เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 ยอดอัจฉริยะถือกำเนิด

ตอนที่ 8 ยอดอัจฉริยะถือกำเนิด

ตอนที่ 8 ยอดอัจฉริยะถือกำเนิด


ในสายตา'เย่ว์ปิง' พี่สามของนางไม่เคยไปโรงเรียน แต่ก็ควบคุมสัตว์อสูรได้ดีกว่านักเรียนปีสองในโรงเรียนของนางเสียอีก ไม่ได้เรียนวิธีการควบคุมแต่อย่างใดเลย

เขาเรียนรู้วิธีควบคุมดอกหนามให้โจมตีเป้าหมายด้วยตัวเอง เขาผสานจิตกับดอกหนามแล้วส่งกระแสความคิดไปที่มันได้ วิธีนี้สำหรับนักเรียนแผนกพฤกษาทุกคนถือเป็นอุปสรรคที่ใหญ่

เมื่อพวกเขาเรียนรู้วิธีควบคุม ทำไม พี่สามถึงทำได้อย่างง่ายดายนัก ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่มีใครสอนเขาด้วย เพียงชั่วเวลาไม่กี่วินาที เขาก็สั่งให้ดอกหนามพ่นพิษที่เขาเพิ่งทำสัญญาเสร็จแล้วอัญเชิญออกมาครั้งแรกพ่นพิษใส่เป้าหมายได้ ช่างดูเป็นธรรมชาติและคิดได้เร็ว

ทันทีที่เขาเข้าโรงเรียนได้ บางทีเขาอาจได้รับพิจารณาจากคณาจารย์ในฐานะผู้เป็นอัจฉริยะที่หลายร้อยปีจะมีปรากฏสักครั้ง 'เย่ว์ปิง'มองดู'เย่ว์หยาง'ผู้ทำหน้าหดหู่ผิดหวัง นางรู้สึกตกใจอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพราะทักษะที่ทำได้เร็วดั่งใจของเขา

แต่จากความจริงที่ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ ถูกคนอื่นๆ ล้อเลียนว่าเป็นไอ้ขี้แพ้ ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าทักษะโดยธรรมชาติของเขาน่าเกรงขามขนาดไหน

“หา?”

แต่'เย่ว์หยาง'ที่เดิมทีตั้งใจว่าจะแอบหลบมุมนั่งวาดวงกลมแก้เขิน มองเห็นดอกหนามพ่นพิษของเขาเหี่ยวแห้งกองลงกับพื้น ข้อมูลแว่บเข้ามาในใจเขาจนเขาต้องตบหน้าผากอีกครั้ง

เขานี่โง่จริงๆ ความได้เปรียบของดอกหนามพ่นพิษที่ต่างจากสัตว์อสูรประเภทอื่นก็คือมันไม่ต้องการอาหารหรือคอยดูแลใดๆ เลย นอกจากนี้ไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขเฉพาะที่จะดำรงคงอยู่ได้

สัตว์อสูรประเภทสัตว์ทั่วไปและประเภทสัตว์ร้ายจำเป็นต้องได้อาหารเพื่อไว้ใช้โจมตีด้วยพลังเวทของพวกมัน ขณะที่สัตว์อสูรประเภทแมลงและจำพวกปลาจำเป็นต้องมีเงื่อนไขหลายอย่าง

ถึงจะดำรงอยู่ในโลกนี้ได้ เทียบกับพวกมันแล้ว ประเภทพฤกษาและประเภทหุ่นเชิดควบคุมง่ายที่สุด ถ้าสัตว์อสูรจำพวกหุ่นเชิดเสียหาย มันก็แค่ถูกนำไปที่ตำหนักหุ่นเชิดเพื่อทำการซ่อมแซม

อย่างไรก็ตาม ถ้ามันถูกทำลาย ก็อาจจะซ่อมไม่ได้ อีกอย่างข้อเสียเปรียบใหญ่หลวงของอสูรจำพวกหุ่นเชิดก็คือ พวกมันฟื้นคืนชีพไม่ได้ ในทางตรงกันข้าม สัตว์อสูรจำพวกพฤกษาฟื้นคืนชีพได้

