เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 102 Running amuck

Chapter 102 Running amuck

Chapter 102 Running amuck


横行者

เมื่อคิดว่าคืนนี้จะได้ยกระดับเป็นผู้บ้าบิ่น,หยาซานรู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่น.

นี่คือวันที่เขาฝันมานานแล้ว,เขาได้พยายามเป็นอย่างมาก,หลายครั้งที่เขาเกือบตาย,บุตรของเขาที่น่ารัก,เกือบไม่มีพ่อแล้ว.

ขอเพียงเขายกระดับสำเร็จ,เขาก็จะได้รับความสามารถใหม่,ส่วนความสามารถอะไรนั้น,เขาไม่รู้,อย่างไรก็ตามมันจะต้องทำให้เขามีพลังในการเอาชีวิตรอดได้มากขึ้นกว่าเดิมแน่.

หยาซานเชื่อว่าผู้บ้าบิ่น,ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเขา,เขาสามารถวิวัฒนาการไปได้อีก,กลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ที่ทรงพลังที่สุด,กระทั่งกลายเป็นขอบเขตพระเจ้า,กลายเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทานในแผ่นดินนี้ได้.

ด้วยความช่วยเหลือจากพี่ใหญ่เหว่ยจะทำให้เขาได้รับเนื้อของผู้บ้าบิ่นมาอย่างแน่นอน,เขาไม่เคยสงสัยเลยว่าพี่ใหญ่เหว่ยทรงพลังได้อย่างไร,มันเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจจริง ๆ.

เขาคาดเดาว่าพี่ใหญ่เหว่ยนั้นคงจะเป็นลำดับ【มนุษย์ทำนาย】ที่ลึกลับ,นอกจากนี้ยังอยู่ในขั้นสูงด้วย.

ที่จริงเขาอาจถูกพี่ใหญ่เหว่ยสังหารได้,กระนั้นหยาซานก็ไม่กังวล,เขารู้ขีดจำกัดตัวเองดี,ขอเพียงเชื่อฟังอีกฝ่าย,สร้างคุณค่ามีประโยชน์ต่อพี่ใหญ่เหว่ย,เขาก็จะมีชีวิตที่ดี.

นอกจากนี้,พวกกลายพันธ์ขั้นสูงนั้นสนใจเพียงคนระดับสูงขึ้นไปเท่านั้น,เพราะมีเพียงกินเนื้อของคนที่มีระดับสูงขึ้นไปถึงจะได้รับความสามารถใหม่ขึ้นมาได้.

ส่วนมนุษย์กลายพันธ์ระดับต่ำกว่า,เหล่ามนุษย์กลายพันธ์ขั้นสูงหากไม่ขวางหูขวางตาก็คร้านจะลงมือ.

“เฮ้,หยาซาน! คิดอะไรกัน! นำทางไปได้แล้ว.”ซูเห่าที่ถีบหยาซานไปด้านหน้า.

หยาซานที่ได้สติเอ่ยออกมาทันที“ได้เลย,พี่ใหญ่เหว่ย.”

เขานำหมวกที่ปกปคลุมใบหน้ามาสวม,แล้วเดินทางเข้าไปในเมืองทันที.

ทั้งสองที่ระมัดระวังในการเข้าไปในเมืองเป็นอย่างมาก,หลายครั้งที่ซูเห่ายื่นมือคว้าหยาซานเอาไว้,พร้อมกับซ่อนตัว,แล้วอ้อมเส้นทางไป.

หยาซานที่ประหลาดใจเป็นอย่างมาก,แม้แต่เชื่อว่าซูเห่าคือ【มนุษย์ทำนาย】เป็นมนุษย์กลายพันธ์ที่มีขั้นสูงอย่างแน่นอน.

ทั้งสองมาถึงที่พักส่วนตัวขนาดใหญ่,หยาซานเอ่ยอย่างอักอ่วน“น่าจะที่นี่? บางทีอีกฝ่ายคงหนีไปแล้ว.”

