เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 122 Wei eldest child is good

Chapter 122 Wei eldest child is good

Chapter 122 Wei eldest child is good


维老大好

การวิจัยที่ดำเนินไปถึงหนึ่งเดือน,ตลอดเดือนซูเห่าศึกษาการแปลงร่างของตัวเองอย่างระเอียด.

ส่วนเรื่องอาหาร,เสื้อผ้า เรื่องราวต่าง ๆ ที่จำเป็นในการดำเนินชีวิต,รับผิดชอบโดยหยาซาน.

ชีวิตเช่นนี้,มีความสุขมาก,เป็นชีวิตที่ดีแสนดีกว่าการทดลองในถ้ำชาติที่แล้วร้อยเท่า.

การวิจัยตลอดทั้งเดือน,ในที่สุดซูเห่าก็ได้พบกับคำตอบที่ต้องการอย่างหนึ่ง.

เขาพบลำดับยีที่เกี่ยวข้องกับการวิวัฒนาการเรียบร้อยแล้ว.

เขาสามารถเห็นกระบวนการสังเคราะห์ CRISPR / Cas 9 ด้วยตัวเอง.

การเปลี่ยนแปลงปรับปรุงยีนเขาเองก็เข้าใจแล้ว.

ได้รับผลประโยชน์จากการการเปลี่ยนแปลงของชิ้นส่วนยีนที่ถูกดึงเข้าฐานข้อมูล,คัดลอกแคส9,นำชิ้นส่วนที่ได้ออกมาจับคู่กับชิ้นส่วนที่ถูกตัดและฟื้นคืนส่วนที่เสียหาย,ทำซ้ำติดต่อกันไป.

ใช่แล้ว,กระบวนการนั้นง่ายที่จะเข้าใจ.

ซูเห่าราวกับอนาคตได้ส่องสว่างขึ้นมาทันที.

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

ในห้องทดลองได้ยินเสียงหัวเราะอย่างพออกพอใจดังขึ้นมา.

ในเวลานั้นหยาซานและไทนีที่อยู่ด้านนอกต่างก็วิ่งเข้ามา.

หยาซานผลักประตูเข้ามาเห็นซูเห่าในชุดสีขาวท้าวสะเอวหัวเราะดังลั่น,ใบหน้าก็เผยความกังวลเอ่ยออกมาว่า“พี่ใหญ่เหว่ย,เป็นอะไรหรือไม่!”

ไท่นี่ที่อุ้มหนูตัวน้อยเข้ามา,ดวงตาเบิกกว้าง,เอ่ยด้วยท่าทางหวาดกลัว“ลุง,สู้ ๆ!”

จากนั้นก็หันหน้ามาหาบิดาของเธอ“พ่อ,ลุงไม่เป็นอะไรใช่ใหม?”

ไม่แปลกใจที่หยาซานและไท่นีจะเป็นห่วง.

ทั้งวันทั้งคืนที่พวกเขาดูแลซูเห่า,รู้ว่าซูเห่าแทบไม่หลับไม่นอน,แต่ละวันนั่งหลับตาครุ่นคิด,ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร,กระทั่งร่างกายผอมแห้งและซีดเซียวขึ้นด้วย.

พี่ใหญ่เหว่ยที่ทรงพลัง,คาดไม่ถึง ว่าจะผอมและซีดเซียว,ดวงตาคล้ำ,เหมือนกับสตรีที่แต่งหน้าเข้ม,ดูน่ากลัวมาก,ราวกับว่าพี่ใหญ่เหว่ยกำลังเจ็บป่วยและทุกข์ทรมาน.

หยาซานสงสัยเป็นอย่างมาก,เขารู้สึกเป็นห่วงพี่ใหญ่เหว่ยอาจจะเหงา,แม้นว่าจะแข็งแกร่งทรงพลังแต่ก็มีอายุเพียงสิบขวบ,ไม่มีความเร่งรีบที่จะแต่งงาน.

ซูเห่าที่ค่อย ๆ สงบลง,เห็นหยาซานและไท่นีเป็นกังวลก็เอ่ยออกมาว่า“ไม่เป็นไร,ข้ามีความสุข,ดีใจไปหน่อย,ไป,วันนี้ข้ามีความสุข,ทำอะไรอร่อย ๆ มาเลี้ยงฉลองหน่อย!”

ซูเห่าที่ครุ่นคิดและปรบมือดังเอ่ยออกมาว่า“ย่างหัวปลา,ซี่โครงหมูทอด,ลูกชิ้นเห็ด,ปีกไก่ห้ารส,ซาลาเปานึ่งใส่เห็นชิทาเกะไข่แดง...”

