เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 131 Courage vigor slightly exercise

Chapter 131 Courage vigor slightly exercise

Chapter 131 Courage vigor slightly exercise


血气微操

หลังจากซูเห่ายิงลูกระเบิดไปสองครั้ง,เรดาร์จิงซีของอันก็สลายหายไป,มั่นใจได้ว่าอันได้ตายไปแล้ว,จากนั้นเขาก็ร่อนลงที่ด้านข้าง,พบกับร่างของอันที่ไร้หนังหุ้ม.

กล่าวตามจริง,ซูเห่ารู้สึกชื่นชม อันเป็นอย่างมาก,คนที่มีชีวิตปรกติแล้วไม่มีใครแน่ ๆ ที่กล้าปลอกหนังตัวเองออกมาเช่นนี้.

เพียงแค่คิดก็รู้สึกสั่นสะท้านแล้ว.

อย่างไรก็ตาม,อันกับลงมือโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย.

หากไม่ใช่ศัตรูกัน,คงเป็นสหายที่ดีต่อกันได้.

อย่างไรก็ตามไม่มีคำว่าหาก,เพราะชะตาได้กำหนดมาให้เป็นศัตรูกันตั้งแต่แรกแล้ว.

ซูเห่าที่ตัดชิ้นเนื้อของอันส่วนหนึ่ง,ก่อนที่จะขุดหลุมฝังอันไป.

ในเมื่อเลือกเส้นทางมนุษย์กลายพันธ์,ไม่ว่า จะมีชีวิตหรือตายก็ไม่สามารถโอดครวญได้.

ซูเห่าที่กระโดด,ใต้เท้าเกิดปะทุส่งร่างเขาบินขึ้นไป,บินตรงกลับเมืองซือหลิน.

อย่างไรก็ตาม,เวลานี้ราวกับว่าเขาลืมอะไรบางอย่างไป,มันคืออะไร?

“ไม่ต้องทำอะไรต่อแล้ว,ในเมื่อจัดการปัญหาเสร็จแล้ว,ข้าก็จะกลับไปวิจัยทดลองต่อไป! เรื่องราวหลังจากนี้,ให้คนอื่นรับผิดชอบก็แล้วกัน.”

ยังมีการทดลองเกี่ยวกับชิ้นส่วนยีน,แคส9 ที่ต้องผลิตเป็นจำนวนมาก,จำเป็นต้องใช้เวลาทดสอบอยู่อีกมาก.

หนูทดลอง,ภายใต้การเลี้ยงดูของไท่นี่,หนูตัวน้อยมีจำนวนมาก,เพียงพอให้เขาได้ใช้ทดลองไม่หมด.

อีกฝั่งหนึ่ง.

หยาซานที่จับตัวคนสองคน,ยืนอยู่บนพื้นที่รกร้าง.

“ที่นี่ที่ใหน? ปิศาจความเร็วล่ะ? ไปใหนแล้ว? พี่ใหญ่เหว่ยล่ะ? แล้วข้าจะทำอย่างไรต่อ?”

“วิ่งต่ออย่างงั้นรึ? พี่ใหญ่เหว่ยบอกว่า ยิ่งไกลยิ่งดี...”

“เอาล่ะ,วิ่งต่อ!”

อีกฝั่งมนุษย์กลายพันธ์ขั้นสามของแก๊งซือหลินที่ล้อมจับอสูรกัดกร่อนอาลัย,พวกเขาต่างก็ขวางก้อนหินใส่อาลัยไม่หยุด.

ไม่ว่าอาลัยจะหลบอย่างไร,ก็ต้องถูกก้อนหินโจมตีเข้าเป้าอยู่ดี,เมื่อถูกก้อนหินกระแทกก็ได้รับบาดเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ

ภายในใจของเธอรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก,เธอไม่เคยเผชิญกับการต่อสู้แบบนี้,จึงไม่รู้จะรับมืออย่างไร.

เธอคือมนุษย์พิษที่ไม่มีใครขวางได้,ทว่าฝ่ายตรงข้ามไม่เข้ามาประจันหน้ากับเธอตรง ๆ,พวกเขากับใช้ก้อนหินขว้างใส่เธอแทน.

การจะหลบหนี,ทว่าความเร็วไม่ใช่จุดแข็งของเธอ,ไม่อาจหนีพ้นได้.

เธอต้องการวิ่งกลับเมืองเพื่อจับใครสักคนเป็นตัวประกัน,ทว่าเมื่อเธอคิดจะวิ่งกลับเมือง,ก้อนหินมากมายก็พุ่งมาจากบนท้องฟ้า,ขับเธอออกจากเมืองทันที.

