เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 59 rune/symbol writing draws up

Chapter 59 rune/symbol writing draws up

Chapter 59 rune/symbol writing draws up


符文绘制

ตำราที่ดึงออกมาจากกองไฟไหม้ไปหลายส่วน,ทว่าข้อมูลด้านในยังเหลืออยู่,นับว่าเป็นองค์ความรู้ที่ล้ำค่า.

ทว่าส่วนมากแล้วจะเป็นส่วนของความรู้ต้องห้าม.

อะไรที่เรียกว่าความรู้ต้องห้าม?

นั่นก็คือการทดลองมนุษย์,การละเมิดจริยธรรมของมนุษย์ทั่วไป.

ตำราดังกล่าวได้อธิบายบรรยายเกี่ยวกับความเข้าใจปราณโลหิตบนอนาโตมีของมนุษย์.

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอธิบายอักขระรูน“สกัด”,ที่สามารถสกัดแก่นจิงซีออกมาจากร่างสิ่งมีชีวิต,กลั่นออกมาแล้วตกผลึก,ซึ่งผลึกดังกล่าวสามารถช่วยทะลวงคอขวดของผู้ฝึกยุทธ์ได้อีกด้วย.

แน่นอนว่า,เหตุที่เป็นความรู้ต้องห้าม,เพราะว่าเมื่อสิ่งมีชีวิตถูกสกัดจิงซีออกมาแล้ว,ก็จะสูญสิ้นพลังชีวิตและตายไป.

ซูเห่าที่คาดเดาได้ว่าผีฆาตกรนั้นได้จับตัวคนจำนวนมากในเมืองมา,ก็เพื่อมาสกัดผลึกจิงซี,จากนั้นก็ยังใช้ศพควบคุมเป็นหุ่นเชิดเพื่อจับตัวคนอื่น ๆ เพิ่ม,ถือว่าเป็นการยิงหินก้อนเดียวได้นกสองตัว.

สำหรับซูเห่า,ไม่ว่าจะเป็นความรู้ต้องห้ามหรือไม่? ทว่าก็ทำให้เขารู้สึกสนุกกับความรู้ใหม่เป็นอย่างมาก.

ในเมื่อมีคนถูกสังเวยจนสร้างความรู้ดังกล่าวขึ้นมาแล้ว,ก็ไม่อาจปล่อยให้สูญเปล่า,อย่างไรก็ตามสำหรับซูเห่าแล้วการทดลองกับมนุษย์มีชีวิต,เขาจะไม่ทำ,แต่อาจเปลี่ยนเป็นสัตว์ร้ายต่าง ๆ ได้.

สำหรับเหล่าสัตว์ร้าย,เขาย่อมไม่ผ่อนปรน,ถึงกระต่ายจะน่ารักเพียงใด,แต่เมื่อนำไปย่างโรยเกลือแล้ว,ก็หอมกรุนอร่อยเหาะเช่นกัน.

แปดวันหลังจากนั้น,ซูเห่าที่อ่านตำราทั้งหมด,รู้สึกพึงพอใจความความรู้ที่ได้รับมาเป็นอย่างมาก

จากนั้น,ซูเห่าก็วางแผนที่จะเรียนวาดสลักรูน.

เขาได้นำศิลาสีดำและขวดของเหลวสองขวดที่เป็นสินสงครามออกมา.

ศิลาสีดำนี้เรียกว่าศิลาผงทมิฬ,ส่วนของเหลวสองขวดเรียกว่าไขมันเตียวเหอ,เมื่อบดผงจากศิลาผงทมิฬผสมกับไขมันเตียวเหอ,ก็จะได้รับ“น้ำยาสลักรูน”,เพื่อใช้วาดสลักอักขระรูนได้.

น้ำยาสลักรูนนั้นมีความสามารถในการดูดซับเก็บจิงซีได้,ไม่ให้จิงซีระเหิดหายไปโดยง่าย,ทำให้อักขระรูนที่วาดลงไปนั้นทำงานได้เป็นปรกติ.

อย่างไรก็ตามศิลาผงทมิฬและไข่มันเตียวเหอนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะหาซื้อได้ง่าย ๆ,ซูเห่าได้ตะเวนไปทั่วเมืองหลิงหยุนอยู่นาน,ทว่าคนมากมายที่ไม่เคยได้ยินชื่อทั้งสองเลย,ดูเหมือนว่าจะเป็นของล้ำค่ามาก.

