เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 44 The strength of grandmaster

Chapter 44 The strength of grandmaster

Chapter 44 The strength of grandmaster


宗师的力量

“ไม่น่าแปลกใจเลยว่านักเรียนทั้งสถาบันไม่อาจรับมือเจ้าได้,แท้จริงแล้วเจ้าเป็นจอมยุทธ์ระดับสูงแล้ว,ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำไป”เหล่าหลิวที่ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับอดหัวเราะออกมาไม่ได้.

ซูเห่าที่กล่าวออกมาอย่างถ่อมตน“พ่อของข้าสอนมาดี.”

เหล่าหลิวพยักหน้ารับ,ไม่ได้เอ่ยอะไรอีกต่อไป,ในเมื่อซูเห่าก้าวมาถึงขั้นนี้แล้ว,เขาก็สามารถสอนอีกฝ่ายก้าวสู่ขอบเขตปรมาจารย์ได้,ส่วนจะไปได้ไกลแค่ใหน,ก็ต้องขึ้นอยู่กับซูเห่า.

เหล่าหลิวที่ครุ่นคิด,ก่อนเอ่ยออกมาช้า ๆ,“เซี่ยงหวู่,พ่อของเจ้า ไม่เคยเอ่ยถึงการก้าวสู่ระดับปรมาจารย์เลยรึ?”

ซูเห่าส่ายหน้าไปมา เอ่ยออกมาว่า“พ่อของข้าเป็นเพียงจอมยุทธ์ขั้นสูงเท่านั้น,จึงไม่อาจบอกเกี่ยวกับระดับปรมาจารย์ได้,ทว่าข้าได้ตรวจสอบข้อมูลในหอตำราหลิงหยุนแล้ว,ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการก้าวสู่ระดับปรมาจารย์เลย.”

เหล่าหลิวที่เอ่ยตอบออกมาทันที.“เป็นเรื่องธรรมดา,การก้าวสู่ระดับปรมาจารย์นั้น,ถือเป็นองค์ความรู้ขั้นสูง,ไม่อาจปล่อยให้ใครได้ไปง่าย ๆ,การจะก้าวสู่ขอบเขตปรมาจารย์อย่างราบรื่นนั่น,จะต้องได้รับมรดกจากตระกูลที่สืบทอดกันมาเท่านั้น.”

ซูเห่าที่ตกใจ,เข้าใจทันทีเกี่ยวกับความรู้พิเศษของโลกใบนี้,ต่างก็ถูกกลุ่มอิทธิพลใหญ่ถือครองเอาไว้,คนทั่วไปนั้นไม่อาจศึกษาความรู้เหล่านี้ได้,ซูเห่าที่เอ่ยออกมาด้วยท่าทางลังเล“อาจารย์หลิวสอนข้า,จะมีปัญหาอะไรหรือไม่?”

เหล่าหลิวที่เผยยิ้ม”ไม่ใช่ว่าต้องรับสืบทอดจากตระกูลเก่าแก่เท่านั้น,ยังมีวิธีอื่น,ยกตัวอย่าง,สถาบันยุทธ์,ในเมื่อเจ้าเป็นนักเรียนสถาบันแห่งนี้,ย่อมสามารถได้รับข้อมูลชั้นสูงดังกล่าวได้,เป็นเรื่องทั่วไป,เป้าหมายของสถาบันยุทธ์เองล้วนแต่เฟ้นหาเหล่าพรสวรรค์,เพื่อสร้างยอดฝีมือให้กับเผ่ามนุษย์อยู่แล้ว.

หากมรดกต้องพึ่งพาแต่ตระกูลใหญ่,เผ่ามนุษย์จะดำรงอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างไร,ไม่เช่นนั้นไม่นานก็คงถูกสัตว์ร้ายทำลายล้างไปแล้ว.”

ซูเห่าที่เข้าใจได้อย่างชัดเจน.

เหล่าหลิวเอ่ยออกมาว่า“บางทีเจ้าคงไม่รู้,ในมุมมองร่างกายของเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้น,จอมยุทธ์ขั้นสูงคือขีดจำกัด,ไม่อาจก้าวขึ้นไปได้อีกแล้ว.”

