เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 62 To with wrong

Chapter 62 To with wrong

Chapter 62 To with wrong


对与错

จินต้าถงที่ก้าวไปด้านหน้า,พลังที่ท่วมท้นอาบล้นไปทั่วหมัด,ต่อยไปยังซูเห่า.

อย่างไรก็ตามเขาไม่คาดคิดแม้แต่น้อย,เท้าที่ก้าวเข้าไปด้านหน้าเพื่อต่อยนั้นกับจมลึกลงไป,ร่างกายเสียสมดุลสะดุดพุ่งไปด้านหน้าในทันที.

“อะไรนะ?!”จินต้าถงที่ตื่นตะลึง,เข้าใจทันทีว่าตัวเองถูกวางกับดัก,เวลานั้นรู้สึกขนลุกตั้งชูชันหนังหัวชาหนึบ.

ซูเห่าที่วิ่งหนีมาก่อนหน้านี้,ไม่ได้เพียงแค่วิ่ง,เขาที่พบพื้นที่ต่างระดับ,และใช้จิงซีอาบบนเท้าและสร้างหลุมลงบนพื้นเอาไว้,เวลากลางคืนเช่นนี้หากไม่ระมัดระวัง,ย่อมไม่อาจมองเห็นได้ เขารอคอยเวลานี้มานานแล้ว.

หลุมเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์มากนัก,ทำเพียงแค่ให้จินต้าถงเสียสมดุลช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น.

ทว่าการเสียสมดุลเพียงเล็กน้อยก็เปิดโอกาสให้เขาสามารถเคลื่อนไหวได้.

“เท้าเคลื่อนเงา!”

เขาที่อ้อมไปด้านซ้ายแขนที่ห้อยของจินต้าถง,ดาบฟาดฟันออกมา,เล็งไปยังศีรษะของเขา.

จินต้าถงที่เผยยิ้มพลาย,เขาที่เร่งความเร็วขึ้น,รักษาสมดุล,แขนที่ห้อยอยู่,จู่ ๆ กับยกขึ้นมาได้อย่างคาดไม่ถึง,ป้องกันคมดาบเอาไว้.

“หึ!”

เขาที่ตะโกนดัง,หมัดขวาที่ต่อยไปยังซูเห่าทันที.

“หักกระดูก!”

ในความเห็นของเขา,หมัดดังกล่าวนี้,สังหารซูเห่าได้อย่างแน่นอน.

“ฟิ้ว!”แขนซ้ายของเขาที่ขาดลอยกระเด็น.

“ปัง!”ซูเห่าที่ต่อยหน้าอกอย่างรุนแรง.

เหมือนเช่นเดิมแขนหนึ่งข้างแลกกับการต่อยหนึ่งหมัด.

อย่างไรก็ตามครั้งนี้ซูเห่าไม่ได้กระเด็นออกไป,เขาที่ยั้งเท้าบนพื้น,มั่นคงดังภูเขาไท่ซาน,ดาบของเขาที่ตั้งมั่นตะวัดฟันซ้ำออกไป.

“พรึด!”

ศีรษะของจินต้าถงลอยกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้า.

“ม่านพลัง!!!”

จินต้าถงที่ที่เอ่ยแต่ไร้เสียง,คอของเขาที่ถูกฟันขาดไม่อาจแม้แต่โอดครวญ.

จวบจนศีรษะร่วงหล่นลงบนพื้น,ดวงตาของเขาที่เบิกกว้าง,เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยทำไมฝ่ายตรงข้ามถึงใช้ม่านพลังได้สองครั้ง.

นี่คือการวาดสลักอักขระรูนไม่ใช่รึ? เป็นไปไม่ได้,ใครที่ทำเช่นนี้ได้กัน? นักสลักรูนที่น่าเกรงขามยังไม่อาจทำได้เลย,ทำไมกัน?

ความคิดสุดท้ายของจินต้าถง,ที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ“มารดา....”

......

หลังจากเก็บกวาดหลักฐานทั้งหมดแล้ว,เขาก็เก็บดาบสพายหลัง.

ซูเห่าใช้เรดาร์แสกนพื้นที่รอบ ๆ อีกครั้ง,ก่อนจะกลับหอสถาบัน.

