เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 119: Cas nine sought the subscription

Chapter 119: Cas nine sought the subscription

Chapter 119: Cas nine sought the subscription


Cas九求订阅

ซูเห่าที่ทำการวิจัยเปรียบเทียบมาตลอดหลายปีมานี้,บอกได้ว่าจูเห่าเหรินทั่วไปและมนุษย์กลายพันธ์นั้นมีกฎลำดับยีนเป็นของตัวเอง

หากทำการจัดเรียงยีนใหม่,เปรียบเทียบในแนวขนาน.

ทำให้ง่ายในการเปรียบเทียบระหว่างจูเห่าเหรินทั่วไปและมนุษย์กลายพันธ์ได้.

ซูเห่าได้ใช้แผนการดังกล่าว,พบความแตกต่างของมนุษย์กลายพันธ์ได้มากมาย.

ยีนของมนุษย์กลายพันธ์นั้นมีชิ้นส่วนมากกว่าคนทั่วไป,มีชิ้นส่วนยีนที่มีความยาวสั้นกว่าแทรกอยู่ทำให้มีการจัดเรียงในตำแหน่งที่แตกต่างออกไป.

นี่เป็นการเปรียบเทียบอย่างง่ายเท่านั้น.

เปรียบเทียบโดยใช้คำพูด,คนธรรมดาเอ่ยถึงยีน“ข้าจะกลับบ้านกินอาหาร!”

คำพูดดังกล่าวประกอบด้วยคำพูด“ประธาน+กริยา+กรรม” สามส่วน,ซึ่งถือว่าสมบูรณ์,ได้ใจความแล้ว.

จากนั้นหากเอ่ยเกี่ยวกับยีนของมนุษย์กลายพันธ์,จำเป็นต้องมีคำขยายเพิ่มเข้ามาด้วย,เพื่อให้ประโยชน์สมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม,ทำให้สามารถเข้าใจอารมณ์ของคนเรียกในประโยคต่อมา.

เช่นประโยคที่เอ่ยว่า“แม่ของข้าตะโกนเรียกข้าให้กลับบ้านกินอาหาร.”

คำขยายประโยคที่เพิ่มเข้ามา,บอกถึงความรุนแรงของคำพูด,ซึ่งเทียบได้กับยีนขั้นหนึ่งของมนุษย์กลายพันธ์.

แล้วหากเพิ่มความหมายที่มากขึ้นเข้าไปอีกล่ะ เช่น“แม่ข้าตะโกนเรียกข้าให้กลับบ้านกินอาหารที่บ้านยาย.”

เป็นการเพิ่มความหมายของประโยค,ซึ่งหมายความว่ามียีนเพิ่มเข้ามา,เป็นขอบเขตของมนุษย์กลายพันธ์ขั้นที่สอง.

ดังนั้นการเพิ่มคำเข้ามาในประโยค,จะทำให้ความหมายของประโยคนั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น.

“แม่ของข้าตะโกนเรียกข้าให้นำแฟนสาวกลับบ้านกินอาหารที่บ้านยาย.”

ไม่ต้องสงสัยว่านี่คือขั้นสาม ซึ่งความหมายของประโยคซับซ้อนและเนื้อหามากขึ้น.

ซูเห่าที่เฝ้าสังเกตยีนดังกล่าว,กล่าวได้ว่ายีนของคนทั่วไปนั้นเป็นรากฐาน,จากนั้นก็แทรกชิ้นส่วนยีนพิเศษลงไปในยีนรากฐาน,ยิ่งมีชิ้นส่วนแทรกมากขึ้นเท่าไหร่,ก็จะยิ่งทำให้ระดับของยีนมีความสมบูรณ์มากขึ้น.

ซึ่งการแทรกของชิ้นส่วนยีนพิเศษในยีนของคนทั่วไป,นี้จะทำให้มนุษย์กลายพันธ์ได้รับพลังเพิ่มขึ้นมา.

เกี่ยวกับการวิวัฒนาการของยีนก็คือการแทรกเศษส่วนยีนพิเศษเข้าไปในยีนพื้นฐาน,ซึ่งเขาได้เปรียบเทียบและยืนยันจากยีนของหยาซานแล้ว.

