เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 5:Joy of learn/study

Chapter 5:Joy of learn/study

Chapter 5:Joy of learn/study


学习的快乐

หลังจากนั้น,โหลวเซิ่งหรง,หวงซูจุน,ตลอดจนซูเห่าสามคนที่นั่งล้อมโต๊ะ,อยู่ในวาระการประชุมที่สำคัญ.

หัวข้อก็คือ“พูดคุยเกี่ยวกับการศึกษาและโรงเรียนของโหลวเจ้าฮุย.”

หลังจากหารืออย่างเข้มข้น,ครอบครัวก็ตัดสินใจแผนการศึกษาของซูเห่าได้,คือการเรียนข้ามระดับ,ครึ่งหนึ่งเรียนด้วยตัวเอง,อีกครึ่งหนึ่งเรียนที่โรงเรียน,โดยหาอาจารย์ที่ปรึกษาคอยอธิบายข้อสงสัย.

หลังจากได้เจรจากับทางโรงเรียนและทดสอบความสามารถของซูเห่า,พวกเขาก็ตกลงรับซูเห่าอย่างง่ายดาย,นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังเสนอลดค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายทั่วไปให้กับซูเห่าครึ่งหนึ่งด้วย,ทำให้การตัดสินใจของทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างรวดเร็ว.

ซูเห่ามีอายุ 5 ขวบ,ได้กลายเป็นนักเรียนมัธยมต้นที่มีเกียรติ.

อย่างไรก็ตาม เขาผู้มีความรู้จากชาติก่อน ๆ,การเรียนในมันธยมต้นแทบไม่มีความยากให้เอ่ยถึงด้วยซ้ำ,หลังจากเรียนรู้เนื้อหาไปเล็กน้อย,เขาก็เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับความรู้ของมัธยมปลาย,สิ่งที่ยากเวลานี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และการเมืองของโลกนี้,อย่างไรก็ตามไม่ได้มีปัญหาอะไรกับซูเห่ามากนัก,เขายังคงเก็บข้อมูลลงไปในพื้นที่พินบอลต่อไป.

หลังจากนั้นข้อมูลต่าง ๆ ที่บันทึกลงไปในพื้นที่พินบอลนั้น,ซูเห่าเริ่มพบปัญหา,ข้อมูลบันทึกนั้นเป็นข้อมูลเท่านั้น,หากต้องการค้นหามันอีกครั้งจะต้องใช้เวลาอยู่เช่นกัน,ดังนั้นประสิทธิภาพในการนำมาใช้จึงมีประสิทธิภาพต่ำมาก.

ด้วยเหตุนี้ซูเห่าจึงเริ่มคิดพิจารณา,จัดกลุ่มระบบข้อมูลที่บันทึก,นอกจากนี้ยังต้องระบุวันเวลา,หัวข้อข้อมูลหลัก,ข้อมูลรอง ที่เกี่ยวข้องต่อกันด้วย.

คิดได้ดังนี้,เขาจึงเริ่มจัดการความสัมพันธ์ของข้อมูล,จิตสำนึกของซูเห่าที่เข้ามาในพื้นที่พินบอล,ที่ดูอ้างว้างเดียวดาย,ราวกับว่าไม่มีอะไร,มีเพียงข้อมูลมากมายไร้ที่สุดสุดคงอยู่.

เป้าหมายแรก,เขาจะแยกแยะจัดประเภทข้อมูลอย่างไร.

เขาควรทำอย่างไร?

ข้อมูลพินบอลนับตั้งแต่เขาเกิด,จนถึงเวลานี้,มันดูค่อนข้างยุ่งเหยิง,ไร้ระเบียบ,ต้องการจัดการข้อมูลให้เป็นระเบียบ,แผนการนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นไป ไม่ได้โดยสมบูรณ์.

อย่างไรก็ตาม,เวลานี้ก็ทำให้เขาเข้าใจพื้นที่พินบอลมากขึ้น,เขาพบว่าข้อมูลที่เก็บไว้นั้น,มีการจัดเรียงตามลำดับของเวลา,กล่าวได้ว่าเขาสามารถค้นหาข้อมูลล่าสุดได้อย่างรวดเร็ว,ทว่าข้อมูลที่นานกว่านั้นจำเป็นต้องใช้เวลาในการค้นหาอยู่สักหน่อย.

ซูเห่าที่กลับมาครุ่นคิด,ออกแบบวิธีการใหม่.

เขาจะต้องใส่รหัสเล็ก ๆ ลงไปในช่วงเวลาต่าง ๆ,เพื่อจำแนกช่วงเวลาเล็ก ๆ,ระบุข้อมูลการจัดเก็บ,ช่วงเวลาของเหตการณ์,ประเภทของข้อมูลและวิธีการจัดประเภทข้อมูลทั้งหมด.