ซูเห่านอนอยู่บนเตียง,จ้องมองเพดาน.

เขาได้รับพลังที่แข็งแกร่ง,แม้แต่สามารถเอาชนะอันดับสองของสถาบันยุทธ์หลิงหยุน,จินต้าถงแล้ว,ทั่วทั้งเมืองหลิงหยุน,เขามีพลังในระดับบน ๆ ของเมือง.

อย่างไรก็ตาม,ความแข็งแกร่งที่ได้มา,กับใช้เพื่อสังหาร,จินต้าถงเท่านั้นเองรึ?

ทันใดนั้นเขาก็คิดขึ้นมาว่า,เขาทำถูกต้องหรือไม่?

เขาคิดว่าหัวใจของเขาเข้มแข็งหนักแน่นเป็นอย่างมาก,แต่เวลานี้กับรู้สึกลังเลสับสนขึ้นมาเช่นกัน.

เขาคิดว่าชีวิตของมนุษย์นั้นไม่ได้สำคัญอะไรนัก,เพราะเวลาสั้น ๆ สิบปีของเขาเวลานี้เทียบกับชีวิตในชาติก่อน ๆที่เขาเดินทางไปในอวกาศที่กว้างใหญ่,ทุกสิ่งที่เขาได้พบ,ทั้งหมดทั้งมวล,ท้ายที่สุดมันก็ต้องสูญสลายหายไปในอากาศไปอยู่ดี.

เขาคิดว่าโลกแต่ละใบที่พานพบ,แต่ละแห่งนั้นมีวิวัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป,บางแห่งเป็นโลกปุถุชนทั่วไป,บางแห่งก็เป็นโลกเทคโนโลยี,บางแห่งก็เป็นโลกของปราณโลหิตและรูนอักขระ...บางทีตัวตนของเขา,ยังต้องได้พบกับโลกที่ต่างออกไปอีกนับไม่ถ้วนตราบเท่าที่เขายังคงอยู่ในจักรวาลแห่งนี้.

ซูเห่าที่คิดว่าตัวเองนั้นเล็กจ้อยน้อยนิด,ไม่สำคัญว่าเขาจะตกตายเวลาใหน,เขานั้นเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไปที่โชคดีที่สามารถเดินทางท่องไปในอวกาศได้เท่านั้น.

ซูเห่าเวลานี้ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน.

เขาถามตัวเองซ้ำ ๆ“ถูกต้อง? ผิด?”

ผ่านไปนานเหมือนกันเขาที่ยื่นมือขึ้นไปบนท้องฟ้า.

ใบหน้าที่คลี่ยิ้มออกมา“ถูกผิดมีที่ใหนกัน? ไม่ว่าจะเป็นใครล้วนแต่ไล่ตามสิ่งที่พวกเขาต้องการเท่านั้น!”

เมื่อทุกคนมีความปรารถนา,พวกเขาก็จะดำเนินการเพื่อไล่ล่าสิ่งที่เขาต้องการ,เพียงแค่ความต้องการบางอย่างก็ต้องจ่ายราคา,ไม่ว่าจะเป็นเงิน,ความรู้สึก,กระทั่งชีวิตของพวกเขาเอง.

ทุกเส้นทางที่ทุกสรรพชีวิตเลือก,ล้วนแต่มีราคาที่ต้องจ่ายอย่างงั้นรึ?

ใช่แล้ว,เรื่องบางอย่างที่ไม่อาจจ่ายราคาไหว,ก็อย่าทำมัน,ความต้องการบางอย่างที่จะนำมาซึ่งการทำลายตัวเอง,หากยังคงไล่ตามอยู่,ก็จงเตรียมใจที่อาจจะต้องสังเวยตัวเองในสักวัน.

ไม่ใช่ว่าทุกสรรพสิ่งเป็นเช่นนี้หรอกรึ?

ความโชคดีของซูเห่า,กับชีวิตธรรมดา,ที่มีอายุแสนสั้น.

เขาไม่รู้ว่าวันใหนเขาจะหลับตาลงแล้วไม่อาจตื่นขึ้นมาอีกครั้ง,ไม่มีใครรู้อนาคต,ดังนั้นจึงไม่ควรเดิมพันกับสิ่งที่ไม่อาจรู้.