ซูเห่ารู้ว่า,สิ่งมีชีวิตในโลกนี้,ครอบครองกฎเกณฑ์,มีวิธีในการแก้ไขดัดแปลงยีนที่เป็นไปตามหลักการที่แน่นอน.

“แล้วจะจะดัดแปลงยีนเหล่านี้ให้สมบูรณ์ได้อย่างไร?”

เกี่ยวกับประเด็นนี้,ซูเห่าพบกับคำตอบแล้วเช่นกัน.

เพราะคำตอบดังกล่าว,ทำให้เขาตื่นเต้นจนตัวสั่น,แม้แต่กระโดดไปมา,อย่างมีความสุข.

ซูเห่าพบกับอะไร?

เขาได้ใช้ยีนของคนทั่วไปของจูเห่าเหรินหลายคนทดสอบ,หลังจากปรับแต่งเปรียบเทียบ,เขาก็พบเข้ากับกุญแจสำคัญ.

ที่จริงไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนแต่อย่างใด.

ยีนของจูเห่าเหรินนั้น,เหมือนกับยีนของแบคทีเรีย,มีโครงสร้างพื้นฐานแตกต่างจากสัตว์ขนาดใหญ่.

แล้วมันแตกต่างตรงใหน?

เพื่อที่จะเข้าใจความแตกต่างของสัตว์ทั้งสอง,จำเป็นต้องเข้าใจเกี่ยวกับยีนของแบคทีเรียและยีนของสัตว์ทั่วไป,แตกต่างกันตรงใหน.

แทบทุกคนที่มีความรู้พื้นฐานเหมือนกัน.

คนปรกติ,เมื่อมีไวรัสหรือแบคทีเรียบุกเข้ามาในร่าง,เซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกาย,จะทำการกำจัดแบคทีเรียดังกล่าวด้วยตัวมันเอง.

จากนั้นคือคำถาม.

ในทะเลมีแบคทีเรียมากมายหลากหลายสายพันธ์,ทุกครั้งที่น้ำท่วมก็จะมีแบคทีเรียเหล่านี้นับไม่ถ้วนเข้าสู่ร่างกายของพวกเราไม่หยุด.

อย่างไรก็ตามแบคทีเรียมากมายหลายชนิดขนาดนี้,เม็ดเลือดขาวต่อต้านการรุกรานของพวกมันได้อย่างไร?

คำตอบนั้นง่ายมาก.

มันอยู่ที่ DNA ของแบคทีเรีย.

แบคทีเรียกนั้นมี DNA พิเศษสองอย่าง.

DNA หรือ deoxyribonucleic acid เป็นกรดนิวคลีอิกที่มีคำสั่งพันธุกรรมในการพัฒนาและทำหน้าที่ของสิ่งมีชีวิต,สามารถเรียกได้ว่า ฐานข้อมูลยีนก็ได้.

ส่วนพิเศษของ DNA ส่วนจะทำการผลิตอาวุธ DNA ซึ่งสามารถเรียกว่าเป็นคลังแสงก็ได้.

หลังจากที่แบคทีเรียกบุกเข้ามาในเซลล์,สิ่งที่เรียกว่าคลังแสงนั้นจะสร้างกรรไกรออกมา,สามารถเรียกได้ว่าเป็นกรรไกรหมายเลขหนึ่งก็ได้.

กรรไกรหมายเลขหนึ่งนี้จะไปทำการตัด DNA ให้เป็นเศษชิ้นส่วน,ชิ้นส่วนเหล่านั้นก็จะบันทึกลงไปในฐานข้อมูล DNA”

ในเวลานั้น,คลังแสงก็จะผลิต กรรไกรหมายเลขสอง,เพื่อดึงข้อมูลจัดการ DNA ของแบคทีเรียออกมา.

จากนั้นก็นำข้อมูลแบคทีเรียจากกรรไกรหมายเลขสองเปลี่ยนให้มันเป็นอาวุธทำลายล้างที่เรียกว่า แคส9.

