เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 3 Kindergarten big brother

Chapter 3 Kindergarten big brother

Chapter 3 Kindergarten big brother


幼儿园大哥

“รอก่อน! หลังจากนี้เสี่ยวฮุ่ยต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน.”ซูเห่าไม่คาดคิดเลยว่ามารดาของเขา,หวงซูจวินนั้นจะมีจิตใจที่หนักแน่นเป็นอย่างมาก.

หลังจากนั้น,ที่ด้านนอกก็เงียบลง.

เดือนหนึ่งจากนั้นมา,อาการของซูเห่าก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ,กินอิ่มนอนหลับแม้แต่สามารถคลานได้แล้ว,ร่างกายที่ฟื้นฟูดีขึ้นอย่างชัดเจน.

ทั้งคู่รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก,ก่อนที่จะนำซูเห่าไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอีกครั้ง.

“ลูกชายของคุณ,ไม่เป็นอะไรแล้ว,หลังจากนี้อีกเดือนค่อยมาตรวจอีกครั้ง,หากเป็นปรกติ,หลังจากนี้ก็ไม่ต้องมาแล้ว.”

หมอชราอายุ 50 ปี,เห็นซูเห่าที่ใบหน้าดูดีขึ้น,ก็เผยยิ้มด้วยความดีใจเช่นกัน.

“ทำไมเพียงแค่เดือนเดียวเสี่ยวฮุ่ยถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้กัน?”หวงซือจวินที่ยังไม่วางใจนัก.

“กินอิ่มนอนหลัง,ได้รับสารอาหารครบถ้วน,ก็จะเติบโตฟื้นฟูกลับมาได้เร็วเป็นปรกติแล้ว”หมอที่เอ่ยอธิบาย.

“ขอบคุณคุณหมอ!”

หวงซูจวินที่นำซูเห่าออกจากโรงพยาบาล,ขณะก้าวออกมา,น้ำตาที่คลอเบ้าไหลซึมออกมาทันที.

ถึงกับร้องไห้ออกมาเลยรึ?

ซูเห่า,ไม่เข้าใจนักว่าทำไมหวงซูจวินถึงได้ร้องไห้ขนาดนี้? ทว่าขณะที่จะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตามารดา,ก็พบว่าแขนของเขานั้นมันสั้นซะเหลือเกิน,ไม่อาจเอื้อมไปถึง,ดังนั้นมือเล็ก ๆ ของเขาที่กุมมือของมารดาเอาไว้แน่น.

หวงซูจวินสัมผัสได้ถึงแรงบีบจากนิ้วมือเล็ก ๆ,ทันใดนั้นนางก็กอดซูเห่าแน่นพลางสะอื้นด้วยความขมขื่น,หลังจากนั้น,นางก็เอ่ยถึงเหตุผลที่ร้องไห้“เสี่ยวฮุ่ย,แม่ไม่ดีกับเจ้า,แม่ไม่ควรเอาอารมณ์ไม่ดีที่โรงเรียนกลับมาที่บ้าน,ทำให้เจ้ากลัว,ทำให้เจ้านอนไม่หลับ,จนไม่กินอาหาร,แม่ไม่ดีเอง!”

ด้วยเหตุนี้! ซูเห่าก็ตระหนักได้ในที่สุด,ทุกสิ่งในโลกนี้ย่อมมีเหตุและผล.

......

สองสามปีหลังจากนั้น,ซูเห่าที่เติบโตมีสุขภาพที่ดี,สามารถวิ่งและกระโดดได้แล้ว,ไม่แตกต่างจากเด็ก 4-5 ขวบคนอื่น ๆ.

สามปีผ่านมานี้หวงซูจวินที่มีความสุขและเป็นกังวลผสมกันไป.

ที่มีความสุขเพราะร่างกายของบุตรชายดีขึ้นเรื่อย ๆ,และยังเฉลียวฉลาด,มีความสามารถสูง,อาจเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะได้ด้วยซ้ำ.

ครั้งหนึ่งเมื่อเธอนำการบ้านมาตรวจที่บ้าน,บุตรชายที่เห็นเธอเหนื่อยได้เข้ามาด้านข้าง,แม้แต่ช่วยเธอตรวจการบ้าน,เธอที่เผยยิ้มไม่สนใจในตอนแรก,ทว่าเมื่อเธอเฝ้ามองอย่างระเอียดต้องตกใจและประหลาดใจ,การบ้านที่ซูเห่าตรวจนั้นสมบูรณ์แบบ,ทุกคำตอบนั้นถูกต้องทั้งหมด,นอกจากนี้ยังสามารถแก้ไขคำตอบที่ยาก ๆ ได้อีกด้วย,นับตั้งแต่นั้นมา,หวงซูจวินก็บอกได้ว่าบุตรชายของเธอนั้นเป็นอัจฉริยะที่ยากจะพบเห็นได้.

สิ่งที่เป็นกังวลที่สุดของเธอ ก็มีเช่นกัน,บุตรชายของเธอนั้นติดเธอมาก,ไม่ยอมออกห่างเธอเลยจนกระทั่งมีอายุห้าขวบแล้วก็ตาม,กล่าวได้ว่าเขาตามเธอไปทุกที่,ไม่เคยหลุดออกจากสายตาของเธอเลย,แทบจะทุกเวลาเธอสามารถมองเห็นบุตรชายได้ตลอด.

ทำให้เธอสงสัยว่าบุตรชายเป็นอัจฉริยะนั้น,เป็นเพราะว่าป่วยเป็นโรคบางอย่างหรือไม่,กระนั้นเธอก็ไม่กล้าไปพบกับจิตแพทย์,กลัวว่าจะพบว่าบุตรชายของเธอป่วย,ซึ่งจะทำให้เธอไม่อาจยอมรับความจริงได้.

นอกจากนี้,เธอยังกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเรียนของบุตรชายด้วย,ต้องบอกว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นอัจฉริยะ,ไม่ใช่คนปรกติทั่วไป,เธอจะสอนบุตรชายของเธออย่างไร?

เธอที่เป็นครูสอนโรงเรียนประถม,สอนเด็กมามากมาย,ทว่ากับบุตรชายตัวเอง,กับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นหรือสอนอย่างไรดี.

หากเป็นบุตรของคนอื่น,เธอกับมีความสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย,ทว่าพอเป็นบุตรชายของตัวเอง,เธอกับลังเลไม่รู้จะทำอย่างไร,ลังเลใจทุกการกระทำ กลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาด,เพราะว่าเธอนั้นมีบุตรชายคนเดียวนั่นเอง.

ท้ายที่สุด,เธอจึงได้ถามความเห็นบุตรชายตัวเอง.

“เสี่ยวฮุ่ย,เจ้าใกล้ถึงวัยเข้าโรงเรียนแล้ว,พวกเราควรจะทดลองไปเรียนอนุบาลดูดีใหม?”

“ตกลง!”ซูเห่าที่กล่าวตอบรับอย่างว่าง่าย.

ด้วยเหตุนี้เธอจึงให้ซูเห่าไปเรียนอุบาลดูก่อนค่อยตัดสินใจ.

ซูเห่าพบว่าช่วงอายุ 5 ขวบของเขานั้นคือเวลาที่อันตรายเป็นอย่างมาก,หากสามารถผ่านไปได้,ชีวิตของเขาหลังจากนี้ก็จะราบรื่นอย่างแน่นอน.

โรงเรียนอนุบาลนับเป็นการตัดสินใจที่ดี,โดยเฉพาะมันมีความปลอดภัยสูง,ที่สำคัญเด็กอนุบาลเหล่านี้ไม่มีใครเอาชนะเขาได้,ด้วยความสามารถของเขานั้นสามารถกลายเป็นผู้มีอำนาจในโรงเรียนอนุบาลได้เลย.

ซูเห่าที่สะพายเป้เล็ก ๆ ด้านหลัง,เข้าสู่โรงเรียนอย่างราบรื่น.

เข้าเรียนวันแรกเขาพูดจาเสียงดัง,ซุกซนมีอำนาจแม้แต่ตบเพื่อนร่วมห้องร้องไห้มาแล้ว.

นับตั้งแต่วันนั้น,ในโรงเรียนอนุบาล,เด็กทุกคนก็จะเรียกซูเห่าว่าพี่ใหญ่,บรรยากาศในโรงเรียนอนุบาลนับว่าดีมาก,เขาได้กลายเป็นหัวโจกควบคุมบรรยากาศในห้องไปแล้ว.

โรงเรียนอนุบาลสำหรับซูเห่า,แน่นอนว่าไม่ใช่สถานที่ให้เล่นเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ,ในโรงเรียนเขามักจะแกล้งนอนหลับและเริ่มศึกษาพื้นที่พินบอล.

เขาต้องการที่จะค้นหาวิธีอยู่รอดปลอดภัย,ต้องการมีชีวิตตามที่เขาต้องการ,เขาจำเป็นต้องศึกษาความพิเศษของมัน,เนื่องจากมันสามารถบันทึกจิตสำนึก,และข้อมูลต่าง ๆ ข้างในได้.

เขาจำเป็นต้องครุ่นคิด,พื้นที่พินบอลนั้นทำประโยชน์อะไรได้บ้าง,สามารถช่วยอะไรเขาได้.

“หรือว่ามันทำให้เขาตายและฟื้น,วนกันไปมาเช่นนี้ตลอดไปรึ?”