ซูเห่าก้าวออกมา,พูดเป็นต่อยหอย,“เอ่อ...หยาซาน,เตรียมอาหารเหล่านี้ให้พร้อม! เสร็จแล้วเรียกด้วย,ข้าจะออกไปกิน.”

หยาซาน“......”

ไท่นี“......”

“ปัง!”

ซูเห่าที่ก้าวออกมา,พร้อมกับนอนลงบนเตียงหมดแรงไปแล้ว

หยาซานที่ได้แต่ตอบช้า ๆ.“รับทราบพี่ใหญ่เหว่ย”

ไท่นี่ดึงเสื้อหยาซาน“พ่อ,ทำอาหารเหล่านั้นได้รึ?”

หยาซานเกาศีรษะ.“ไม่!”

ไท่นี่เอ่ยถาม“แล้วพวกเราจะทำอย่างไร? จะทำอาหารอย่างไรดี?”

หยาซานขมวดคิ้วเอ่ยออกมาว่า“แน่นอนว่าต้องทำ,แค่จำชื่อเอาไว้! อืม...แล้วให้พ่อครัวของเมืองนี้ทำให้กับพวกเรา!”

หยาซานที่กอดหนูตัวน้อย,ดวงตาเป็นประกาย“มีเหตุผล!”

หนูตัวน้อยที่กำลังดิ้นไปมา“อี๊ด อี๊ด อี๊ด”

......

ซูเห่าที่หลับเป็นเวลาสองวัน,ส่วนอาหารที่เขาสั่ง,ไม่ได้กินในที่สุด,มันได้กลายเป็นอาหารของหยาซานและไท่นี่ไป.

เหตุผลเพราะเขาหลับเป็นตาย,ปลุกไม่ตื่นนั่นเอง.

นอกจากนี้ทั้งสองก็ไม่กล้าเรียกเสียงดัง,ทำได้เพียงแค่เคาะประตูเอ่ยเบา ๆ“พี่ใหญ่เหว่ย....ออกมากินข้าวได้แล้ว...”

แน่นอนว่าไม่มีทางที่เขาจะตื่น.

ด้วยเหตุนี้,อีกครึ่งวันถัดมา,เขาก็ให้พ่อครัวเตรียมอาหารไว้ให้อีก,อย่างไรก็ตามซูเห่าก็ไม่ตื่น,ท้ายที่สุดก็เป็นอาหารของเขาและไท่นีอีกครั้ง.

จนกระทั่งถึงบ่ายวันหนึ่ง,ซูเห่าก็ตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางงัวเงีย.

หลังจากตื่นขึ้นมา,เขาคิดถึงอาหารที่สั่งไป,เอ่ยพึมพำ“อาหารที่ข้าสั่งคงเสร็จแล้ว!”

เขาไม่ได้เข้าไปในพื้นที่พินบอลเพื่อตรวจสอบเวลา,ผลักประตูออกมา,เขาได้กลิ่นอาหารในห้อง,เป็นอาหารที่ยังคงร้อนอยู่.

เขาเผยยิ้มเอ่ยออกมาด้วยความสุข“ดูเหมือนว่าข้าจะถูกต้อง! ตรงเวลาพอดี!”

หยาซานที่เผยยิ้ม“เรื่องนี้....”

ใครบอกให้ซูเห่าเป็นพี่ใหญ่? พี่ใหญ่เอ่ยอะไรมาถูกทั้งหมดล่ะ.

ไท่นี่ที่หยิกหนูตัวน้อยในอ้อมกอดที่พยายามขัดขืนดิ้นออกจากตัวเธอ.

หนูตัวน้อย“....”

ซูเห่าเอ่ยทักทาย“มา ๆ,มานั่งกินข้าวเร็ว,ถือว่าข้าเป็นคนเชิญพวกเจ้า.”

หลังจากกินอาหารและสุราจนพอใจ,ซูเห่าก็ลุกขึ้น,เอ่ยออกมาว่า“ข้าจะเป็นคนล้างจานเอง,พวกเจ้าพักได้!”

นับตั้งแต่สามารถถอดความลึกลับของยีนได้,ซูเห่าก็อารมณ์ดีเป็นอย่างมาก,ราวกับว่าเขาได้แก้ปัญหาสำคัญที่สุดได้,แม้แต่จิตใจของเขายังเปี่ยมล้นด้วยความตื่นเต้นไม่จางหาย.

“ไม่ยินดีด้วยเรื่องของวัตถุ, ไม่ทุกข์โศกด้วยเรื่องของตนเอง” นี่คือขอบเขตอารมณ์ขั้นสูง,กระทั่งซูเห่าก็ยังทำไม่สำเร็จ.

กล่าวได้ว่าจิตใจของมนุษย์แบ่งออกเป็นเจ็ดอาณาจักร.

