เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1 Beginning

Chapter 1 Beginning

Chapter 1 Beginning


开端

ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ห่างไกล,มีครอบครัวอยู่สิบกว่าครอบครัว,เก็บพืช ปลูกผัก ล่าสัตว์ประทังชีวิต.

ดวงตะวันที่กำลังลาลับขอบฟ้า,หมู่มวลวิหคขับขานแจ้งเตือนกลับจากหากิน,ควันไฟจากการทำครัวฟุ้งลอย,ไก่ขันร้องรับสอดแทรกกับเสียงวิหค

“เจ้าหมาสอง,นั่งมองภูเขาอยู่นั่นล่ะ,รีบกลับมากินข้าวได้แล้ว.”

“โฮ่ง โฮ่ง ฮ่ง~”

สุนัขสีเหลืองตัวใหญ่ที่ชื่อ“หมาใหญ่” ร้องเสียงดังตื่นเต้นส่ายหางเร็วไว,อยู่ข้าง ๆเด็กชายวัยสามขวบ.

เด็กชายที่ดูเติบโตเกินวัยตะโกนออกมาทันที,“รู้แล้ว!”

เขาที่เอ่ยเสียงเบา“บิดาชื่อซูเห่าต่างหากเฟย,ไม่ใช่จ้าวหมาสองสักหน่อย.”

เด็กชายที่ลุกขึ้น,เดินตามเสียงไป.

เจ้าหมาใหญ่เองก็วิ่งตามเช่นกัน.

สตรีชาวบ้านที่แบกเด็กทารกด้านหลัง,ยุ่งอยู่กับการทำงานบ้านไม่หยุดหย่อน,หลังจากเสร็จสิ้นทำอาหารเย็น,ก็จ้องมองออกไปด้านนอก,เห็นซูเห่า,ก็เผยยิ้มออกมาทันที.

สตรีชาวบ้านคือมารดาของซูเห่า,ที่เวลานี้กำลังแบกน้องสาวของซูเห่าอยู่.

ส่วนคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ,ปากคีบบุหรี่อยู่นั้น,หน้าผากและใบหน้าคลายกับซูเห่า,เป็นบิดาของซูเห่านั่นเอง.

สามวันที่แล้ว,เมื่อซูเห่าตื่นขึ้น,ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเขา.

มันช่างเป็นความบังเอิญที่ยากจะเอ่ยเรื่องราวตามความจริงได้.

หลังจากที่ซูเห่าเสร็จจากการทำงาน,เขาที่วางแผนกลับบ้านด้วยรถยนต์ของเขา.

รถยนต์ของเขาที่วิ่งด้วยความเร็วสูงติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง,บนถนนไม่มีรถคันอื่น,ทำให้เขาย่ามใจเหยียบคันเร่งจนมิด.

ด้วยความประมาทและพึงพอใจในการขับ ทำให้เขาเร่งความเร็วเกินกว่า 160 ไมล์ต่อชั่วโมง,ติดต่อกันยาวนานด้วยความสนุกและพึงใจ.

อย่างไรก็ตามเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจมักจะเกิดขึ้นเสมอเมื่ออยู่ในช่วงเวลาย่ามใจที่สุด.

รถของเขาที่ลื่นไถลจากน้ำที่ขังบนถนน,ควบคุมไม่อยู่วิ่งกระเด็นล่วงจากภูเขา,หลุดโค้งด้วยความเร็วสูง.

ในเวลาเดียวกัน,ความบังเอิญที่น่าตะลึงที่สุดได้บังเกิดขึ้น.

รูหนอนเล็ก ๆ ที่ปรากฏขั้นบนอากาศทันที,จิตสำนึกของซูเห่าที่กระแทกเข้าไป,หลุดเข้าไปในรูหนอนอย่างคาดไม่ถึง,หลังจากที่เขาได้สติ,รูหนอนก็ผสานเข้ามากับจิตสำนึกของเขาเรียบร้อยแล้ว.