ยกตัวอย่างเช่น ช่วงเวลาหนึ่งนาที จะมีหกสิบวินาที,เขาก็จะแทนด้วยตัวเลขจาก 1,2และ3 ไปจนถึง60 เลย,สิบวินาทีแรกเขาจะลงประวัติของการลงข้อมูล,วินาทีที่20-30 ซูเห่าก็จะลงเครื่องหมายจำแนก,วินาทีที่ 30-40 ซูเห่าก็จะบันทึกรหัสตัวเลขคณิตศาสตร์ของการบันทึก วินาทีที่ 40-50 เป็นข้อมูลย่อ,วินาทีที่ 50-60 ก็จะเป็นบันทึกข้อมูลทั้งหมด.

กล่าวได้ว่าเป็นการจำแนกข้อมูลในเวลาหนึ่งนาที,โดยแบ่งเป็น 1-10 วินาทีบันทึกช่วงเวลาการลงข้อมูล วินาที 20-30,40-50 เป็นเครื่องหมายจำแนกข้อมูลหลักและรอง,ส่วนวินาทีที่30-40,และ50-60 เป็นข้อมูลฉบับย่อและข้อมูลฉบันเต็ม.

ด้วยเวลาและพลังงานที่ต้องใช้ในการจำแนกข้อมูลและลงเครื่องหมาย,ไม่ใช่สิ่งที่ซูเห่าจะทำให้สำเร็จได้อย่างแน่นอน,และเขาก็ไม่อาจ ใช้สมาธิทั้งหมดมาจำแนกข้อมูลเพียงอย่างเดียว.

ดังนั้น,ซูเห่าจึงคิดหาวิธีสร้าง เชาว์ปัญญา-ผู้ช่วยเข้ามา.

การประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ นั้นไม่ใช่สิ่งที่สมองมนุษย์จะทำได้ง่าย ๆ,ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะเปลี่ยนสมองให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์,เพื่อช่วยให้เขาจัดการข้อมูลได้ดีขึ้น.

หากสามารถสร้างพื้นที่ส่วนหนึ่งของพื้นที่พินบอลเป็นคอมพิวเตอร์จัดการข้อมูลด้านในได้,มันจะช่วยเหลือซูเห่าได้มาก,เท่ากับว่าเขาจะมีระบบอัจฉริยะคอยช่วยเหลือไปตลอดกาล.

การจะสร้างระบบคอมพิวเตอร์ขึ้นมา,นับว่าเป็นความยากที่สูงมาก.

แน่นอนว่าความยากส่วนใหญ่นั้นอยู่ที่เวลา,และข้อมูลที่เก็บเอาไว้ก่อนหน้านี้,ทว่าเขามีเวลาสามารถค่อย ๆ ทำไปทีละน้อย ๆ,แต่สิ่งหนึ่งที่เขาขาดก็คือเทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลในปัจจุบัน,ซึ่งรวมถึงวิธีการกรอง,จำแนก,ค้นหา,และนำออกมาใช้,กระทั่งการเปรียบเทียบ,สื่อสารและการทำงานโดยอัตโนมัติต่างหาก.

ซูเห่าที่ดึงจิตสำนึกออกจากพื้นที่พินบอล,เขาสามารถจัดการกับแผนการของเขาช้า ๆ.

เขาไม่จำเป็นต้องคิดมากมายกับการเรียน,เป้าหมายเวลานี้คือสำเร็จมัธยม ศึกษาวิชาความรู้ทั้งหมด,ด้วยการมีพื้นที่พินบอลช่วยเหลือ,ทำให้ความเร็วในการเรียนรู้ของเขารวดเร็วเป็นอย่างมาก.

ซูเห่ามีอายุเจ็ดขวบ,เขาได้สำเร็จทุกวิชาระดับมัธยมปลายแล้ว,เวลานี้เขาได้สอบเข้ามหาวิทยาลัย,ซึ่งได้เข้าเรียนในมหาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ,เขากลายเป็นอัจฉริยะที่มีชื่อเสียง สร้างปรากฏการณ์ให้ทุกคนต้องเอ่ยถึงไปทั่วประเทศและยังเป็นความหวังของประเทศอีกด้วย.

หากไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้น,ด้วยการมีพื้นที่พินบอลช่วยเหลือ,เขาจะสามารถจบการศึกษาและกลายเป็นนักวิจัยเทคโนโลยีที่มากพรสวรรค์ระดับประเทศ.

เขาได้ลงทะเบียนเรียนในเดือนกันยายน,บิดามารดาของซูเห่าลาออกจากงานจากเมืองชั้นสอง,เดินทางมายังเมืองหลวง,หางานใหม่เพื่อยู่เป็นเพื่อนซูเห่าขณะเรียนหนังสือ.

สี่ปีต่อมา,ซูเห่าก็จบการศึกษา สาขาวิชาคณิตศาสตร์,ฟิสิกส์,เคมี,ชีวิวิทยา,เทคโนโลยีและทุกสาขาในระดับปริญญาตรี.

แน่นอนว่าการเรียนนั้นมีความยากอยู่เช่นกัน,แต่รอบ ๆ กายมีพี่ชาย,พี่สาวและอาจารย์ที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือ,ทำให้ซูเห่าสามารถผ่านพ้นความยากลำบากไปได้อย่างราบรื่น,ด้วยเหตุนี้เขาจึงสำเร็จการศึกษาภายในสี่ปีได้อย่างราบรื่นง่ายดาย.

