อการก่อสร้างที่นั่นค่ะ"
"ตกลงสหาย รถไฟที่จะไปชนบททางตะวันตกเฉียงเหนือจะออกในอีกสองวันนะ เดี๋ยวฉันจะย้ายทะเบียนบ้านของสหายให้ตอนนี้เลย แล้วเดี๋ยวสหายไปรับเงินอุดหนุนสำหรับการไปชนบทได้เลย"
"ตกลงค่ะ ขอบคุณมากนะคะสหาย ฉันชื่อ หน่วนหน่วน ค่ะ ช่วยจำชื่อฉันไว้ด้วยนะคะ ฉันสมัครใจไปชนบทเองค่ะ"
"ได้เลย!"
เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ เมื่อเห็นหน้าของหน่วนหน่วนถูกฉีกออกจากสมุดทะเบียนบ้าน และบนหน้าที่ฉีกออกไปนั้นถูกประทับตรา "ย้ายออก" ซือย่าก็พอใจเป็นอย่างมาก
"อะ นี่รับไป เนื่องจากเขตตะวันตกเฉียงเหนือนั้นค่อนข้างลำบาก เงินอุดหนุนก็เลยสูงหน่อย ทั้งหมด 180 หยวน สหายตรวจนับให้ดีนะ"
"ตกลงค่ะ ขอบคุณมากนะคะสหาย!"
หลังจากออกจากสำนักงานปัญญาชนวัยเยาว์ ซือย่าก็หาซอกหลืบเงียบๆ สวมผ้าคลุมล่องหน แล้วกลับไปที่โรงพยาบาล
วันนี้เธอต้องพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะคืนนี้เธอมีภารกิจสำคัญหลายอย่างที่ต้องทำให้สำเร็จ
ซือย่าแกล้งนอนนิ่งอยู่ในโรงพยาบาลตลอดบ่าย พอถึงเวลาเที่ยงคืนตรง ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนเวรของพยาบาลทั้งสองกะ เธอก็สวมผ้าคลุมล่องหนอีกครั้ง เธอเอาหุ่นเชิดตัวหนึ่งออกมาวางไว้บนเตียง แล้วค่อยๆ ย่องออกจากโรงพยาบาลไปอย่างเงียบเชียบ
เป้าหมายแรกของเธอในวันนี้คือบ้านของหลี่เวยตง เธอสำรวจเส้นทางไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ตอนกลางวัน
หึ ไม่นึกเลยว่าต้นตอโศกนาฏกรรมทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิมจะเป็นไอ้คนนี้ ไม่ว่ายังไง ซือย่าก็ไม่ปล่อยมันไปแน่
เมื่อตอนกลางวัน หลี่เสี่ยวเหอ น้องสาวของหลี่เสี่ยวเหลียน รู้ข่าวว่าเรื่องที่สามีของตนค้าตำแหน่งงานถูกเปิดโปง แถมพี่สาวกับพี่เขยของสามีก็ถูกสำนักงานความมั่นคงฯ จับตัวไป หลี่เสี่ยวเหอก็สติแตกไปเลย
เธอใช้เวลาทั้งวันวิ่งวุ่นไปที่สถานีตำรวจ แต่ก็ได้รู้แค่ว่าสามีของเธอถูกตัดสินประหารชีวิต ส่วนพี่สาวกับพี่เขยก็ถูกส่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาอีกเมื่อไหร่ หลี่เสี่ยวเหอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมา แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ใจเด็ดเช่นกัน เพียงแค่คืนเดียว เธอก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าสามีของเธอหมดหวังแล้ว และครอบครัวนี้ก็ต้องพึ่งพาเธอ
เธออยู่ที่หอพักของโรงงานทอผ้าต่อไม่ได้แน่ เธอต้องหาที่อยู่ใหม่
เมื่อนึกถึงข้าวของและเงินทองมากมายที่สามีของเธอขนกลับบ้านมาตลอดหลายปี หลี่เสี่ยวเหอก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง เธอก็รู้ดีว่ากำไรที่สามีของเธอได้มาจากการค้าตำแหน่งงานและการยักยอกตลอดหลายปีมานี้จะต้องถูกสำนักงานความมั่นคงฯ ยึดไปอย่างแน่นอน แต่นั่นมันก็แค่เงินที่เปิดเผยอยู่ภายนอก ของมีค่ามากกว่านั้น คนนอกไม่รู้เรื่องด้วยหรอก
ของเหล่านี้คือรากฐานที่จะทำให้เธอและลูกทั้งสองคนตั้งตัวได้ในอนาคต ถ้ามีโอกาส เธอก็จะหาผู้ชายดีๆ แต่งงานใหม่ด้วยซ้ำ เธอไม่คิดที่จะเป็นม่ายให้สามีไปตลอดชีวิตหรอก
