- หน้าแรก
- พ่อมดโบราณกลับมาสู่ฮอกวอตส์
- บทที่ 180 เลส: วิธีพิสูจน์ว่าฉันคือฉัน มันง่ายมาก
บทที่ 180 เลส: วิธีพิสูจน์ว่าฉันคือฉัน มันง่ายมาก
บทที่ 180 เลส: วิธีพิสูจน์ว่าฉันคือฉัน มันง่ายมาก
เมื่อเห็นว่า บารอนจำตนไม่ได้ เลสก็ “จึ๊” เบา ๆ ทีหนึ่ง แต่เขาไม่ได้โทษเด็กน่าสงสารคนนี้ เพราะตอนที่ตนรับ บารอนเป็นศิษย์นั้น ตนก็แก่หง่อมแล้ว ไหนจะมีเรเวนคลอที่รู้จักกันนานกว่าก็ยังจำไม่ได้ บารอนจะไม่จำได้ว่าตนในวัยสิบกว่าขวบหน้าตาเป็นอย่างไร มันก็เป็นเรื่องปกติ
แต่เขาเตรียมตัวไว้แล้ว จึงล้วงเอาจี้ไม้กางเขนสีเงินออกมา แต่ต่างจากแบบของมักเกิ้ล ตรงที่บนกางเขนนั้นมีงูพันอยู่หนึ่งตัว ดูทั้งแปลกทั้งหลอน
พอเห็นของในมือเลส บารอนก็หรี่ตาลงทันที จี้รูปร่างประหลาดนี้ปลุกความทรงจำของเขา
นี่คือของขวัญที่เขาเคยให้กับอาจารย์ ถึงจะไม่ใช่ของล้ำค่า แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ ไม้กางเขนนี้เขาได้มาจากการปลิดชีพบาทหลวงรูปหนึ่ง มันเลยมีค่าทางใจมากทีเดียว
ในเมื่อเด็กพ่อมดตรงหน้าหยิบจี้นี้ออกมา แสดงว่าเขาน่าจะมีสายสัมพันธ์บางอย่างกับอาจารย์ หรือไม่ก็อาจเป็นลูกหลานของท่าน อย่างน้อยก็ทำให้ บารอนยอมอดทนฟังหน่อย
“ไปคุยที่อื่นเถอะ ที่นี่มี ‘คน’ มากเกินไป” เลสเสนอ
บารอนพยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดนั้น สายตาของเหล่าผีรอบ ๆ ทำให้เขาหงุดหงิด เขาไม่อยากให้พวกนี้มาแอบฟังการสนทนากับเลสอยู่แล้ว
เขารู้ดีว่าตนไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ภูตผี แต่ก็ไม่สนใจจะเปลี่ยนแปลงอะไร ตอนยังมีชีวิตเขาก็พอจะเข้าสังคมได้อยู่หรอก แต่พอเป็นผีแล้ว ก็เลิกแคร์ไปหมด
เหล่าผีเริ่มซุบซิบกัน แต่ด้วยชื่อเสียงของ บารอน ก็ไม่มีใครกล้าเดินตามไปแอบฟัง แม้แต่ปีพีผีขี้แกล้งก็ยังไม่กล้า พอเห็นเงาร่างของ บารอนก็รีบหลบไปใต้โต๊ะ
เลสกับ บารอนจึงออกจากห้องเรียนใต้ดินทางประตูหลัง ไปหามุมเงียบ ๆ สนทนากัน
เลสหยุดก้าว มองสำรวจศิษย์ของตนอย่างตั้งใจ
เมื่อเทียบกับตอนตนจากโรงเรียนไป บารอนผอมลง ดูโทรมและซอมซ่อขึ้น แต่เค้าโครงหน้าแทบไม่เปลี่ยน เพียงแต่รอยเปื้อนเลือดเต็มเสื้อคลุมนั้นชวนสะดุดตา
“ครั้งก่อนที่พบเจ้า ยังเป็นพันปีก่อนอยู่เลย” เลสพูดเบา ๆ “ตอนนั้นข้านึกว่าเป็นการลาจากแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะได้พบกันอีกครั้ง”
บารอน: ??
“เจ้าพูดเรื่องอะไร ทำไมเจ้าถึงมีจี้ที่ข้าให้กับอาจารย์? เจ้าเกี่ยวข้องกับศาสตราจารย์สลิธีรินอย่างไร?”
“ข้าก็คือสลิธีริน”
บารอน: ……
นับรวมเวลาที่เป็นผีเกือบพันปี บารอนไม่เคยรู้สึกอะไรน่าขันเท่านี้มาก่อน เด็กพ่อมดตรงหน้ากล้าบอกว่าเขาคืออาจารย์ซัลลาซาร์ สลิธีริน! เขารู้ตัวไหมว่าพูดอะไรอยู่? ท่านอาจารย์น่ะมีชีวิตอยู่เมื่อพันปีก่อนแล้วนะ!
แต่…
บารอนก็ลังเลเล็กน้อย เพราะแม้แต่ตัวเขาเองยังเอาตัวรอดมาถึงทุกวันนี้ได้เลย แล้วอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นจะรอดมาได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเกินไป?