ในเวลาต่อมารูหนอนที่เกิดขึ้นได้หายไปในทันทีเช่นกัน,พร้อมกับนำพาจิตสำนึกของซูเห่า,เข้าสู่จักรวาลส่วนลึกที่ไม่อาจบอกสถานที่ได้,จิตสำนึกที่คงอยู่ในพินบอลขนาดเล็ก,ได้ตะเวนไปในจักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาลข้ามผ่านเวลาไม่รู้จบ.

พินบอลรูหนอนที่ปรากฏขึ้นและหายไป,ได้ตัดผ่านห้วงมิติที่แปลกประหลาดเคลื่อนที่อย่างแปลกประหลาด,ผ่านกระบวนการบางอย่าง,จิตสำนึกของซูเห่าด้านในที่หยุดนิ่งไม่ตอบสนอง.

กล่าวได้ว่าจิตสำนึกของซูเห่านั้นฝังจมอยู่ในรูหนอน,เก็บข้อมูลจิตวิญญาณทุกอย่างเอาไว้ด้านใน,ทุกอย่างที่หยุดนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับนำพาซูเห่าท่องไปทั่วจักรวาล,ผ่านเวลาอันยาวนาน,โดยที่ซูเห่ายังไม่ได้สตินั่นเอง.

Has not known how long, as if flickered, as if 1 million years, had the ability of ponder until Su Hao again.

ไม่อาจบอกได้ว่าผ่านมานานเท่าไหร่แล้ว,อาจจะเป็นชั่วครู่,หรือเวลาอาจผ่านไปยาวนานหลายล้านปีแล้วก็ได้,จนจิตสำนึกของซูเห่าได้เกิดขึ้นอีกครั้ง.

หลังจากที่ซูเห่าได้สติสัมปชัญญะ,ก็เข้าใจเกี่ยวกับรูหนอนที่ผูกพันกับเขา,ข้อมูลต่าง ๆ ที่คงอยู่,ทำให้เขารับรู้เรื่องราวทั้งหมด.

เขารับรู้เรื่องราวจำนวนมาก,การที่เขากลับมามีชีวิตนั้นเพราะว่าเวลานี้เขาได้มาอยู่ในร่างของมนุษย์เด็กผู้นี้นั่นเอง,เพราะผลของพินบอลรูหนอนนั้นเหมือนกับฐานข้อมูล,ส่วนสมองของเด็กน้อยก็คือระบบประมวลผล,ทำให้ซูเห่าได้สติกลับมาอีกครั้ง.

กล่าวได้ว่าจิตสำนึกของซูเห่านั้นได้เข้ามาครอบครองร่างของเด็กชายผู้นี้ ใช้สมองของเขาประมวลผลและกำเนิดสติอีกครั้ง.

หรือจะสรุปว่าข้อมูลจิตสำนึกของเขานั้นยังคงอยู่ในรูหนอนเป็นฐานข้อมูลใหญ่,และกำลังยืมสมองของเด็กที่เข้ามาครอบครองเพื่อประมวลผลรันกระบวนการทำงานของสตินั่นเอง.

มองอย่างผิวเผินแล้ว,เขานั้นดูไม่แตกต่างจากคนทั่วไป.

นับตั้งแต่ตอนแรก,เมื่อซูเห่าเข้ามาครอบครองร่างกายของอีกฝ่าย,ข้อมูลทั้งหมดได้ถูกเก็บบันทึกเอาไว้ในรูหนอนแล้ว.

ตราบที่เขาต้องการ,เขาสามารถมองเห็นทุกกระบวนการของร่างกายตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นจนเกิดสติขึ้นมา.

“เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจ.”

ซูเห่าที่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดก็ถอนหายใจ,พินบอลรูหนอน,ควรจะเรียกว่าพื้นที่พินบอล.

“เคร้ง ติง ติง~”

ทันใดนั้นเสียงฆ้องก็ดังก้องไปทั่วหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างบ้าคลั่ง.

บิดามารดาของซูเห่าที่ใบหน้าเปลี่ยนสี.

“เจ้ารีบไปหาที่ซ่อนเร็ว,ข้าจะไปดูเอง.”ขณะที่ซูเห่ากำลังงงวย,บิดาของเขาก็คว่ำโต๊ะ,เก็บทุกอย่าง,วิ่งออกไป,พร้อมกับคว้าคันธนูและมีดบนผนังนำออกไปด้วย.

