เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 161 You, need to help

Chapter 161 You, need to help

Chapter 161 You, need to help


你们,需要帮助吗

การฝึกบินใช้เวลาต่อเนื่องสามวัน,ท้ายที่สุดหยาซานก็สามารถรักษาสถานการณ์บินได้.

จากหวาดกลัวเวลานี้กลับกลายเป็นตื่นเต้น.

โอ้วสวรรค์,ใครจะคาดคิดว่าเขาจะสามารถบินได้.

สองวันก่อนเขายังหวาดผวาจนร่วงอยู่เลย,เวลานั้นเขารู้สึกสมองขาวโพลน กระทั่งหยุดทำงานไปเลย.

ตอนนี้เขาสามารถควบคุมมันได้,รักษาสมดุลได้อย่างรวดเร็ว,การบินเวลานี้,ไม่จำเป็นต้องให้พี่ใหญ่เหว่ยจับอีกแล้ว.

การสามารถเคลื่อนไหวบนอากาศได้อย่างอิสระ,หยาซานบอกได้คำเดียวว่า“สุดยอด!”

ความรู้สึกล่องลอยบนอากาศเช่นนี้,เป็นประสบการณ์ที่หยาซานไม่เคยประสบมาก่อน.

ส่วนการลงพื้นของหยาซาน,ซูเห่าไม่จำเป็นต้องกังวลใด ๆ.

การจอดพื้นนั้นง่ายมาก,เพียงใช้รูนปะทุบนอากาศลดความเร็วก็เพียงพอแล้ว.

ไม่ว่าอย่างไรร่างกายของหยาซานก็หนาหนังเหนียวอยู่แล้ว,ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ตายง่าย ๆ ถึงจะล่วงหล่นลงบนพื้นอย่างรุนแรงก็ตาม.

หลังจากนั้นอีกสองวัน ที่ซูเห่าสอนหยาซานบิน,เขาได้แนะนำอีกฝ่ายสองสามอย่าง,จากนั้นเขาก็ออกจากเมืองซือหลินไป.

แผนที่ทวีปแห่งนี้,ซูเห่าได้บันทึกเอาไว้ในพื้นที่พินบอลแล้ว,ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะหลงทาง.

ซูเห่าที่หาเมืองที่อยู่ห่างจากเมืองซือหลิน,ซึ่งเมืองเป้าหมายมีชื่อว่าเมืองฉีหยาง,เป็นเมืองขนาดเล็กมีขนาดไม่ต่างจากเมืองซือหลินเท่าใดนัก.

ทำไมซูเห่าถึงได้เลือกเมืองฉีหยาง? นั่นเพราะเขาเปิดแผนที่แล้วเห็นมันเป็นสถานที่แรก,ก็เลยเลือกเมืองฉีหยาง.

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดหาใช่เรื่องสำคัญ,สิ่งสำคัญคือสิ่งที่เขาต้องการจะทำต่างหาก.

ซูเห่าที่บินออกไป,บินบนท้องฟ้า,มุ่งไปยังทิศทางเมืองฉีหยาง,ด้วยความเร็ว 2000 กมต่อชั่วโมง,บินไม่หยุด,ได้ยินเหมือนกับเสียงสายฟ้าฟาดบนท้องฟ้า.

แม้นว่าเมืองฉีหยางจะอยู่ไกลมาก,ทว่าด้วยการบินด้วยความเร็วสูง,เพียงแค่สามชั่วโมง,ก็มาถึงเมืองฉีหยางแล้ว.

หลังจากมองจากบนท้องฟ้าสูงขึ้นมาหลายพันเมตร,เมืองแห่งนี้เห็นเป็นจุดเล็ก ๆ,หากไม่เพราะสัมผัสถึงพลังงานของจูเห่าเหรินจำนวนมาก,ซูเห่าคงไม่อาจมองเห็น.

ประชากรของเมืองนี้มีอยู่ราว ๆ หนึ่งหมื่นคน,พลังจิงซีที่หนาสุดเทียบเท่ากับบรรพจารย์ขั้นสูง,หรือมนุษย์กลายพันธ์ขั้นสี่,มีอยู่ด้วยกันสองคน,ส่วนมนุษย์กลายพันธ์ขั้นสองและขั้นสามมีอยู่น้อยมาก.

