เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 176 Running its own course

Chapter 176 Running its own course

Chapter 176 Running its own course


自生自灭

การต่อสู้ของซูเห่ากับจักรพรรดิปฐพีและจักรพรรดิหมอกนั้น,มีผู้คนมากมายของเมืองหลินหยวน ที่ได้เห็น,แม้นว่าพวกเขาจะรีบหาที่ซ่อนตอนแรก,ทว่าการต่อสู้ที่ทรงพลังของมนุษย์กลายพันธ์นั้น,ก็ทำให้พวกเขาต้องการเห็นด้วยเช่นกัน.

นอกจากนี้เผ่าพันธุ์จูเห่าเหรินยังสายตาที่ดีมาก,พวกเขาสามารถมองเห็นได้แต่ไกลตั้งแต่ต้นจนจบ.

แม้แต่บางคนที่มีวิธีรักษาชีวิตตัวเองจากมนุษย์กลายพันธ์ที่แข็งแกร่ง,เพื่อที่จะดูการต่อสู้ให้ชัดเจน,มีหลายคนที่ซวยถูกเขตแดนมังกรเพลิงของซูเห่าเผาไปด้วย,ทว่าพวกเขาก็ไม่ตาย,สามารถลอกคราบรอดชีวิตมาได้.

หลังจากที่ซูเห่าจากไปแล้ว,เหล่าคนทั่วไปที่ซ่อนอยู่ไกล ๆ ก็เริ่มส่งเสียงดังอื้ออึง.

“มนุษย์กลายพันธ์สองคนที่ทรงพลังทำลายเมืองไป,ตายแล้ว....”

“ร้ายกาจเกินไปแล้ว!”

“ร่างในเกราะโลหะที่งดงามนันเป็นใครกัน? ถึงได้สามารถสังหารเจ้าตัวร้ายกาจสองคนนั่นได้!

“เมื่อครั้งที่ข้าเห็นยักษ์ปรากฏ,ข้าคิดว่าสวรรค์คงพังทลายแล้ว,ไม่คาดคิดว่ายักษ์ที่ใหญ่ยักษ์นั่น,จะพ่ายแพ้กระทั่งตกตายไป,มนุษย์เกราะโลหะนั้นทรงพลังมาก,ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย.”

“แล้วหลุมใหญ่นั่น,เสียงระเบิดดังมาก! มันน่าเหลื่อเชื่อมาก!”

“มนุษย์กลายพันธ์,แข็งแกร่งได้ขนาดนี้....หากข้า...”

“ใครรู้ว่ามนุษย์เกราะโลหะนั้นเป็นใคร?”

“ไม่รู้....”

“ทิศทางที่ไปคือเมืองซือหลิน,เป็นไปได้ว่า,เขามาจากเมืองซือหลิน?”

“เป็นไปได้!”

“เป็นเขาหรือไม่,เจ้าจำไม่ได้รึ? สี่ปีก่อน คนที่สังหารจักรพรรดิสวรรค์แสตน,ทำลายแก๊งเทียนซาไป!”

“ใช่แล้วจะต้องเป็นเหว่ยเมืองซือหลินแน่.”

“พวกเราไปเมืองซือหลินกัน! ที่นั่น จะต้องเป็นสถานที่หลบภัยที่ดีที่สุดแน่นอน!”

“ข้าไปด้วย!”

......

จากนั้น,การอพยพครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น,โดยที่หยาซานไม่ทันได้ทันตั้งตัว.

อย่างไรก็ตาม,เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับซูเห่ามากนัก.

เขาบินกลับมาร่อนลงที่นอกเมือง,เปลี่ยนเป็นโลหะกลืนกินร่างกายจมลงบนพื้นและกลับไปยังห้องทดลอง.

หลังจากนั้น,ร่างกายของเขาก็ผุดขึ้นที่ห้องทดลอง.

ซูเห่าโยนศพทั้งสองไปด้านข้าง,พ่นลมหายใจยาว,ไม่ได้เหนื่อยล้าอะไรนัก,ทว่าเขาไม่ได้นอนทั้งคืน,ควรจะพักผ่อนสักหน่อย.

ซูเห่าทำการเก็บศพทั้งสองนำไปแช่ด้วยน้ำยาพิเศษเพื่อรักษาสภาพเนื้อให้สดอยู่เสมอ,ก่อนที่จะกลับไปนอน.

ไม่มีใครรบกวนเขา,จวบจนถึงเช้าอีกวัน,เขาก็ก้าวออกมาจากห้องด้วยสภาพสดชื่น,ความเหนื่อยล้าทั้งหมดมลายหายไป.

รู้สึกหิวเล็กน้อย.

ในเวลานั้นข้าง ๆ หยาซาน,โลหะสั่นส่งเสียงออกมา“หยาซาน,ข้าหิวแล้ว,กลับมาทำอาหารให้ข้าด้วย.”