ซูเห่าที่พูดไม่ออก“ไปแล้ว,แล้วเจ้านำข้ามาที่นี่เพื่ออะไร?”

หยาซานยกมือขึ้นเกาศีรษะ,เอ่ยออกมาด้วยท่าทางหวาดหวั่น“เรื่องนี้...ก่อนนั้นเขาอยู่ที่นี่,ไม่คาดคิดว่าจะจากไปแล้ว,ข้าคิดว่าพี่ใหญ่เหว่ยอาจมีวิธีหาพวกเขา,พี่ใหญ่เหว่ย,แล้วพวกเราควรทำอย่างไรดี?”

ซูเห่าถึงกับมองบน,เขามีชีวิตมาจนถึงเวลานี้ได้อย่างไร? ถึงกับแต่งงานมีภรรยาได้ด้วยรึ? ไม่น่าจะปัญญาอ่อนแบบนี้.

หยาซานเห็นสายตาซูเห่าก็รู้สึกว่า แย่แล้ว,ดังนั้นจึงไม่กล้าเอ่ยอะไร.

ซูเห่าเอ่ย“คืนนั้น ผู้บ้าบิ่นและผู้บิดเบือนสู้กันที่นี่อย่างงั้นรึ?”

หยาซานที่พยักหน้าและชี้ไปยังร่องรอย“ใช่ผู้บิดเบือดถูกผู้บ้าบิ่นทำร้ายบาดเจ็บ,ข้าได้ยินเสียงจึงมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ.”

ซูเห่าครุ่นคิด,ก่อนที่จะยื่นมือออกไปวาดรูนอักขระบนร่างหยาซาน.

“ดูดซับแสง!”

ในเวลาต่อมา,ร่างของหยาซานที่กลายเป็นมืดมิด,กลมกลืนไปกับความมืด,ราวกับว่าร่างกายเลือนหายซ่อนอยู่ในความมืดไปแล้ว.

หยาซานที่ดวงตาเบิกกว้าง,ไม่เคยพบเคยเห็นเรื่องนี้มาก่อน,เขาเอ่ยด้วยความประหลาดใจ“พี่ใหญ่เหว่ย,นี่คือสามารถของลำดับท่านรึ? ลึกล้ำไปแล้ว!”

ซูเห่าไม่ตอบ,หลังจากมั่นใจว่าอักขระ“ดูดซับแสง”ทำงานไม่มีปัญหา,เขาก็สั่งให้เสี่ยวกวง,เก็บข้อมูลรอยเท้าพื้นที่รอบ ๆ ทันที.

จากนั้นก็ใช้อักขระสว่างจ้าเป็นระยะ ๆ เพื่อหาร่องรอยการต่อสู้.

“เก็บข้อมูลรอยเท้าสำเร็จ,พบ 35 คู่รอยเท้า.”

“ไป,มีคนกำลังมา,ไปจากที่นี่ก่อน.”ซูเห่าที่ไม่สนหยาซานที่ราวกับคนตาบอดนำเขาออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว.

สัมผัสของเขาจิงซี ของคนผู้นี้เทียบเท่ากับขอบเขตปรมาจารย์,และยังเคลื่อนที่เร็วมาก.

แม้นว่าเขาจะไม่กลัว,ทว่าเขามีเป้าหมายคืนนี้แล้ว,ไม่ควรสร้างปัญหาให้ยุ่งยาก.

หยาซานที่ดวงตาเบิกกว้าง,ในครรลองสายตาของเขานั้นทุกอย่างมืดมิด,สัมผัสได้แค่เสียงฝีเท้าของซูเห่าเท่านั้น.

ซูเห่านำเขาออกมาแล้วเอ่ยถาม“หยาซาน,เจ้าเห็นผู้บ้าบิ่น,มีความสูงราว ๆ เท่าไหร่?”