ซู่เห่าที่ราวกับเข้าใจความหมายดังกล่าวเอ่ยออกมาว่า“เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์อย่างงั้นรึ?”

เหล่าหลิวไม่ได้เอ่ยว่าไม่อาจยกระดับต่อไปได้,ทว่าระดับปรมาจารย์ยุทธ์,บรรพชนยุทธ์,กระทั่งบรรพชนยุทธ์นั้น,ไม่อาจยกระดับได้ด้วย“สภาวะร่างกายของมนุษย์”ได้.

เหล่าหลิวพยักหน้ารับ“ถูกต้อง,ในสภาวะร่างกายมนุษย์,พวกเราเป็นได้เพียงแค่จอมยุทธ์ขั้นสูงคือขีดจำกัดที่เผ่ามนุษย์สามารถไปถึงได้.”

เหล่าหลิวที่รู้สึกพอใจกับท่าทางสงสัยของซูเห่า,ซึ่งเผยว่า อีกฝ่ายเข้าใจความหมายของเขา,เขาจึงเอ่ยออกมาช้า ๆ,”เผ่ามนุษย์และสัตว์ร้ายนั้นแตกต่างกัน,ความแข็งแกร่งของเผ่าพันธ์มนุษย์นั้นจำต้องพึ่งพาเชาว์ปัญญามากกว่าร่างกาย,เผ่าพันธุ์มนุษย์มีโครงสร้างร่ายกายที่อ่อนด้อย,แต่กับมีมันสมองที่ยอดเยี่ยม,สามารถชดเชยความแข็งแกร่งได้.

ด้วยเชาว์ปัญญาที่ยอดเยี่ยมของมนุษย์จึงทำให้อยู่รอดมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล,อย่างไรก็ตาม,ถึงจะมีสมองที่ยอดเยี่ยม,แต่ก็ไม่ได้มีพลังอะไรนัก,เราไม่อาจเอาชนะสัตว์ด้วยพลังได้,จำเป็นต้องซ่อนตัว,ซึ่งไม่ง่ายที่จะอยู่รอดเช่นกัน.”

ซูเห่าที่พยักหน้ารับ,เห็นด้วยกับมุมมองดังกล่าว,เผ่ามนุษย์นั้นนับว่ามีเชาว์ปัญญาเป็นพื้นฐานการเอาชีวิตรอดจริง ๆ.

เหล่าหลิวยังคงเล่าต่อ”สัตว์ร้ายนั้นไม่จำเป็นต้องฉลาด,ทว่าร่างกายของมันกับแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก,ดังนั้นร่างกายของพวกมันยิ่งเติบโตเท่าไหร่ก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น.

กระนั้นบางครั้งสัตว์ร้ายที่เติบโตไร้ขีดจำกัดมากเกินไป,พวกมันจะไร้คู่ต่อสู้,เติบโตต่อไปจนไม่มีอาหารเพียงพอให้มันกิน,สุดท้ายก็ทำให้มันตกตายได้ด้วยเช่นกัน.”

“เพื่อที่จะให้ได้รับพลังที่แข็งแกร่งมา,เพื่อพัฒนาการอยู่รอดของเผ่ามนุษย์,บรรพชนของพวกเราจึงได้พยายามทดลองค้นหาวิธีการมาโดยตลอด.

เริ่มแรกก็พบการฝึกฝนเป็นผู้ฝึกยุทธ์,จากนั้นก็กลายเป็นจอมยุทธิ์,ซึ่งระดับจอมยุทธ์ถือเป็นขีดจำกัดของพวกเราที่คงอยู่นานถึงพันปี.”

ซูเห่าที่รู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก,“แล้วจากนั้นล่ะ?”

เหล่าหลิวเอ่ยอย่างภาคภูมิ“หลังจากนั้น,เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเขาก็ปรากฏจอมยุทธ์มากพรสวรรค์ที่สามารถเปิดเส้นทางก้าวสู่ขอบเขตต่อไปได้,เซี่ยงหวู่เจ้าได้ยินเรื่องบรรพชนจักรพรรดิอู๋จงหรือไม่?”