สำหรับหยาซาน,กำลังจัดการงานเกี่ยวกับแก๊งซือหลินอะไรหรือไม่? ซูเห่าไม่รู้,สิ่งสำคัญเวลานี้คือการเติมเต็มท้องของเขาต่างหาก.

หยาซานลุกขึ้นเอ่ยออกมาทันที“วางใจได้! พี่ใหญ่เหว่ย,รอข้าพักหนึ่ง,ข้าจะไปทันที.”

จากนั้นหยาซานที่วางมือจากงานทั้งหมด,เอ่ยออกมาว่า“ไท่นี่,เรื่องทั้งหมดเจ้ามีอำนาจจัดการเต็มที,จะจัดการอย่างไรก็แล้วแต่เจ้า,ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า!”

ไท่นีกลายเป็นงงไปเลย,ขณะจ้องมองปิศาจเคี้ยวโนวหลินด้วยความงงงวย.

ไท่นี่ก้าวไปนั่งบนที่นั่งหยาซาน เอ่ยออกมาอย่างช่วยไม่ได้“พี่สาวโนวหลิน,ปรกติมีเขาก็เหมือนไม่มีอยู่แล้ว,พวกเราลงมือกันต่อเถอะ!”

โนวหลินพยักหน้า.

หยาซานนั้นถือว่าเป็นเทพพ่อครัวของเมืองซือหลินเลยก็ว่าได้,อาหารจานผัดทุกอย่างที่ได้รับการชี้แนะจากซูเห่า,เวลานี้เขาอยู่ในขั้นผู้เชี่ยวชาญ.

ไม่นานหลังจากนั้น,อาหารก็ถูกเตรียมเอาไว้เต็มโต๊ะ,ส่งกลิ่นหอมกระจายออกมา.

ซูเห่าที่ก้าวเข้าไปนั่งกินพร้อมกับเอ่ยออกมาว่า“หยาซาน,เจ้าเองก็มากินด้วยกันสิ!”

หยาซานที่ก้าวเข้ามานั่ง,ขณะที่เห็นพี่ใหญ่เหว่ยกินอย่างเอร็ดอร่อย,ก็เผยความพอใจ,ขณะยกน้ำชาขึ้นจิบ.

ผ่านไปนานเหมือนกัน,ซูเห่าที่กินจนพึงพอใจเอ่ยออกมาว่า“หยาซาน,ฝีมือของเจ้าดีขึ้นมาก!”

หยาซานเองก็เอ่ยอย่างพึงพอใจ“อิ อิ พี่ใหญ่เหว่ยสอนได้ดี! ก่อนที่จะพบกับพี่ใหญ่,ข้าพอทำอะไรได้เล็กน้อยเท่านั้น!”

ซูเห่าเอ่ย“กินได้กี่ดีแล้ว,อย่าได้ทุ่มเทกับมันมากนัก!”

หยาซานพยักหน้ารับ“รับทราบ!”

ซูเห่าเอ่ยเพิ่ม“หยาซาน,เร็ว ๆ นี้ โลกนี้อาจไม่สงบ,ตามข่าวที่ข้าได้รับมา,ที่เมืองอันหยางนั้นมีมนุษย์กลายพันธ์ บุตรแห่งฆาตกรรมไล่ล่าสังหารมนุษย์กลายพันธ์ด้วยกัน,เจ้าจะต้องเตรียมการเอาไว้ให้ดี.”

หลังจากนั้นซูเห่าก็เล่าถึงสถานการณ์ทั่วไปให้หยาซานฟัง“หากสถานการณ์ไม่ดี,เจ้าจำเป็นต้องเตรียมการอพยพเล็กน้อย.”

ในเวลานั้น,หยาซานกลายเป็นเงียบ.

เขาเข้าใจคำพูดของพี่ใหญ่เหว่ย,อพยพเล็กน้อย,หมายความว่านำผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไว้ใจได้จากไป,ส่วนคนอื่น ๆ อาจจะปล่อยไปตามยถากรรม.

หลังจากที่จัดการดูแลแก๊งซือหลินมาระยะหนึ่งแล้ว,เขามีสัมพันธ์ภาพที่ดีกับทุกคน,ไม่ค่อยยินดีนักที่เขาจะอพยพเล็กน้อย.

อย่างไรก็ตาม,พี่ใหญ่เหว่ยเอ่ย,ในเมื่อต้องอพยพ,เช่นนั้นเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใส่ใจ,อย่างไรก็ตาม,เขายังไม่เข้าใจ,บุตรแห่งฆาตกรรมนั้นแข็งแกร่งขนาดใหน,ถึงจำเป็นต้องอพยพ.