หยาซานเอ่ย“ไม่ใหญ่นัก,ไม่ได้มากมายกว่ามนุษย์จอมพลังก่อนหน้านี้,แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย.”

ง่ายที่จะแยกแยะ,เพราะว่ารอยเท้านั้นมีเพียงแค่สองคนเท่านั้น,ทว่าหนึ่งในนั้นไม่สวมรองเท้า.

ซูเห่าเห่าเอ่ยถาม“เจ้าจำได้ใหมว่าเขาสวมรองเท้าหรือไม่?”

หยาซานเอ่ยตอบทันที“ไม่ได้สวม.”

ซูเห่าพยักหน้ารับ,ผ่านไปไม่นาน,หลังจากภายในเรดาร์,มนุษย์กลายพันธ์ขอบเขตปรมาจารย์จากไปแล้ว,เขาก็หันหลังกลับทางเดิม“ไป,พวกเรากลับไปที่เดิม.”

แม้นว่าหยาซานไม่รู้ว่าทำไมซูเห่า ให้กลับไปที่เดิม,ทว่าก็ไม่ได้เอ่ยถาม,ยังคงตามไปด้านหลังอย่างเชื่อฟัง,เขาจ้องมองไปรอบ ๆ ที่มืดมิดไปหมด,เร่งรีบตามหลังอย่างใกล้ชิดกลัวว่าจะหลง.

ทั้งสองกลับมาที่เดิมอย่างรวดเร็ว,ซูเห่ากำลังหาร่องรอย,รอยเท้า,ทว่ากับพบว่ารอยเท้ามนุษย์กลายพันธ์ที่ปรากฏขึ้นเมื่อสักครู่เป็นรอยเท้าที่เขาตามหาอยู่.

ซูเห่าที่เผยยิ้มทันที,ช่างเป็นอะไรที่บังเอิญ,ไม่จำเป็นต้องหารอยเท้าเก่า,ไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นผู้บ้าบิ่น!

“ไป,พบเป้าหมายแล้ว!”ซูเห่าที่ตรงไปยังทิศทางของผู้บ้าบิ่นทันที.

“อะไรนะ? เจอแล้ว?”หยาซานกลายเป็นงงงวย,ควรค่าเป็นลำดับมนุษย์ทำนายจริง ๆ,ร้ายกาจมาก.

หยาซานที่เสียดายเล็กน้อยที่เลือกมนุษย์เกราะ,บางที่เส้นทางมนุษย์ทำนาย,ยอดเยี่ยมที่สุดหรือไม่?

เพียงไม่นาน,ซูเห่าและหยาซานก็ไปขวางหน้ามนุษย์กลายพันธ์ขอบเขตปรมาจารย์.

ซูเห่าเอ่ยถาม“เป็นเขา?”

หยาซานพยักหน้ารับ,เอ่ยอย่างลังเล“พี่ใหญ่เหว่ย,ต้องการให้ข้าช่วยใหม? ข้าสามารถช่วยจับขาเขาได้!”

หยาซานที่เห็นผู้บ้าบิน,ก็พอบอกได้ว่านี่คือขั้นสอง【ผู้บ้าบิ่น】อย่างแน่นอน.

ในลำดับเดียวกันนั้นมันมีสันชาติญาณกดขี่อยู่,เมื่อเขาเห็นผู้บ้าบิ่นก็รู้สึกแข้งขาสั่นโดยไม่ตั้งใจ,คล้ายกับว่าถูกสะกดข่มจนทำให้รู้สึกกลัว.

ซูเห่าที่เห็นสภาพหยาซานที่กำลังหวาดกลัว,ก็เผยความสนใจขึ้นมา,เขาส่ายหน้าไปมาเอ่ยออกไปว่า“ไม่จำเป็น,เจ้ารอดูอยู่ข้าง ๆ พอ.”

หยาซานที่ผ่อนคลายขึ้นมาทันที.

