เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30: ขอแค่ได้เป็นคนธรรมดา กับสองฉากสุดท้าย!

บทที่ 30: ขอแค่ได้เป็นคนธรรมดา กับสองฉากสุดท้าย!

บทที่ 30: ขอแค่ได้เป็นคนธรรมดา กับสองฉากสุดท้าย!


คำพูดของหลี่ซี ทำเอาเย่เฉินใจเย็นวูบไปในทันที

เรื่องที่ถูกนักข่าวล้อมที่สนามบินยังฝังใจอยู่ เขาไม่อยากเจอรอบสองอีกแน่นอน

“อย่าเลย! เรื่องครั้งก่อน ฉันอธิบายกับแฟนๆในเน็ตอยู่นานมากนะ ไม่อยากมีรอบใหม่แล้ว”

“อ้อเหรอ?” หลี่ซียกคิ้วสูงกว่าเดิม “ฟังจากที่พูดมา เหมือนนายรู้สึกทรมานมากเลยนะ ที่ต้องมาเป็นกระแสกับฉันเนี่ย”

“เฮ้ย ไม่ใช่นะ! ถ้าเธอจะเป็นแฟนฉันจริงๆล่ะก็ ฉันคงดีใจจนคืนนี้นอนไม่หลับเลยล่ะ!”

เย่เฉินรีบพูดแก้ทันควัน

พอพูดจบ ฝั่งนู้นของสายกลับเงียบไปพักใหญ่

เย่เฉินเพิ่งจะรู้สึกตัวว่า เมื่อกี้ที่พูดไป... มันออกแนวคลุมเครือชวนเขินอยู่นะ!

“คือว่า... ฉันหมายถึงว่า... อยากให้เธอเป็น... เปล่าๆ ฉันหมายถึงว่า... เอ่อ...”

ปลายสาย หลี่ซีฟังเย่เฉินพูดวกไปวนมา ก็หลุดหัวเราะเบาๆ “พอแล้วๆ อย่าตื่นเต้นนักเลย ฉันรู้น่าว่านายจะพูดอะไร แต่จริงๆ แล้วฉันก็...”

“จริงๆ แล้วอะไรเหรอ?”

“ไม่มีอะไรทั้งนั้น!”

ได้ยินแบบนั้น เย่เฉินก็กำหมัดแน่นแบบไม่รู้ตัว อยากจะพุ่งไปหาเธอแล้วทุบไหล่เธอสักสองทีให้หายคันใจ

เขาเกลียดที่สุด! คนที่พูดอะไรแล้วไม่ยอมพูดให้จบแบบนี้!

เย่เฉินถอนหายใจยาวอย่างอดกลั้น ก่อนจะกัดฟันพูดใส่ปลายสายอย่างหัวเสีย “พูดให้จบได้มั้ย!!”

ปลายสายที่ได้ยินเสียงก้องกลับมา หลี่ซีหน้าขึ้นสีเรื่อๆ เธอกะพริบตารัว สูดลมหายใจลึกๆ หลายรอบ กว่าจะยอมพูดต่อด้วยเสียงเบา

“ไม่มีอะไรหรอก... ก็เราตกลงกันไว้นี่ว่าจะให้นายฟังเพลงใหม่ก่อนใคร? ตอนนี้พอดีฉันปล่อยซิงเกิลใหม่ชื่อ ‘คิดถึง’ ล่ะ ถ้าว่างก็ไปฟังดูนะ!”

เย่เฉินฟังคำอธิบายแล้วถึงกับคลายคิ้วที่ขมวดไว้ “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง! ยินดีด้วยนะกับเพลงใหม่ เดี๋ยวฉันไปฟังแน่นอน!”

“โอเค! ฉันก็ตั้งตารอหนังของนายเหมือนกัน!”

“ไม่ต้องห่วง! วันเข้าฉาย ฉันจะพาเธอไปดูแน่นอน!”

“จำไว้นะ! วันนั้นต้องพาฉันไปจริงๆ ล่ะ! งั้น... ฝันดีนะ บ๊ายบาย~”

“โอเค บ๊ายบาย!”

พูดจบ เย่เฉินก็โยนมือถือทิ้งไปข้างๆ เตรียมตัวจะเข้านอน พึ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้บอกว่าจะฟังเพลง ‘คิดถึง’  นี่นา

ก็เลยหยิบมือถือกลับขึ้นมาอีกครั้ง

แต่จู่ๆ ก็มีเสียงบทสนทนาดังออกมาจากโทรศัพท์

“ซีซี ช่วงนี้กระแสของเธอกำลังมาแรงสุดๆ เราควรรีบปล่อยเพลงใหม่ตอนนี้นะ”

“ใครจะไม่อยากล่ะ! แต่พักนี้บริษัทไม่มีเพลงดีๆ มาให้เลย ฉันจะไปทำอะไรได้!”