ส่วนซูเห่าในเมื่อได้เอ่ยออกไปแล้ว,เขาก็ไม่ใส่ใจอีกต่อไป,สำหรับหยาซาน,ซูเห่าจำเป็นต้องแจ้งเขา,ส่วนการที่เขาจะตัดสินใจอย่างไร,ก็ขึ้นอยู่กับเขา.

กล่าวตามจริง,ทุกคนมีอิสระที่จะเลือกทำได้ตามใจ,ขอเพียงไม่ขัดขวางเส้นทางของกันและกันก็พอ.

นี่ถึงจะเรียกว่าอิสระทางความคิด.

ทุกคนสามารถไปทุกหนแห่งได้,สามารถอยู่บ้านตลอดเวลาทั้งวัน,สามารถเรียนรู้อย่างหนักหรือขี้เกียจได้ตามใจปรารถนา.

ทว่าก็มีเหตุผลหลายอย่างที่ไม่อาจปล่อยวางได้เช่นกัน,เหมือนกับหยาซานในเวลานี้,เขาไม่ต้องการละทิ้งแก๊งซือหลิน,แม้แต่ต้องการผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน.

เป็นความจริง,เพราะภาระความผิดชอบที่มันอยู่บนไหล่ของหยาซานแล้ว,ทำให้ความคิดของเขาไม่ได้เป็นอิสระอีกต่อไป.

ในเวลานั้น,ซูเห่าลุกขึ้นเอ่ยออกาว่า“หยาซาน,สภาพของเจ้าเวลานี้นับว่าพร้อมแล้ว,ตามข้ามา,ข้าจะวิวัฒนาการเจ้าเป็นจักรพรรดิปฐพี!”

ในเวลานั้นใบหน้าของหยาซานที่กลายเป็นงงงวย“วิวัฒนาการอะไร,จักรพรรดิปฐพีอย่างงั้นรึ?”

ซูเห่าไม่ได้เอ่ยอธิบายอะไร,ลุกขึ้นก่อนที่จะก้าวเข้าไปในห้องทดลอง.

หยาซานที่เก็บถ้วยชามเสร็จ,ก่อนเร่งรีบตามพี่ใหญ่เหว่ยไป.

หลังจากเข้ามาในห้องทดลอง,เขาก็พบศพสองศพที่ถูกแช่ในอ่าง,อดไม่ได้เลยที่จะเผยความประหลาดใจ“พี่ใหญ่เหว่ย,นี่คือ......”

ซูเห่าเอ่ย“นี่คือ ศพของ จักรพรรดิปฐพีและจักรพรรดิหมอก.”

หยาซานที่ดวงตาเบิกกว้างกลมโตขึ้นมาทันที“จักรพรรดิปฐพี,จักรพรรดิหมอก,ใช่สองคนที่มาใหม่ที่เมืองหลินหยวนหรือไม่? พี่ใหญ่เหว่ยไปสังหารพวกเขาเมื่อไหร่?”

จะไม่ให้หยาซานตกใจได้อย่างไร,สองสามวันก่อนพวกเขาได้ยินเรื่องที่แก๊งสี่ราชาเอ่ยถึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่เมืองหลินหยวน,ไม่คาดคิดว่าสองคนที่สร้างปัญหาขับไล่แก๊งสี่ราชาออกมา,กับมานอนอยู่ในห้องทดลองของพี่ใหญ่เหว่ยแล้ว,เรื่องนี้....

พี่ใหญ่เหว่ย,ร้ายกาจเกินไป,ไม่คาดคิดเลยว่าจะจัดการพวกเขาได้อย่างง่ายดาย.

ซูเห่าเอ่ย“มา,หยาซานนอนลง,ข้าจะเก็บตัวอย่างโลหิตของเจ้าก่อน.”

หยาซานที่ถอยเสื้อคลุมออก,ก่อนที่จะขึ้นไปนอนบนเตียงทดลอง,พร้อมกับยื่นแขนออกไปอย่างรู้ความ.

แม้นว่าเขาจะมีสภาพจิตใจที่มั่นคง,ทว่าเมื่อรู้ว่าตัวเองจะได้วิวัฒนาการ,ก็ยากจะใจเย็นได้เหมือนกัน.

เขาที่ติตามพี่ใหญ่เหว่ยมา,ไม่ว่าจะประสบกับอะไร,ต้องสุขุม.

เขาไม่คาดคิดเช่นกัน,ว่าจะมีโอกาสได้เป็นมนุษย์กลายพันธ์ขั้นหก.

จากอ่อนแอที่สุดจนก้าวไปถึงแข็งแกร่ง,ทุกอย่างอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว.

สิ่งนี้ควรจะเรียกว่าเกียรติยศในชีวิตหรือไม่?

พี่ใหญ่เหว่ยคือผู้นำเกียรติยศมาให้กับเขา!

จบบทที่ Chapter 176 Running its own course

คัดลอกลิงก์แล้ว