ซูเห่าที่ดวงตาเป็นประกาย“บรรพชนจักรพรรดิอู๋จง?”

เหล่าหลิวเอ่ย“ใช่แล้ว,ดังนั้นวิธีการยกระดับข้ามผ่านจอมยุทธ์พวกเราจึงเรียกมันว่าวิธีการบรรพชนจักรพรรดิอู๋จง,เพื่อไม่ให้ผู้คนลืมตัวตนของเขาที่สร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์ชาติ.”เหล่าหลิวเอ่ย“ในอดีตหลังจากที่จักรพรรดิอู๋จงก้าวมาถึงเขตจอมยุทธ์สูงสุดแล้ว ก็ไม่อาจก้าวต่อไปได้ เขาจึงได้เดินทางเข้าสู่ดินแดนรกร้างที่อันตราย,เพื่อสังหารเหล่าสัตว์ร้ายมากมาย,ศึกษาหาความลึกล้ำของร่างกายสัตว์ร้าย,ค้นหาว่าทำไมสัตว์ร้ายยิ่งเติบโตก็ยิ่งแข็งแกร่ง,ทว่าไม่มีเผ่ามนุษย์คนใหนเชื่อมั่นเขาเลย? สิบปีหลังจากนั้น,เขาก็ตัดผ่านระดับได้ และได้กลับมาเผยแพร่วิธีการที่เขาได้สร้างขึ้นมาให้ทุกคนรับรู้.”

ซูเห่าแทบจะจินตนาการถึงภาพฉากวัยเด็กของบรรพชนอู๋จงได้เลย.

“อัจฉริยะที่ถูกหาว่าเป็นคนบ้า! ท้ายที่สุดก็สามารถหาวิธียกระดับทะลวงคอขวดที่ดำเนินมานับพันปี,บรรพชนจักรพรรดิอู๋จงเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทำให้มนุษย์แข็งแกร่งขึ้น,หลังจากที่เขาได้เผยแพร่วิธีการยกระดับออกมาแล้ว,เขาก็กลับสู่พื้นที่รกร้างอีกครั้ง,นับจากนั้นก็ไม่มีข่าวของเขาอีกเลย.

อย่างไรก็ตามหลายปีหลังจากนั้น,ทุกคนต่างก็ยังคงจดจำเขาได้เสมอ,แม้แต่มอบฉายาจักรพรรดิให้กับเขา,จากนั้นการพัฒนาก็ดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้,ในเวลาปัจจุบันเผ่าพันธ์มนุษย์มีระดับปรมาจารย์ยุทธ์,ระดับบรรพจารย์ยุทธ์,ระดับบรรพชนยุทธ์,ในวันข้างหน้าอาจจะมีขอบเขตที่สูงกว่านี้ก็เป็นได้.”

เหล่าหลิวที่เอ่ยถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจยาว“หากแต่ในวันนั้นข้าคงไม่อาจได้เห็นฉากนั้นได้.”

ซูเห่าที่เผยยิ้ม“อาจารย์หลิวอย่าเพิ่งหมดความหวัง,บางทีคนที่ก้าวผ่านไปถึงขอบเขตนั้นอาจจะเป็นท่านก็ได้!”

เหล่าหลิวได้รับการชื่นชม,ถึงกับยกมือขึ้นลูบศีรษะที่ล้านเรียบของตัวเอง,เผยยิ้มเอ่ยออกมาว่า“การตัดผ่านไปยังขอบเขตบรรพจารย์ยุทธ์ก็ยากแสนเข็ญแล้ว,ไม่ต้องเอ่ยถึงขอบเขตบรรพชนยุทธ์เลย.”

“กลับมาสู่หัวข้อหลัก,ข้าจะแนะนำวิธีให้เจ้า,ตัดผ่านระดับด้วยวิธีการบรรพชนอู๋จง.”

