เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 22 Fine martial-looking

Chapter 22 Fine martial-looking

Chapter 22 Fine martial-looking


精英武者

เกล็ดหิมะที่ล่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า,ปูพรมขาวโพลนไปทั่วผืนปฐพี,อู๋หยุนเทียนและซูเห่าสองพ่อลูกที่ยืนเคียงข้างกันบนหลังคาจ้องมองความเงียบสงบของท้องฟ้า.

ในช่วงเวลานี้เหล่าเด็ก ๆ ก็มักจะออกมาเล่นกันบนพื้นหิมะ,ในอดีตเหอชิงชิงและลูกน้องมักจะมาชวนซูเห่าไปเล่น,ทว่าเวลานี้กับไม่มีอีกแล้ว.

อู๋หยินเทียนที่จ้องมองซูเห่า,ภายในใจที่ได้แต่ทอดถอนใจ“ช่วงเวลาของการเป็นเด็ก,เป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่าที่สุด,อายุเท่านี้ เวลานี้ควรจะชอบเล่นสนุก,การที่กลายเป็นคนเงียบขรึมเช่นนี้,ไม่รู้ว่าจะดีหรือร้าย.”

ภรรยาของเขาเสียชีวิตเพราะปกป้องเด็กคนนี้,ภายในใจของเขาที่มีร่องรอยไม่พอใจและขุ่นข้องใจกับเด็กคนนี้เช่นกัน,แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่,เขาได้ลืมความรู้สึกเหล่านั้นไปหมดแล้ว,ความเศร้าซึมและหดหูไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว,แม้แต่เปลี่ยนเป็นความคาดหวังในอนาคตของเด็กคนนี้แทน.

ซูเห่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อู๋หยุนเทียน,จ้องมองชื่นชมทัศนียภาพของหิมะที่ล่วงหล่นลงมา,ดูงดงามสบายตา,เขาไม่รู้ว่าบิดาของเขาคิดอะไร ทำไมถึงได้เงียบ,ทว่าเขารู้สึกว่ามีความสุข,สบายใจกับการได้ยืนมองหิมะตกเช่นนี้.

ผ่านไปนานเหมือนกัน,อู๋หยุนเทียนที่เป็นคนเอ่ยปากออกมาก่อน“เซี่ยงหวู่,นักรบเป็นผู้ข้ามขีดจำกัดทางร่างกายของตัวเอง,เพื่อที่จะรับพลังมา,โดยการฝึกวิชายุทธ์,ตระหนักรู้ปราณโลหิต,เปลี่ยนและสะสมมันให้มากขึ้นเรื่อย ๆ,ทำลายขีดจำกัดตัวเองทีละขั้น ๆ ปีนสู่ระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ,อย่างไรก็ตามกระบวนการทำลายขีดจำกัดแต่ละครั้ง,ยิ่งสูงก็ยิ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ,เซี่ยงหวู่,ตอนนี้เจ้าพบเข้ากับขีดจำกัดครั้งแรกแล้วอย่างงั้นรึ?”

ซูเห่าที่ดึงสติกลับมา,ครุ่นคิดครู่หนึ่งและเอ่ยออกมาว่า“ใช่,ปริมาณปราณโลหิตของข้าดูเหมือนว่าจะเกินขีดจำกัดที่ร่างกายจะทนได้แล้ว,แม้นว่าจะสามารถเปลี่ยนปราณโลหิตได้ต่อ,ทว่า ไม่เพียงไม่อาจเพิ่มความแข็งแกร่ง,ยังทำร้ายตัวเองด้วย,แล้วจะทำอย่างไรจึงจะสามารถก้าวไปยังขั้นต่อไปได้?”

อู๋หยุนเทียนที่ถอนหายใจยาว”สำหรับคนอื่น,มีความยากสามประการ,ประการแรก,ยากที่จะสะสมปราณโลหิต,แต่ละคนมีความเข้าใจเรื่องปราณโลหิตแตกต่างกันไป,ทำให้ความเร็วในการสะสมช้าเร็วแตกต่างกันไป,ต้องการสะสมให้ได้มีระดับเช่นเจ้า,ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปใช้เวลาสะสม 5-8 ปี,หรืออาจจะช้ากว่านั้น,กระทั่งบางคนก็ไม่อาจทำได้เลย.

ความยากประการที่สองก็คือคอขวดของปราณโลหิต,ปราณโลหิตเมื่อสะสมกันได้ถึงระดับหนึ่ง,ร่างกายก็จะสร้างความสมดุลของร่างกายขึ้นมาใหม่,ในเวลานั้นต้องการสะสมปราณโลหิตต่อไป,จึงทำไม่ได้,เว้นแต่จะสามารถทำลายสมดุลดังกล่าวลงไปก่อน,ถึงจะสามารถสะสมปราณโลหิตต่อไปได้.

สำหรับความยากประกายที่สาม,คือสิ่งที่เจ้าพบอยู่ในเวลานี้,เมื่อปราณโลหิตมาถึง ขีดจำกัดของร่างกาย,ก็ไม่อาจยกระดับความแข็งแกร่งไปได้อีก,ในเวลานี้มีสองวิธีแก้ไข,อย่างแรกคือเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายให้สูงขึ้น,ซึ่งจะทำให้ขีดจำกัดการสะสมปราณโลหิตสูงขึ้นด้วย,ส่วนวิธีที่สองคือตกผลึกปราณโลหิต,ทำให้ปราณโลหิตมีความสามารถใหม่,ซึ่งจะทำให้สามารถยกระดับพลังขึ้นอย่างก้าวกระโดด.

ยกตัวอย่าง...... ”

กล่าวจบ,อู๋หยุนเทียนที่กวาดหิมะออก,พร้อมกับนำกิ่งไม้แห่งกิ่งหนึ่งขึ้นมา,ก่อนสะบัดหิมะให้ลอยกระเด็นออก.

“ตั้งใจดู!”

ในเวลาต่อมา,กิ่งไม้ดังกล่าวได้ทะลวงเข้าไปในศิลาก้อนหนึ่ง.

ซูเห่าที่ดวงตาเบิกกว้างกลมโต,กิ่งไม้แห้งจะสามารถทะลวงก้อนศิลาหนาได้อย่างไร?,เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ว่าเกินความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปไกลเลยหรอกรึ?.

“ร้ายกาจมาก! นี่คือความสามารถของจอมยุทธ์อย่างงั้นรึ?”

อู๋หยุนเทียนพยักหน้ารับ เผยยิ้มเล็กน้อย“นี่คือความสามารถของจอมยุทธ์,เป็นอย่างไร?”

ซูเห่าพยักหน้ารับ,อดรนทนไม่ได้จนต้องสอบถามออกมา“ท่านพ่อ,แล้วจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร?”

อู๋หยุนเทียนที่ส่งกิ่งไม้ตายให้กับซูเห่า,หลังจากที่ซูเห่ารับมา,เขาก็เอ่ยออกมาว่า“เจ้าคิดว่า,กิ่งไม้นี้,สามารถแทงศิลาได้ใหม?”

ซูเห่าที่เอ่ยกล่าวตามจริง“ไม่ได้.”

“เป็นความจริงว่าไม่ได้,ไม่ว่าจะเป็นกรณีใหน ๆ,กิ่งไม้แห้งก็ไม่อาจทะลวงศิลาได้,ดังนั้นเมื่อครู่ที่ทะลวงศิลาไม่ใช่กิ่งไม้,แต่เป็นปราณโลหิต!”

“ปราณโลหิต? ทำไมจึงสามารถส่งปราณโลหิตปกคลุมกิ่งไม่ได้? แก่นโลหิตไม่ใช่สะสารที่อยู่ได้เพียงแค่ในร่างกายของมนุษย์หรอกรึ?”

อู๋หยุนเทียนที่ส่ายหน้าไปมา“ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้าเอ่ย,ทว่าสามารถบอกได้ว่าปราณโลหิตนั้นสามารถเคลื่อนย้ายส่งไปยังกิ่งไม้ได้,นี่คือความแตกต่างของผู้ฝึกยุทธ์และจอมยุทธ์.”

ซูเห่าที่เอ่ยสอบถามอย่างคาดหวัง“แล้วต้องทำอย่างไร?”

อู๋หยุนเทียนที่ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายคาดเดา,เอ่ยออกมาตรง ๆ,“เพียงแค่ปล่อยปราณโลหิตออกมาเท่านั้น.”

“หะ?”ซูเห่าที่กลายเป็นเซ่อไปเลย,เกี่ยวกับความเข้าใจของเขา,ปราณโลหิตมีความสัมพันธ์เหมือนกับอวัยวะภายในร่างกาย,การจะเคลื่อนอวัยวะ,ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องตลกหรอกรึ?

ความหมายของอู๋หยุนเทียนดูเหมือนว่าจะไม่ได้ล้อเล่น,จากนั้นก็เอ่ยอธิบายออกมาอีกว่า“การเคลื่อนย้ายปราณโลหิตในร่างกายออกมานั้น,จะต้องเปลี่ยนแปลงปราณโลหิตเป็นรูปร่างใหม่ก่อน,เพื่อที่ง่ายในการเคลื่อนย้ายออกมานอกร่างกาย,จากนั้นก็ส่งผ่านมันออกมายังกิ่งไม้เมื่อสักครู่นี้,ทำให้กิ่งไม้สามารถทะลวงศิลาได้.”

