เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 49 Rival in chess

Chapter 49 Rival in chess

Chapter 49 Rival in chess


棋逢对手

ในเมื่อรับปากเสี่ยวปังและเหอชิงชิงไว้แล้วว่าจะไปชมการแข่งขันของพวกเรา,ซูเห่าย่อมไม่กลับคำพูดแต่อย่างใด.

เช้าวันถัดมา,ซูเห่าก็ไปยังสนามประลอง.

ในเวลานี้ลานประลองยุทธ์เต็มไปด้วยผู้คน,ไม่เคยคึกคักขนาดนี้มาก่อนเลย.

ในเวลานี้นักเรียนประมาน 1200 คนที่อยู่ในสถาบัน,ได้มารวมกันที่นี่,การแข่งขันดังกล่าวนี้ไม่ได้แบ่งแย่งชั้นเรียนแต่อย่างใด,ทุกคนสามารถเข้าร่วมได้.

การแข่งขันจะดำเนินไปสองวัน,วันแรกเป็นรอบคัดเลือก,แบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม รวม 1200 คน,ผู้ชายมี 9 กลุ่ม,ผู้หญิงมี 3 กลุ่ม,แต่ละกลุ่มมี 100 คน,แต่ละกลุ่มคัดผู้ชนะกลุ่มละ 7 คน,เข้าสู่รอบต่อไป,เพื่อเข้าชิงชนะเลิศในวันพรุ่งนี้,แต่ละกลุ่มนั้นจะมีอาจารย์สองคนเป็นกรรมการ,และมีเจ้าหน้าที่อีกหลายคนรักษาความปลอดภัย.

การประลองประจำปี,ไม่เพียงแค่เป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของนักเรียน,ทว่ายังทดสอบความอดทนของนักเรียนด้วย,เพราะว่าการต่อสู้ตั้งแต่รอบแรกไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ,จะต้องต่อสู้กันถึงสิบรอบ.

นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำสำเร็จ.

อย่างไรก็ตาม,เรื่องดังกล่าวนี้ไม่มีอะไรให้พูดถึงสำหรับซูเห่า,เขาไม่สนใจแม้แต่น้อย,สำหรับเขา,การประลองของนักเรียน,เป็นเพียงเกมการเล่นของเด็ก ๆ เท่านั้น.

เมื่อเสร็จากการชมการแข่งขันของเสี่ยวปังและเหอชิงชิงเสร็จ,เขาก็จะกลับหอ,ทำการศึกษาจิงซีต่อไป.

เขามองผ่านเรดาร์,สามารถหาเสี่ยวปังและชิงชิงในฝูงชนได้ในทันที,เวลานี้พวกเขายังไม่ได้ขึ้นเวที,ซูเห่าไม่ได้ก้าวเข้าไปทักพวกเขาทันที,เวลานี้เขากำลังเดินไปรอบ ๆ.

แน่นอนว่า,การเดินไปรอบ ๆ ก็เพื่อบันทึกข้อมูลปราณโลหิตลงไปในฐานข้อมูลของ“เรดาร์”นั่นเอง.

และเป้าหมายของการบันทึกย่อมเป็นกลุ่มของอาจารย์ที่ปรึกษานั่นเอง.

“จิงซีของอาจารย์ที่ปรึกษาแข็งแกร่งมาก! นั่นไม่ใช่อาจารย์ห้องสี่หรอกรึ?! บันทึก,จิงซีพิเศษ,อ่อนนุ่ม,ไม่ได้ยอดเยี่ยมเท่าใดนัก,ขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงอักษรสีเหลือง,ปริมาณจิงซีดูเหมือนว่าข้าใกล้จะไล่ทันแล้ว...”

ซูเห่าที่ครุ่นคิด,เพ่งพิศ.

ทันใดนั้นเขาที่พบอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง,ขมวดคิ้วไปมา“โม่เฟิงหัวอาจารย์ที่ปรึกษาห้องสี่,เป็นปรมาจารย์ขั้นสูงอย่างไม่ต้องสงสัย,ทว่าทำไมความหนาแน่นจิงซีของเขา,จึงไม่อาจเทียบข้าได้กัน?”