ซูเห่าที่นั่งรับฟังด้วยความเข้ารบ,แม้แต่รู้สึกเกรงขามกับองค์ความรู้ดังกล่าวเป็นอย่างมาก.

เหล่าหลิวที่ยื่นฝ่ามือออกไป,เร่งเร้าพลัง,เส้นโลหิตที่ปูดออกมา,กลิ่นอายที่หนังหน่วงรุนแรงระเบิดออกมาจากร่างกายของเขา,กระทั่งผมสั้นของซูเห่ายังตั้งชน.

ซูเห่าถึงกับกระเด็นจากกลิ่นอายที่ปะทุออกมา,ในเวลานี้เขารู้สึกราวกับว่าเหล่าหลิวคือสัตว์ร้ายโบราณที่ยืนจ้องมองเตรียมล่าเหยื่อ,เขาไม่มีแรงที่จะต้านทานได้เลย.

เพียงแค่กลิ่นอายที่ระเบิดออกมา ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะน่าเกรงขามถึงเพียงนี้.

เหล่าหลิวเอ่ย“วิธีการบรรพชนอู๋จงนั้น,เป็นการเพิ่มพูนพลังความบ้าคลั่ง,ก้าวเหนือระดับจอมยุทธ์,พลังขอบเขตปรมาจารย์และจอมยุทธ์นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง,หากจอมยุทธ์ขั้นสูงคือถังน้ำ,ระดับปรมาจารย์ ก็คือแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว.”

ซูเห่าที่ดวงตาเบิกกว้างกลมโต“แตกต่างกันขนาดนี้เลยรึ?”

เหล่าหลิวที่เผยยิ้มเอ่ยออกมา“แตกต่างเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการ.”

ด้วยเกรงว่าซูเห่าจะไม่เชื่อเขาจึงเอ่ยออกมาว่า“เจ้าลองใช้พลังทั้งหมดโจมตีออกมา,แล้วจะรู้ความแตกต่างระหว่างปรมาจารย์และจอมยุทธ์ได้.”

ซูเห่าไม่สงสัยเขาอีกต่อไป,พยักหน้ารับเอ่ยออกมาว่า“อาจารย์หลิวระวังด้วย,ข้าจะลงมือแล้ว.”

จินซีทั่วร่างที่ไหลพล่าน,กระจายไปทั่วทุกส่วนร่างกาย.

ซูเห่าที่ง้างหมัดรวมพลังมาไว้ที่หมัด,เอ่ยคำรามเบา ๆ.

“หมัดคมดาบ! ตัดตามขวาง!”

ทักษะ“ตัดตามขวาง”ได้ผสานเข้ากับ“หมัดคมดาบ”,ระเบิดออกมา,ทำให้พลังโจมตีของซูเห่าก้าวไปถึงจุดสูงสุด.

“ตูมมมมมมมมม!”

เสียงดังสนั่นหวั่นไหว.

เหล่าหลิวที่ใช้หน้าอกยืดรับหมัดของซูเห่า

ร่างกายที่เร่งเร้าพลังไปจนถึงขีดสุด,ทว่าถึงกับถูกกระแทกลากครูดถอยออกมา 5-6 ก้าว.

ความมั่นใจก่อนหน้านี้ได้หายไปจนหมด,ดวงตาแทบถลนออกจากเบ้า,รู้สึกเจ็บที่หน้าอกขึ้นมาเหมือนกัน,เอ่ยด้วยความไม่อยากเชื่อ“เซี่ยงหวู่,เจ้ามั่นใจนะว่าเป็นจอมยุทธ์ขั้นสูง? เจ้าไม่ได้หลอกข้านะ?”

ซูเห่าที่สะบัดกำปั้นไปมา,รู้สึกเจ็บหมัดไม่น้อย,เผยความประหลาดใจ“ใช่,บิดาของข้าบอกเองว่าข้าเป็นจอมยุทธ์ขั้นสูง!”

จบบทที่ Chapter 44 The strength of grandmaster

คัดลอกลิงก์แล้ว