“ขอบเขตสันชาติญาณ” “รู้ที่มาของปัญหา” “รู้จักตัวเอง” “ความรู้และการกระทำรวมเป็นหนึ่ง” “รู้จักเสียสละ” “รู้จักเมตตา” “รู้แจ้ง”

ทว่าขอบเขตจิตใจของซูเห่า,คาดว่าอยู่ในขั้นสาม“รู้จักตัวเอง” ในเมื่อเขารู้จักดีใจ,ก็ไม่อาจระงับอามรณ์ได้,ทำให้แสดงมันออกมาตรง ๆ.

เมื่อไปถึงขอบเขตที่ห้า,ก็จะเข้าใจที่มาของกฎสรรพสิ่ง,อารมณ์ความเปลี่ยนแปลงมีน้อยมาก,นี่คือความสำเร็จที่แท้จริงของอารมณ์ที่เรียกว่า“ไม่ยินดีด้วยเรื่องของวัตถุ, ไม่ทุกข์โศกด้วยเรื่องของตนเอง”

หลังจากซูเห่าล้างถ้วยชาม,เขาก็ก้าวออกไปเดินผ่อนคลาย,บนถนนของเมืองซือหลิน.

ผู้คนที่เห็นซูเห่า,ก็เผยยิ้มทักทายออกมาทันที“สวัสดีพี่ใหญ่เหว่ย!”

“พี่ใหญ่เหว่ยวันนี้อารมณ์ดีจริง ๆ!”

“สวัสดีตอนบ่ายพี่ใหญ่เหว่ย!”

......

หลังจากเตร็ดเตร่ไปทั่ว,ได้รับคำชมมากมายก็กลับที่พักอย่างมีความสุข.

หากมนุษย์กลายพันธ์เห็นซูเห่าแล้วไม่ทักทาย,จะเกิดอะไรขึ้น?

ที่จริงซูเห่านั้นไม่ได้ใส่ใจนัก,ทว่าเหล่าลิ่วล่อของเขา“แก๊งซือหลิน” เวลากลางคนนั้นจะลงมือไปจับคนเหล่านั้นมาลงโทษให้พวกเขามาท่อง“หลักจรรยาบรรณของมนุษย์กลายพันธ์”และท่อง“สวัสดีพี่ใหญ่เหว่ย”ซ้ำ ๆ.

เพราะคนของแก๊งซือหลินนั้นยกสถานะของซูเห่านั้นสูงส่งเป็นอย่างมาก,คำพูดของซูเห่าเปรียบได้ดั่งคำสั่งของนักบุญ.

โดยเฉพาะการถูกหยาซานล้างสมองซ้ำ ๆ,ทุกคนล้วนแต่กลายเป็นคลั่งใคร้เทิดทูนซูเห่าอย่างที่สุด.

เมืองซือหลินที่ดำเนินไปอย่างสงบสุข.

ซูเห่ากลับมายังที่พัก,วางแผนที่จะวิวัฒนาการเป็นขั้นสองมนุษย์กลายพันธ์“ผู้บ้าบิ่น”

เวลานี้วิวัฒนาการสถานะสองของมนุษย์เกราะจบแล้ว,ร่างกายของเขาที่เสถียร,สามารถวิวัฒนาการต่อได้แล้ว.

การวิวัฒนาการเป็นมนุษย์เกราะใช้เวลาหนึ่งเดือน,จิงซีของซูเห่ายกระดับสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน,ในเวลานี้เขากล่าวได้ว่าอยู่ในขอบเขตบรรพชนยุทธ์สูงสุดแล้ว,แม้นว่าจะยังไม่อาจเทียบราชามนุษย์ชาติที่แล้วได้,ทว่าก็ไม่ต่างกันมากนัก.

บางทีการวิวัฒนาการเป็นผู้บ้าบิ่น,จิงซีเพิ่มขึ้นอีกครั้ง,เวลานั้นคงเหนือกว่าราชามนุษย์ ชาติที่แล้วอย่างแน่นอน.

ขอบเขตสัมผัสเรดาร์ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก,ขยายออกไปเป็น 4500 เมตร,ปกคลุมทั่วเมืองซือหลินอย่างสมบูรณ์.

“ตั้งแต่มาถึงโลกนี้,ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว,ต้องรับความแข็งแกร่งที่แท้จริงของโลกใบนี้ให้ได้,เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นของข้า! แคส9,เจ้าหนีไปไหนไม่พ้นหรอก!”

กล่าวถึงแคส9 ไม่ใช่ว่ายังไม่มีเครื่องมือในการสังเคราะห์หรอกรึ?

เวลานี้ซูเห่ามีแนวคิดที่อหังการอยู่ในใจแล้ว.

จบบทที่ Chapter 122 Wei eldest child is good

คัดลอกลิงก์แล้ว