เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 99 If knows oneself must die

Chapter 99 If knows oneself must die

Chapter 99 If knows oneself must die


如果知道自己要死

ซูเห่าที่ใช้ศิลาฟาดชายร่างเกราะหมดสติไปอีกครั้ง,ก่อนจะปลุกชายกล้ามใหญ่ขึ้นมา.

ชายกล้ามใหญ่ตื่นขึ้นมา,ก็ดิ้นไปมาทันที,ร่างกายกล้ามเนื้อของเขาที่ปูดโปน,พยายามสลัดเชือกให้หลุด.

ดูเหมือนว่าเชือกจะค่อนข้างไร้คุณภาพ,กล้ามเนื้อที่ใหญ่ยักษ์ของเขาท้ายที่สุดก็ได้ทำลายเชือกที่ข้อมือของเขาขาดออกมาหลุดจากพันธนาการส่วนบนได้.

ซูเห่าที่เอ่ยออกมาว่า“เฮ้,เจ้ายักษ์,ข้าจะไม่พูดมาก,ข้าถามเจ้าตอบ,แล้วข้าจะไว้ชีวิต.”

ชายร่างยักษ์เห็นซูเห่ายืนอยู่ข้าง ๆ ชายมีเกล็ด,ร่างกายที่เล็กจ้อยสวมหน้ากากน่าเกรงขาม,จึงเอ่ยออกมาเสียงดัง“เจ้าหนูเจ้าตายแน่,ไม่ต้องรีบร้อน,ข้าแก้เชือกที่เท้าได้ก่อน,ข้าจะส่งเจ้าลงนรกแน่.”

ซูเห่าไม่เอ่ยอะไรออกมา,จากที่เห็นดูเหมือนว่าคงไม่อาจสื่อสารกับอีกฝ่ายได้แน่.

ขณะชายร่างใหญ่กำลังแก้เชือกที่เท้า,ซูเห่าก็ลงมือทันที,เคลื่อนไหวไปยังด้านหน้าชายร่างยักษ์.

“แข็ง’!

“ตูมมมมม!”

จิงซีปะทุ,เท้าของเขาเตะไปยังใบหน้าของชายร่างยักษ์,กระเด็นไปด้านหลังสองสามเมตร.

ชายร่างยักษ์ล้มลากครูดไปบนพื้น.,ซูเห่าที่รู้สึกเจ็บเท้าขึ้นมาเหมือนกัน.

เห็นชัดเจนว่าการโจมตีครั้งนี้,ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย,ร่างกายของซูเห่าเวลานี้ต้องบอกว่าอ่อนแอมาก.

“ก้อนศิลาใช้ง่ายกว่า!”ซูเห่าที่หยิบก้อนศิลาขึ้นมา,ก้าวเข้าไปด้านหน้าช้า ๆ.

ชายร่างยักษ์ที่จ้องมองตาขวาง,“เจ้าอย่าเข้ามา,เมื่อไหร่ที่ข้าแก้เชือกเสร็จ,ข้าจะสู้กับเจ้าสัก 300 รอบเลย!”

ซูเห่าใช้ท่าเคลื่อนเงา,ศิลาในมือฟาดไปที่ใบหน้าอีกฝ่าย.

“อ๊ากก!”ชายร่างยักษ์ที่ร้องด้วยความเจ็บปวด,พยายามทรงตัวพลิกตัวขึ้น,มือที่ยกขึ้นกุมใบหน้า,โลหิตอาบ,เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว“เจ้าขี้ขาด,ไม่กล้าสู้ซึ่ง ๆ หน้า,ข้าซาบอนไม่ยอมรับหรอก!”

“ตูมมมม!”

ศิลาเหินที่โจมตีไปอีกครั้ง,ซาบอนที่ถูกกระแทกไปด้านหลัง,ทว่าสามารถยั้งเท้าได้อย่างคาดไม่ถึง,ซาบอนหัวเราะลั่น“ฮ่าฮ่า,ไอ้ขยะ,เจ้าจะทำอะไรข้าได้!”

