เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 : ข้าช่ำชองในการจัดการกับเรื่องนี้

บทที่ 6 : ข้าช่ำชองในการจัดการกับเรื่องนี้

บทที่ 6 : ข้าช่ำชองในการจัดการกับเรื่องนี้


บทที่ 6 : ข้าช่ำชองในการจัดการกับเรื่องนี้

สือชิงลั่วเข้าใจนิสัยของแม่เซียวมากขึ้น

นางเป็นคนดี แต่ก็ดีเกินไปจนกลายเป็นเป้าให้ผู้อื่นรังแก

นางจึงมองไปทางแม่เซียวเพื่อให้นางวางใจ

นางเลิกคิ้วไปทางหวังซื่อ “วันนี้ ข้าจะไม่ยุ่งเรื่องนี้ก็แล้วกัน”

หวังซื่อเป็นภรรยาของบุตรชายคนโตบ้านใหญ่เซียว และมีชื่อเสียงในเรื่องของความร้ายกาจ ไม่มีใครในหมู่บ้านที่สู้นางได้ และมีน้อยคนที่กล้าหาเรื่องนาง

เมื่อเห็นว่าเด็กสาวผอมบางเข้ามายุ่งเรื่องของตนเอง นางจึงไม่พอใจ

“ข้าจะสั่งสอนบทเรียนให้เจ้าก่อน แล้วจากนั้นก็เป็นตาของหญิงสารเลว”

นางลุกขึ้นและต้องการสลัดมือของสือชิงลั่วออกจากแขนของนาง แต่ไม่ว่านางจะพยายามมากเท่าไหร่ นางก็ไม่สามารถสลัดมืออีกฝ่ายออกได้

นางจึงใช้มืออีกข้างที่เป็นอิสระตบไปที่หน้าของสือชิงลั่ว

สือชิงลั่วยกมือขึ้นและสะบัดฝ่ามือด้วยความชำนาญ

“เพี๊ยะ!” ใบหน้าของหวังซื่อกลับเป็นฝ่ายถูกตบแทน

สือชิงลั่วยิ้มเยาะ “ข้าไม่คิดเลยว่า นอกเหนือจากการเป็นโสเภณีแล้ว เจ้ายังชื่นชอบการตบตีผู้อื่นด้วย”

สือชิงลั่วดึงแขนของหวังซื่อให้เข้ามาให้ระยะการโจมตีของนาง นางงอเข่าและเตะเข้าหน้าท้องของอีกฝ่ายหลายครั้ง

“อ้าห์!” หวังซื่อกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

แล้วสือชิงลั่วก็เตะนางจนล้มไปกองกับพื้น

สือชิงลั่วพูดเสียงเย็น “หากข้าเห็นเจ้ารังแกแม่เซียวกับลูกสาวของนางอีกล่ะก็ นางจะทุบตีเจ้าทุกครั้งที่เห็นหน้าเจ้า”

สือชิงลั่วเตะหวังซื่อที่นอนกองอยู่ที่พื้น นางนอนกุมท้องร้องโอดโอยไม่หยุด

นางมองสือชิงลั่วด้วยความหวาดกลัว

นางรู้สึกได้ว่า นังเด็กสารเลวเก่งการต่อสู้

นางเต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่กลับไม่กล้าเข้าไปตบตีอีกฝ่าย และเลือกที่จะโทษแม่เซียวแทน

นางตั้งใจที่จะลงมือสั่งสอนแม่เซียว หลังจากที่สือชิงลั่วกลับไปแล้ว

ทุกคนที่อยู่ในลานบ้านต่างตกตะลึง โดยเฉพาะแม่เซียวกับเซียวป๋ายหลี่

นี่เป็นครั้งแรกที่พวกนางเห็นหวังซื่อถูกทุบตี

พวกนางยังประหลาดใจในความเก่งกาจของสือชิงลั่วอีกด้วย

หลังจากสือชิงลั่วจัดการหวังซื่อเรียบร้อยแล้ว นางก็หันไปทางหญิงชราจากตระกูลหวู

นางข่มขู่อีกฝ่าย “ข้าเป็นผู้ดูแลปกป้องเซียวป๋ายหลี่ หากตระกูลหวูของเจ้าต้องการจับนางไปฝังร่วมกับสามีในอนาคตของนาง ข้าก็คงไม่ทางเลือก นอกจากต้องส่งคนตระกูลหวูไปโลกหลังความตายพร้อมกับคุณชายหวู”

หญิงชราไม่คิดว่า ตนเองจะโชคร้ายได้มาพบเจอกับตัวซวยอีกครั้ง

นางยิ่งประหลาดใจที่นอกจากเด็กสารเลวจะมีลูกบอลสีดำที่สามารถสร้างแรงระเบิดอย่างรุนแรงได้แล้ว นางยังมีความสามารถในการต่อสู้เทียบเท่าได้กับผู้คุ้มกันของตระกูลหวูด้วย

นางทำเสียงหึ “หากเจ้ากล้าระเบิดตระกูลหวู เจ้าก็จะต้องถูกส่งไปรอรับโทษตายในคุก”