ซูเห่าที่งงงวย,จ้องมองมารดาเพื่อหาคำตอบ.

ทว่ามารดาที่ราวกับไม่สนใจท่าทางของเขาเลย,เวลานี้กำลังรีบร้อนอุ้มซูเห่า,และน้องสาวไปหาที่ซ่อนที่เหมาะสม.

ซูเห่าที่ตระหนักได้ว่าอันตรายใกล้เข้ามาแล้ว,ไม่คิดที่จะตะโกนใด ๆ,ยังคงเงียบงันในอ้อมกอดของมารดา.

ในเวลานั้นด้านนอกได้ยินเสียงฆ่าฟัน,เสียงหวีดร้องโอดโอย,พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของบุรุษกักฬระ,ปรากฏใกล้เข้ามาแล้ว.

ด้วยความสิ้นหวัง,มารดาของเขาได้นำเขาและน้องสาวไปวางไว้ที่ผนัง,พร้อมกับนำฟืนเข้ามาปกปิดเอาไว้.

ซูเห่าที่เงียบสงบ,ไม่เอ่ยปากแม้แต่คำเดียว.

“เจ้าหมาสอง,ฟังแม่นะ,อย่าส่งเสียง,อย่าขยับ.”

หลังจากเอ่ยเสียงต่ำ,มารดาของเขาก็หยิบมีดทำครัววิ่งออกไป.

อย่างไรก็ตามขณะจะวิ่งออกไปด้านนอก,ทันใดนั้นก็ต้องหยุดชงัก.

โจรร้ายหนวดเฟิ้มดูน่ากลัวได้ปรากฏขึ้นมามา.

“พี่สามมาดูนี่เร็ว,ดูสิพวกเราพบอะไร,สาวน้อย,อิ อิ อิ อิ!”

“ไม่ต้องรีบ,จับไว้ก่อน.”

หลังจากได้ยินคำพูดดังกล่าว มารดาของซูเห่า,ก็รู้แล้วว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไร.

นางที่เป็นสตรี,ขอเพียงเชื่อฟัง,ก็มีโอกาสรอดสูง,ทว่าบุตรของนางสองคนในห้อง,หากพวกเขาพบ,เด็กทั้งสองก็ไม่อาจบอกได้ว่าจะรอดชีวิตไปได้,นางต้องล่อ โจรทั้งสองออกไปให้เร็วที่สุด.

มารดาซูเห่าที่ไม่ลังเลใจอีกต่อไป,นางยกมีดทำครัวขึ้นแทงคอของตัวเอง,โลหิตไหลกระฉูดและล้มลงช้า ๆ.

โจรทั้งสองต้องการหยุดไว้,แต่ก็สายไปแล้ว.

“เจอสตรีแบบนี้,โชคร้ายชะมัด!”

มารดาของซูเห่าที่ล้มลงบนพื้น,สายตาของนางที่จ้องมองไปยังกองฟืน,บุตรของนาง,จะต้องมีชีวิตรอด.

นางที่ได้แต่ภาวนา,ก่อนที่ประกายแสงในดวงตาจะสลายหายไป.

ซูเห่าที่ซ่อนในกองฟืน,เห็นภาพทุกอย่าง,ภายในใจที่โกรธเกรี้ยว,หากแต่ไม่อาจทำอะไรได้.

เมื่อมารดาของซูเห่าตายไป,โจรร้ายทั้งสองก็ไม่สนใจอีกต่อไป,หันหลังกลับและจากไป.

“อุแว้!”

ในเวลานั้นเสียงร้องไห้ก็ดังขึ้น,เป็นน้องสาวของซูเห่าที่ตื่นขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง,น้องสาวที่ไม่เห็นมารดาก็ร้องไห้เสียงดัง.

“แย่แล้ว!”ซูเห่าที่อุทานในใจ,ไม่มีเวลาที่จะหยุดน้องสาวไม่ให้ร้อง.

โจรร้ายสองคนที่หันหน้ากลับมา.