แต่ข้อเสียเปรียบใหญ่หลวงที่สุดของมันก็คือความเร็วในการเคลื่อนไหว พวกมันอืดอาดมาก นอกจากนี้ พวกมันไม่ฉลาดเสียเลย ดังนั้นแทนที่จะฝึกกับดอกหนามพ่นพิษ ใครๆ มักจะฝึกกับหมาป่าวายุ เสือดาวเงาและสัตว์ที่มีส่วนร่วมในการต่อสู้อย่างใกล้ชิดแทน อย่างไรก็ตาม ดอกหนามพ่นพิษก็มีความได้เปรียบในตัวมันเอง

ข้อได้เปรียบยิ่งใหญ่ที่สุดของมันก็คือมันสามารถกินศพและมีพัฒนาการได้ต่างจากสายหุ่นเชิด ตราบใดที่มันยังมีชีวิต พวกมันกินได้ย่อยได้อย่างช้าๆ

จากนั้นมันจะวิวัฒนาการและเพิ่มระดับพลังในศพได้ มันแค่ยังอยู่ในระดับเริ่มต้น ดอกหนามต้นนี้ยังเล็กและอ่อนแอมาก การพ่นพิษครั้งหนึ่งจะใช้พลังของมันทั้งหมด

ดังนั้นมันจึงเหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่านี่ไม่ได้หมายความมันตายจริงๆ ถ้าถูกทำลายโดยจงใจ อย่างนั้นมันก็คงฟื้นไม่ได้ บรรดาสัตว์อสูรอื่นๆ ทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์หรือสัตว์อสูรในตำนาน มีอยู่เพียงประเภทเดียวที่ไม่ตาย ก็คือสัตว์อสูรผู้พิทักษ์จากคัมภีร์อัญเชิญ สัตว์ผู้พิทักษ์เป็นสัตว์อสูรประเภทหนึ่ง

ต่อให้ต้องตายก็ไม่หักหลังผู้อัญเชิญของพวกมัน ส่วนสัตว์อสูรประเภทอื่นมีระดับความภักดีของพวกมันเอง ถ้ามีความภักดีต่ำ สัตว์อสูรอาจหนีไประหว่างสู้ดุเดือดก็ได้ ร้ายที่สุดคืออาจหายตัวไปจากคัมภีร์อัญเชิญเองก็ได้

“ดูเหมือนว่าท่านจะสังเกตได้แล้ว ใช่ สัตว์อสูรสายพฤกษาต่างจากสัตว์อสูรสายอื่นๆ พวกมันมีความสามารถที่พิเศษ และนั่นก็คือ หยั่งราก”

จากนั้น'เย่ว์ปิง'สั่งให้ต้นดอกหนามพ่นพิษของนางพ่นพิษบ้าง และมันก็กระทบเข้าที่กลางเป้าบนผนังอย่างรวดเร็ว การลงมือโดยไม่ผิดพลาดของนางทำให้'เย่ว์หยาง'หน้าแดงด้วยความละอาย

นางเป็นหนึ่งในอัจฉริยะของครอบครัวอย่างแน่นอน ฝีมือนางสุดยอด จากนั้นดอกหนามพ่นพิษของ'เย่ว์ปิง'เริ่มค่อยๆเฉาลง อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้หายไปเหมือนกับของ'เย่ว์หยาง' ดอกหนามของนางแค่ล้มลงกับพื้น และอย่างช้าๆ ช้ามากๆ

มันจึงค่อยตั้งตรงได้อีกครั้ง 'เย่ว์ปิง'ทำเหมือนเป็นครูขณะอธิบายให้'เย่ว์หยาง'ฟัง

“ตอนนี้ ข้าแค่สั่งให้ดอกหนามหยั่งรากลงในดิน ตราบใดที่มันยังสัมผัสพื้นดิน มันก็สามารถเติมพลังจากโลกได้ ต้นดอกหนามนี้จะฟื้นตนเองได้ราวๆ 10 นาที และมันจะไม่เหี่ยว”

'เย่ว์หยาง'เป็นเหมือนนักเรียนที่ตั้งใจฟังครูขณะที่ผงกศีรษะอย่างอารมณ์ดี

“เข้าใจแล้ว งั้นข้าขอลองอีกครั้งนะ”

“เอ๋?”

