- หน้าแรก
- ให้คุณถ่ายแค่หนังประชาสัมพันธ์ ทำไมกลายเป็นหนังทำเงินซะล่ะ
- บทที่ 12 : กรมตำรวจถึงกับตะลึง หนังโปรโมทนี่มันดีเกินไปแล้ว!
บทที่ 12 : กรมตำรวจถึงกับตะลึง หนังโปรโมทนี่มันดีเกินไปแล้ว!
บทที่ 12 : กรมตำรวจถึงกับตะลึง หนังโปรโมทนี่มันดีเกินไปแล้ว!
เพื่อให้เฉินกั๋วหลงกลับมามีกำลังใจอีกครั้ง และเพื่อเติมเต็มความฝันของเจิ้งเสี่ยวเฟิงที่อยากเป็นตำรวจ เขาจึงแอบอ้างว่าได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ให้เฉินกั๋วหลงกลับมารับตำแหน่งเพื่อตามล่าคดี “อาชญากรพิเศษ”
ด้วยเล่ห์เหลี่ยมการแถแบบไร้สาระ เจิ้งเสี่ยวเฟิงก็ได้กลายเป็นสายลับหนุ่มเต็มตัว เดินเชิดหน้ากลับไปที่กรมตำรวจคู่กับเฉินกั๋วหลง กลายเป็นคู่หูร่วมสืบ ไล่ล่ากลุ่มฆาตกรอำมหิตไปด้วยกัน
หลายครั้งที่เฉินกั๋วหลงกับเจิ้งเสี่ยวเฟิงตามเจอร่องรอยของพวกอาชญากร และเปิดศึกดุเดือดกัน ทว่าทุกครั้งก็ยังถูกฝ่ายนั้นหนีเอาตัวรอดไปได้
จนเมื่อเริ่มจนปัญญา เจิ้งเสี่ยวเฟิงจึงพาทีมเกมเมอร์ฝีมือระดับเทพออนไลน์ มาช่วยถอดรหัสเกมที่อาโจวคลั่งไคล้ และนั่นเองทำให้พวกเขาสืบเจอร่องรอยของแก๊งคนร้าย
ท้ายที่สุด เหล่าอาชญากรที่มีอาโจวเป็นหัวหน้า ก็หนีไม่พ้นบทลงโทษอันแสนสาสม
อาโจวเมื่อพ่ายแพ้ ไม่อาจรับความจริงได้ จึงแหงนหน้าหัวเราะทั้งน้ำตา
พ่อของเขารีบเข้ามา สั่งอาโจวให้วางปืนลง
ทว่าเพราะความชิงชังที่มีต่อพ่อ อาโจวจึงจงใจหันปืนที่ไร้กระสุนเล็งใส่เฉินกั๋วหลง และนั่นทำให้เขาถูกยิงเสียชีวิตในที่สุด
ไม่รู้ทำไมกันแน่!
ทั้งที่คนร้ายถูกกำจัดไปแล้ว แต่บรรดาผู้กำกับอาวุโสกลับไม่อาจยินดีได้เลย
หลายครั้งที่พวกเขาอยากจะเอ่ยปากพูดออกมา แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงถอนหายใจยาว
เรื่องนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเต็มไปด้วยความน่าเศร้า
แก๊งอาชญากรทั้งห้า ที่อาโจวเป็นหัวหน้า แท้จริงแล้วไม่ได้ทำไปเพราะเงิน แต่ทำไปเพราะความแค้นล้วน ๆ
โดยเฉพาะอาโจว ที่บิดามีตำแหน่งสูงในกรมตำรวจ
ปกติแล้ว การมีพ่อเช่นนี้ อนาคตของอาโจวควรจะสดใสไร้หมอกหม่น
แต่เพราะการถูกพ่อกดขี่และปฏิบัติอย่างโหดร้าย
นั่นจึงก่อให้เขาเกลียดตำรวจ และสุดท้ายก็หันมาเข่นฆ่าเจ้าหน้าที่ ตกสู่เส้นทางอาชญากรรม ตัวตนของเขานั้นไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเป็นโศกนาฏกรรม
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน
เหล่าตำรวจอาวุโสจึงค่อย ๆ ปรับอารมณ์ให้กลับคืนมาได้ในที่สุด
ผู้อำนวยการที่นั่งอยู่กลางห้องลุกขึ้นเป็นคนแรก แล้วปรบมือนำ
“หนังโปรโมทเรื่องนี้ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ! แบบนี้แหละที่ประชาชนต้องการในตอนนี้”
“ตำรวจอย่างเฉินกั๋วหลงคือแบบอย่างที่เราควรศึกษา แม้จะเคยตกต่ำอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ในที่สุดเขาก็กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความล้มเหลว”
“และเจิ้งเสี่ยวเฟิง ตำรวจฝึกหัดที่มีจิตใจดี ก็สมควรถูกยกย่อง แม้จะเป็นเพียงหนุ่มธรรมดา แต่กลับคิดถึงความปลอดภัยของประชาชนอยู่เสมอ! น่ายกย่องจริง ๆ”
“แน่นอนว่า อาชญากรอย่างอาโจวก็เป็นสิ่งที่เราต้องขบคิดทบทวนเช่นกัน”
“การเชิดชูตำรวจเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้คนร้ายเลิกคิดก่ออาชญากรรมได้”
“เพราะเหตุใดบนโลกนี้ในแต่ละปีถึงยังมีอาชญากรโหดเหี้ยมเกิดขึ้นไม่ขาดสาย เรื่องนี้สัมพันธ์กับการศึกษาและครอบครัวที่พวกเขาเติบโตมาอย่างลึกซึ้ง”
“ผมหวังว่าหลังจากชมหนังโปรโมทเรื่องนี้แล้ว ประชาชนจะตระหนักถึงการสร้างเสริมด้านจิตใจให้กับเยาวชน หันมาใส่ใจพวกเขามากขึ้น เพื่อป้องกันอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นอีก”
“ครั้งนี้ สำนักงานตำรวจของเรากับ……”
“เย่เฉิน… ผู้กำกับเย่!” หัวหน้าหลี่ซื่อที่อยู่ข้าง ๆ รีบกระซิบเตือน
ผู้อำนวยการพยักหน้ารับ แล้วกล่าวต่อ “การได้ร่วมงานกับผู้กำกับเย่ คราวนี้ยอดเยี่ยมจริง ๆ!”