นี่มันทางตันชัด ๆ!

เวลานี้เธอไม่มีพลังต่อต้านอีกแล้ว,ในใจได้แต่ครุ่นคิด“หากอันอยู่ที่นี่,ต้องรู้แน่ว่าต้องทำอย่างไร...น่าเสียดาย!”

จากนั้นเธอก็ยอมแพ้,ยอมให้ก้อนศิลาโจมตีเข้ามา.

หนึ่งวันหลังจากนั้น,ผู้บิดเบือนชาร์ลอตต์ที่เปลี่ยนร่างเป็นหมาป่าตัวน้อย,ดมกลิ่นหาศพของอัน.

หลังจากรู้ว่าอันตายแล้ว,ชาร์ลอตต์ก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทิ้ม“แม้แต่อันยังตาย,แล้วข้าจะไปล้างแค้นให้เจ้าได้อย่างไรกัน? น้องสาวของข้าเซี่ยลี่...”

“เจ้าคิดว่าข้าฆ่าแม่,ทว่าที่จริงแล้ว,คนที่ลงมือคืออันต่างหาก,ข้าไม่รู้ว่าเป้าหมายของเขาคืออะไร,ที่วางแผนให้แม่ตาย,ข้าเพียงแค่ฉวยโอกาสกินเนื้อแม่ส่วนหนึ่ง,แล้วเจ้ามาพบเข้า,เจ้าน้องสาวโง่.....”

“ความแค้น,คงไม่อาจล้างแค้นได้! คงต้องจากไปแล้ว! ออกจากเมืองนี้,ไปหาสถานที่คนไม่รู้จักเริ่มต้นใหม่! หาคนธรรมดาแต่งงาน,กลายเป็นเพียงคนธรรมดาก็ดีเหมือนกัน!”

จากนั้นชาร์ลอตต์ก็กลบฝังศพอันต่อ,จากนั้นก็หนีหายไปในความมืด.

......

ความสงบกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว,เมืองซือหลินที่เงียบเชียบสงบเช่นเดิม,ผู้คนธรรมดาที่ราวกับไม่สนใจเรื่องราวอื่นใด,แม้แต่ออกมาพูดคุยกันบ้างเป็นครั้งคราว,ขอเพียงพวกเขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข,ทุกอย่างก็ทำให้พวกเขาพอใจแล้ว.

ส่วนซูเห่าที่อยู่ในห้องทดลอง,นึกขึ้นมาได้เกี่ยวกับหยาซาน,ก็ยกมือขึ้นตบหน้าผาก“อัยยะ,ลืมบอกหยาซานว่าไม่ต้องวิ่งแล้ว!”

อย่างไรก็ตามเมื่อคิดถึงหยาซานแล้ว,เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้จักคิด,ดังนั้นจึงละเลยเรื่องดังกล่าวไป.

ทว่าสามวันหลังจากนั้น,หยาซานก็กลับมาเมืองซือหลินด้วยความสับสน.

ในมือของเขามีร่างสองร่างที่ปางตายแล้ว.

ในวันนั้นซูเห่าที่ได้กลิ่นอาหารจึงก้าวออกมา,เห็นหยาซาน,ก็เอ่ยทักทาย“หยาซาน,เหมือนว่าเจ้าจะหายไปหลายวัน,ไปอยู่ที่ใหนมา.”

หยาซานที่ต้องการเอ่ยอะไรแต่ก็พูดไม่ออก,จึงเผยยิ้ม“อย่าพูดถึงเลย! พี่ใหญ่เหว่ยข้าเตรียมอาหารเสร็จแล้ว,มาชิมเร็วเข้า!”

ซูเห่าที่เปลี่ยนเรื่องเอ่ยถามออกมาว่า“อาจารย์สอนหนังสือที่ให้หามาสอนไท่นี่,เจ้าไปหารึยัง?”

อาซานเอ่ย“พี่ใหญ่เหว่ยโปรดวางใจ,พรุ่งนี้ข้าจะไปหาคนมาสอนเธอ.”

ไท่อี้เอ่ยถาม“อาจารย์อะไร?”

ซูเห่าเผยยิ้ม“อาจารย์สอนอ่านเขียนให้กับเจ้า,หากไท่นี่เรียนรู้ได้ดี,เชื่อว่าเจ้าจะต้องตกหลุมรักในการเรียนรู้อย่างแน่นอน.”

ไท่นี่ดวงตาเป็นประกาย“จริงรึ?”

......

