เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27: การเยาะเย้ยของตัวตลกไร้ค่า การโต้กลับของเย่เฉิน!

บทที่ 27: การเยาะเย้ยของตัวตลกไร้ค่า การโต้กลับของเย่เฉิน!

บทที่ 27: การเยาะเย้ยของตัวตลกไร้ค่า การโต้กลับของเย่เฉิน!


เหตุผลที่เย่เฉินเลือกให้อาจารย์จางถ่ายฉากแรกของวัน ไม่ใช่เพราะเรียงคิวตามบท แต่เป็นเพราะเขาไม่อยากรั้งเวลาของอาจารย์ไว้นานไปกว่านี้

แม้ว่าอาจารย์จางจะไม่ได้ทำหน้าที่แพทย์แนวหน้าอีกแล้วหลังสู้รบอยู่ด่านหน้ากับโรคมะเร็งมานานหลายปี แต่ตำแหน่งในสมาคมการแพทย์ของเขาก็ยังไม่สามารถละเลยได้ง่าย ๆ การเรียกตัวเขามาถ่ายหนังถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งในตัวของมันเอง

อีกอย่าง บทของอาจารย์จางก็แค่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องฝืนอะไรให้เหนื่อยเลย

“แอ็คชั่น!”

การถ่ายทำราบรื่นสุด ๆ อาจารย์จางไม่ตื่นกล้องเลยสักนิด เดินบทแบบมือโปรเต็มที่

แค่สิบกว่านาที ฉากแรกก็ถ่ายเสร็จสมบูรณ์

เย่เฉินเปิดดูฟุตเทจตัวอย่างบนจอมอนิเตอร์ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

...สมบูรณ์แบบ เป๊ะชนิดไม่มีที่ให้ติเลยสักนิด!

“เยี่ยมมาก! ขอบคุณอาจารย์จางที่มาร่วมเล่นหนังของผมนะครับ!”

จางเจิ้นหนานหันกลับมา ท่าทางเหมือนไม่ค่อยปลื้มแต่แฝงด้วยความเอ็นดู“ไม่ต้องชมให้มากความ นายมีนักแสดงเต็มกองอยู่แล้ว จะเอาคนแก่ครึ่งตัวฝังดินอย่างฉันไปทำไมอีก?”

เย่เฉินหัวเราะเสียงใส "อาจารย์พูดแบบนี้ได้ยังไงกันครับ ต่อให้นำดารารางวัลระดับชาติทั้งหลายมาก็ยังไม่แน่ว่าจะถ่ายทอดอารมณ์ได้สมจริงเท่าท่านเลยนะ!"

พูดพลางยักคิ้วเย้า "แถมต่อให้ให้ดาราดังมาเล่นเป็นหมอ ก็คงได้แค่ภาพลักษณ์หล่อ ๆ เท่ ๆ แต่ไม่ใช่ความลึกของตัวละครแบบที่อาจารย์แสดงเลยครับ...อันนี้มัน อินเนอร์จริงของหมอ!"

จางเจิ้นหนานกลั้นยิ้มแต่ไม่พูดอะไร

เล่นแบบไม่ต้องแสดงอะไรเลย เป็นธรรมชาติสุด ๆ ไม่มีหลุด!

"โอเค ๆ พอแล้ว อย่ามาล้อเล่นเลย" อาจารย์จางบกมือปัดอย่างรำคาญแต่แฝงความเอ็นดู "ตั้งใจถ่ายหนังของนายให้ดีเถอะ ฉันเรียกรถให้มารับไว้แล้ว นายไม่ต้องลำบากมาส่งหรอก"

เย่เฉินเองก็ไม่ดื้อดึงอะไร พูดคุยกันอีกสองสามประโยคก่อนจะเดินไปส่งอาจารย์จางขึ้นรถด้วยตัวเอง

เขายืนมองร่างของอาจารย์จางที่ค่อย ๆ ห่างออกไปตามทาง

เงาสะท้อนจากหน้าต่างรถฉายบนใบหน้าของชายชรา...คนที่แม้กาลเวลาจะทิ้งร่องรอยไว้ แต่แววตามุ่งมั่นของเขากลับยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

เย่เฉินยืนมองอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปในโรงพยาบาล

แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขึ้นบันไดไปถึงชั้นบน ผู้ช่วยผู้กำกับก็ควบฝีเท้าวิ่งหน้าตื่นลงมาจากอีกฝั่งของตึก

"ผู้กำกับเย่! เกิดเรื่องแล้วครับ!"

เย่เฉินขมวดคิ้ว มองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

"เกิดอะไรขึ้น?"