“ต่อไปในฐานะตำรวจ เราควรสื่อสารกับโลกภายนอกมากขึ้น ก็ด้วยวิธีนี้เท่านั้นถึงจะรักษาความสงบสุขของเมืองทั้งหมดได้อย่างแท้จริง”
เมื่อได้ฟังถ้อยคำนั้น หัวหน้าหลี่ซื่อที่นั่งอยู่ด้านข้างก็คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย
เขาเงยหน้าขึ้น มองสบตากับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิ
“ผมคิดว่าหนังโปรโมทดี ๆ แบบนี้ ควรเผยแพร่ออกไปโดยเร็ว ในฐานะตำรวจ เราต้องก้าวทันยุคสมัย”
“ผมจำได้ว่ากรมตำรวจเรามีบล็อกอย่างเป็นทางการใช่ไหม? ต้องรีบบอกข่าวดีนี้ให้ทุกคนรู้ อีกสามวันข้างหน้า หนังโปรโมทที่เราถ่ายจะออกฉายอย่างเป็นทางการ”
“เอาล่ะ! ผมยังมีธุระ ขออนุญาตไปก่อน รายละเอียดเรื่องแผนงาน พวกคุณคุยกันต่อได้”
พูดจบ ยังไม่ทันให้เหล่าตำรวจอาวุโสคนอื่นตอบสนอง ร่างของผู้อำนวยการก็เดินลับหายไปแล้ว
เหล่าตำรวจที่เหลือหันมามองหน้ากัน หลังจากคุยสรุปรายละเอียดแล้วถึงได้ออกจากห้อง
ในเวลาเดียวกัน ที่กรมตำรวจเซี่ยงไฮ้ ภายในห้องทำงานธรรมดา ๆ ห้องหนึ่ง
ชายชราที่ดูแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า กำลังถือโทรศัพท์อยู่ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ฮัลโหล ผมคือหัวหน้ากรมตำรวจเซี่ยงไฮ้ ช่วยต่อสายให้หัวหน้าเฉินหน่อย”
“อ้าว เฉิน! ช่วงนี้ดูท่าจะไปได้สวยเลยนะ!”
“ที่เซี่ยงไฮ้เพิ่งถ่ายโปรโมทเสร็จนะ ถึงเวลาต้องดูให้ได้เลยล่ะ!”
“ใช่ ใช่…ก็แค่หนังโปรโมทนั่นแหละ”
“ไม่ ๆ จะมองข้ามไม่ได้หรอกนะ ผมบอกได้เลยว่าหนังโปรโมทนี้มันมีประโยชน์เตือนสติชัดเจนมาก”
“ยังไงก็เพื่อนร่วมงานกัน! ผมเองก็อยากเห็นพวกคุณก้าวหน้าเหมือนกัน”
“อวดเหรอ? จะบ้าเหรอ! ผมดูเป็นคนแบบนั้นตรงไหนกันเล่า ฮะ?”
“เอาล่ะ ไม่พูดมากแล้วนะ งั้นผมวางสายก่อน!”
พอวางสายได้ไม่นาน ชายชราก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง
“ฮัลโหล ใช่ท่านเลขาหลี่หรือเปล่า?”
“พักนี้ทางกรมตำรวจเซี่ยงไฮ้เราพึ่งถ่ายหนังโปรโมทไป ตอนถึงเวลาก็ต้องช่วยดูให้ด้วยนะครับ”
“เรื่องเนื้อหาเหรอ! ตอนนี้ยังขออุบไว้ก่อน เดี๋ยวพอดูแล้วก็เข้าใจเองครับ!”