สือชิงลั่วมองนางราวกับกำลังมองคนโง่ “ทำไมข้าจะต้องระเบิดตนเองด้วย ในเมื่อเซียวป๋ายหลี่ต้องถูกฝังไปพร้อมกับพวกเจ้า ถึงยังไงนางก็ต้องตายอยู่ดี มันคงเงียบเหงาเกินไปหากนางต้องตายเพียงลำพัง”

“มันจะไม่ดีกว่าหรือ หากข้ามอบลูกบอลสีดำให้นางสักสองสามลูก แล้วให้นางพาคนตระกูลหวูทั้งหมดไปโลกหลังความตายพร้อมกับนาง? แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวกับข้าตรงไหน? ทำไมข้าต้องถูกจับขังด้วย?!”

หญิงชราพูดไม่ออก

นางกำลังพูดภาษามนุษย์อยู่ใช่หรือไม่? ช่างไร้ยางอายเหลือเกิน

แม้ว่าเซียวป๋ายหลี่จะมีนิสัยอ่อนโยนและว่าง่าย แต่นางก็ไม่ได้โง่เขลา

นางไม่รู้จักลูกบอลสีดำที่พี่สาวสือกำลังพูดถึงอยู่ แต่นางบอกได้ว่า หญิงชราจากตระกูลหวูหวาดกลัวพวกมันมาก

นางจึงรีบพูดขึ้นมาทันทีว่า “แม้ว่าข้าจะต้องตาย ข้าก็จะลากคนตระกูลหวูตายไปพร้อมกับข้าด้วย”

นางพูด “ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่สาวสือ ที่ช่วยข้าไว้ ข้าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และไมมีทางดึงท่านมาเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน”

แววตาของสือชิงลั่วปรากฏรอยยิ้ม

เซียวป๋ายหลี่เป็นคนฉลาดมีไหวพริบดี นางต้องมีอนาคตที่สดใส

ใบหน้าของหญิงชราเขียวคล้ำ เห็นได้ชัดว่านางไม่คิดว่าหญิงสาวบ้านเซียวจะพูดเช่นนี้ออกมา

แต่นางก็ไม่อยากเสี่ยงเช่นเดียวกัน

หากนังเด็กสารเลวบ้านสือมอบลูกบอลสีดำให้กับเซียวป๋ายหลี่ ไม่ใช่ว่าพวกนางทุกคนต้องตามคุณชายหวูไปโลกหลังความตายหรอกหรือ?

แน่นอนว่าพวกนางไม่ต้องการ...

หญิงชรามองสือชิงลั่วด้วยสายตาดำมืดและพูดว่า “ครั้งก่อน เจ้าทำเพื่อช่วยให้ตัวเองรอดชีวิต เรื่องนั้นเข้าใจได้ แต่ตอนนี้ เจ้ากำลังเข้ามายุ่งเรื่องของผู้อื่น เท่ากับว่าเจ้ากำลังต่อต้านตระกูลหวูของข้าอยู่”

สือชิงลั่วยกยิ้มดูถูก “แล้วตระกูลหวูมีดีอะไร? ก็แค่ตระกูลพ่อค้ามีเงินในอำเภอเท่านั้นไม่ใช่หรือ? พวกเจ้าจะทำอะไรได้?”

นางยิ้มอย่างอวดดี “ในเมื่อเจ้าพูดเช่นนี้ ข้าก็คงต้องยุ่งเรื่องของพวกเจ้าแล้วจริงๆ”

“ไม่ใช่แค่เซียวป๋ายหลี่เท่านั้น หากข้าได้ยินว่าตระกูลหวูคิดซื้อคนไปฝังกับคนตาย ข้าจะวิ่งไปหาพวกเขาและมอบลูกบอลสีดำให้พวกเขาพาคนตระกูลหวูขึ้นสวรรค์ไปพร้อมกันเสียเลย”

“หากเจ้าไม่เชื่อข้า เจ้าจะลองเสี่ยงดูก็ได้”

ชีวิตของหญิงสาวผู้บริสุทธิ์เหล่านั้นไม่สมควรถูกทำลายโดยคนตระกูลหวู

หญิงชราอดกลั้นความโกรธเอาไว้จนแทบกระอักเลือด “ดี ตระกูลหวูของเราจะจดจำเรื่องนี้เอาไว้ รอก่อนเถอะ!”

