เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Martial Peak ตอนที่ 2180 ดอกบัวเยือกแข็งลึกลับ

Martial Peak ตอนที่ 2180 ดอกบัวเยือกแข็งลึกลับ

Martial Peak ตอนที่ 2180 ดอกบัวเยือกแข็งลึกลับ


บนยอดเขาแห่งหนึ่ง มีเมฆลอยวนอยู่รอบๆขณะเกิดลมพัดอย่างรุนแรง ภาพตื่นตาตื่นใจนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันอันน่าพิศวงนับไม่ถ้วนบนท้องฟ้า

ดอกบัวมหาสมบัติกำลังผลิบานอย่างช้าๆจนกลายเป็นดอกไม้สีขาวที่ไร้ตำหนิ มีร่องรอยของวิถีแห่งฟ้าลอยอยู่รอบๆพร้อมส่งกลิ่นหอมซึ่งทำให้ทุกคนที่ได้กลิ่นรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย

หยางไคนั่งขัดสมาธิอยู่ไม่ไกลจากดอกไม้วิญญาณนี้ จิตปราศจากความคิดฟุ้งซ่านและหลับตาอยู่ราวกับเป็นผู้พิทักษ์ที่เงียบงัน พยายามปิดกั้นการเข้าถึงของทุกสิ่งอย่าง

ห่างออกไปสามร้อยลี้ เงาจำนวนหนึ่งพุ่งเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วขณะมองไปทางภูเขา ปรากฏการณ์สวรรค์สำแดงเดชอันกว้างใหญ่ได้ดึงดูดพวกเขามาพักหนึ่งแล้ว มันทำให้พวกเขารู้สึกประหลาดใจและอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม คนกลุ่มนี้ดูเหมือนจะมาจากกองกำลังอันยิ่งใหญ่ที่ต่างกันและเดินทางร่วมกันด้วยความบังเอิญเท่านั้น เป็นเพราะว่าพวกเขาสังเกตเห็นปรากฏการณ์ประหลาดนี้ในเวลาไล่เลี่ยกัน

ความแข็งแกร่งของคนกลุ่มนี้ผสมปนเปกันไปหมด มีตั้งแต่เขตแดนต้นกำเนิดวิถีขั้นที่หนึ่งจนถึงเขตแดนต้นกำเนิดวิถีขั้นที่สาม

ขณะที่บินอยู่ จู่ๆชายคนหนึ่งก็หันไปถาม "พี่จิง ท่านพอบอกได้รึไม่ว่าข้างหน้ามันเกิดอะไรขึ้น?"

คนที่ถูกเอ่ยถามคือจิงลี่ ศิษย์ของสำนักเหรินหวู่และเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่หยางไคพบที่วิหารกาลเวลา แม้ระดับยุทธของคนๆนี้จะเป็นเขตแดนต้นกำเนิดวิถีขั้นที่สาม แต่เขาก็ทำได้เพียงนอบน้อมเมื่ออยู่ต่อหน้าอู๋ฉาง แต่ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะได้ความมั่นใจกลับคืนมาแล้ว

เมื่อได้ยินคำถาม จิงลี่จึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ “ปรากฏการณ์สวรรค์สำแดงเดชนี้เกี่ยวข้องกับการกำเนิดของสมบัติหายากหรือไม่ก็เป็นสมุนไพรวิญญาณล้ำค่าที่กำลังสุกงอม… ดูจากกลิ่นหอมในอากาศแล้วน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า”

"โอ้?" ดวงตาของผู้ถามเป็นประกายในขณะที่เขาพูดอย่างมีความสุข “พี่จิงก็คิดเช่นนั้นรึ?” เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ถามเพราะไม่รู้ แต่เป็นเพียงการยืนยันเฉยๆ “ข้าไม่แน่ใจว่าพี่จิงจะมองออกรึไม่ว่านี่เป็นสมุนไพรวิญญาณชนิดใด?”

“ข้าจะรู้ได้อย่างไรกัน?” จิงลี่กลอกตา “มีสมุนไพรวิญญาณล้ำค่าอยู่มากมาย แต่สิ่งที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายเช่นนี้ได้นั้นจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน”

“หึหึหึ…” ทันใดนั้น ชายอีกคนในกลุ่มก็หัวเราะเบาๆพลางเลียริมฝีปาก “บางทีโอกาสที่ข้ารอคอยอาจมาถึงแล้ว”

ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ทุกคนก็หยุดลง

จิงลี่พูดเสริมอย่างรวดเร็ว “ด้วยโอกาสที่อยู่ตรงหน้าเรา ที่เหลือคงขึ้นอยู่กับโชควาสนา หากจิงคนนี้ได้รับโอกาสไป พวกท่านก็ไม่ควรอิจฉาให้มากนัก ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

เขาหัวเราะยาวๆราวกับว่าสมบัติอะไรก็ตามที่อยู่ข้างหน้านั้นตกไปอยู่ในกำมือของเขาแล้ว…

“เหอะ เจ้าก็ต้องการฉวยโอกาสนี่ด้วยรึ?” เสียงเยาะเย้ยดังออกมาจากฝูงชน

“รึพี่โจวหวายจะไม่เห็นด้วยกับจิงคนนี้?” จิงลี่มองไปทางผู้พูดอย่างเย็นชาขณะแสดงสีหน้ายั่วยุ แม้จิงลี่จะหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอู๋ฉางด้วยเกรงว่าจะเชื้อเชิญความโกรธอันลือชื่อของอีกฝ่าย แต่จิงลี่เองก็เป็นถึงยอดฝีมือเขตแดนต้นกำเนิดวิถีขั้นที่สาม เช่นนี้แล้วเขาจะไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งได้อย่างไร?

“หากเป็นคนอื่นข้าจะไม่คัดค้านเลย ยกเว้นก็แต่เจ้าเท่านั้น!” โจวหวายไม่ยอมถอยเช่นกัน ดูเหมือนจะมีข้อบาดหมางบางอย่างระหว่างสองคนนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้พยายามซ่อนการแว้งกัดกันเลยแม้แต่น้อย

สีหน้าของจิงลี่ทรุดลงและเมื่อเขากำลังจะโต้กลับ จู่ๆคนในกลุ่มก็ร้องตะโกนขึ้น “ดูนั่น มีคนมาถึงก่อนเรา”

ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา หัวใจของทุกคนก็ทรุดพร้อมกัน เมื่อพวกเขามองไปข้างหน้าและเห็นว่าบนยอดเขานั้นมีร่างๆหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่อย่างสงบข้างๆดอกไม้ที่บานมาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว เป็นดอกไม้สีขาวที่เปล่งแสงระยิบระยับและกระแสพลังแปลกประหลาดทว่าน่าหลงใหล

*ฟิ่วฟิ่วฟิ่ว…*

กลุ่มของจิงลี่เร่งความเร็วขึ้นทันที และในพริบตาพวกเขามาอยู่ใกล้ๆกับดอกบัวมหาสมบัติ ความโลภฉายอยู่เต็มใบหน้าขณะที่พวกเขาจ้องมองมัน

จิงลี่เหลือบมองหยางไคและรู้สึกว่าคนๆนี้ดูคุ้นตามาก เหมือนว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่เมื่อสังเกตเห็นระดับยุทธของอีกฝ่าย เขาก็อดยิ้มเยาะไม่ได้ “ข้าก็มัวสงสัยอยู่ว่าใคร… ที่แท้ก็แค่ขยะเขตแดนต้นกำเนิดวิถีขั้นที่หนึ่งเท่านั้นเอง”

หลังจากรู้เรื่องนี้ เขาก็เลิกสนใจหยางไค

คนอื่นๆก็เช่นเดียวกัน

เมื่อรู้ว่ามีคนมาถึงดอกไม้วิญญาณประหลาดนี่ก่อน ทุกคนก็ดูกระสับกระส่ายเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าระดับยุทธของหยางไคอ่อนแอมาก พวกเขาก็ผ่อนคลายลงทันที

หลังจากที่คนกลุ่มนี้มาถึง สายตาก็มองข้ามหยางไคและไปจับจ้องอยู่ที่ดอกบัวมหาสมบัติแทน

แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่านี่คือดอกไม้วิญญาณชนิดใด แต่เพราะมันได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์สวรรค์สำแดงเดชขณะกำลังโตเต็มที่ ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลยว่ามันมีค่ามากเพียงใด!

“พี่ผังไห่ หากจิงคนนี้จำไม่ผิด ท่านได้ศึกษาการเล่นแร่แปรธาตุมาค่อนข้างมากมิใช่รึ?” ทันใดนั้นจิงลี่ก็หันไปมองชายร่างท้วมที่อยู่ในฝูงชน

ชายร่างท้วมได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย “ผังคนนี้ได้ศึกษาวิถีแห่งการแปรธาตุแบบผิวเผินเท่านั้น แต่ฝีมือยังด้อยอยู่มาก เป็นแค่ระดับราชันหวนกำเนิด ไม่มีอะไรน่าพูดถึง!”

ถึงจะพูดจาถ่อมตัว แต่ก็สีหน้าของเขากลับดูหยิ่งผยองมากแม้ปากจะบอกว่านี่เป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม

อันที่จริงแล้วเขามีเหตุผลที่ทำให้รู้สึกเช่นนี้

นักเล่นแร่แปรธาตุนั้นหายากยิ่ง และนักเล่นแร่แปรธาตุระดับสูงก็ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่ นักเล่นแร่แปรธาตุยังมีสถานะที่สูงส่งในโลกแห่งการฝึกยุทธ ดังนั้นผังไห่ผู้นี้ที่เป็นทั้งผู้ฝึกยุทธเขตแดนต้นกำเนิดวิถีและนักเล่นแร่แปรธาตุขั้นราชันหวนกำเนิดอาจถือได้ว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ยิ่ง

เป็นธรรมดาที่นักเล่นแร่แปรธาตุจะมุ่งความสนใจไปที่การเล่นแร่แปรธาตุในขณะที่การฝึกวิชาของพวกเขาจะกลายเป็นเรื่องรองแทน นักเล่นแร่แปรธาตุเหล่านี้มักจะไม่มีเวลาพอที่จะฝึกฝนในขณะที่พวกเขาพัฒนาศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุ นั่นส่งผลให้นักเล่นแร่แปรธาตุส่วนใหญ่มีระดับยุทธที่ต่ำกว่า

---------------

สนับสนุนผลงานอย่างถูกต้องได้ที่ MyNovel และ Thai-Novel

---------------

ดังนั้นนักเล่นแร่แปรธาตุขั้นราชันหวนกำเนิดส่วนใหญ่จึงเป็นผู้ฝึกยุทธเขตแดนหวนกำเนิดหรือไม่ก็ราชันหวนกำเนิดเท่านั้น

แต่ผังไห่ยังเป็นถึงยอดฝีมือเขตแดนต้นกำเนิดวิถีขั้นที่สองอีกด้วย!

เขาได้รับความสำเร็จที่ดีทั้งในวิถีแห่งยุทธและวิถีแห่งการเล่นแร่แปรธาตุ เป็นคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางยอดฝีมือและปรมาจารย์เพียงไม่กี่คนจากทั้งสองสาขา นับเป็นเรื่องธรรมดามากที่เขาจะรู้สึกภูมิใจในตัวเอง

“ขั้นราชันหวนกำเนิด…” จิงลี่นั้นเป็นประเภทที่อ่านค่าของคนคนอื่นออก เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้ว เขาก็อุทานด้วยความชื่นชมจากใจจริง “พี่ผังไห่ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง จิงคนนี้ขอนับถือ!”

และแม้คนอื่นจะไม่พูดอะไร แต่ทุกคนก็แสดงท่าทางนอบน้อมเช่นกัน

เห็นได้ชัดว่าผังไห่คุ้นเคยกับฉากเช่นนี้ดี เขาจึงเริ่มแสดงละครและโบกมือไปมาอย่างรู้งาน รอยยิ้มบนใบหน้าอ้วนท้วนดูกว้างกว่าเดิม “พี่จิงสุภาพเกินไปแล้ว อันที่จริง หากไม่ใช่เพราะมัวแต่ศึกษาวิถีแห่งการเล่นแปรธาตุซึ่งทำให้การฝึกฝนของข้าล่าช้า ผังคนนี้คงก้าวข้ามไปยังเขตแดนต้นกำเนิดวิถีขั้นที่สามนานแล้ว!”

ความหมายที่เขาต้องการจะสื่อก็คือความถนัดในวิถียุทธของเขานั้นไม่ได้แย่ไปกว่าคนอื่นเลย แต่เขาต้องแบ่งเวลาให้กับการเล่นแร่แปรธาตุด้วย ราวกับว่าถ้าไม่มีอาชีพรองนี้อยู่ เขาคงจะเป็นคู่แข่งของเซี่ยเชิง อู๋ฉาง และอัจฉริยะรุ่นเยาว์คนอื่นๆของเขตแดนใต้ไปแล้ว!

“พี่ผังไห่ ในเมื่อท่านเป็นถึงนักเล่นแร่แปรธาตุขั้นราชันหวนกำเนิด ท่านพอจะรู้จักดอกไม้วิญญาณชนิดนี้รึไม่?” จิงลี่ถาม

คนอื่นๆก็มองไปที่ผังไห่และรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

ศิษย์พี่ ได้โปรดแจกผลึกต้นกำเนิดให้ข้าที่ mynovel.co เพื่อที่ข้าจะได้พาหยางไคเพิ่มระดับไปให้สูงยิ่งขึ้น

ผังไห่ได้ยินเช่นนี้ ก็เลยใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อจ้องมองดอกบัวมหาสมบัติดังกล่าว เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงกล่าวขึ้น “หากผังคนนี้จำไม่ผิด นี่น่าจะเป็นดอก…”

เขาหยุดไปชั่วคราวเพื่อเพิ่มความตื่นเต้น

หยางไคเองก็ลืมตาขึ้นด้วยความสนใจ รู้สึกสงสัยจริงๆว่าสหายนักเล่นแร่แปรธาตุคนนี้จะตอบว่าอย่างไร

ผังไห่ประกาศอย่างมั่นใจ “ดอกบัวเยือกแข็งลึกลับในตำนาน!”

*อุฟ…*

ในทันใดนั้นเอง หยางไคก็มิอาจหยุดยั้งตัวเองและหลุดขำออกมานิดหน่อย แม้เขาจะพยายามกลั้นเสียงเอาไว้แล้วก็ตาม

ผังไห่มองเขาด้วยสีหน้าชั่วร้ายทันที

ในทางกลับกัน จิงลี่และคนอื่นๆพลันเบิกตากว้างและเริ่มถามด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ  “นี่คือดอกบัวเยือกแข็งลึกลับเองรึ? ดอกบัวเยือกแข็งลึกลับที่มีข่าวลือว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทะเลแห่งความรู้และเพิ่มพลังของปราณจิตสัมผัสได้อย่างมหาศาลนั่นน่ะรึ?”

แน่นอนว่าจิงลี่เคยได้ยินชื่อดอกบัวเยือกแข็งลึกลับมาก่อน ดังนั้นดวงตาของเขาจึงส่องแสงเจิดจ้าอย่างช่วยไม่ได้เมื่อได้ยินคำตอบของผังไห่

ปฏิกิริยาของคนอื่นๆก็ดูคล้ายกัน กลิ่นของความโลภแทบจะปะทุออกมาจากสีหน้าเหล่านั้น

"เป็นเช่นนั้นจริง!" ผังไห่พยักหน้าแรงๆ “นี่คือดอกบัวเยือกแข็งลึกลับไม่ผิดแน่นอน!”

“ข้าเชื่อพี่ผังไห่!” จิงลี่กลืนน้ำลายอึกใหญ่

“ข้าเองก็เชื่อพี่ผังไห่เช่นกัน แต่จากปฏิกิริยาที่เจ้าเด็กน้อยนั่นตอบสนองเมื่อครู่ ดูเหมือนเขาจะคิดต่างออกไป…” โจวหวายหันไปมองหยางไคอย่างครุ่นคิด “แถมเขายังมาถึงที่นี่เป็นคนแรกด้วย ฉไนเราจึงไม่ลองถามเขาดูล่ะ?”