“ใช่ครับ…เป็นงานที่กรมตำรวจเซี่ยงไฮ้ทำขึ้นเอง”
“วางใจได้เลย! รับรองว่าถูกใจแน่นอน”
“ครับ ๆ ๆ!”
……
ตลอดครึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงพูดคุยในห้องไม่เคยเงียบลงเลย ยังมีเสียงหัวเราะดังแทรกออกมาเป็นพัก ๆ
ตำรวจที่เดินผ่านห้องทำงาน ได้ยินเสียงหัวเราะดังลอดออกมา หลายครั้งก็อยากจะผลักประตูเข้าไป แต่สุดท้ายก็ไม่มีความกล้า
เพราะที่นั่นคือห้องทำงานของหัวหน้าใหญ่ จะให้บุกเข้าไปง่าย ๆ ได้ที่ไหนกัน
ในอีกด้านหนึ่ง บัญชีทางการของกรมตำรวจ ก็ได้ปล่อยข่าวเรื่องการฉาย “New Police Story” ออกมาแล้ว
“New Police Story ที่กำกับโดยผู้กำกับเย่ นำแสดงโดย นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม เฉินเทียนหลง อู๋เหยียนจู่ และเซี่ยเฟิง ไม่ใช่แค่เพียงหนังโปรโมทธรรมดา แต่เป็นผลงานที่สะท้อนคุณภาพของตำรวจอย่างแท้จริง อีกสามวันเจอกัน!”
จากกรมตำรวจเซี่ยงไฮ้
ทันทีที่ข่าวถูกโพสต์ออกไป ก็เรียกความสนใจจากเหล่าชาวเน็ตได้มหาศาล
“นี่มันหนังโปรโมทที่พูดถึงก่อนหน้านี้เหรอ ทำไมเสร็จเร็วขนาดนี้?”
“โถ่ โปรโมทก็คือโปรโมทนั่นแหละ เข้าใจง่าย ๆ ก็คือดึงนักแสดงดัง ๆ มายืนรวมกัน แล้วก็ใส่เพลงเศร้า ๆ เข้าไปหน่อย จบ!”
“ถึงฉันจะเคารพตำรวจมาก แต่หนังโปรโมทพวกนี้ขอผ่านเถอะ กลัวจะออกมาน่าเบื่อ!”
“แต่ยังไงก็เถอะนะ มีนักแสดงระดับรางวัลถึงสามคนร่วมแสดง อย่างน้อยก็น่าดูอยู่ดี”
“จริง! แถมยังได้ยินมาว่ามีตำรวจคนหนึ่งที่หล่อชนิดพอจะข่มนักแสดงได้อีก แบบนี้ฉันยิ่งอยากดูเข้าไปใหญ่!”
“เห!? ที่พวกคุณพูดถึง…คงจะไม่ใช่สามีฉันหรอกนะ?”
“??? คุณนี่มันเมียหลวงจากที่ไหนเนี่ย!”
……
สาวน้อยที่ดูแลบัญชีทางการของกรมตำรวจ เห็นคอมเมนต์เหล่านี้แล้วก็ยิ้มกริ่มรีบ เอาไปเล่าให้หัวหน้าหลี่ฟังด้วยความตื่นเต้น
ส่วนหัวหน้าหลี่ซื่อ พอรู้เขาก็แค่พยักหน้า ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
ก่อนที่จะได้เจอเย่เฉิน เขาเองก็คิดเหมือนกัน ว่าหนังโปรโมทของกรมตำรวจ ก็คงออกมาแบบที่ชาวเน็ตพูดนั่นแหละ…
แต่ตอนนี้… เขาไม่สนใจอะไรพวกนั้นอีกแล้ว!
รอดูเถอะ หลังจากโปรโมทออกไป ต้องทำให้คนตะลึงแน่นอน
หลังจากกรมตำรวจโพสต์ข่าวออกไปได้ไม่นาน
ผู้ช่วยของเฉินเทียนหลงที่กำลังพักอยู่ในบริษัท ก็เห็นข่าวนี้เช่นกัน
ไหน ๆ ก็เป็นการร่วมงานกัน ผู้ช่วยจึงรีบแจ้งเฉินเทียนหลงทันที
แต่ใครจะคิดว่า หลังจากเฉินเทียนหลงได้ยิน เขากลับคว้าโทรศัพท์มาทันที
“โพสต์นี้ฉันจะตอบเอง เธอไม่ต้องยุ่ง ออกไปได้แล้ว!”
แม้ผู้ช่วยจะสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็ทำตามคำสั่ง เดินออกจากห้องไปโดยไม่ถามต่อ
เมื่อได้โทรศัพท์ที่ล็อกอินบัญชีไว้มา เฉินเทียนหลงก็แก้ไขอยู่นานหลายครั้ง กว่าที่สุดท้ายจะกดส่งออกไปได้