เลสเองก็หนักใจ การจะพิสูจน์ว่าตนคือตนมันไม่ง่ายเลย แต่เขารู้เรื่องลับ ๆ ของ บารอนที่ไม่มีใครรู้ หากพูดออกมา แม้จะทำให้เด็กนี่อายบ้าง แต่ก็ต้องเชื่อแน่ ๆ
“ครั้งหนึ่ง มีพ่อมดน้อยอยากมอบของขวัญวันเกิดที่พิเศษสุดให้กับแม่มดที่ตนแอบชอบ แต่แม่ของเธอเป็นพ่อมดแม่มดที่เก่งกาจยิ่งนัก เธอแทบไม่ขาดสิ่งใดเลย เขาจึงคิดจะไปจับลูกยูนิคอร์นจากป่าต้องห้าม ความคิดนี้มาจากรุ่นพี่หัวไม่ค่อยดีของเขาคนหนึ่ง”
เลสพูดไปเพียงครึ่งเดียว ใบหน้าของ บารอนก็เปลี่ยนสี ร่างโปร่งแสงเริ่มทึบลง คล้ายมีเศษหมอกขุ่น ๆ ก่อตัวขึ้น
สิ่งที่เลสพูด ก็คือเรื่องราวในวัยเยาว์ของเขาเอง! ตอนนั้นเขาเพิ่งรู้จักความรักครั้งแรก หลงใหลในรุ่นพี่สาวที่อายุมากกว่าสองปี บุตรสาวของเลดี้เรเวนคลอ เธอเป็นดั่งอัญมณีแห่งฮอกวอตส์ เขาไม่อาจหักห้ามใจได้ ราวกับผีเสื้อมุ่งสู่เปลวไฟ
ส่วนเรื่องออกไปจับลูกยูนิคอร์นนั้น ไม่อยากพูดถึงเลย! เขาทั้งประเมินตัวเองสูงเกินไป ทั้งดูถูกพลังของยูนิคอร์น สุดท้ายก็ถูกยูนิคอร์นโตเต็มวัยไล่แทงก้นจนพรุน นั่งก็ไม่ได้ นอนก็ไม่ถนัดไปหลายเดือน หากไม่ใช่ว่ายูนิคอร์นเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างอ่อนโยน เขาคงกลายเป็นศพในป่าต้องห้ามไปแล้ว
เขาคิดว่าคนที่รู้เรื่องนี้คงตายไปหมดแล้ว ไม่คาดคิดเลยว่าผ่านไปพันปี ยังมีเด็กน้อยหยิบขึ้นมาพูด
ไม่ ในเมื่อเขารู้เรื่องนี้ แถมยังมีจี้ที่เขามอบให้ครูอีก… สองเงื่อนงี้บรรจบกัน ก็เหลือเพียงคำตอบเดียว: เด็กตรงหน้าคืออาจารย์ซัลลาซาร์ สลิธีรินจริง ๆ
สีหน้าของ บารอนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็กลายเป็นความเคารพ เขายืนตรง หันหน้าไปยังเลส ก้มหัวคำนับอย่างนอบน้อม “อาจารย์ ไม่เจอกันนานแล้วครับ”
พอเห็นว่า บารอนยอมเชื่อ เลสก็ถอนหายใจโล่งอก ถ้ายังไม่เชื่ออีก คงต้องงัดความลับเด็ด ๆ ออกมาเพิ่มแล้ว
“ชะตากรรมช่างประหลาดจริง ๆ” เลสเอ่ยอย่างซาบซึ้งต่อศิษย์เอก
ใครจะคิดว่าเมื่อพันปีก่อน ตนกับเด็กคนนี้จะได้กลับมาพูดคุยกันอีกในวันนี้
“เจ้า…ผอมลงไปนะ”
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของ บารอนหม่นหมองลงทันตา
“ตั้งแต่ท่านจากโรงเรียนไป…” ริมฝีปากของเขาสั่นน้อย ๆ เหมือนอยากพูดหลายอย่าง แต่สุดท้ายก็สรุปออกมาเพียงประโยคเดียวว่า: “มันเกิดเรื่องมากมายเหลือเกิน”
เลสเงียบไป
ตอนนั้นเขาทะเลาะกับผู้ก่อตั้งอีกสามคนอย่างรุนแรง แล้วก็จากฮอกวอตส์มา เหล่านักเรียนที่ตนทิ้งไว้คงต้องผ่านช่วงเวลาลำบากแน่
เลสเชื่อว่าด้วยน้ำใจของเรเวนคลอ แม้จะโกรธเขา แต่ก็ไม่น่าจะลงที่เด็ก ๆ แต่ความเกลียดชังระหว่างนักเรียนด้วยกันนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใหญ่จะลบล้างได้ง่าย
“วิธีที่ข้าเลือกในตอนนั้นมันอาจจะสุดโต่งไปหน่อย ถึงจะจำเป็น แต่ก็ทำให้พวกเจ้าต้องเดือดร้อนไปด้วย” เลสถอนหายใจ
บารอนส่ายหัวแรง ๆ “เหล่าน้อง ๆ ในบ้านยังสนับสนุนท่านอยู่ ความผิดอยู่ที่ศาสตราจารย์กริฟฟินดอร์ต่างหาก หลังเหตุการณ์กบฏของสมิธแล้ว โรงเรียนไม่ควรรับนักเรียนมักเกิ้ลเข้ามาอีก เด็กพวกนั้นก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร แถมยังไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ นอกจากทำให้ศาสตราจารย์ทั้งหลายผิดหวัง ยังทำให้ความพยายามของศาสตราจารย์เฮอร์ไมโอนีเสียเปล่า ท่านเพียงแค่ป้องกันไม่ให้เหตุร้ายเกิดขึ้นอีกเท่านั้นเอง”
อัปเดตเรียบร้อย! ตอนต่อไปจะมาทันก่อนเที่ยงคืน!
U=x=U
รูปประจำวันนี้: เฮอร์ไมโอนีสไตล์อียิปต์
(จบตอน)