ซูเห่าที่เห็นโจรร้ายสองคนที่ถือดาบที่เปื้อนไปด้วยโลหิตก้าวเข้ามา,ไปยืนอยู่ที่ด้านหน้าน้องสาวของเขา.

“พี่สาม,นำ....”

“ฆ่ามันซะ! เสียงเด็กน่ารำคาญชะมัด.”

“ฉั๊วะ!”ดาบที่ฟันมาแล้ว,ซูเห่าที่เข้าขวางกลายเป็นกองโลหิตไป.

“ฉั๊วะ!”คมดาบที่ฟาดฟันลงมาซ้ำอีกครั้ง.

เสียงร้องที่หยุดลงในทันที.

“ข้ามผ่าน....ตายแล้วรึ?”

ชีวิตที่แสนสั้น,ซูเห่าไม่ยินดีเลยสักนิด,เขาที่เต็มไปด้วยความสงสัยในต่างโลก,ถึงกับได้วางแผนถึงอนาคตเอาไว้,เขาจะออกจากหมู่บ้านบนเขา,ออกไปท่องโลกกว้างที่ไม่เคยเห็น.

อย่างไรก็ตาม,อายุสามปี,เขาได้ตายเสียแล้ว.

สติของซูเห่าได้หายไปอีกครั้ง.

ในมิติพินบอลได้นำจิตสำนึกของซูเห่า,ท่องไปในจักรวาลอีกครั้ง.

ในพื้นที่พินบอลที่เคลื่อนที่ไปในจักรวาลที่กว้างใหญ่,ยังคงเดินหน้าไม่หยุด,พบเข้ากับสนามพลังต่าง ๆ ดูดดึง,ดีดออก,เร่งความเร็ว,หยุด.....เด้งไปเด้งมาไม่รู้หยุด.

วันเวลาที่ผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าไหร่,ท้ายที่สุดซูเห่าก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง,กลับมามีสติอีกครั้งแล้ว.

ข้อมูลที่บันทึกไว้ในพื้นที่พินบอล,ทำให้เขาเข้าใจว่าผ่านอะไรมาบ้าง,จนมาถึงโลกใหม่.

ร่างใหม่ของเขา,เวลานี้เป็นเด็กชายมีอายุสองขวบ.

เด็กชายสองขวบที่ยังไม่ได้มีการตระหนักรู้ที่แข็งแกร่ง,ได้ถูกซูเห่าบุกรุกยึดครองอย่างง่ายดาย,สำนึกของซูเห่าที่ได้ครอบครองด้วยจิตสำนึกและสติของผู้ใหญ่,และกดจิตสำนึกร่างต้นเอาไว้,ไม่ให้เติบโตจนแหลกสลาย,นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำไมเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาแต่ละครั้งต้องอยู่ในร่างเด็ก.

และด้วยเหตุผลนี้,ทำให้ซูเห่าตระหนักได้ว่าการเดินทางเข้ายึดครองร่างของเขานั้น,เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจจริง ๆ.

จักรวาลนั้นกว้างใหญ่ไพศาล,ทว่าพื้นที่พินบอลนั้นได้เคลื่อนที่อย่างไร้จุดหมาย,คาดไม่ถึงว่าจะสำเร็จสองครั้งแล้ว,เขาสามารถยึดครองร่างของเด็กชายวัยสองขวบได้ในที่สุด.

โชคดีอะไรเช่นนี้!

ซูเห่าที่ถอนหายใจยาว“ครั้งนี้ข้าจะรักษาโอกาสนี้ไว้ให้ดี,ข้าจะต้องมีชีวิตอยู่ให้ได้,เพราะ,หลังจากนี้อาจจะไม่ได้โชคดีอีกก็ได้.”

จากนั้น.

เมื่อซูเห่าอายุได้สามขวบ,ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่เขาอาศัยอยู่เกิดโรคระบาดขึ้น,เขายังไม่ได้รับวัคซี,ทำให้ต้องตายไปอีกครั้ง.

จบบทที่ Chapter 1 Beginning

คัดลอกลิงก์แล้ว