ซูเห่าขูดศิลาทมิฬ,จากนั้นก็ผสมกับไขมันเตียวเหอ,หลังจากผสมกันคนจนได้ที่แล้ว,คาดไม่ถึงผงสีดำจะใสขึ้นมาจนไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและยังมีกลิ่นหอมโชยออกมา.

นี่คือของเหลวสลักรูนอย่างงั้นรึ?

หลังจากซูเห่าตรวจสอบอย่างระเอียดก็สั่งเสี่ยวกวง“เพิ่มงาน,สร้างผังนำทางบนฝ่ามืออักขระสว่างจ้า.”

วัตถุดิบที่ได้มาจากผีฆาตกร,มีสี่รูปแบบสัตว์ร้าย,หากแต่มีเพียงอักขระสว่างจ้า,ม่านพลังและสกัด เป็นรูนอย่างง่าย,สามารถวาดออกมาได้โดยตรง,ทว่าอักขระ“ควบคุม” จะต้องสลักลงบนร่างของคนอื่น.

ด้วยสัมผัสของเขา,มองไปบนจุดแสงนำทางขนาดเล็กปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ.

เขาหยิบปากกาขนนกจุ่มลงน้ำยาสลักรูนพร้อมกับวาดมันไปตามเส้นแสงนำทาง.

ดูเหมือนจะง่ายดาย,อย่างไรก็ตามแท้จริงแล้วกับไม่ง่ายเลย,ไม่ใช่แค่การวาดสลักลงไปอย่างแม่นยำ,ทว่ายังต้องควบคุมจิงซีของตัวเองให้วาดสลักลงไปอย่างสม่ำเสมอคล้ายกับเมื่อครั้งสลักลงไปในร่างกายเมื่อครั้งสลักรูปแบบสัตว์ร้ายเพื่อยกระดับจากจอมยุทธ์เป็นปรมาจารย์.

ต้องการให้วาดสลักสำเร็จ,เป็นเรื่องยากไม่ธรรมดา.

ไม่ต้องบอกเลยว่านักสลักรูนนั้นมีอยู่น้อยมาก,เพราะมันไม่ง่ายเหมือนกับการใช้ปากกาวาดรูป,โดยเฉพาะการควบคุมจิงซีให้เสถียร,คนที่ทำสำเร็จกล่าวได้ว่าต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง.

ซูเห่ายอมรับว่าตัวเองนั้นมีพรสวรรค์ไม่สูง,แต่ที่เขาทำสำเร็จได้นั้น เพราะการช่วยเหลือของเสี่ยวกวง,ไม่เช่นนั้นแล้ว,การวาดสลักของเขาคงล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว.

หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากเสี่ยวกวง,หากไม่มีระบบประมวลผลข้อมูลของระบบ,กล่าวได้เลยว่าเขาไม่อาจเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ราบรื่นเช่นนี้,แม้แต่อาจจะไม่ผ่านอันตรายในวัยเด็กมาได้ด้วยซ้ำ.

กล่าวตามจริง กว่าจะมาถึงจุด ๆ นี้ได้ กว่าจะสัมผัสได้ถึงความปลอดภัย,ซูเห่าก็ต้องผ่านการตายและเกิดมามากมายนับไม่ถ้วน,คิดย้อนกลับไป,มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ ที่จะมาถึงตรงนี้.

เพียงไม่นาน,ซูเห่าก็สำเร็จการวาดสลักรูน“สว่างจ้า”ลงบนฝ่ามือ.

อย่างไรก็ตามอักขระรูนนี้ยังไม่สมบูรณ์,มันยังเหลือจุดปลายของมันที่ขาดเส้นเชื่อมเล็ก ๆ.

เส้นเชื่อมเล็ก ๆ ที่เว้นว่างไว้นี้,ก็เหมือนปุ่มเปิด,หากต้องการใช้งานก็เพียงแค่กระตุ้นปล่อยจิงซีลงไป,อักษรรูนดังกล่าวก็จะทำงาน.