(แคส 9 (ภาษาพูด) เป็นเอนไซม์ (Enzyme) ตัดสายดีเอ็นเอ)

แคส 9 จะหา DNA ของแบคทีเรียที่บุกเข้ามา,เมื่อพบชิ้นส่วนของยีนแบคทีเรียกที่เข้าคู่กัน,จะทำการสับหั่นชิ้นส่วนแบคทีเรียดังกล่าวทันที.

นี่คือการเข้าโจมตีตรงเป้าหมายที่สมบูรณ์แบบ.

เป็นเพียงเรื่องง่าย ๆ.

ทว่าซูเห่าพบว่า,จูเห่าเหรินในโลกนี้,มีรูปแบบยีนคล้ายกับแบคทีเรียเป็นอย่างมาก.

เพราะยีนของจูเห่าเหรินนั้นมีฐานข้อมูล DNA มีคลังแสง,นอกจากนี้ยังมีสวิตช์พิเศษที่ดูเหมือนกับตัวควบคุมอีกด้วย.

กล่าวอีกอย่าง,ความลับในการวิวัฒนาการ,ที่จริงนั้นเป็นการแทรกลำดับของยีนพิเศษอย่างหนึ่งนั่นเอง.

เมื่อค้นพบเช่นนี้,ก็เท่ากับทำให้เขาสามารถเปิดประตูบานใหม่ของโลกใบนี้ขึ้นมาได้.

ด้วยการค้นพบดังกล่าว,ทำให้เขาสามารถแก้ไขปรับเปลี่ยนยีนได้ตามที่เขาต้องการ.

ขอเพียงแค่สามารถควบคุม ตัวควบคุมการสังเคราะห์ แคส 9 ได้ก็พอ.

แล้วแคส 9 สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้หรือไม่?

คำตอบคือ,ใช่!

สามารถสังเคราะห์แคส 9 ขึ้นมาได้,ทว่าด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีในเวลานี้,ไม่อนุญาตให้เขาทำได้.

อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้ทำให้เขาหมดกำลังใจ,เวลายังมี,ในอนาคตจะต้องสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน.

ทำไมแคส 9 ถึงสำคัญ?

แคส9 เทียบได้กับเคอร์เซอร์ของคอมพิวเตอร์,พวกเราบังคับเคอร์เซอร์นำทางเพื่อแก้ไขจัดการเอกสารตามใจ,สามารถเลือกตำแหน่งที่จะเพิ่มหรือลบได้เพียงแค่เลื่อนหาตำแหน่งที่ต้องการ.

กล่าวอีกอย่าง,หากไม่อาจควบคุมเคอร์เซอร์ได้,ก็ไม่มีวิธีเข้าถึงเอกสารได้นั่นเอง.

แน่นอนว่าสามารถที่จะทำลายเอกสารทั้งหมดแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ได้,ทว่าใครจะยืนยันได้ว่าเอกสารที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้น,จะสามารถอ่านได้อย่างราบรื่นอย่างงั้นรึ?

มีความเป็นไปได้ว่าข้อมูลที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้น อาจจะไม่อาจทำงานได้.

ยีน,หากมีแคส9 เป็นเคอร์เซอร์,ก็จะสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงในจุดต่าง ๆ ได้ตามต้องการ.

“ต้องการเผยความลับวิวัฒนาการโดยสมบูรณ์,จำเป็นต้องประสบการวิวัฒนาการด้วยตัวเอง,จากนั้นก็เก็บเกี่ยวข้อมูลอย่างระเอียดถึงจะถูกต้อง”ซูเห่าที่เตรียมการวิวัฒนาการ.

ทว่าเขาได้เลือกลำดับไว้แล้ว,เหมือนกับหยาซาน,ลำดับมนุษย์เกราะนั่นเอง.

เพราะลำดับดังกล่าวนี้สามารถใช้พลังของรูนอักขระได้เต็มประสิทธิภาพ.