วันนี้ นางพาหญิงรับใช้มาด้วยแค่สองคนเท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่นางจะสามารถแย่งชิงเซียวป๋ายหลี่มาจากหญิงสารเลวนั่น

นางหวาดกลัวจริงๆว่า สือชิงลั่วจะโหดเหี้ยมจนสังเวยทุกชีวิตของคนในตระกูลหวู

คุณชายเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายเท่านั้น

หากวันนี้พวกนางไม่สามารถพาเซียวป๋ายหลี่ไปด้วยได้ พวกนางคงไม่สามารถหาคนอื่นไปฝังพร้อมกับเขาได้อีกแล้ว

นักพรตพูดเอาไว้ว่า มีเพียงเด็กสาวที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้นถึงจะทำได้

ตระกูลหวูไม่มีทางยกโทษให้นังเด็กสารเลวที่ทำลายแผนการของพวกเขาอย่างแน่นอน

สือชิงลั่วยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “แล้วข้าจะรอ ทำให้ดีก็แล้วกัน”

นางไม่กลัวตระกูลพ่อค้าในอำเภอเล็กๆแห่งนี้

โดยเฉพาะในยุคสมัยโบราณที่เต็มไปด้วยชาวนา แรงงาน และพ่อค้า นางมีวิธีการตอบโต้อยู่นับไม่ถ้วน

นางมีแผนการอยู่เต็มหัว เลวร้ายที่สุดก็คือตระกูลหวูคิดสร้างปัญหาให้กับนาง

นางก็จะใช้ความรู้ที่มีเข้าไปอยู่ในตระกูลที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าตระกูลหวู เพื่อแลกเปลี่ยนกับการคุ้มครองและจัดการกับคนพวกนั้นเสีย

หญิงชรามองออกว่า สือชิงลั่วไม่หวาดกลัวการแก้แค้นของตระกูลหวูเลยแม้แต่น้อย

นางรู้สึกคับแค้นและโกรธเกรี้ยว

“ไป กลับเข้าเมือง!”

นางทำเสียงหึและเตรียมที่จะกลับไปพร้อมกับหญิงรับใช้

ภรรยาลูกชายสามบ้านเซียวกับหวังซื่อที่ยังจับแขนของเซียวป๋ายหลี่หน้าเปลี่ยนสีและรีบวิ่งเข้าไปหาหญิงชรา “มามา ทำไมท่านถึงจะกลับแล้วล่ะ?”

หญิงชราเหลือบมองนาง “หากเจ้าตัดสินใจอะไรไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาที่ตระกูลหวูและบอกว่าสนใจเรื่องการแต่งงาน”

หากนางไม่ได้รู้ว่า คนบ้านเซียวมีบุตรชายเป็นถึงแม่ทัพ นางก็คงเอาความโกรธไปลงกับพวกนานแล้ว

หลังจากพูดจบ นางก็ไม่พูดอะไรอีกและพาคนของตนเองเดินทางออกจากหมู่บ้าน

หวูซื่อกับหวังซื่อต่างมึนงง

ในเวลานี้เอง ชายชราวัยหกสิบก็เดินจับมือเซียวเอ้อร์หลางมาพร้อมกับชายวัยกลางคนอีกหลายคน

หวูซื่อเห็นเขาเดินมาก็เสมองไปทางอื่น เธอฝืนยิ้มและพูดว่า “ผู้ใหญ่บ้าน มาที่นี่ทำไมหรือ?”

ผู้ใหญ่บ้านเซียวมองไปทางแม่เซียวกับเซียวป๋ายหลี่ที่กำลังร้องไห้อย่างน่าสงสารอยู่ที่พื้น

เขามองหวูซื่อกับหวังซื่อด้วยสีหน้าย่ำแย่ “หานเจิงย้ายออกมาและตัดขาดกับบ้านใหญ่เซียวแล้ว ทำไมเจ้าถึงต้องมาที่นี่เพื่อขายน้องสาวของเขาด้วย?”

หวูซื่อพูดอย่างอับอาย “ผู้ใหญ่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว เราไม่ได้คิดจะขายนาง”

“แม่สามีของข้าช่วยจัดการงานแต่งงานที่ดีให้นาง เรามาเพื่อช่วยนางเท่านั้น”

“แต่พวกนางไม่ตกลง คนตระกูลหวูจากในอำเภอจึงกลับไปกันแล้ว”

เงินหนึ่งร้อยเหลียงบินหายไปกับตา หัวใจของนางมีเลือดไหลซิบๆ

ผู้ใหญ่บ้านเซียวพูดด้วยสีหน้าเย็นชา “เจ้ารู้ดีว่าความจริงเป็นอย่างไร”

เขาเอ่ยเตือน “หมู่บ้านเซี่ยซีของตระกูลเซียวไม่เคยมีประวัติขายเด็กสาวให้ไปฝังร่างกับคนตาย และเราไม่อนุญาตให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น หากเจ้ากล้าไม่เชื่อฟัง พวกเราจะไม่ปล่อยเอาไว้แน่”

หวูซื่อไม่พอใจ แต่ก็ทำได้เพียงพยักหน้าและยิ้มขออภัย “ได้ ได้ ข้าเข้าใจแล้ว”

จากนั้น นางก็วิ่งเข้าไปพยุงหวังซื่อที่ยังเจ็บท้องไม่หาย

เมื่อนางเดินผ่านแม่เซียว นางก็มองอีกฝ่ายด้วยสายตาคมกริบและพูดว่า “นังสารเลว ระวังตัวไว้ให้ดี”

แล้วนางก็เดินกลับออกไป

จบบทที่ บทที่ 6 : ข้าช่ำชองในการจัดการกับเรื่องนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว