เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 157 The birth of king of round mouse

Chapter 157 The birth of king of round mouse

Chapter 157 The birth of king of round mouse


圆鼠之王的诞生

สองวันหลังจากนั้น,หยาซานที่กำลังอ่านรายงาน ดูยุ่งวุ่นวายไม่น้อย,ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงดังขึ้นข้าง ๆ ในทันที“เฮ้! หยาซาน,หยาซาน! เจ้าได้ยินหรือไม่?”

หยาซานที่ผวาไปเหมือนกัน,เสียงนี้คล้ายกับเสียงพี่ใหญ่เหว่ยเล็กน้อย,ทว่าก็ไม่แน่ใจ,สัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาด.

หยาซานที่จ้องมองไปรอบ ๆ แต่กับไม่เห็นร่างของพี่ใหญ่เหว่ยเลย

หยาซานเอ่ยด้วยความสงสัย“พี่ใหญ่เหว่ย?”

บนพื้นด้านหน้านั้นเสียงของพี่ใหญ่เหว่ยก็ดังขึ้นอีก“หยาซานเจ้าได้ยินใหม,ตอบดัง ๆ.”

หยาซานเอ่ยออกมาทันที“ได้ยินแล้วพี่ใหญ่เหว่ย!”

เขาที่ขยับเก้าอี้ออก,จ้องมองลงไป,พบว่ามีโลหะขนาดเท่าฝ่ามืออยู่ด้านล่าง,ทำให้เขาสงสัย,ไม่ใช่ว่าดังออกมาจากโลหะนี้หรอกรึ? นี่คือทักษะโลหะกลืนกินของพี่ใหญ่เหว่ยอย่างงั้นรึ?

ในเวลานั้น,หยาซานได้ยินเสียงของพี่ใหญ่เหว่ยชัดเจนจากโลหะดังกล่าว“ได้ยินใหม? ดูเหมือนว่าการพูดจะสำเร็จแล้ว!”

หยาซานที่เต็มไปด้วยความตกใจ,โลหะกลืนกินมีความสามารถนี้ด้วยรึ? ทำไมเขาไม่มี,เขาเอ่ยเสียงดัง“พี่ใหญ่เหว่ย,นี่คืออะไร?”

เสียงของซูเห่าที่ดังขึ้นอีก“นี่คือโทรศัพท์,เป็นสิ่งของที่สามารถใช้พูดสื่อสารในระยะไกล,หลังจากนี้จะพูดกับใครก็ไม่ต้องอยู่ใกล้กันก็ได้”

หยาซานที่เผยความงงงวย“โทรศัพท์? พี่ใหญ่เหว่ยตอนนี้ท่านอยู่ที่ใหน?”

“ข้าอยู่ในห้องทดลอง! อย่าได้ถามเลย,รายระเอียดพูดไปเจ้าก็ไม่เข้าใจ,นอกจากนี้ ไม่จำเป็นต้องคิด,ทักษะโลหะกลืนกินของเจ้าไม่อาจทำสำเร็จได้.”

หยาซานยกมือขึ้นเกาศีรษะ,เอ่ยอย่างเศร้าใจ“เรื่องนี้?”

เป็นราชาเกราะเหล็กเหมือนกัน,ทำไม ๆ ถึงได้ต่างกันขนาดนี้.

เสียงของซูเห่าที่ยังคงดังต่อ”หยาซาน,ข้ามีเรื่องต้องการบอกเจ้าสองข้อ,จำไว้ให้ดี.

อย่างแรก,ข้าได้นำเนื้อกลับมาจากเมืองหลินหยวน,ตอนนี้อยู่ในห้องทดลอง,เจ้าจะต้องไปจัดการบริหารมอบให้กับคนของแก๊งซือหลินที่ทำผลงานได้ดีตลอดปี,เป็นไปตามกำหนดแนวคิดของเมืองซือหลิน,คนที่ทำได้ดีควรจะได้รับรางวัลดังกล่าวเพื่อวิวัฒนาการต่อไป.