ซูเห่าที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว,ฟาดศิลาไปที่หน้าผากของซาบอนอีกครั้ง.

“ตูมมมม!”ซาบอนไม่ทันตั้งตัวล้มทรุดลง,หมดสติอีกครั้งทันที.

คิดอยู่ชั่วครู่,ซูเห่าที่มาปลุกชายมีเกล็ดใหม่.

ชายมีเกล็ดที่ฟื้นขึ้นมา,พบว่าตัวเองยังไม่ตาย,ก็เผยความตื่นเต้นดีใจ,จ้องมองซูเห่าด้วยความคาดหวัง“พี่ชาย,เจ้าจะปล่อยข้าไปจริง ๆ ใช่ใหม?”

ซูเห่าเอ่ย“ขึ้นอยู่กับผลงานของเจ้า,เจ้าชื่ออะไร?”

ชายมีเกล็ดที่ดูลังเลขึ้นมาทันที“เรื่องนี้....”

ผู้ที่ออกล่าเวลากลางคืนจะไม่เผยสถานะตัวเอง,การเผยสถานะก็ไม่ต่างจากกำลังโบกมือเรียกความตายมาหา,อย่างไรก็ตาม...หากเขาไม่ให้ความร่วมมือ,คงตายในเวลานี้แน่.

การไล่ล่าเวลากลางคืน,ไม่มีคนที่มีความเมตตา.

จากนั้นเขาก็เอ่ยตอบเสียงอ่อน“ข้ามีชื่อว่าหยาซาน,เป็นพนักงานทำความสะอาดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง.”

ซูเห่าพยักหน้ารับเอ่ยออกมาว่า“ดีมาก,หยาซาน,หากเจ้ายอมตกลงเป็นมนุษย์ทดลองให้กับข้า,ไม่เพียงแค่ข้าจะปล่อยเจ้าไป,ยังช่วยเจ้ายกระดับเป็น【ผู้บ้าบิ่น】แม้แต่ระดับสูงขึ้นกว่านั้นด้วย,เป็นอย่างไร?”

หยาซานที่กลืนน้ำลายคำโต,เอ่ยสอบถามอย่างระมัดระวัง“มนุษย์ทดลองคืออะไร?”

ซูเห่าเอ่ย“ข้าบอกให้เจ้าทำอะไรเจ้าก็ทำสิ่งนั้น,แล้วข้าจะเก็บข้อมูลสิ่งที่เจ้าทำ,ไม่เพียงไม่มีอันตรายถึงชีวิต,ข้ายังช่วยเจ้าให้ได้รับความแข็งแกร่งด้วย!”

หยาซานแทบไม่อยากเชื่อว่าจะโชคดีอะไรขนาดนี้,ถึงเขาจะเชื่อว่ามีวิธีในการยกระดับได้,ทว่าคำพูดของซูเห่านั้น,ไม่ค่อยน่าเชื่อถือนัก.

อย่างไรก็ตามถึงเขาไม่เชื่อ,แต่ก็ไม่อาจเอาชนะอีกฝ่ายได้.

หยาซานได้แค่พยักหน้ารับ,“ตกลง,ข้ายอมรับเป็นมนุษย์ทดลองของเจ้า,ขอเพียงเจ้าปล่อยข้า.”

ซูเห่าที่ชี้ไปยังชายกล้ามยักษ์ซาบอน“ของขวัญแรก,เจ้ากล้ามใหญ่นั่นเป็นของเจ้าแล้ว.”

หยาซานที่ดวงตาเบิกกว้าง,จ้องมองชายกล้ามใหญ่,ก่อนจะบอกว่า“ให้ข้ารึ?”

ซูเห่าพยักหน้ารับ,กำลังรอดูว่าหยาซานจะจัดการอย่างไร.