จงหวงแหนรักษาวันเวลาที่มีอยู่ดั่งสมบัติล้ำค่า!

ทุกครั้งที่ซูเห่าลืมตาขึ้น,ก็บอกกับตัวเองเสมอว่าจงทำทุกอย่างเพื่อสำรวจสิ่งที่ยังไม่รู้,สำรวจความลับของจักรวาล! ยังมีความลับมากมายที่เขายังไม่รู้.

ทุกความสับสน,ทุกสิ่งสงสัย,เกิดจากเขายังมีความรู้ไม่พอ,ยังไม่อาจก้าวไปยืนอยู่บนจุดสูงสุด.

ซูเห่าเอ่ยพึมพำ“สิ่งที่รู้สึกถูกต้อง,ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่ถูกต้อง,สิ่งที่คิดว่าไม่อาจเป็นไปได้,ไม่หมายความว่าเป็นไปไม่ได้,ความรู้สึกผิดปรกติ,ไม่จำเป็นต้องผิดปรกติเสมอไป...”

ซูเห่าที่พ่นลมหายใจยาว,ก่อนจะลึกขึ้นไปนั่งบนหลังคาหอ,นอนอยู่บนนั้น,จ้องมองดวงดาราบนท้องฟ้า.

ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยดวงดารา,อยู่ห่างไกลออกไป.

......

สำนักงานใหญ่ผู้พิทักษ์เมืองหลิงหยุน.

ศพของจินต้าถงและจินต้าโม่วางอยู่ในห้องแห่งหนึ่ง,จินต้าเหยี่ยนและจินเสี่ยวหานดวงตาอาบไปด้วยน้ำตานั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ,ดวงตาแดงกล่ำ,น้ำตาแห้งเกราะกรังไม่ได้เช็ดบนแก้ม.

รอบ ๆ มีตัวตนระดับสูงของเมืองหลิงหยุนมารวมตัวกัน.

คณบดีสถาบันหลิงหยุน,ยอดฝีมือขอบเขตบรรพจารย์ยุทธ์,เซียวจีที่ยืนอยู่ในห้องนี้ด้วย.

ผู้บัญชาการผู้พิทักษ์เมืองหลิงหยุน,หัวหงอี้,บรรพจารย์ยุทธอีกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ.

และเจ้าเมืองหลิงหยุน,บรรพจารย์ยุทธ์,หลูลู่.

สามยอดฝีมือทั้งสามได้มารวมตัวกัน.

“ได้อะไรมาบ้าง?”เจ้าเมืองหลิงหยุน,หลูลู่จ้องมองชายวัยกลางคน,สวมชุดที่หรูหรา,ไว้หนวดเครายาว,ทว่าหวีจัดทรงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย.

ชายคนดังกล่าวเอ่ยรายงาน”มีเพียงพยานรู้เห็น,บอกว่าอีกฝ่ายเป็นคนตัวเล็กสูงหนึ่งเมตรห้าสิบ,อย่างไรก็ตามหลังจากค้นทั่วทั้งเมืองหลิงหยุนทั้งหมด,ข้าก็ไม่อาจพบนักรบระดับปรมาจารย์ที่เข้าเค้ากับเป้าหมายเลย,เวลานี้คงทำได้แค่ส่งคนไปยังเมืองอื่นเพื่อสอบสวน,คาดว่าจะได้รับผลตอบกลับมาในห้าวัน.

ก่อนหน้านี้,ได้ใช้วิธีตรวจสอบกลิ่นอาย,ทว่าศพได้ตายไปนานแล้ว,กลิ่นอายจึงได้หายไป,ไม่อาจค้นหาร่องรอยอะไรได้เลย,พบเพียงแค่เส้นผมและคราบโลหิตที่เป็นของจินต้าถงเท่านั้น.”

หลูลู่ที่ส่ายหน้าไปมาหันหน้ามาสอบถามผู้บัญชาการผู้พิทักษ์และคณบดีเซียวจี“พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร.”

เซียวจีส่ายหน้าไปมา.