ผู้ช่วยกระซิบกระซาบอย่างลนลาน ราวกับกลัวคนรอบข้างจะได้ยิน

"มีคนโพสต์โจมตีหนังของเราบนเน็ตครับ! มาแรงมากด้วย!"

หลังจากผู้ช่วยพูดจบ เขาก็รีบควักมือถือออกมา เปิดหน้าแอปบล็อกดัง แล้วจิ้มเข้าไปที่หัวข้อคำค้นหายอดฮิต จากนั้นก็ยื่นมือถือให้เย่เฉินแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง

นิ้วเรียวของเขาชี้รัว ๆ ไปยังหน้าจอ เหมือนจะบอกว่า  “ดูเอาเองเถอะครับ!”

เย่เฉินรับมือถือมาถือไว้ พลางก้มลงมองตามที่ผู้ช่วยชี้อย่างสงสัย

ทันใดนั้น สิ่งแรกที่สะดุดตา คือโพสต์พาดหัวแรงทะลุเพดาน

หลักฐานชัด! เย่เฉินไม่ใช่ผู้กำกับที่คู่ควร!

ยังไม่ทันได้ตั้งตัวดี อีกโพสต์ก็ตามมาติด ๆ

“อู๋หย่งวิเคราะห์ ‘Dying to Survive’ – เย่เฉินถ่ายหนังแพทย์เพราะมั่นใจ หรือแค่ลองเชิง?”

พอเห็นชื่อ “อู๋หย่ง” ปรากฏขึ้นมา เย่เฉินก็กดเข้าไปโดยไม่ต้องคิด

ถ้าจำไม่ผิด ตอนที่เขากำกับ New Police Story เจ้าหมอนี่ก็คือคนที่ปั่นกระแสลบในโลกออนไลน์จนกลายเป็นดราม่าใหญ่โตมาแล้ว

และดูเหมือนว่าคราวนี้...มันจะกลับมาหาเรื่องอีกครั้ง!

โพสต์ของอู๋หย่งเปิดหัวแรงมาก ไม่มีแตะเบรก

“รอบก่อนผมเคยรีวิวหนัง New Police Story  ของผู้กำกับเย่! ยอมรับเลยว่าตอนนั้นผมพลาดไปจริง ๆ แต่พอได้ยินว่าเย่เฉินจะทำหนังการแพทย์ ผมนี่คิดว่าหูฝาดเลยนะครับ!”

“หนังแนวแพทย์มันต่างจากแนวตำรวจโจรโดยสิ้นเชิง ถึงจะพูดยังไง หนังตำรวจยังมีตลาดบ้าง แต่หนังแพทย์แบบนี้นะ ผู้กำกับเย่ใจกล้าชะมัด!”

“ผมนึกไม่ออกเลยว่าจะถ่ายอะไรกับเรื่องแพทย์? จะถ่ายหมอรักษาโรคแปลก? หรือคนไข้ที่สู้ชีวิต? ถึงจะซึ้งกินใจแต่ขอพูดตรง ๆ เลยว่า... มันไม่มีตลาดครับ!”

“ที่ผู้กำกับเย่เลือกถ่าย Dying to Survive   คงเพราะร่วมมือกับสมาคมแพทย์ ต้องบอกเลยว่า...เป็นแค่การลองเชิงเท่านั้น”

“พูดง่าย ๆ นี่มันก็แค่ ‘โฆษณาในคราบหนัง’ เท่านั้นแหละ!”

“แค่เอาหน้าหนังมาบังไว้ แล้วใส่ชื่อผู้กำกับเย่ไว้ให้ดูดี”

“จากประสบการณ์คลุกวงการมาหลายปี ผมเดาว่าเย่เฉินอยากเกาะกระแส หาเงินจากยอดขายตั๋วรอบแรกนั่นแหละ”

“ดูจากนักแสดงที่เขาเลือกมาก็เห็นชัดแล้ว มีแต่พวกโนเนมทั้งนั้น ตั้งใจดูดเงินล้วน ๆ!”

“ไม่พูดมาก ถ้ายอดหนัง Dying to Survive    ทะลุร้อยล้านเมื่อไหร่ ผมจะกราบเรียกเย่เฉินว่าพ่อ!”

พออ่านโพสต์จบ เย่เฉินสีหน้าก็แปลกประหลาดสุด ๆ

มีคนแบบนี้ด้วย? ต้องการหาเรื่องเขาใช่มั้ย? นี่มันหาเรื่องชัด ๆ!

อีกอย่าง เขาไม่ได้มีรสนิยมแปลก ๆ ที่ชอบรับลูกชายสุ่มสี่สุ่มห้าเสียหน่อย!

พอเลื่อนลงไปอ่านคอมเมนต์ใต้โพสต์ของอู๋หย่ง เย่เฉินแทบจะกลั้นขำไม่อยู่

“อู๋หย่ง ตกลงเมื่อไหร่จะกินขี้? จะกินสดในไลฟ์หรืออัดคลิปไว้ก่อนล่ะ?”

“อันนี้ไม่ต้องห่วง! ยังไงอู๋หย่งก็เป็นบล็อกเกอร์สายหนังชื่อดัง ให้เขากินสดหน้าเวทีเลย จะได้สมศักดิ์ศรีหน่อย!”

“พอเถอะ ฉันเริ่มคลื่นไส้ละ!”

จริง ๆ เย่เฉินไม่คิดจะลดตัวไปต่อล้อต่อเถียงกับตัวตลกไร้สาระแบบนี้หรอก แต่ไอ้อู๋หย่งมันเล่นโผล่มาหาเรื่องซ้ำ ๆ ชักจะเกินไปละนะ

สุดท้ายเลยพิมพ์ตอบกลับใต้โพสต์ไปว่า

“อะไร? อยากจะหยามพ่ออย่างฉันงั้นเหรอ? แกมีปัญญาเหรอ? ไปทำตามที่พูดไว้ก่อนแล้วค่อยกลับมาเห่าใหม่นะ! ตัวตลกเวทีล่าง!”

พอชาวเน็ตเห็นเย่เฉินตอบด้วยตัวเองก็พากันแท็กอู๋หย่งกันรัว ๆ

“ว่าไงล่ะ ผู้กำกับเย่สั่งให้ทำตามสัญญาแล้วนะ! อย่าแกล้งตายล่ะ!”

“อู๋หย่ง ผู้กำกับเย่บอกว่าแกไม่คู่ควรเป็นลูกเขาด้วยซ้ำ ถ้าเป็นฉันนะ ฉันก็ไม่เอา! ใครมันจะอยากได้ลูกชายที่กินขี้ล่ะ?”

“เมนต์บนโหดไปละ! ส่งต่อด้วยว่า เย่เฉินสั่งให้อู๋หย่งแดกขี้!”

“แชร์วนไป! เย่เฉินจับหัวอู๋หย่งกดลงกินขี้!”

“ส่งต่อกันไป! เย่เฉินป้อนขี้ด้วยมือตัวเอง...!”

เย่เฉิน: เดี๋ยว ๆ! ฉันไม่ได้พูดนะ! อย่ามั่วแบบนี้ดิ!

หลังจากตอบกลับอู๋หย่งจบ เย่เฉินก็คลิกเข้าไปที่อีกโพสต์ที่ติดเทรนด์ – เป็นโพสต์ของสือเทา

คลิกเข้าไปก็เจอคลิปสัมภาษณ์วิดีโอขึ้นมาเต็มจอ

ภาพในคลิปเปิดมาพร้อมใบหน้าเรียบนิ่งของ สือเทา ที่นั่งอยู่หน้ากล้องแบบมืออาชีพเต็มขั้น

แววตาดูผ่อนคลาย ท่าทางดูเป็นมิตร พูดจาเรื่อยเปื่อยสบาย ๆ อย่างคนที่ชินกล้องมาแต่เกิด

“ใช่ครับ... ก่อนหน้านี้ผู้กำกับเย่เคยติดต่อผมให้ไปร่วมแสดงใน Dying to Survive จริง”

เสียงพูดของเขาฟังดูไม่ใช่กล่าวหา แต่ก็ไม่ได้เป็นมิตรเสียทีเดียว

“แต่สุดท้าย ผมปฏิเสธไป”

“ไม่ใช่ว่าผมมองว่าหนังแนวแพทย์จะขายไม่ได้นะครับ อย่าเข้าใจผิด  เพียงแต่ว่าผมเซ็นสัญญาไว้กับผู้กำกับจางแล้วในเรื่อง Gate of Rebirth

เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดต่อเหมือนกำลัง ‘ขายของ’ อย่างไม่ปิดบัง

“ขอโทษที่แอบขายของสักนิดนะครับ~ เรื่องนี้เป็นโปรเจกต์ที่เอเจนซี่ของผู้กำกับจางผลักดันสุดตัวเลย ยังไงฝากแฟน ๆ รอติดตามด้วยนะครับ!”