“ถ้าแบบนี้นะ การจะรักษากระแสตอนนี้ไว้มันก็ยากอยู่นะ... งั้นเอาแบบนี้มั้ย... จับข่าวฉาวสักหน่อย?”

“ไม่ได้เด็ดขาด! เธอก็รู้ว่าฉันออกจากค่าย หวงเชา เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เพราะอะไร ตอนเซ็นสัญญากับบริษัท เราก็มีข้อตกลงข้อหนึ่งว่าจะไม่ทำอะไรที่ขัดกับจรรยาบรรณฉัน”

“โอ๊ย... งั้นคงต้องลองดูฝั่งโปรดิวเซอร์ขั้นเทพพวกนั้นแทนแล้วกัน ว่ามีเพลงดีๆ ให้เธอบ้างมั้ย!”

หืม? ซีซี... เธอ...ยังไม่ได้วางสายโทรศัพท์อีกเหรอ?!”

“อ๊า!”

(เสียงตัดสาย) ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...

เย่เฉินได้ยินเพียงเสียงสัญญาณตัดสาย พอเปิดหน้าจอดูก็พบว่าสายถูกตัดไปแล้ว

หลี่ซีที่ถือโทรศัพท์อยู่ก็นิ่งอึ้ง รู้สึกเขินจะแทรกแผ่นดินหนี

“เมื่อกี้เขาน่าจะยังไม่ได้ยินหรอกมั้ง!”

“จะได้ยินก็ช่างมัน! ยังดีที่ยังไม่ได้พูดอะไรแรงเกินไป”

“ไม่งั้น ฉันคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนเวลาเจอหน้าเขาแล้ว!”

พอผู้จัดการเดินออกไป หลี่ซีก็เปิดหน้าจอมือถือขึ้นมา พอเห็นภาพเด็กหนุ่มที่กำลังหลับตาอยู่บนหน้าจอ ก็อดยิ้มบางๆ ออกมาไม่ได้

ทางด้านเย่เฉิน ก็กำลังถือมือถือค้นหาเพลง ‘คิดถึง’ อยู่เช่นกัน!

เสียงดนตรีค่อยๆ ลอยออกมาจากลำโพง

ต้องยอมรับว่าเสียงของหลี่ซีไพเราะมาก มีความใสและล่องลอยเหมือนเสียงจากอีกโลก

ทันใดนั้น เย่เฉินก็ระลึกได้ว่า... เขาลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไป!

ซีรีส์เรื่อง “Dying to Survive” ที่เขากำลังถ่ายอยู่นั้น มีเพลงประกอบทั้งหมดสี่เพลง

แต่จนถึงตอนนี้ เขายังไม่ได้หาใครมาร้องเลยสักเพลง!

อีกไม่นานหนังก็จะถ่ายทำเสร็จ แต่เพลงประกอบดันยังไม่เสร็จสักเพลง!

ถึงระบบจะให้ความสามารถด้านการแต่งเพลงระดับโปรมาก็เถอะ... แต่นั่นไม่ได้แปลว่าร้องได้เอง! เพลงประกอบยังไงก็ต้องมีคนร้อง!

เพลง "บทเพลงแห่งเทพโอสถ" กับ "ชีวิตผลิบานอีกครั้ง" ยังพอให้กลุ่มนักแสดงหลักช่วยร้องได้ แต่เพลง ขอแค่ได้เป็นคนธรรมดา นั้น... ให้พวกเขาร้องคงไม่เหมาะแน่

ก็พวกเขาไม่ใช่นักร้องมืออาชีพ ร้องออกมาอาจมีเพี้ยนให้เสียหูคนฟัง

เพลง ขอแค่ได้เป็นคนธรรมดาถือเป็นเพลงหลักของเรื่อง จะปล่อยผ่านทำลวกๆ ไม่ได้เด็ดขาด!

คำพูดของผู้จัดการหลี่ซีเมื่อครู่นี้ กลับช่วยกระตุ้นให้เย่เฉินปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้!

ด้วยเสียงของหลี่ซี เธอน่าจะร้องเพลง ขอแค่ได้เป็นคนธรรมดา ได้อย่างไม่มีปัญหาเลย!

อีกอย่าง ตอนนี้หลี่ซีเพิ่งชนะการแข่งขัน กระแสกำลังมาแรง จะใช้ช่วงนี้ปล่อยเพลงนี้ก่อนที่หนังจะฉาย ก็ยิ่งเป็นการโปรโมทล่วงหน้าที่ยอดเยี่ยม

เรียกได้ว่าเป็นการร่วมมือแบบวินวิน ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์

แน่นอนว่า ประเด็นสำคัญคือ... เย่เฉินเขาไม่รู้จักนักร้องคนอื่นเลยต่างหาก...