'เย่ว์ปิง'ชะงักเมื่อได้ยินอย่างนั้น ลองอีกครั้ง? เขาเพิ่งทำสัญญากับคัมภีร์ไม่ใช่เหรอ? ผู้ทำสัญญากับคัมภีร์ใหม่ๆ น่าจะเป็นได้แค่ระดับเริ่มฝึกนี่, และผู้เริ่มฝึกน่าจะอัญเชิญสัตว์อสูรได้วันละ 1 ตัว

ดอกหนามพ่นพิษที่เขาอัญเชิญออกมาก็เหี่ยวเฉาหายไปแล้ว เขายังจะลองอีกเพื่ออะไรกัน?  นางเองอยากจะถือโอกาสให้ความรู้เขา บอกเขาว่า ควรจะปกป้องสัตว์อสูรของเขาให้ดี อย่าปล่อยให้พวกมันตายง่ายๆ

ทั้งนี้เป็นเพราะมีข้อจำกัดที่จำนวนครั้งที่คนๆ หนึ่งจะเรียกสัตว์อสูรของพวกเขาออกมา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นระหว่างสู้รบหรือฝึกธรรมดาๆ เขาก็น่าจะดูแลสัตว์อสูรที่เรียกออกมาให้ดี... เขา

เขายังเรียกสัตว์อสูรอื่นได้อีกหรือ? ตรงกันข้าม 'เย่ว์หยาง'ไม่รู้ว่าในใจเด็กสาวคิดอะไรอยู่ เขาตื่นเต้นพยายามเรียกต้นดอกพ่นพิษต้นอื่นออกมา จากนั้นก็ตั้งใจอย่างหนักเพื่อให้ดอกหนามหยั่งรากลงพื้น

“สำเร็จแล้ว ในที่สุดข้าก็ทำจนได้”

'เย่ว์หยาง'ปรบมืออย่างมีความสุข แม้ว่าเขาจะไม่ใช่อัจฉริยะ แต่อย่างน้อยเขาคงไม่ใช่พวกระดับหัวปานกลางแน่ พอเห็นพฤติกรรมทั้งหมดนี้

'เย่ว์ปิง'แทบจะทรุดลงกับพื้น และด้วยเหตุนี้น้องสาวสุดประหลาดกับพี่ชายกำมะลอจึงเริ่มหยอกล้อกันบ้างแล้ว

“พี่สาม! ท่านเพิ่งจะทำสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญไม่ใช่เหรอ? ข้าว่า.. ท่านเพิ่งทำสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้สำเร็จเมื่อไม่กี่วันมานี่เองใช่ไหม?”

'เย่ว์ปิง'ที่ยังตกใจละล่ำละลักถาม

“ใช่ ถูกแล้ว”

'เย่ว์หยาง'พยักหน้าขณะตอบ

“อย่างนั้นระดับท่านในตอนนี้เล่า? เป็นระดับ 1 ผู้เริ่มฝึกหัด หรือว่าระดับ 2 ผู้กล้า”

“ระดับ 1 ผู้เริ่มฝึกหัด”

'เย่ว์หยาง'ตอบตามจริง

“ท่านเป็นระดับ 1 ผู้ฝึกหัดของกลุ่มชั้นไหน? ชั้นเริ่มต้น, ชั้นกลาง, หรือชั้นสูง? ท่านเกินระดับ 2 มามากขนาดไหนแล้ว? ที่ข้าหมายถึงก็คือ บางทีระดับของท่านอาจปรับขึ้นไปที่ระดับ 2 โดยท่านไม่รู้ตัวและเป็นผู้เริ่มต้นของชั้นผู้กล้าไปแล้วใช่ไหม?”

'เย่ว์ปิง'ถามด้วยความอยากรู้เต็มเปี่ยม

“ไม่นะ, มันจะนเร็วขนาดนั้นได้ยังไง, ดูสิ ข้ายังอยู่ในกลุ่มเริ่มต้น ระดับ 1 ผู้เริ่มฝึกหัด การปรับขึ้นเป็นระดับ 2 เป็นเรื่องยากมากๆ นั่นแหละที่ข้ารู้.”