จากนั้นสีหน้าของสือเทาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ทำน้ำเสียงเหมือนกำลังจะเผย ‘ความเห็นส่วนตัว’

“ทีนี้...ขอพูดความเห็นตรง ๆ เกี่ยวกับ Dying to Survive สักหน่อยนะครับ”

“จะว่าไป ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าหนังเรื่องนี้จะเวิร์กไหมหรือไม่... แต่ที่เขาเลือก ‘เสิ่นหลิน’ มาแสดงนำเนี่ย ผมบอกตรง ๆ ว่าผมงงมาก”

“แม้ว่าผมจะไม่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับเย่เพราะเหตุผลบางประการ แต่ก็ไม่คิดเลยว่าเขาจะเลือกขาคนนั้นมาแทนผมน่ะครับ...มันก็เกินไปหน่อยไหม?”

เขาหยุดนิดหนึ่งเหมือนกลัวคนจะเข้าใจผิด แล้วก็รีบพูดต่อ

“ไม่ได้จะดูถูกเสิ่นหลินนะครับ  ไม่เลย! แต่ต้องเข้าใจว่าหมอนั่นหายจากวงการไปหลายปีมากแล้วนะครับ! อยู่ดี ๆ จะให้กลับมาสะกดใจคนดูยุคนี้ ผม...ก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะทำได้จริง ๆ หรือเปล่า”

“แต่อย่างว่า คนที่เคยสร้าง New Police Story ที่เคยโด่งดังจนทำลายสถิติมาแล้ว ก็คงยังพอมีฝีมือเหลืออยู่บ้างล่ะนะครับ”

“ก็หวังว่า ผู้กำกับเย่กับเสิ่นหลินจะสามารถจุดประกายอะไรใหม่ ๆ ได้อีกครั้ง”

จากนั้นเขาก็ยิ้มบาง ๆ แล้วจบประโยคด้วยถ้อยคำที่ฟังดูเหมือนเป็นการอวยพร

“ยังไงก็ขอให้หนังของผู้กำกับเย่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่านะครับ!”

ก่อนที่คลิปจะจบลง เขาก็ไม่ลืมที่จะกลับมาขายของตัวเองอีกรอบ

“สุดท้ายนี้ ขอฝาก Gate of Rebirth ของผู้กำกับจางอีกทีนะครับ! เป็นหนังแนวไซไฟผสมแอ็กชัน เล่าเรื่องการกลับชาติมาเกิดของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ที่ฟื้นขึ้นมาในโลกยุคปัจจุบัน ยิ่งใหญ่ อลังการ สนุก ครบเครื่องแน่นอน! ห้ามพลาดตอนเข้าฉายนะครับ!”

แล้วคลิปก็จบลงอย่างกะทันหัน

เย่เฉินมองจอที่กลายเป็นสีดำ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ พร้อมหัวเราะเย็นในลำคอ

...เข้าใจแล้วแหละว่าสือเทามันต้องการจะสื่ออะไร

พูดวกไปวนมา เสียเวลากล้องไปตั้งเท่าไหร่ สุดท้ายก็แค่หวังจะอาศัยชื่อเขา เย่เฉิน เพื่อช่วยโปรโมตหนังของตัวเองนั่นแหละ

ใช้กระแสดราม่ามากระตุ้นความสนใจของคนดูให้หันมาสนใจ Gate of Rebirth  ดูผิวเผินเหมือนมิตรภาพ แต่ถ้าดูให้ลึกกว่านั้น… มันก็แค่การตลาดราคาถูก

เย่เฉินพึมพำในใจอย่างระอา ก่อนจะเปิดรายละเอียดของหนัง Gate of Rebirth อ่านต่ออีกนิด

พอเห็นเนื้อเรื่องที่ว่าด้วยการกลับชาติมาเกิดของบุคคลในประวัติศาสตร์ เขาก็รู้สึกคุ้น ๆ แปลก ๆ

ถ้าจำไม่ผิด...ในชาติก่อนก็มีหนังแนวนี้อยู่เรื่องหนึ่ง

ผลลัพธ์? คะแนนรีวิวบนเว็บแค่ ‘สามนิด ๆ’ เท่านั้น!

แม้รายได้จะทะลุร้อยล้านหยวนก็จริง...แต่เมื่อเทียบกับต้นทุนแล้ว? ขาดทุนเละยิ่งกว่าถูกระเบิดใส่กลางกอง!

เลือดสาดทั้งในจอและนอกจอ!

เย่เฉินยิ้มเย็น พึมพำในใจเบา ๆ

“หวังว่าสือเทาจะไม่เดินตามรอยหนังเรื่องนั้นก็แล้วกันนะ...ไม่งั้น ได้มีคนกินหมี่เลี้ยงขาดทุนกันยกกองแน่”

จบบทที่ บทที่ 27: การเยาะเย้ยของตัวตลกไร้ค่า การโต้กลับของเย่เฉิน!

คัดลอกลิงก์แล้ว