คิดได้แบบนี้ เย่เฉินก็ลุกจากเตียงไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือทันที แล้วเริ่มเขียนเพลง ขอแค่ได้เป็นคนธรรมดา

เมื่อตอนที่เขาเคยได้ฟังเพลงนี้ในชาติก่อน ความโศกเศร้าอันแผ่วเบาได้แผ่ซ่านออกมาผ่านบทเพลง...

หลังแต่งทำนองเสร็จ เย่เฉินก็เก็บโน้ตเพลงเอาไว้อย่างดี แล้วถึงค่อยเอนตัวนอนหลับสนิท

เรื่องจะให้หลี่ซีมาร้อง ยังไม่ใช่ตอนนี้... ไว้ก่อนก็แล้วกัน

รอให้ถ่ายทำให้เรียบร้อยก่อนก็ไม่เสียหาย ยังไงก็เหลือเวลาอีกแค่สองวันเท่านั้นเอง

วันถัดมา!

เย่เฉินล้างหน้าล้างตาเสร็จอย่างรวดเร็ว แล้วก็รีบมุ่งหน้าไปที่กองถ่ายทันที

วันนี้เหลือถ่ายอีกสองฉาก ซึ่งทั้งสองฉากล้วนเป็นบทนำของเสิ่นหลิน

ฉากหนึ่งเป็นฉากที่เย่เฉินเคยไปลองเล่นมาแล้ว ส่วนอีกฉากคือฉากจบของภาพยนตร์  ตอนที่พระเอก “เฉิงหย่ง” กำลังถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ แล้วมีผู้ป่วยคนหนึ่งดึงหน้ากากลงเพื่อส่งเขาเป็นครั้งสุดท้าย

เย่เฉินไปถึงกองถ่ายได้ไม่นาน นักแสดงคนอื่นๆ ก็ทยอยกันมาครบ

แม้ว่าหลานเสี่ยวซินจะไม่มีคิวถ่ายวันนี้ แต่เธอก็ยังตามมาด้วย

หลังจากร่วมงานกันมานาน ตอนนี้นอกจากบทของเย่เฉินแล้ว ทุกคนต่างก็จับตามองฉากของเสิ่นหลินมากที่สุด

ก็แหม... ฉากของเสิ่นหลินน่ะ เย่เฉินยังเอ่ยชมไม่ขาดปากเลยนี่นา!

พอผู้กำกับฝ่ายควบคุมฉากเริ่มจัดการ กองถ่ายทั้งหมดก็เริ่มขยับตัวอย่างจริงจัง

ภายในเวลาไม่กี่สิบนาที ฉากทางเดินในโรงพยาบาลก็จัดเตรียมเสร็จเรียบร้อย

ในฉากนี้ “เฉิงหย่ง” ถูกตำรวจจับได้ว่าขายยา หวงเมาจึงพยายามช่วยให้เฉิงหย่งหนี โดยขับรถของเขาออกไปก่อนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตำรวจ

ไม่คิดเลยว่า... หลังหลบตำรวจพ้นไปแล้ว หวงเมากลับประสบอุบัติเหตุร้ายแรง และจากโลกนี้ไปในที่สุด

การตายของหวงเมา สร้างความสะเทือนใจให้เฉิงหย่งอย่างถึงที่สุด

เขายืนอยู่ที่ทางเดินในโรงพยาบาล แล้วตะโกนถาม "เฉาปิน" ที่แสดงโดยโจวอีฝาน

“เขาเพิ่งอายุยี่สิบเอง! เขาแค่อยากมีชีวิตรอด... แล้วเขาทำผิดอะไร? เขาผิดอะไรนักหนา!”

แต่เฉิงหย่งก็รู้ดีว่า... เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ เขาไร้ซึ่งพลังจะทำอะไรได้เลย

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า... ทำไมเวลาที่เขาอยู่คนเดียว เขาถึงได้หยิบภาพถ่ายของเขากับหวงเมาออกมาดู แล้วแอบหลั่งน้ำตาเงียบๆ

นักแสดงที่รู้เนื้อหาของฉากนี้ พอได้ฟังแล้วก็เผลอกำมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

พวกเขารู้ดีว่า ฉากนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญ ที่จะพิสูจน์ฝีมือการแสดงอย่างแท้จริง

และในขณะเดียวกัน พวกเขาก็อยากรู้เหมือนกัน... ว่าช่องว่างระหว่างตัวเองกับเสิ่นหลินนั้น อยู่ตรงไหนกันแน่

จบบทที่ บทที่ 30: ขอแค่ได้เป็นคนธรรมดา กับสองฉากสุดท้าย!

คัดลอกลิงก์แล้ว