ซูเห่าที่จ้องมองอย่างงง ๆ,เขาครุ่นคิดเกี่ยวกับมัน,ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องราวที่ลึกลับเป็นอย่างมาก.

ซูเห่าที่เอ่ยคำถามสุดท้าย“แล้วจะควบคุมเคลื่อนที่ปราณโลหิตอย่างไร?”

อู๋หยุนเทียนที่ยกมือขึ้นตบบ่าอีกฝ่าย,กล่าวอย่างจริงจัง“เซี่ยงหวู่,ตอนนี้เจ้าไม่ควรคิดถึงเรื่องแก่นจอมยุทธ์,ร่างกายของเจ้าอ่อนแอเกินไป,การตัดผ่านไปยังขอบเขตจอมยุทธ์อย่างเร่งรีบ,ไม่ใช่เรื่องดีนัก,เจ้าเข้าใจความหมายของข้าใหม?”

เห็นท่าทางจริงจังของบิดา ซูเห่าอดไม่ได้ที่ต้องพยักหน้ารับ

“ข้ารู้ว่าเจ้าสามารถตัดผ่านระดับไปยังจอมยุทธ์ได้อย่างไม่ยากเย็น,แต่ข้ากังวลว่าร่างกายของเจ้านั้นอ่อนแอเกินไป,ไม่อาจแบกรับพลังได้,ปราณโลหิตที่เจ้ามีตอนนี้มันเพียงพอแล้ว,ตอนนี้เพียงแค่อดทน,เติบโตและพัฒนาร่างกาย,หลังจากที่ร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าแข็งแกร่งเพียงพอ,ข้าจะสอนเจ้าวิธีการเป็นจอมยุทธ์ให้.”

“อืม!”ซูเห่าที่พยักหน้ารับ,จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า“แล้วเมื่อไหร่ข้าถึงจะแข็งแกร่งพอ?”

อู๋หยุนเทียนที่จ้องมองซูเห่าเป็นเวลานาน,ไม่รู้ว่าจะตอบเช่นไร,เพราะเขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน,ดังนั้นจึงเอ่ยคาดเดา ตามความรู้สึก“สามปี! สามปีหลังจากนี้ข้าจะสอนเจ้าอีกครั้ง.”

“ตกลง.”ซูเห่าที่ไม่สงสัยในตัวอีกฝ่าย,พยักหน้ารับทันที.

ตอนนี้เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูง,มีพลังปกป้องตัวเองได้แล้ว,สามปีหลังจากนี้,เขายังต้องการวิจัยเกี่ยวกับปราณโลหิตเพิ่มเติม,นอกจากนี้เป็นดั่งที่อู๋หยุนเทียนเอ่ย,เขาเป็นเพียงเด็กห้าขวบ,ร่างกายอ่อนแอมาก,หากฝืนฝึกฝนยุทธ์ต่อไป,ร่างกายที่อ่อนแอก็แบกรับความเสี่ยงมากขึ้นและอาจร้ายแรงจนเขาเสียชีวิตแทน,นอกจากนี้ภัยร้ายที่จะพรากชีวิตของเขาในเร็ว ๆ นี้ก็ได้หายไปแล้วนั่นเอง.

ซูเห่า,ก็รับรู้เช่นกันว่าการฝนวิทยายุทธ์นั้นมีความเสี่ยง,เขาจะต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี,การเสี่ยงที่จะรับพลังเพิ่มขึ้นเลยขีดจำกัด,ก็ไม่ต่างจากการทำร้ายตัวเอง,ดังนั้นเขาจึงหยุดเพิ่มระดับปราณโลหิตไปก่อน..

อู๋หยุนเทียนที่ครุ่นคิดและเอ่ยออกมาว่า“จากนี้สามปี,เจ้าจะต้องเรียนทักษะต่อสู้กับข้า! เมื่อข้ามีเวลา ข้าจะพาเจ้าลงสนามต่อสู้จริง.”

ซูเห่าที่ดวงตาเป็นประกายเอ่ยออกมาทันที“ขอบคุณพ่อ.”

“เจ้าต้องเผชิญกับความลำบากมาก.”

“ข้าไม่กลัวความลำบาก.”

อู๋หยุนเทียนพยักหน้ารับ,จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองหิมะที่ล่วงหล่นลงจากท้องฟ้าไม่หยุด,ครุ่นคิดไม่รู้ว่าการตัดสินใจของเขาครานี้ ผิดหรือถูก.

จบบทที่ Chapter 22 Fine martial-looking

คัดลอกลิงก์แล้ว