อย่างที่สอง,หากเจ้าต้องการให้เมืองซือหลินพัฒนาไปมากกว่านี้ เจ้าจำเป็นต้องเริ่มพัฒนาความแข็งแกร่งของแก๊งซือหลินด้วย,สร้างกฎเกณฑ์มอบรางวัลและการลงโทษ,สร้างกรอบแนวทางของแก๊งขึ้นมา,และรับคนใหม่ ๆ เข้ามาแล้วเผยแพร่ความคิดของเจ้าออกไป.

จำได้ใหม?”

หยาซานที่เขียนมันลงกระดาษ,เป็นลายมือบิด ๆ เบี้ยว ๆ,พร้อมกับเอ่ยออกมาเสียงดัง“พี่ใหญ่เหว่ย,ท่านพูดช้า ๆได้ใหม,ข้าเขียนไม่ทัน....”

หลังจากที่หยาซานติดตามซูเห่ามาระยะหนึ่ง,เขาก็เริ่มเรียนรู้ที่จะเขียนข้อความต่าง ๆเอาไว้บนสมุดบันทึก,ไม่เช่นนั้นแล้วเขาอาจจะลืมมันได้,ซึ่งสิ่งที่เขาจดไว้เขาก็จะนำมันไปเผยแพร่และทดสอบกับสมาชิกคนอื่น ๆ ต่อไป.

สำหรับนักเรียนที่ไม่เก่ง,การจดเอาไว้ในสมุดบันทึกก็เพื่อป้องกันการลืมนั่นเอง.

ผลลัพธ์ของมันนับว่าใช้ได้ดีมาก.

หลังจากนั้นหยาซานได้เอ่ยสอบถามออกมาว่า“พี่ใหญ่เหว่ย,แล้วกรอบแนวทางคืออะไร?”

ซูเห่าที่ส่งเสียงออกมาว่า”เจ้าไม่ต้องรีบร้อน,ก่อนอื่นต้องจัดการไปทีละขั้น,เริ่มแรกเจ้าไปพบกับสมาชิกแก๊งซือหลินพูดคุยเป็นการส่วนตัว,เล่าถึงปัญหา,อธิบายให้พวกเขาเข้าใจความหมายที่แท้จริงของสิ่งที่แก๊งซือหลินต้องการ จากนั้นก็สอบถามเกี่ยวกับแนวคิดและเป้าหมายชีวิตของพวกเขา,และสุดท้ายก็เอ่ยสอบถามว่าพวกเขาว่าชอบเมืองซือหลินที่เป็นอยู่ตลอดนี้หรือไม่?

สามสิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องกัน,มันเกี่ยวกับการสร้างแนวคิดกรอบเป้าหมายสร้างทิศทางในการพัฒนาในอนาคตของเมืองซือหลิน,เจ้าต้องใช้เวลา,หากแต่ไม่ต้องกังวล,ใช้เวลาทำความเข้าใจหนึ่งปี,หรือจนกว่าจะเข้าใจ,เข้าใจใหม?”

หยาซานไม่กล้าเอ่ยว่าเข้าใจ,จึงตอบแบบกลางกลาง“ข้าจำได้แล้วพี่ใหญ่เหว่ย!”

ซูเห่าเอ่ยออกมาว่า”เช่นนั้นอย่างแรก,เจ้าต้องไปพูดคุยกับพวกเขาปรับปรุงโครงสร้างขององค์กรก่อน.

จากนั้นก็ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนมันให้เป็นองค์กรที่เจ้าต้องการ.