ซูเห่าที่บินวนอยู่สองสามรอบ,จากนั้นก็ร่อนลงภูเขานอกเมือง.

เขาไม่เร่งรีบเข้าเมือง,ก่อนอื่นต้องหาสถานที่ก่อตั้งห้องทดลองก่อน.

ซูเห่าทำการเปลี่ยนภูเขาลูกดังกล่าว,สร้างกำแพงศิลาขึ้นมา.

ด้วยการใช้ทักษะเลือดเนื้อกลืนกิน.

เซลล์และพลังงานของเขาที่แพร่กระจายออกไป,ชั่วขณะก็เปลี่ยนภูเขาทั้งลูกกลายเป็นโลหะแปลง.

ซูเห่าไม่คิดที่จะใช้พื้นที่ทั้งภูเขา,ทว่าจำเป็นต้องสร้างห้องสิบห้อง,ห้องครัวสองห้องและห้องฟื้นฟูสุขภาพสิบห้อง.

อย่างไรก็ตามเมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่,แม้นว่าจะเป็นถ้ำ,ก็จำเป็นต้องวางโครงสร้างและระบบถ่ายเทอากาศให้ดี,และเขายังสร้างระบบระบายน้ำตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างอื่นขึ้นมาด้วย.

ในเมื่อมีแผนการไว้แล้ว,ก็สามารถปรับปรุงและปรับแต่งโครงสร้างที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย.

เพียงไม่นาน,เขาก็ปรับแต่งภูเขา,ปรับปรุงส่วนที่ต้องการ,สร้างทางเข้าออก,แม้แต่บันไดขึ้นลง,แบ่งปันเป็นสัดส่วน.

หลังจากปรับปรุงภูเขาทั้งลูก,เขาก็ทำการปิดซ่อนภูเขาให้เป็นปรกติ,ไม่ให้ใครเห็นสิ่งพิเศษใด ๆ ของสถานที่ดังกล่าว.

หลังจากจัดการทั้งหมด,ซูเห่าก็ปลดทักษะเลือดเนื้อกลืนกิน,โลหะแปลงค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาพปรกติเช่นเดิม.

ซูเห่าที่ก้าวลงบันได,ลงไปในอุโมงค์,เฝ้ามองพื้นที่รอบ ๆ เผยใบหน้าพึงพอใจ“โลหะเปลี่ยนรูป” ใช่งานง่ายจริง ๆ,เหมาะที่จะเป็นทักษะสร้างบ้าน!”

ยังไม่จบเท่านั้น,ซูเห่าได้ทำการสร้างสิ่งตกแต่ง,เช่นหลอดไฟ,และท่อน้ำ.

หลอดไฟนั้นง่ายมาก,เขาได้สลักอักขระ“สว่างจ้า”บนเพดาน,และยังมีอักขระผูกติด,เพื่อใช้เป็นโหนดเก็บพลังจิงซีเอาไว้,เพื่อหล่อเลี้ยงไฟบนเพดาน,ทำให้เพดานสามารถส่องแสงได้ตลอดเวลา.

โหนดเก็บจิงซีสามารถหล่อเลี้ยงอักขระสว่างจ้าได้หนึ่งวัน,หลังจากนั้นเขาจะต้องเติมจิงซีเข้ามาใหม่.

ประสิทธิภาพของโหนดเก็บพลังงานไม่ค่อยดีนัก,ทว่าซูเห่าไม่ได้ใส่ใจมันมากนัก.

ก่อนหน้านี้อาจจะต้องใส่ใจ,ทว่าเวลานี้เขามีจิงซีมหาศาล,แม้นว่าจะเปลืองจิงซีสักหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา.

ส่วนท่อน้ำนั้น,เขาสามารถสร้างท่อต่อมาจากแหล่งนน้ำพุใต้ดินที่อยู่ข้างเคียงด้านนอกได้.

หลังจากจัดการเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เสร็จ,ซูเห่าก็บินตรงไปยังเมืองฉีหยาง,จากนั้นก็เข้าไปในเมืองช้า ๆ.

เมืองแห่งนี้นับว่าเป็นเมืองชนบทยิ่งกว่าเมืองซือหลินซะอีก.

ที่นี่อยู่ติดกับทะเล,ทำให้สภาพบรรยากาศค่อนข้างชื้น,ทุกหนแห่งมักจะมีน้ำขัง,ดังนั้นสิ่งก่อสร้างมักจะมีสองชั้นขึ้นไป,และผู้คนจะอาศัยอยู่บนชั้นสอง.

สิ่งสำคัญที่สุดบ้านทุกหลังนั้นแทบจะมีโครงสร้างที่ใช้กันฝนและความชื้น.

ซูเห่าก้าวเข้ามายังเมืองฉีหยาง,รู้สึกราวกับว่าได้เข้ามายังอีกโลกอีกใบหนึ่ง.

หากไม่เพราะว่าบนถนนยังมีเผ่าพันธุ์จูเห่าเหรินที่ดูยุ่งวุ่นวาย,ซูเห่าคงคิดว่าตัวเองได้ตายแล้วมาเกิดอีกโลกแล้ว.

ซูเห่าที่เอ่ยเสียงออกมาทันใดนั้นเขา,ก็พบว่าสำเนียงของเขานั้นแตกต่างจากคนอื่น.

พี่สาวคนขายผ้าห่มที่เผยยิ้มเอ่ยออกมาว่า“น้องชายมาจากข้างนอกสินะ! จากสำเนียงแล้ว,เหมือนกับคนภาคตะวันตก,ไม่รู้ว่ามาจากใหนอย่างงั้นรึ?”

ซูเห่าเพียงแค่ต้องการผ้าห่มและของใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น,ไม่ได้ต้องการเอ่ยอะไรมาก,จึงเอ่ยออกไปว่า“ใช่แล้ว,เมืองฉีหยางนับเป็นสถานที่ดี! ข้าเพิ่งมาจากพื้นที่ตะวันตก!”

พี่สาวขายผ้าเห็นซูเห่าไม่ได้ต้องการคุยอะไรจึงเพียงแค่เผยยิ้มเล็กน้อยและกล่าวแนะนำเกี่ยวกับยาป้องกันยุงให้,จากนั้นก็ไม่เอ่ยอะไรอีก.

ซูเห่าที่ครุ่นคิด,ยากันยุงดูเหมือนว่าจะจำเป็นเช่นกัน,หลังจากซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน,ภายใต้คำแนะนำของพี่สาวขายของ,เขาก็ซื้อยาไล่ยุงและหนอนกลับมาด้วย.

เวลาค่ำคืนที่มาถึง,ซูเห่าที่กลับมายังห้องทดลอง,พร้อมกับไปนั่งบนเตียงนอน.

“ดูเหมือน,ว่าจำเป็นต้องรอให้มืดกว่านี้สักหน่อย.”

หลังจากฟ้ามืดสนิท,ซูเห่าก็บินไปยังเมืองฉีหยาง,ในเวลานี้เขากำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าเมืองฉีหยาง.

ซูเห่าไม่ได้ร่อนลงจอดบนพื้น,ลอยอยู่บนอากาศ,เฝ้ามองหาเหยื่อ.

......

ซูเห่ามาถึงโลกนี้,มากว่าสิบปีแล้ว,เข้าใจเกี่ยวกับโลกนี้ดี,เขาใจถึงพฤติกรรมของชาวพื้นเมืองเผ่าพันธุ์จูเห่าเหรินเป็นส่วนใหญ่.

ความเข้าใจนี้ไม่ใช่แค่เกี่ยวกับยีนเท่านั้น,ยังเข้าใจเกี่ยวกับนิสัยของพวกเขาด้วย.

เผ่าพันธุ์จูเห่าเหรินนั้นมีเมืองเล็กและหมู่บ้านจำนวนมาก,กระจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน.