หากไม่มีใครช่วยเหลือ,เรียนเพียงแค่ตัวคนเดียว,บางทียี่สิบปีก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จ.

ในสี่ปีนี้,เพื่อบรรเทาความกดดันทางการเงินของบิดามารดา,ซูเห่าได้คัดลอกตำราและเพลงจากโลกเดิมมาใช้,ซึ่งได้สร้างความสนใจให้กับคนในสังคมนี้ไม่น้อย,แม้แต่ทำให้ชื่อเสียงของอัจฉริยะของประเทศยกระดับขึ้นไปอีก,เวลานี้เขามีชื่อเสียงยิ่งกว่าดาราชั้นนำซะอีก.

แน่นอนว่าการคัดลอกหนังสือและเพลงมาใช้นั้น,ไม่ใช่เป้าหมายของซูเห่าแต่อย่างใด,เขาต้องการเรียนรู้ให้มากเท่าที่จะทำได้,ซึ่งการเรียนก็จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย,เมื่อเขาหาเงินได้มากพอ,เขาก็จะหยุดเช่นกัน.

อย่างไรก็ตามในโลกใบนี้เขารู้สึกได้ว่ามันขาดสี่วรรณกรรมชิ้นเอกไป,ซูเห่ารู้สึกเศร้าใจเช่นกัน,เพื่อตอบแทนความช่วยเหลือที่โลกนี้ได้มอบให้กับเขา,ซูเห่าจึงได้ตัดสินใจเขียนสี่วรรณกรรมชิ้นเอกออกมาเผยแพร่,เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักถึงเสน่ห์ของพี่ลิง.

ดังนั้นเขาจึงได้ทำการเผยแพร่“บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก”(ไซอิ๋ว) ให้ทุกคนได้รับรู้.

ในปีนั้นวรรณกรรม“บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก”ได้กลายเป็นหนังสือขายดีที่ไม่มีใครเทียบได้.

จากนั้นซูเห่าได้ใช้เงินที่ได้รับมา,ซื้อวิลล่าหรูในเมืองหลวงให้กับบิดามารดา.

ภายในวิลล่า,โหล่วเซิ่งหรง,หวงซือจวินที่จัดงานฉลองจบการศึกษาให้กับซูเห่าและแสดงความยินดีในการเข้าเรียนระดับบัณฑิตศึกษา.

“ขอให้เสี่ยวฮุ่ยของพวกเราเรียนรู้อย่างมีความสุข,มีชีวิตใหม่ในเมืองหลวง!”

“ปัง!”

ดอกไม้ไฟที่ถูกจุดฉลอง.

โหลวเซิ่งหรงและหวงซูจวินที่กอดซูเห่าพร้อมกับโยนเขาลอยขึ้นไปบนอากาศ.

โหลวเซิ่งหรงได้กลายเป็นชายอ้วนลงพุงโดยสมบูรณ์,ความหล่อเหล่าในอดีตได้หายไปตลอดกาล.

ในทางตรงข้าม,มารดาของเขา,หวงซูจวิน,หญิงชราที่เหนื่อยล้าในอดีตได้หายไปอย่างสิ้นเชิง,ใบหน้าที่อวบอิ่มมีสุขภาพที่ดี,ยังกับสาวน้อยวัย 27-28 ปี.

เป็นความจริง,ความมั่งคั่งและร่ำรวยนั้นได้เปลี่ยนจิตวิญญาณของผู้คนได้.

หวงซูจวินเอ่ยต่อซูเห่า“เสี่ยวฮุ่ย,เจ้ามีความปรารถนาอะไรหรือไม่? พ่อและแม่สามารถทำตามความต้องการของเจ้าได้.”

โหลวเซิ่งหรงเองก็ยิ้มและพยักหน้าให้.

ซูเห่าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งเอ่ยออกมาว่า“เป็นความจริง,ผมต้องการเรียนรู้การพัฒนาซอร์สโค้ดพื้นฐานและโปรแกรมการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ.”

โหลวเซิ่งหรงและหวงซูจวินที่งงงวยเต็มไปด้วยความสงสัย,ทว่าทั้งสองก็เขินอายเกินกว่าที่จะถาม,ได้แต่ยิ้มอย่างสงบเอ่ยออกมาว่า“ได้,แล้วมีอะไรอีกหรือไม่?”

ซูเห่าครุ่นคิดและเอ่ยออกมา“ผมต้องการน้องชายหรือน้องสาว.”

“อะไรนะ?”

โหลวเซิ่งหรงและหวงซูจวินที่งงงวย,จากนั้นก็จ้องมองหน้ากันและกัน,ใบหน้ากลายเป็นสีแดงอย่างคาดไม่ถึง.

จบบทที่ Chapter 5:Joy of learn/study

คัดลอกลิงก์แล้ว