ซูเห่าที่ตรวจสอบตัวเองอีกครั้ง,บางทีด้วยความแข็งแกร่งของเขาปัจจุบัน ไม่อาจตรวจสอบความแข็งแกร่งของจิงซีปรมาจารย์ชั้นสูงได้อย่างแม่นยำอย่างงั้นรึ? หรือเป็นไปได้ว่าปรมาจารย์ขั้นสูงนั้นมีความสามารถป้องกันการตรวจจับได้กัน?

ซูเห่าที่พบอาจารย์ที่ปรึกษาคนอื่น,หลังจากตรวจสอบก็พบว่าความหนาแน่นจิงซีของคนอื่นดูแตกต่างกันไปบ้าง,แต่ก็ไม่มากมายนักบอกได้ทันทีว่าไม่ได้มีการปกปิดป้องกันการตรวจจับแต่อย่างใด.

“ในเมื่อสัมผัสของข้าไม่มีปัญหา,ความหนาแน่นจิงซีข้าก็สูงกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาใช่ใหม! กล่าวอีกอย่างหนึ่ง,ตามทฤษฎีความหนาแน่นจิงซี,ข้าก็คือปรมาจารย์ขั้นสูง,ไม่ใช่ปรมาจารย์ขั้นต้น.”

ซูเห่าเข้าใจเกี่ยวกับการแบ่งแยกระดับต้น,กลางและสูงนั้นไม่ค่อยชัดเจนนัก,นอกจากนี้การแบ่งแยกระดับระดับผู้ฝึกยุทธ์,จอมยุทธ์และปรมาจารย์ยังแตกต่างกันอีกด้วย.

หลักการที่แท้จริงเป็นเช่นไรซูเห่าไม่อาจบอกได้,เวลานี้เขาทำการบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูลเรดาร์ไม่หยุด.

......

ไม่นานหลังจากนั้นเสี่ยวปังก็ขึ้นเวที,ซูเห่าที่ยังคงยืนอยู่รอบ ๆ.

เสี่ยวปังดูตื่นเต้นกระวนกระวายเป็นอย่างมาก,เขาถือดาบสั้นและโล่กล่มเล็ก ๆ,เวลานี้กำลังสูดหายใจลึกปรับสภาพลมหายใจ.

ส่วนคู่ต่อสู้ของเสี่ยวปังเป็นชายผมหยิก,สูงเพียงครึ่งเดียวของเสี่ยวปัง,ถือดาบและโล่ขนาดเล็กเช่นกัน.

เสี่ยวปังสูงหนึ่งเมตรเจ็ดสิบ,สร้างความกดดันให้กับคู่ต่อสู้เป็นอย่างมาก,ทว่าเสี่ยวปังกับตื่นเต้นลนลานกว่าอีกฝ่าย.

ทั้งสองที่ยืนประจันหน้า,ทว่าพวกเขาล้วนแต่ไม่ต้องการตกรอบแรก,เวลานี้ต่างก็ตั้งสมาธิทุ่มพลังเพื่อเอาชนะการแข่งขันให้ได้.

“ก๊อง!”

เสียงฆ้องที่ดังขึ้น,การแข่งขันเริ่มขึ้นแล้ว.

เสี่ยวปังปะทะชายผมหยิง,ทั้งคู่ที่เคลื่อนไหวทันที,ฟันและยกโล่กัน,สลับกันไปมา,รอคอยโอกาสที่จะสวนโจมตีอีกฝ่ายให้ได้.

พวกเขาปะทะกันไปกว่า 20 รอบ,คาดไม่ถึงว่าไม่มีใครทำอะไรกันได้,นับเป็นคู่ต่อสู้ที่สูสีกันเป็นอย่างมาก.

ผ่านไปนานเหมือนกัน,ทั้งสองต่างก็เหนื่อยหายใจหอบ ๆ.