แม้นว่าลำดับอื่นจะร้ายกาจมาก,ทว่ามันยังห่างไกลกับความกลมกลืนของรูนอักขระ ดั่งเช่นมนุษย์เกราะ.

ในอนาคตเขาต้องการความสามารถของลำดับอื่นหรือไม่?

แน่นอนว่าขอเพียงยังคงศึกษายีนต่อไป,การจะใช้ความสามารถของลำดับอื่นได้ย่อมไม่มีปัญหาในอนาคต.

......

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว,งานวิจัยของซูเห่าเองก็พัฒนาเป็นอย่างมาก.

หนึ่งปีผ่านมาแล้ว.

ซูเห่ามีอายุสิบขวบ!

เขาเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วเมืองที่สร้างขึ้นใหม่,ด้วยความยินดี.

ในเวลานี้ประชากรของเมืองซือหลินเพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ,มีคนที่มาจากเมืองอื่นอพยพมาอยู่ที่นี่ด้วย,เมื่อมาถึงเมืองซือหลิง,แต่ละคนล้วนแต่ชื่นชอบเมืองแห่งนี้.

ไม่มีสถานที่ใหน,อาศัยอยู่ได้อย่างสบายใจขนาดนี้ได้อีกแล้ว.

เรื่องทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ“แก๊งซือหลิน” ที่หยาซานดูแลบริหารมาตลอดหนึ่งปีกว่า.

ในเวลานี้แก๊งซือหลินได้พัฒนาเป็นกองกำลังยี่สิบกว่าคน,สมาชิกภายในมนุษย์กลายพันขั้นสองคอยจัดการข้อพิพาทของคนทั่วไปในเวลากลางวัน,ส่วนในเวลากลางคืนก็มีทีมคอยลาดตระเวนตรวจสอบเหล่ามนุษย์กลายพันธ์ที่ละเมิดกฏ,ทุบตีอย่างบ้าคลั่ง,แม้แต่ให้ท่องสองแก่นสามกฎให้จำขึ้นใจ.

สองแก่นสองกฎเวลานี้ไม่ง่ายเหมือนกับปีก่อนหน้านี้แล้ว,เพราะมีการเพิ่มคำเข้ามาอีกมากมาย.

เหล่ามนุษย์กลายพันธ์ทั้งหมดที่ท่องสองแก่นสามกฎ,ทำให้พวกเขาแทบกระอักโลหิตไปตาม ๆ กัน.

ไม่อาจสร้างปัญหาได้.

เวลาที่ผ่านไปเรื่อย ๆ มีคนน้อยมากที่กล้าทำผิดกฎ.

ภายใต้การแนะนำของซูเห่า,หยาซานได้นำสโลแกนไปติดทั่วถนนหลัก ถนนรอง ตรอกซอกซอยทั่วเมือง,แค่ลืมตาอยู่,พวกเขาย่อมมองเห็นสโลแกนเหล่านี้ได้.

“สามัคคีพัฒนา ร่วมสร้างเมืองซือหลินให้น่าอยู่!”

“เมืองซือหลิน,สภาพบรรยากาศที่แม้แต่คนทั่วไปยังอาศัยอยู่ได้อย่างมีความสุข.”

......

แม้แต่คนทั่วไปที่เห็นสโลแกนดังกล่าวทุกวัน,ก็สามารถจดจำมันได้.

“พี่ใหญ่เหว่ย!”

“ทักทายพี่ใหญ่เหว่ย!”

“สวัสดีตอนเช้าพี่ใหญ่เหว่ย!”

ซูเห่าที่เดินผ่านไป จะมีคนมากมายเข้ามาทักทายเขา,ในตอนแรกจะมีเฉพาะมนุษย์กลายพันธ์เท่านั้น,ทว่าต่อมาแม้แต่คนทั่วไปก็ทำตาม,กล่าวได้ว่าซูเห่าคือพี่ใหญ่ของเมืองซือหลินจริง ๆ แล้ว.

ซูเห่าพยักหน้ารับเผยยิ้ม“ดี,ไม่เลวเลย!”

จบบทที่ Chapter 119: Cas nine sought the subscription

คัดลอกลิงก์แล้ว