ไม่! ควรทำได้มากกว่านั้น,ความสามารถของมันนั้น ซูเห่ายังไม่เข้าใจดี,ไว้เขาเข้าใจแล้ว,จะต้องสามารถใช้ประโยชน์มันได้แน่.

ความรู้ที่เขามีตอนนี้ยังมีจำกัด,ดังนั้นเขาจึงจำเป็นค่อย ๆ ศึกษาไป.

เพื่อที่จะผ่านวิกฤติในวัยเด็กไป,การเรียนรู้ของซูเห่านั้นจึงเป็นไปด้วยความเร่งรีบ,ไม่ว่าจะเป็นวิชาฟิสิกส์,เคมี,คณิต,ชีววิทยาและวิชาอื่น ,แม้แต่ระบบร่างกายของมนุษย์,เทคโนโลยีสาระสนเทศ,ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความรู้อื่น ๆ อีกมากมาย,ทุกสิ่งเขา ล้วนแต่ให้ความสำคัญ.

ขอเพียงสามารถเรียนรู้ได้,เขาก็จะบันทึกมันเข้าไปไว้ในพื้นที่พินบอล,เพื่อให้เขาสามารถนำมาใช้ได้ตลอดกาล.

แน่นอนว่า,ซูเห่าได้บันทึกข้อมูลทุกอย่างไว้ในพื้นที่พินบอลในรูปแบบของข้อมูล,เขาสามารถศึกษาช้า ๆ ได้ทีหลัง,เพราะมันเป็นเพียงข้อมูลความรู้ยังไม่ได้ทำความเข้าใจ,เขาจำเป็นต้องศึกษาอีกถึงจะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง.

ในบ่ายวันหนึ่ง,ซูเห่าได้ยินเสียงดังลั่นมาจากด้านนอกโรงเรียนอนุบาล,ทำให้หัวใจของเขาหดเกร็ง,สังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา.

เวลานั้นเขาได้ยินเสียงร้องหวาดผวาของอาจารย์,แม้แต่เด็ก ๆ ก็ร้องไห้ด้วยความตื่นตระหนก.

ซูเห่าที่กลิ้งคลานออกไป,จ้องมองลอดผ่านหน้าต่าง.

เขาที่เห็นชายวัยห้าสิบปีที่ถือมีดวิ่งเข้ามาในโรงเรียนอนุบาล,แม้แต่เริ่มที่จะฟันเด็ก ๆ ไม่เลือก,แต่ละคนที่ร่วงหล่นไปนอนกองบนพื้น,โลหิตที่ไหลเป็นทาง,แม้แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยเองก็ถูกแทงล้มลง,ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด.

เด็ก ๆ ที่ตกใจวิ่งหนีกันวุ่นวาย,ครูอนุบาลที่แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว,มือไม้อ่อนระทายทำอะไรไม่ถูก,ไม่มีแม้แต่มีความกล้ายืนขึ้นต่อหน้าคนร้าย.

ซูเห่าที่ถอยออกมาจากหน้าต่างทันที,สายตาของเขาที่กวาดไปทั่วห้อง,พบว่าห้องนี้ไม่มีประตูหลัง,คนร้ายที่อยู่ด้านนอกห้องแล้ว,หากเขาจะวิ่งไปที่ทางออกจะต้องพบกับคนร้ายอย่างแน่นอน,ทำให้เขาต้องหยุดชงักครุ่นคิดอยู่ในห้อง.

นอกจากนี้ในห้องเรียนนั้นไม่มีที่ให้ซ่อนตัวเลย,มีเพียงแค่กองของเล่นด้านใน,เขาจึงวิ่งตรงไปยังกองของเล่นด้วยความเร็ว,หยิบแผ่นพลาสติกสองแผ่นออกมา,ก่อนที่จะยัดเข้าไปในเสื้อด้านหน้าและด้านหลังเป็นเกราะ.

เหล่าเด็กที่วิ่งพล่านในห้อง,ขณะเห็นซูเห่าวิ่งไปที่ประตู,ทันใดนั้นพวกเขาได้แต่ร้องด้วยความตกใจ“พี่ใหญ่!”

เวลาต่อมา,คนร้ายที่วิ่งเข้ามาแล้ว.

ใบหน้าของคนร้ายที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นพอใจ,ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นโลหิต,ดูน่าหวาดกลัว,แม้แต่เงยหน้าแสดงท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่อง,ราวกับว่ากำลังจะทำเรื่องเท่สะบัด,เขาได้ยกมีดขึ้น,แววตาสีแดงซ่านเหมือนกับมือมีดนักฆ่าที่กระหายโลหิต.

“ซ่อนอยู่ในโรงเรียนอนุบาล,ก็ยังเกิดเรื่องขึ้นเหมือนเดิม!”ภายในใจของซูเห่าที่โอดครวญ.

จบบทที่ Chapter 3 Kindergarten big brother

คัดลอกลิงก์แล้ว