ในเมื่อไม่อาจชนะกันด้วยความแข็งแกร่ง,ก็มีเพียงแค่ใช้เล่ห์เหลี่ยม,ดังนั้นทั้งสองก็เปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้.

มีดเสี่ยวปังที่ฟันใส่โล่อีกฝ่าย,ชายผมหยิงที่ยกมือขึ้นกันทันที,ใครจะคิดล่ะว่าเสี่ยวปังกับไม่ได้ฟันลงไป,แต่เปลี่ยนเป็นการโจมตีด้วยเท้าแทน.

“บาทาหมดเกลี้ยง!”

ชายผมหยิงที่ตกใจเป็นอย่างมาก,รีบขยับเปลี่ยนตำแหน่งโล่ป้องกัน.

ทว่านี่เป็นแผนซ้อนแผน,เมื่อชายผมหยิงเปลี่ยนตำแหน่งโล่,เสี่ยวปังที่ฉวยโอกาส,ใช้โล่ในมือซ้ายพุ่งปะทะไปยังใบหน้าของชายผมหยิงทันที.

ชัยชนะและพ่ายแพ้ก็ถูกตัดสินในทันที.

ซูเห่าที่ตะโกนด่านล่าง“เสี่ยวปัง,ยอดเยี่ยม!”

ทุกคนที่หันหน้าไปมองซูเห่าที่กำลังเชียร์เสี่ยวปัง,แต่ละคนต่างก็สั่นสะท้านเบญจมาศรัดตรึง ผวาไปตาม ๆ กัน,นี่มันคนบินปิศาจอู๋เซี่ยงหวู่.

ผู้คนรอบ ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ ขยับหลบออกมาจนพื้นที่รอบตัวเขากลายเป็นเวิ้งรัศมีสามเมตรขึ้นมาทันที.

“ข้าจะไปดูชิงชิง,เจ้าจะพักก่อนใหม.”ซูเห่าไม่สนใจคนรอบ ๆ จากนั้นก็เดินไป,เสี่ยวปับเองก็ก้าวเดินตามไปเช่นกัน

เพราะการปรากฏตัวของซูเห่า,ทุกคนจ้องมองเสี่ยวปังด้วยท่าทางหวั่นเกรง,แม้แต่สลักเอาไว้ในใจ,หากเจอกับชายอ้วนสูงคนนี้,จะต้องออมมือหน่อย,หากเผลอชนะเด็กขาด,อาจจะถูกคนบินปิศาจทุบตีได้

ซูเห่าที่มายังเวทีกลุ่มที่ 11 เวลานี้,เป็นคราวของเหอชิงชิงเช่นกัน.

การต่อสู้ของเหล่าสาว ๆ ดูสวยงามชดช้อย,ทั้งการฟันดาบและบัดโล่,โดยเฉพาะเหอชิงชิงที่ดูจิตวิญญาณเปี่ยมล้นราวกับวีระสตรี.

หลังจากเหอชิงชิงขึ้นไปต่อสู้,ทันใดนั้นก็โจมตีออกไปทันที,ดาบของเธอที่ทะลวงไปยังช่องว่างกระแทกโล่อีกฝ่าย,ฝ่ายตรงข้ามที่ตกใจชงัก,เธอก็เตะออกไป,กระแทกฝ่ายตรงข้ามหล่นลงเวที,ชนะมา.

หลังจาเหตุการณ์ส่งเสียงเชียร์เสี่ยวปัง,ซูเห่าจึงไม่ได้ส่งเสียงดัง,ทว่ายังคงโบกไม้โบกมือให้กับเหอชิงชิง.

เหอชิงชิงที่เห็นซูเห่า,ใบหน้าน้อย ๆ ก็ยิ้มกว้างออกมาทันที.

การต่อสู้รอบสอบ,เสี่ยวปังถูกฝ่ายตรงข้ามถีบกระเด็นหล่นเวที,ทำให้เขาตกรอบไป.