แม้ว่า'เย่ว์หยาง'จะอยู่ที่นี่มาได้ไม่กี่วัน จะมากหรือน้อยเขาก็เข้าใจว่าได้ความรู้จากคัมภีร์อัญเชิญ เขาหันคัมภีร์อัญเชิญสีทองแดงของเขาเปิดดูหน้าสถิติแล้วให้เย่ว์ปิงได้เห็นระดับและการจัดกลุ่มเขา

หลังจากยืนยันสิ่งที่บอกให้นางฟัง สาวน้อยรู้สึกมึนงง ขณะที่ถามว่า

“พี่สาม! ผู้ฝึกหัดระดับ 1 ทำได้เพียงเรียกสัตว์อสูรได้ 1 ตัวต่อ 1 วันเท่านั้น แล้วท่านเรียกออกมาถึง 2 ตัวได้ยังไง?”

“อ๋อ...”

'เย่ว์หยาง'เกาหัวตนเอง

“ความจริง ข้าไม่ได้เรียกออกมา 2 ตัวหรอกนะ”

“ไม่ได้เรียกอย่างนั้นเหรอ? แล้วนี่มันอะไร?”

'เย่ว์ปิง'ชี้ไปที่ต้นดอกหนามพ่นพิษที่เย่ว์หยางเพิ่งเรียกออกมา หรือว่านางฝันไป?

“นั่นมันดอกหนามพ่นพิษที่เหี่ยวเฉา ที่ข้าเรียกออกมาก่อนนั้นไง”

'เย่ว์หยาง'รู้สึกแปลก มีบางอย่างผิดไปอย่างนั้นหรือ?

“ถึงจะเป็นต้นเดียวกัน มันก็เหี่ยวเฉาตายไปแล้วนี่, ดังนั้นท่านจะไม่สามารถเรียกมันออกมาได้อีกในวันนี้ แล้วท่านเรียกออกมาอีกได้ยังไง?”

'เย่ว์ปิง'สับสนจนเกือบเป็นลม เป็นไปได้ว่าพี่สามของนางคือยอดอัจฉริยะที่พันปีจะปรากฏมีมาครั้งหนึ่ง ซึ่งก็มีแต่ในตำนานเท่านั้นไม่ใช่เหรอ?  ตามที่ตำนานกล่าวไว้  มีอัจฉริยะผู้หนึ่งเติบโตมาแบบผิดปกติสามารถเรียกสัตว์อสูรที่เขาทำสัญญาได้ถึง 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม อัจฉริยะอย่างนั้น อย่าว่า 100 ปีเลย

ต่อให้เป็นพันปีก็ยังหาได้ยาก เป็นไปได้ว่าพี่สามของนางเป็นอัจฉริยะประเภทนั้นหรือ? 'เย่ว์ปิง'มอง'เย่ว์หยาง'อีกครั้งด้วยสายตาที่แตกต่างไป นางได้พบยอดอัจฉริยะเข้าให้แล้ว 'เย่ว์หยาง'ไม่รู้ว่าตนเองต่างจากคนอื่นๆ

เขาพยายามอธิบายทั้งที่ยังสับสนอย่างนั้น

“ความจริง, ดอกหนามไม่ได้ตายหรอก ตอนที่ข้าเรียกดอกหนามออกมาครั้งแรก ข้าแค่แยกให้มันเป็น 2  ข้าเก็บต้นหลักของมันไว้ก่อนและเรียกออกมาแค่กิ่งของมัน แต่ต้นหลักของมันและส่วนที่เรียกออกมามีพลังเสมอกัน ตอนนี้ที่ตายไปก็แค่กิ่งของมัน แต่ต้นหลักยังคงอยู่ ดังนั้นมันจึงไม่มีผลอะไร..แน่นอน การอัญเชิญแบบนี้ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก...”

“อะไรนะ ท่านพูดอะไร? ท่านรู้วิธีอัญเชิญแบบขยายพันธุ์ด้วยหรือนี่?”

'เย่ว์ปิง'รู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงอยู่รอบตัว

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=8

จบบทที่ ตอนที่ 8 ยอดอัจฉริยะถือกำเนิด

คัดลอกลิงก์แล้ว