ผ่านไปไม่นาน,หยาซานที่ยกมือขึ้นมาเกาศีรษะไปมา,อ่านเนื้อความที่จดไว้ด้วยความงุนงง,ยิ่งอ่านยิ่งลึกล้ำ,ขณะเขาเอ่ยพึมพำ“ควรค่าเป็นพี่ใหญ่เหว่ย,สามารถพูดออกมาได้ง่าย ๆ สบาย ๆ,เหนือสำนึกคิดของข้าไปมาก,ยิ่งเรียนมากก็ยิ่งรู้มากจริง ๆ,เห็นทีต้องให้ไท่นี่เรียนรู้ให้มากแล้ว,จะได้ฉลาด.....”

......

ซูเห่าได้ทดสอบโทรศัพท์ของเขาสำเร็จ,ขอเพียงใช้เขตแดนเลือดเนื้อกลืนกิน,เขาก็สามารถส่งเสียงไปได้ทุกแห่งในอาณาเขตของเขา,สามารถติดต่อกับฝ่ายตรงข้ามในระดับกลางได้,ไม่จำเป็นให้เขาต้องก้าวออกจากเมืองซือหลินแม้แต่ครึ่งก้าว,เขาสามารถส่งเสียงไปทั่วทุกตรอกซอกซอยทั่วเมืองซือหลินได้.

ใช่แล้ว,ซูเห่าได้ทดสอบ,เปลี่ยนโลหะมาเป็นระยะเวลานานแล้ว,กล่าวได้ว่ามีโลหะที่เขาเชื่อมต่อได้ทั่วเมืองซือหลินแล้วในเวลานี้.

เขาไม่ได้ทดลองส่งเสียงเต็มกำลังปกคลุมไปทั้งเมือง,เพราะเกรงว่าผู้คนทั่วไปจะรู้สึกหวาดกลัว.

อย่างไรก็ตามเขาได้ประเมิณเอาไว้แล้ว,พลังควบคุมของเขาที่ทำได้อย่างน้อยก็สามารถปกคลุมเมืองซือหลินได้มากกว่าครึ่งแล้ว.

กล่าวได้ว่าเขาได้กลายเป็นตัวตนที่น่าเกรงขามมาก.

อย่างไรก็ตามซูเห่าไม่ได้สนใจที่จะแสดงพลังของเขาต่อโลกภายนอกแต่อย่างใด.

หลังจากจัดแจงปัญหาทุกอย่าง,ซูเห่าก็กลับมาวิจัยยีนของเขาต่อไป,เริ่มทดลองกับหนูทดลองตัวน้อย.

การวิจัยยีน,ได้มาถึงจุดเปลี่ยนถ่ายแล้ว,ขอเพียงสามารถพัฒนาไปได้อีกขั้น,เขาก็จะสามารถกุมความสามารถในการปรับปรุงยีนที่แท้จริงได้.

ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทดลอง,กำลังค้นหาวิธีที่จะให้หนูทดลองรอดชีวิตหลังจากผ่านการปรับเปลี่ยนยีน,ซูเห่าได้ทดลองและเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์สะสมกันทีละเล็กทีละน้อยในแต่ละวัน.

เกี่ยวกับประเด็นนี้เขาได้พบกับแนวทางที่ชัดเจนก่อนที่จะไปเมืองหลินหยวนซะอีก.

เขาได้สร้างระบบถอดรหัสจำลองยีนขึ้นมา,ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมาก.

ทว่าระบบนี้,ยังจำเป็นต้องมีข้อมูลสนับสนุนอีกมาก.

หนูทดลองจึงเป็นแหล่งในการเก็บของมูลที่ดีที่สุด,เขาให้ไท่นี่เลี้ยงดูพวกมันอย่างระมัดระวัง.

หนูตัวน้อยช่างเกิดมาเป็นเป็นตัวตนที่สูงส่ง เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อวิทยาศาสตร์

พวกมันกระวนกระวายหวีดร้องทุกครั้ง,เมื่อซูเห่านำพวกมันไป.