หัวหงอีเองก็เช่นกัน,ใบหน้าบุรุษผู้นี้ดูหล่อเหลาเหมือนกับผู้เยาว์,ทว่าความจริงแล้วเขามีอายุสี่สิบกว่าปีแล้ว,นอกจากนี้ยังสวมชุดเหมือนกับผู้เยาว์วัยยี่สิบอยู่เป็นประจำ.

หัวหงอีเอ่ยออกมา“ไม่น่าจะใช้นักรบของเมืองหลิงยุน,ข้าไม่ได้พูดเกินจริงหรอกนะ,ในเมืองหลิงหยุน,ยกเว้นพวกเราสามคน,ไม่มีใครเป็นคู่มือของจินต้าถง,คนที่สามารถกุดหัวเขาได้.....”

กล่าวถึงตรงนี้เขาก็ส่ายหน้าไปมา“ควรจะเป็นปรมาจาย์ขั้นสูงสุด,และอาจจะมาจากเมืองข้าง ๆ ก็เป็นได้.”

หลูลู่เอ่ยออกมาเล็กน้อย“เช่นนั้นก็รอก่อน! ให้ทีมผู้พิทักษ์ประกาศกฎอัยการศึก,ประกาศรางวัลสำหรับคนที่ให้ข้อมูลฆาตกร,ส่วนเรื่องผีฆาตกร,ประกาศออกไปว่าผีฆาตกรนั้นได้รับการลงโทษเรียบร้อยแล้ว.”

จากนั้นเขาก็หันหน้าไปหาเซียวจีและหัวหงอี,“รบกวนทั้งสอง,หนึ่งเดือนจากนี้โปรดประจำอยู่ในเมืองด้วย.”

ทั้งสองที่พยักหน้ารับ,และยกมือประสานหน้าอก.

......

หลังจากเรื่องดังกล่าวได้เกิดขึ้น,ซูเห่าก็เลิกล้มความตั้งใจที่จะขายรูปแบบสัตว์ร้ายเป็นเงิน,การนำมันออกมาขาย,อาจจะถูกสืบสวนมาถึงโดยง่าย.

ในกระเป๋ามีเงินเพียง 1 ทอง 68 เงิน,ซูเห่าที่แผ่รัศมีความจนออกมา.

สำหรับการหาเงินเวลานี้,ขอเพียงยังมีกินอยู่,ก็คงทำได้แค่ชะลอไปก่อน.

สามวันหลังจากนั้น,สถาบันยุทธ์ก็เปิดอีกครั้ง,ซูเห่าได้พบกับเสี่ยวปังและเหอชิงชิงอีกครั้ง.

ทั้งสองที่ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก,ทว่าเวลานี้อีกฝ่ายจ้องมองเขา ดวงตาเป็นประกายราวกับหลอดไฟ.

เหอชิงชิงเอ่ยออกมาทันที“เซี่ยงหวู่,ข้าคิดว่าเจ้าเปลี่ยนไป!”

ซูเห่าที่จ้องมองด้วยความสงสัย“เปลี่ยนอย่างงั้นรึ? ไม่เปลี่ยนสักหน่อย,ข้าโตขึ้นรึ?”

เสี่ยวปังที่พยักหน้ารับเช่นกัน“ชิงชิงพูดถูก,ข้ารู้สึกว่าเจ้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย.”

เหอชิงชิงพยักหน้าเอ่ยออกมาว่า“ใช่,มันยากจะอธิบายออกมาได้,เหมือนกับว่าเจ้าเพิ่งอาบน้ำมา? ดูสะอาดขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า?”

กล่าวจบ,เหอชิงชิงก็ส่ายหน้าไปมา“ข้าเองก็บอกไม่ถูก.”

ซูเห่าเห่าเผยยิ้ม“ก็คงใช่! เมื่อคืนข้าเพิ่งอาบน้ำ! ไปเถอะ,ไปรายงานตัวกัน!”

หลังจากนั้น,ซูเห่าที่เอ่ยเสียงหลง“อะไรนะ? ค่าเรียนแพงขนาดนั้นเลยรึ? หนึ่งทองเลยรึ? เลิก ๆ,ข้าไม่เรียนแล้ว.”

จบบทที่ Chapter 62 To with wrong

คัดลอกลิงก์แล้ว