กล่าวอีกอย่างหนึ่ง,นักสลักรูนจะต้องเตรียมจิงซีและผังการทำงานเอาไว้ล่วงหน้า,วาดสลักอักขระเป็นกึ่งสำเร็จรูป,เตรียมไว้ใช้,เมื่อต้องการใช้ก็แค่กระตุ้นลงไปยังจุดเชื่อมที่ต้องการก็เปิดใช้งานพลังของอักขระรูนดังกล่าวได้แล้ว.

“สะดวกดี.”ซูเห่าที่จ้องมองฝ่ามือพลางพยักหน้ารับ.

จากนั้นเขาก็ควบคุมจิงซีเลื่อนไปยังจุดเชื่อม,เมื่อจิงซีเชื่อมต่อกับลวดลายทั้งหมด,รูนกลับมาสมบูรณ์,พลังงานก็เกิดการโคจร,ปะทุแสงออกมาทันที.

แสงดังกล่าวเหมือนกับแฟลชกล้องถ่ายรูป.

ซูเห่าได้ทำการวิเคราะห์รูนอักขระดังกล่าวรู้สึกว่าสะดวกในการใช้งานเป็นอย่างมาก.

พลังดังกล่าวนี้,ไม่ว่าใครก็สามารถควบคุมได้.

อย่างไรก็ตาม ข้อบกพร่องก็เห็นชัดเจน,เรื่องแรก,มันมีความยากมากในการวาดสลักรูน,ผุ้ฝึกยุทธ์ทั่วไปยากจะทำสำเร็จ; ข้อถัดไปลวดลายอักขระรูนนั้นจะต้องคงสภาพจิงซีเอาไว้ตลอดเวลา,ซึ่งเมื่อสลักวาดลงไปแล้วต้องใช้ภายในสามวัน,ผ่านสามวันไป,อักขระรูนก็จะสูญเสียความสามารถไป; นอกจากนี้รูนที่เหมือนกัน,วาดสลักได้เพียงอักขระตัวเดียว,ไม่เช่นนั้นจะเกิดความขัดแย้งกันเองจนรูนพังทลายลง ; -hvสุดท้าย,ประสิทธิภาพต่อราคาที่จ่ายไปนั้นไม่คุ้มค่าเลย,ยังต้องศึกษาอีกมาก,หรือจะบอกว่าต้นทุนในการวาดสลักรูนสูงแต่ประสิทธิภาพที่ได้นั้นกับต่ำจนน่าใจหาย.

ดังนั้น,รูนที่มีในตอนนี้นับว่าไม่ค่อยเหมาะนำมาใช้เป็นอย่างมาก.

ยกเว้น...

ซูเห่าที่ครุ่นคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้.

รูนสกัด,ที่ช่วยให้ผู้ฝึกยุทธ์ทะลวงขอขวดได้!

“ไม่ใช่สิ! ในหอตำราสถาบันไม่มีลายอักขระ”สกัด“เลย,ตอนนี้หากเผยออกมา,จะต้องผิดปรกติแน่,ข้าไม่อาจเผยเรื่องรูน”สกัด”ให้กับคนอื่นรู้ได้.

หัวใจของซูเห่าที่เต้นไปมา,ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะไม่เผยรูปแบบ“สกัด”ให้ใครรู้.

ด้วยการสังเวยสัตว์ร้ายหรือมนุษย์,สกัดจิงซีออกมาเป็นผลึก,สามารถช่วยทะลวงคอขวดจิงซีได้ถือว่ามีประโยชน์มาก.

ไม่แปลกใจเลยว่านักสลักรูนที่เป็นกลุ่มคนต้องห้ามแต่ก็ยังมีคนก้าวไปบนเส้นทางดังกล่าว,เพราะพวกเขามีความสามารถใช้อักขระรูน“สกัด” เพื่อปรับปรุงความสามารถของผู้ฝึกยุทธ์ได้นั่นเอง

ซูเห่าบอกได้อย่างหนึ่ง,ในโลกใบนี้,การวาดสลักรูนนั้นมีประโยชน์แต่เป็นเพียงตัวช่วยเท่านั้น,ต้องการใช้การวาดสลักรูนให้กลายเป็นการต่อสู้หลักนั้น,เป็นเรื่องยาก.