ส่วนซูเห่านั้นมีความสุขเป็นอย่างมาก,ที่เห็นพวกมันดูมีชีวิตชีวา,ซึ่งหมายความว่าพวกมันมีโอกาสมีชีวิตรอดที่สูงขึ้นนั่นเอง.

ทุกครั้งที่ได้ทดสอบด้วยของเหลวปรับปรุงยีนมากขึ้นเท่าไหร่,ความชำนาญของเขาก็มากขึ้นเรื่อย ๆ,น้ำยาปรับปรุงยีนมีเพียงพอใช้ทดลองกับหนูวันละสามตัวได้เลย.

ประสิทธิภาพของการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก.

สองเดือนหลังจากนั้น,หนูทดลองตกตายไปเกือบหมด,แต่แล้วก็บังเกิดฮีโร่ขึ้นในหมู่หนูทดลอง.

มีหนึ่งตัวที่รอดชีวิตมาได้.

เพราะการรอดชีวิตของมัน,ทำให้ซูเห่าพบกุญแจสำคัญในการมีชีวิตรอดหลังจากปรับเปลี่ยนยีนด้วย,ระบบถอดรหัสจำลองยีน.”

คาดว่า,ในอนาคต หนูน้อยที่ผ่านการปรับปรุงยีน,จะมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น จำนวนมากกว่าเดิม.

กล่าวอีกอย่างหนึ่ง,หนูทดลองตัวน้อยฮีโร่ตัวล่าสุด,เป็นส่วนช่วยเหลือให้หนูทดลองตัวอื่น ๆ วันข้างหน้ามีชีวิตรอดมากขึ้นนั่นเอง,สามารถเรียกมันได้ว่าเป็นราชาหนูได้เลย.

หนูตัวน้อยที่ผ่านการปรับปรุงยีน,ร่างกายของมันถูกปกคลุมด้วยเกล็ดจำนวนมาก,ดูไม่ต่างจากตัวลิ้น,รูปร่างของมันดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก.

ในเวลานี้มันกำลังนอนหายใจหอบ ๆ บนแท่นทดลอง,ดวงตาทั้งสองข้างที่ดูว่างเปล่า.

อย่างไรก็ตาม,ซูเห่ารู้ดี,ขอเพียงให้อาหารแก่มันเพียงพอ,พลังชีวิตของมันก็จะฟื้นฟูกลับมาเป็นปรกติ,ทว่าไม่รู้ว่าอายุขัยของมันจะเป็นอย่างไร.

ซูเห่าที่ยกหนูทดลองหุ้มเกราะขึ้นมา,ก่อนไปหาไท่นี่,เอ่ยออกมาว่า“ไท่นี,ข้ามอบหนูพิเศษให้กับเจ้า,เจ้าจะต้องชอบอย่างแน่นอน.”

ไท่นี่ที่รู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างมาก,เพราะหนูที่เธอเลี้ยงตกตายไปเกือบหมด,ทว่าขณะกำลังเศร้าอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงลุงเหว่ยที่ก้าวเข้ามาแล้วส่งหนูตัวหนึ่งที่แปลกประหลาดให้กับเธอ.

ลุงเหว่ยไม่ถามเลยว่าเธอต้องการมันหรือไม่,แต่กับส่งมันมาให้กับเธอแล้ว.

เธอชงักจ้องมองชั่วขณะเอ่ยออกมาว่า“ลุงเหว่ย,แน่ใจนะว่าเจ้าตัวขี้เหร่นี้,เป็นหนู?”

ซูเห่าพยักหน้า“แน่นอน,ข้าจะมอบหน้าที่ดูแลมันให้กับเจ้า,แล้วข้าจะมอบการ์ดกระดูกให้กับเจ้าเป็นรางวัล!”

ไท่นี่ที่ดวงตาเป็นประกาย“จริง ๆ รึ?”

จบบทที่ Chapter 157 The birth of king of round mouse

คัดลอกลิงก์แล้ว