อย่างไรเสีย เธอก็ยังสาว อายุยังไม่ถึง 40 ปี แถมยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมาหลายปี ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี จนดูเหมือนคนอายุสามสิบต้นๆ ด้วยรูปร่างหน้าตาของเธอ การจะแต่งงานใหม่กับผู้ชายดีๆ อีกสักคนย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน
เมื่อมองดูลูกชายกับลูกสาวฝาแฝดชายหญิงที่อายุเพียงเจ็ดแปดขวบอยู่ข้างๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเด็กทั้งสองคนเป็นลูกของเธอเอง หลี่เสี่ยวเหอก็ไม่อยากจะยุ่งกับพวกเขาเลยจริงๆ ส่วนพ่อสามีและแม่สามีของเธอน่ะหรือ ในแผนการอนาคตของหลี่เสี่ยวเหอ ไม่มีที่ว่างให้คนแก่ทั้งสองคนนี้เลย
เอาเถอะ ค่อยๆ ดูกันไปทีละขั้นแล้วกัน
ความคิดของหลี่เสี่ยวเหอวิ่งวนอยู่ในหัว และช้าๆ เธอก็รู้สึกว่าหัวของเธอหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็ค่อยๆ ผล็อยหลับไป
ซือย่าเห็นว่าทุกคนในห้องทั้งสองห้องถูกยาสลบจนหมดสติไปแล้ว ก็รีบเอาเครื่องตรวจจับโลหะออกจากมิติของเธอทันที แล้วเริ่มค้นหา
เธอไม่พลาดแม้แต่จุดเดียว ไม่ว่าจะเป็นอิฐที่ผนังทุกก้อน หรือทุกซอกทุกมุม เพราะกลัวว่าเครื่องตรวจจับโลหะอาจจะพลาดของที่ไม่ใช่โลหะ ซือย่าเลยใช้มือคลำไปตามจุดที่พอจะซ่อนของได้ทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่พื้นรองเท้าของคนในบ้าน
เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าบ้านของหลี่เวยตงจะซ่อนของดีไว้เยอะขนาดนี้ หลายชิ้นน่าจะเป็นของที่คนอื่นแอบให้มา และไม่สามารถนำมาแสดงให้คนเห็นได้ในตอนนี้
ใต้ต้นไม้ใหญ่ในลานบ้าน ลึกลงไปหลายเมตร เธอขุดเจอกล่องสองใบ แต่ละใบอัดแน่นไปด้วยของดีๆ ไม่ต้องพูดถึงทองคำแท่งขนาดใหญ่ ที่มีอยู่หลายสิบแท่ง ยังมีหยก เครื่องประดับ และของมีค่าอื่นๆ อีก
ข้างๆ ห้องน้ำ เธอขุดเจอกห่อที่หุ้มด้วยกระดาษน้ำมัน ข้างในมีธนบัตรปึกใหญ่กับทองคำแท่งเล็กๆ ซือย่าไม่ได้นับอย่างละเอียด แต่แค่ดูกจากความหนา ก็รู้แล้วว่ามันมีจำนวนมหาศาลอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ในห้องทั้งสองห้อง เธอยังเจอธนบัตรใบใหญ่ที่มัดรวมกันเป็นปึกๆ อย่างน้อยก็ยี่สิบปึก เธอยังเก็บกระเป๋าเดินทางที่หลี่เสี่ยวเหอจัดเตรียมไว้เข้ามิติของเธอไปด้วยทั้งหมด
ในนั้นมีของดีๆ อยู่เพียบ ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้กำลังวางแผนจะหนีไป
ยิ่งไปกว่านั้น ซือย่ายังเจอบัญชีเล่มหนึ่ง เธอเปิดดูอย่างละเอียด ก็พบว่ามันบันทึกรายชื่อทั้งหมดที่หลี่เวยตงค้าตำแหน่งงานให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงรายชื่อของคนที่ติดสินบนเขาด้วย ของชิ้นนี้จะทิ้งไว้ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด มันต้องถูกส่งมอบให้สำนักงานความมั่นคงฯ
เธอค้นบ้านของหลี่เวยตงจนทั่ว แต่ไม่เหมือนกับตอนที่เธอจัดการตระกูลหลิน เธอไม่ได้กวาดไปจนเกลี้ยง อย่างน้อยเฟอร์นิเจอร์และเสื้อผ้าของครอบครัวนี้ ซือย่าก็ไม่ได้แตะต้อง
แต่ว่า ข้าวสาร แป้ง ธัญพืช น้ำมัน ไก่ เป็ด ปลา เนื้อ และของดีอื่นๆ ในครัว ถูกส่งเข้าไปในมิติของเธอทั้งหมด
ในห้องเก็บของของหลี่เวยตงยังมีไวน์ชั้นดีอีกมากมาย รวมถึงยี่ห้อดังอย่างเหมาไถด้วย ซือย่าไม่พลาดแม้แต่ขวดเดียว