เขาที่สีคางไปมา,พร้อมกับวิเคราะห์อย่างจริงจัง.

“หากเปลี่ยนทิศทางของโลก,หากข้าทำให้คนในโลกใบนี้กระทำเรื่องที่ยากลำบากกลายเป็นเรื่องที่ง่าย,ทำให้รูนอักขระที่คนไม่ค่อยสนใจ,สามารถวาดสลักรูนเพิ่มความแข็งแกร่งและใช้ต่อสู้ได้ล่ะ”

ทำไมคนไม่ค่อยนิยมมาใช้ต่อสู้.

เพราะมันไม่อาจเก็บไว้ได้นานไงล่ะ,หากวาดสลักรูนขึ้นมาแล้ว,ก็ทำได้แค่ต้องใช้ออกมาในเวลาไม่นาน,ซึ่งไม่เหมาะกับการต่อสู้ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นมาในเวลาใหน.

แล้วหากซูเห่าสามารถต่อสู้พร้อมกับวาดรูนอักขระออมาได้ด้วยล่ะ?

ไม่จำเป็นต้องเตรียมของเหลวสลักรูน,หากต้องการใช้เพียงแค่กระตุ้นวาดอักขระด้วยจิงซีเปิดใช้งานตอนนั้นเลย.

ทั้งต่อสู้และวาดสลักรูนยากหรือไม่? สำหรับคนอื่นเป็นเรื่องยาก,ทว่าสำหรับซูเห่านั้นไม่ยากเลย.

เขาไม่จำเป็นต้องครุ่นคิด,เพียงแค่เคลื่อนจิงซีไปตามคำแนะนำของเสี่ยวกวงก็พอแล้ว.

แน่นอนเพื่อเพิ่มความเร็วในการวาดสลักรูนขณะต่อสู้,จำเป็นต้องมีการฝึกฝนด้วย.

ดวงตาของซูเห่าที่เป็นประกายขึ้นมาทันที.

“ต้องลองฝึกฝนดู.

สองวันหลังจากนั้น.

“สำเร็จ!”ซูเห่าไม่จำเป็นต้องใช้ของเหลวสลักรูน,ก็สามารถวาดสลักรูน“สว่างจ้า” เปิดการใช้งานปล่อยแสงสว่างขึ้นมาได้ในทันที.

“ใช้เวลาสิบวินาที! อย่างไรก็ตามหากฝึกต่อไป,จะต้องเพิ่มความเร็วได้มากกว่านี้แน่.”ซูเห่าที่ทุบกำปั้นบนมือเบา ๆ.

ความคิดของเขา,มีความเป็นไปได้สูง.

......

วันนี้เขาได้วางแผนเข้าเมืองมาเพื่อหาวัตถุดิบ.

หลังจากเข้ามาในเมือง,ก็ได้ยินข่าวที่ทำให้เขาต้องตกใจ.

ผีฆาตกรปรากฏตัวอีกแล้ว,ทว่าเวลานี้ถึงกับจับคนวันละสิบคนเลยรึ?

ครั้งแรกที่ได้ยินทำให้ซูเห่าตกใจอุทานว่า เป็นไปไม่ได้,ผีฆาตกรนั้นเกือบที่จะถูกเขาสับเป็นสองท่อน,เป็นตายเท่ากัน,หากโชคดีรอด,ก็ควรจะต้องใช้เวลานานในการรักษา,เวลานี้กับปรากฏขึ้นมาแล้วอย่างงั้นรึ?

เป็นไปได้ว่าผีฆาตกรนั่น,เป็นอีกคนหรือไม่?

มีความเป็นไปได้มาก.

เขาที่ค่อนข้างมั่นใจ,จากนั้นก็ไม่สนใจอีกต่อไป,ยังคงเตร็ดเตร่ไปทั่วถนนหลักซอกตอกซอย,เพื่อหาวัสดุอุปกรณ์ที่เขาต้องการ.

ส่วนผีฆาตกร,หากว่าเขาพบมันอีกครั้ง,ครั้งนี้จะต้องกุดหัวมันให้ได้อย่างแน่นอน.

จบบทที่ Chapter 59 rune/symbol writing draws up

คัดลอกลิงก์แล้ว