ซูเห่าที่ขลุกตัวอยู่ในห้องทดลอง,หาวิธีใช้จิงซีในการถอดรหัสยีน.

เขาที่คิดว่าสามารถใช้จิตสำนึกของตัวเองควบคุมจิงซีในระดับโมเลกุลได้,ไม่คิดเลยว่ามันจะยากเย็นขนาดนี้,หากว่าอยู่ในโลกบ่มเพาะเซียน,คงมีวิธีการใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ในการควบคุมจิตสัมผัสได้ดีกว่านี้.

บางทีในอนาคตอาจจะมีสักชาติที่เขาได้ไปเกิดในโลกเซียน.

อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาเป็นเพียงปุถุชน,จิตสัมผัสระดับปุถุชน,ไม่สามารถควบคุมในระดับโมโลกุลได้.

เช่นนั้นทำอย่างไรดี?

ต้องการความช่วยเหลือจากเสี่ยวกวง,ให้เสี่ยวกวงเป็นคนลงมือในการสังเคราะห์แคส9 ขึ้นมา.

วิธีการของซูเห่านั้นคือการสร้างคลื่นสมองควบคุมจิงซี,ด้วยการฟัง พูด อ่าน,เขียน,โดยใช้สมองเป็นตัวแปลในการสร้างคลื่น,เพื่อควบคุมผลิตผลที่ต้องการ.

ในการทำเช่นนี้,ซูเห่าต้องทำสองสิ่ง.

หนึ่งคือการควบคุมการเคลื่อนไหวของจิงซี,หลอมกลั่นจิงซีให้ระเอียดที่สุด,สะสมคลื่นไฟฟ้าในการผลิตจิงซีเหล่านี้.

การเคลื่อนไหวของจิงซีนั้นจะไม่กระทำการเคลื่อนไหวอย่างไร้เหตุผล,จะต้องการมีการชี้นำอย่างใกล้ชิด,เพื่ออให้มีความหนาแน่นในตำแหน่งที่ต้องการ.

แน่นอนว่าการกระทำเช่นนี้,จำเป็นต้องมีการควบคุมในระบบการเคลื่อนไหวแบบสามมิติ,โดยใช้พิกัดเวกเตอร์เข้ามาช่วยด้วย,เพราะจิงซีและกระแสไฟฟ้านั้นจะต้องระเอียดเล็กระดับโมเลกุล.

ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก.

อย่างที่สองต้องทดสอบในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน,ควบคุมจิงซีและกระแสไฟฟ้าจากคลื่นสมองให้เข้าคู่กัน.

การกำหนดสภาพแวดล้อม,กระบวนการคิดออกแบบให้เป็นตัวอักษรเพื่อสร้างกระบวนการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ.

กล่าวได้ว่าวิธีที่เขาคิดค้นนี้,ไม่ว่าเขาจะเกิดในภพชาติใด,ก็สามารถใช้วิธีการดังกล่าวทำให้เขาเกิดการกลายพันธ์ได้.

ความพยายามเหล่านี้เป็นการลงทุนในการสร้างรหัสเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของจิงซีและกระแสไฟฟ้าในรูปแบบต่าง ๆ ให้เกิดการกลายพันธ์ตามสัญลักษณ์ที่กำหนดไว้แล้วนั่นเอง.

ดังนั้นซูเห่าจำเป็นต้องทดลองซ้ำ ๆ หลายครั้ง,แทนด้วยสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในการควบคุมการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น.

เขาใช้เวลานานมากในการสร้างรหัสเหล่านี้.

อย่างไรก็ตาม,ซูเห่าไม่ขาดแคลนเวลา.

เพียงพริบตาเดียว,สองปีผ่านไป,ซูเห่ามีอายุ 13 ปีแล้ว.

รหัสจับคู่คลื่นสมองและจิงซีท้ายที่สุดก็สำเร็จ.

และวิธีการที่เขาคิดค้นขึ้นมาเขาเรียกว่าการควบคุมจิงซีระดับโมเลกุล.

ยกตัวอย่างต้องการให้จิงซีเคลื่อนไหวไปยังทิศทาง( 5 ,-3,2 ) เขาก็ส่งสัญญาให้กับเสี่ยวกงทำการลงมือเพียงแค่ใส่สัญลักษณ์ลงไป.

ซูเห่าที่รู้สึกมั่นใจเป็นอย่างมาก“จากนี้,เพียงแค่ทดสอบกับหนูตัวน้อย!”

จบบทที่ Chapter 131 Courage vigor slightly exercise

คัดลอกลิงก์แล้ว