หยาซานที่เผยท่าทางยินดี“ขอบคุณพี่ชาย!”

ซูเห่าเอ่ย“เจ้าเรียกข้าว่าเหว่ย!”

หยาซานเร่งรีบเอ่ยออกมาทันที“ขอบคุณพี่ชาย,ไม่ ๆ,พี่ใหญ่,ขอบคุณพี่ใหญ่เหว่ย.”

หยาซานที่เผยท่าทางอักอ่วนจ้องมองมือเท้าที่ถูกมัด,คล้ายขอความช่วยเหลือจากซูเห่า.

ซูเห่าเผยความประหลาดใจ“เจ้าไม่อาจแก้เชือกได้เองรึ?”

หยาซานที่ส่ายหน้าไปมา“ข้าคือมนุษย์เกราะ,มีพลังป้องกันเป็นเลิศ,ทว่าความแข็งแกร่งนั้นอ่อนด้อยมาก.”

ซูเห่าที่นำมีดออกมาพร้อมกับตัดเชือกให้กับอีกฝ่าย.

หยาซานกระโดดออกไป,ถูศีรษะด้วยความเจ็บ,ก้าวไปอยู่ด้านข้างชายร่างยักษ์ซาบอน,ก่อนที่จะฉีกแขนเสื้ออีกฝ่ายออก,พร้อมกับกัดลงไปบนแขนกินเนื้ออีกฝ่ายทันที,จากนั้นก็กลืนลงท้องไป.

“อ๊ากกก!”ซาบอนที่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด,ฟื้นขึ้นมาอีกรอบ.

“ตูมมมมมมม!”

ศิลาถูกฟาดไปที่หน้าผาก,อีกฝ่ายหมดสติไปอีกครั้ง,ในคืนนี้ซาบอนถูกฟาดหลายครั้งแล้ว,ไม่รู้ว่าสมองจะมีปัญหากลายเป็นคนโง่หรือไม่?

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่เรื่องต้องเป็นห่วง,เพราะว่าซาบอนนั้นโง่อยู่แล้ว.

หยาซานที่กินเนื้อจนพอใจแล้ว.

ซูเห่าสงสัยเป็นอย่างมาก,กินเนื้อลงท้องแล้ว,จากนั้นก็จะเปลี่ยนร่างกายอย่างไร?

อย่างไรก็ตามเขาไม่มีเครื่องมือในการตรวจสอบ พื้นที่พินบอลไม่อาจบันทึกข้อมูลของคนอื่นได้นั่นเอง.

“แล้วจะบันทึกข้อมูลคนอื่นอย่างไรดี,ไม่เช่นนั้น จะสามารถเข้าใจความลับของการวิวัฒนาการ,ก็มีแต่ต้องกินเองเท่านั้น.”ซูเห่าที่ยังไม่คิดจะกินเนื้อเอง,อย่างน้อยหากไม่เข้าใจกลไกก่อนแล้วพยายามกิน,อาจกลายเป็นของแสลงตกตายไปเกิดใหม่ได้,เวลานั้นคงพูดไม่ออก.

เพียงไม่นาน,หยาซานก็กลายเป็นเซื่องซึมเล็กน้อย,ซูเห่าที่จ้องมอง,ก่อนชี้ไปยังซาบอนเอ่ยออกมาว่า“เจ้าจะทำอะไรกับเจ้านี่ต่อ?”

หยาซานเอ่ยถามด้วยความสงสัย“พี่ใหญ่ไม่สังหารเขารึ?”

ซูเห่าเอ่ยถาม“จำเป็นต้องสังหารด้วยรึ?”

หยาซานที่ยกมือขึ้นเกาศีรษะเอ่ยออกมาว่า“หากระหว่างการต่อสู้อีกฝ่ายต้องการสังหารเรา,ก็มีแต่ต้องสังหารอีกฝ่ายไป,ทว่าข้าต้องการกินเนื้ออีกฝ่ายเพียงคำสองคำเท่านั้น,ไม่ได้คิดเอาชีวิตใคร,ดังนั้นจึงไม่สนใจที่จะสังหาร,ทิ้งเขาไว้ตรงนี้,หากเขาตื่น,คงจะจากไปเอง.”