ส่วนเหอชิงชิง,ผ่านรอบสาม,เข้าสู่รอบสี่,พบกับนักเรียนปีสาม,ไม่อาจสู้ได้,พ่ายแพ้ไปในที่สุด.

ด้วยเหตุนี้,การมาเชียร์ของซูเห่าจึงจบลง,ทั้งสามได้มานั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งรับลม.

ซูเห่ากล่าวปลอบทั้งสอง,เสี่ยวปังนับว่ามีความคิดที่ฉลาดเอาชนะรอบแรกได้,ถือว่ามีเล่ห์เหลี่ยมไม่ธรรมดา,และเอ่ยชมเหอชิงชิงที่ผ่านรอบสาม,น่าเสียดายที่พบกับนักเรียนปีสาม,ไม่เช่นนั้นก็จะเข้าสู่รอบชิงพรุ่งนี้ได้แล้ว.

เห็นทั้งสองผิดหวังจากการประลอง,เขาจึงได้แต่เอ่ยให้กำลังใจยกระดับจิตวิญญาณให้พวกเขาให้กลับมาอย่างรวดเร็ว.

เสี่ยวปังเอ่ย“เซี่ยวหวู่,ปิดเทอมสองเดือน,ข้าจะกลับป้อมซาซานฝึกฝนกับพ่อของข้า,เจ้าล่ะมีแผนการอย่างไร?”

ซูเห่าเอ่ย“ข้าวางแผนจะไปซื้อของไปฟากพ่อข้า,กลับบ้านและกลับมายังสถาบันอีกครั้ง!”

เสี่ยวปังเอ่ย“ข้าได้ยินมาว่าสองเดือนนี้,อาจารย์ที่ปรึกษาเองก็หยุดปิดเทอมเช่นกัน,นักเรียนที่อยู่ที่สถาบันมีน้อย,เจ้าต้องการอยู่สถาบันทำอะไร?”

ซูเห่าเอ่ย“ที่นี่เงียบสงบ,ข้าสามารถฝึกฝนได้.”

ในเวลานั้นเหอชิงชิงเอ่ยออกมาว่า “ข้าจะกลับป้อมซาซาน,ฝึกฝนกับพ่อข้า,เจ้ากลับป้อมซาซานไม่ดีกว่ารึ? นอกจากนี้เจ้าไม่ต้องการให้พ่อของเจ้าช่วยเจ้าฝึกหรอกรึ?.”

“ข้าต้องการอยู่ในเมือง,ที่นี่มีหอตำราให้อ่าน”ซูเห่าที่ส่ายหน้าไปมา,มันคงยากจะเอ่ยอธิบายว่าเวลานี้เขาเหนือกว่าบิดาของเขาและทุกคนในป้อมปราการซาซานไปแล้ว.

นอกจากนี้หอตำราหลิงหยุน,มีตำราอีกมากที่เขาต้องการบันทึกข้อมูล.

อีกอย่างเวลานี้เขาสนใจรูปแบบอักขระ,เขาต้องการเก็บเกี่ยว“รูปแบบสัตว์ร้าย”ศึกษาเพิ่มเติม,เผื่อว่าจะสามารถค้นหาความลึกล้ำและยกระดับมันได้อีกหรือไม่?

อย่างไรก็ตามเขาได้ยินจากเหล่าหลิวว่า,ราคาของรูปแบบสัตว์ร้ายในตลาดมืดนั้นมีราคาถึง 20 เหรียญทอง.

เขาขาดเงินเป็นอย่างมาก,ตอนนี้มีแค่สองเหรียญทอง,มันไม่พอที่จะซื้อรูปแบบสัตว์ร้าย,ดังนั้นเขาก็คิดเช่นกันว่าจะหาวิธีหาเงินเช่นไร,ทว่าสิ่งหนึ่งที่พอบอกได้การอยู่ในเมืองย่อมมีโอกาสหาเงินได้มากกว่า.

จบบทที่ Chapter 49 Rival in chess

คัดลอกลิงก์แล้ว