ซูเห่าเอ่ยสอบถาม“เจ้ากลัวเขามากอย่างงั้นรึ?”

หยาซานพยักหน้ารับทันที“กลัว,ไม่กล้าเข้าใกล้เลย.”

ในเวลานั้นชายร่างใหญ่【ผู้บ้าบิ่น】ได้ยินทั้งสองพูดคุยกัน,ก็เอ่ยเสียงดัง“เจ้าทั้งสอง,กำลังแส่หาความตายอยู่งั้นรึ?”

【ผู้บ้าบิ่น】ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเกล็ดมากมายเต็มไปทั่วร่าง,เรียงซ้อนเป็นข้อปล้องดำเงาเหมือนเต่าทอง,แม้แต่ใบหน้ายังเป็นของแข็ง,ราวกับว่าร่างของเขาทั้งหมดนั้นปกคลุมไปด้วยชุดเกราะ.

มือทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยปุ่มเหมือนกับสวมถุงมือหนามเอาไว้,เพียงแค่มองก็ดูน่าหวาดกลัว,ไม่ต้องบอกเลยว่าหมัดของอีกฝ่ายจะทรงพลังขนาดใหน.

【ผู้บ้าบิ่น】ที่มีความอหังการเป็นของตัวเอง,เมื่อเห็นร่างสองร่างปรากฏขึ้น,หนำซ้ำยังไม่สนใจเขาด้วย.

จากสัมผัสเขาบอกได้ว่าชายร่างสูงนั้นเป็นขั้นหนึ่งลำดับเดียวกับเขา,ส่วนคนตัวเตี้ยนั้นกับไม่อาจสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกกลายพันธ์,เป็นคนธรรมดาทั่วไปโดยสมบูรณ์.

การพบกับคู่หูที่แปลกประหลาด,ทำให้เขางงงวยไปเหมือนกัน หนำซ้ำคนทั้งสองยังกลมกลืนกับความมืดจนเขาไม่อาจจับสัมผัสได้ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตามเขาพบว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้กลัวเขาเลย,ไม่เช่นนั้นคงไม่โผล่ออกมาต่อหน้าเขาเช่นนี้.

ซูเห่าเอ่ยออกมาตามตรง”เจ้าคือ【ผู้บ้าบิ่น】อย่างงั้นรึ?

【ผู้บ้าบิ่น】ชะงัก,เห็นชัดเจนว่าทั้งสองเตรียมการมาแล้ว,จึงเตรียมป้องกัน.

ซูเห่าที่ไม่เห็นอีกฝ่ายตอบจึงเอ่ยออกไปอีกว่า“หากเจ้าไม่ว่าอะไร,โปรดมอบเนื้อสองชิ้นให้กับข้า,หาไม่แล้ว,ข้าจะลงมือด้วยตัวเอง,โปรดเลือกมา!”

【ผู้บ้าบิ่น】ที่ดวงตาหรี่เล็ก,มุมปากยกยิ้มเหยียดหยัน“ลำพังเจ้านะรึ?”

เอ่ยจบเขาก็กระทืบเท้าบนพื้นเสียงดัง.

“ตูมมมมมมม!”

พื้นดินด้านหน้าของเขาบุบยุบลงสามส่วน,ฝุ่นผงที่ลอยคลุ้ง.

ซูเห่าที่เข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ยอมให้ความร่วมมือแน่.

เขาไม่พูดอะไรให้มากความต่อไป,ดาบสั้นในมือที่เปิดใช้งานรูนอักขระทันที.

“แข็ง” “เจาะทะลวง” “คม” “สั่นสะเทือน” “กัดกร่อน”....

ฝ่ายตรงข้ามที่เต็มไปด้วยเกราะหนา,ยากจะทะลวงการป้องกันได้,ดังนั้นจึงต้องเพิ่มพลังกระตุ้นรูนจำนวนมาก.

จบบทที่ Chapter 102 Running amuck

คัดลอกลิงก์แล้ว