ซูเห่าเองก็ไม่ได้ชอบสังหารเช่นกัน,จึงพยักหน้า“เช่นนั้น,เจ้าไปได้แล้ว.”

หยาซานที่เผยความประหลาดใจ“แล้วมนุษย์ทดลองต้องทำอะไรบ้าง?”

ซูเห่าเผยยิ้ม“เจ้าจะรู้ทีหลัง,วางใจได้,ข้าสามารถหาเจ้าเจอได้! ถึงเจ้าอยากหนีก็หนีไม่พ้น.”

จากนั้น,ซูเห่าก็จากไป.

หยาซานที่จ้องมองพื้นที่รอบ ๆ ที่เงียบสงัด,รู้สึกราวกับว่าเป็นผู้รอดชีวิตจากสงคราม,เร่งรีบจากไป,ไว้เก็บตัวสักสองสามวันค่อยคิดอีกครั้ง.

ขณะจากไป,ในสมองที่ผุดความคิดบางอย่างขึ้นมา“หากวันข้างหน้าข้าตายไปล่ะ,จะทำอย่างไร?”

แล้วต้องใส่ใจด้วยรึ?

แรงกดดันจากที่ทำงาน,แรงกดดันของเจ้านาย,ทำให้เขาต้องการวิวัฒนาการเป็นพวกกลายพันธ์,เพื่อภรรยาและบุตร...

ก็ช่างสิ,ทุกอย่างล้วนไม่สำคัญ!

ไม่ ๆ,บุตรสองคนของข้าที่น่ารัก,จะไม่สำคัญได้อย่างไร? ยกเว้นบุตรของข้าแล้ว,ทุกอย่างล้วนไม่สำคัญ!

คิดได้ดังนี้,การที่รอดชีวิตครานี้ หยาซานก็ผ่อนคลายลง,ราวกับว่าได้ปลดเปลื้องภาระอันหนักอึ้ง.

คิดถึงบุตรสองคน,ใบหน้าของเขาก็เผยยิ้มอย่างมีความสุข.

เป็นเรื่องดีจริง ๆ ที่มีชีวิตอยู่,เขาต้องพยายามมีชีวิตให้ได้ ไม่ว่าจะลำบากเท่าไหร่ก็ตาม,อย่างน้อยก็จนกว่าบุตรของเขาจะเติบใหญ่.

ความคิดของเขาที่ล่องลอยไปไกล ไม่รู้ว่ามาถึงบ้านเมื่อไหร่,มนุษย์เกราะได้สลายเกล็ดของตัวเองไป,จ้องมองบุตรชายและบุตรสาวที่กำลังนอนหลับอยู่,ก็เผยสีหน้าพึงพอใจ.

เขาเข้าไปนอนข้าง ๆ ภรรยาที่กำลังนอนกรนอยู่...,เธอ,ดูเหมือนว่าจะไม่กังวลกับสิ่งใดเลย.

เขากลับเข้าบ้านนอนพักอย่างสงบและหลับลงอย่างรวดเร็ว.

ส่วนซูเห่าที่มั่นใจและยืนยันว่าหยาซานได้นอนไปแล้ว,ก็จากไป,กลับไปยังบ้านของตัวเอง.

คืนนี้เก็บเกี่ยวได้มากมาย,เขาจำเป็นต้องวางแผนในการแก้ปัญหาต่อไป.

“เขาจะทำการบันทึกข้อมูลชิ้นเนื้อ,ลงไปยังพื้นที่พินบอลได้อย่างไร?”

จบบทที่ Chapter 99 If knows oneself must die

คัดลอกลิงก์แล้ว