อย่างไรก็ตามตามประวัติศาสตร์เพราะการคุกคามของสัตว์ร้าย,ในอดีตทำให้เผ่าพันธ์จูเห่าเหรินชอบอาศัยกันเป็นกลุ่ม.

ทว่าพฤติกรรมดังกล่าวนี้เปลี่ยนไปเพราะการหายไปของเหล่าสัตว์ร้าย,ถึงแม้นว่าในเวลากลางวันจะยังคงปรกติ,ทว่าทุกคืนนั้นไม่ว่าจะเป็นที่ใหนเหล่ามนุษย์กลายพันธ์ก็จะออกมาต่อสู้กัน.

ซูเห่ากำลังเฝ้ามองหาคนธรรมดาที่ได้รับอุบัติเหตุจากการต่อสู้ของมนุษย์กลายพันธ์.

ไม่ว่าจะเป็นเมืองใหน,ขอเพียงมีจำนวนประชากรจำนวนหนึ่ง,ก็มักจะมีมนุษย์กลายพันธ์,ออกมาไล่ล่ากันในเวลากลางคืน.

ในเวลาเดียวกันคนธรรมดาที่บริสุทธ์,มักจะได้รับบาดเจ็บอย่างช่วยไม่ได้,ส่วนจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบนั้นก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของมนุษย์กลายพันธ์ที่ปะทะกัน.

หากทั้งสองเป็นมนุษย์กลายพันธ์ขั้นห้าต่อสู้กันในเมือง,กล่าวได้ว่าในเมืองเล็กแห่งหนึ่งอาจจะพังทลายลงไปครึ่งหนึ่งเลย.

เกี่ยวกับเรื่องเช่นนี้,ซูเห่าเห็นมามาก,ไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้,เขาไม่สามารถที่จะขอให้ทุกคนกินเนื้อกันและกันอย่างเป็นมิตรได้.

มันดีเท่าไหร่แล้วที่เขาสามารถทำให้เมืองซือหลินอยู่ในสภาพที่ดีขึ้น.

ในโลกนี้ยังมีเมืองใหญ่เมืองเล็กอีกมาก,กระจายไปทั้งแผ่นดิน,มือของเขาไม่อาจยื่นไปได้ทั่วถึง.

นอกจากนี้,เขายังไม่ต้องการเข้าไปจัดการอีกด้วย!

ที่เขาทำได้ก็แค่แนะนำหยาซาน,กระตุ้นจิตใจของเขา,ให้ลุกขึ้นออกไปจัดการเรื่องดังกล่าว.

อย่างไรก็ตาม,เส้นทางนี้ก็ยังยากจนเกินไป,ตราบเท่าที่ระบบยกระดับความแข็งแกร่งของโลกนี้,จะต้องใช้เนื้อของมนุษย์กลายพันธ์,การเปลี่ยนแปลงไม่ให้ผู้คนต่อสู้กันจึงนับว่ายากจะทำสำเร็จ.

เพราะมนุษย์กลายพันธ์แทบทั้งหมดทุกคนไม่อาจระงับความยั่วยวนของการวิวัฒนาการได้.

ส่วนมนุษย์กลายพันธ์ขั้นสูงเองก็ไม่เคยไว้วางใจมนุษย์กลายพันธ์ขั้นต่ำ.

ใครจะรู้ว่าตัวเองจะถูกลอบสังหารเพื่อเก็บเนื้อกันเมื่อไหร่.

“ตูมมมมม!”

ทันใดนั้นเกิดระเบิดขึ้นในเมืองฉีหยาง,ซูเห่าที่ดวงตาหรี่เล็ก,ร่อนลงพื้นที่ด้านข้าง,ลงไปยืนบนพื้นช้า ๆ.

เพียงไม่นาน,ซูเห่าก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน,เขาสูดหายใจลึก,พร้อมกับสร้างเกราะปกคลุมทั่วร่างสวมหน้ากากช้า ๆ,เพื่อปิดบังหน้าตาของเขา.

“เจ้าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่?”

จบบทที่ Chapter 161 You, need to help

คัดลอกลิงก์แล้ว