แม้จะพูดออกไปเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่ได้ถามความคิดเห็นจากคนอื่นในกลุ่มและเริ่มตะโกนใส่หยางไคโดยตรง “นี่ไอ้หนู โจวคนนี้มีคำถามบางอย่างจะถามเจ้า จงตอบมาให้หมด มิฉะนั้น… ฮึ่ม!”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงคุกคามซึ่งเปี่ยมไปด้วยความมุ่งร้าย

“อื้ม เชิญท่านว่ามาได้เลย” หยางไคพยักหน้าให้เขาอย่างเรียบเฉย

"เจ้าอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว?" โจวหวายถาม

“ประมาณหนึ่งชั่วโมง” หยางไคตอบ

“เช่นนั้นปรากฏการณ์สวรรค์สำแดงเดชได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนงั้นรึ?” สีหน้าของโจวหวายเปลี่ยนไปขณะมองไปรอบๆอย่างระมัดระวังก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “แล้วทำไมถึงไม่มีใครอื่นมาที่นี่อีก?”

แม้จะรู้สึกว่ามันแปลก แต่เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไรนัก เพราะเป็นไปได้ว่าไม่มีใครอยู่ใกล้พอที่จะสังเกตเห็นปรากฏการณ์สวรรค์สำแดงเดช ข้อสันนิษฐานอีกอย่างก็คือกลุ่มอื่นกำลังเดินทางมาที่นี่แต่แค่ยังมาไม่ถึง เขาสรุปออกมาได้เช่นนั้นและถามต่อ “เมื่อตอนที่พี่ผังไห่บอกว่านี่คือดอกบัวเยือกแข็งลึกลับ ดูเหมือนเจ้าจะไม่เห็นด้วย… แล้วเจ้ารู้รึไม่ว่านี่คือดอกไม้วิญญาณชนิดใด?”

"ข้าไม่รู้!" หยางไคส่ายหน้ายิกๆ

“ในเมื่อเจ้าไม่รู้อะไรเลยแล้วทำไมถึงแสดงกิริยาเช่นนั้นออกมา? น่าขำจริงๆ!” ผังไห่แค่นเสียงเย็นชา

หยางไคส่ายหน้าอีกครั้ง “แม้จะไม่รู้ว่านี่คือดอกอะไร แต่ข้าก็รู้ว่ามันไม่ใช่ดอกบัวเยือกแข็งลึกลับ!”

มาถึงจุดนี้ สีหน้าของหยางไคเริ่มดูเคร่งขรึมและเริ่มพูดอย่างจริงจัง “ดอกบัวเยือกแข็งลึกลับจะถือกำเนิดในสภาพแวดล้อมที่หนาวจัดเท่านั้น มันมีเจ็ดกลีบ หยั่งรากลึก ก้านยาว และส่งกลิ่นหอมน่าหลงใหลซึ่งค่อนข้างคล้ายกับดอกไม้วิญญาณอันนี้ แต่ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ…” น้ำเสียงของเขาลดต่ำลงทันทีขณะที่รอยยิ้มฉายขึ้นบนใบหน้า “เมื่อดอกบัวเยือกแข็งลึกลับผลิบาน ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเข้าใกล้มันในระยะร้อยลี้ได้ เนื่องจากกลิ่นหอมของดอกบัวนั้นรุนแรงมากพอที่จะส่งผลกระทบกับยอดฝีมือเขตแดนจักรพรรดิด้วยซ้ำ มันจะแทรกแซงจิตวิญญาณของทุกคนที่เข้าใกล้และดึงเข้าไปในภาพลวงตาที่พวกเขาไม่อาจคลี่คลายได้ด้วยตัวเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น หากไม่ได้รับความช่วยเหลือในทันที ผู้เคราะห์ร้ายก็จะถูกขังอยู่ในคุกแห่งจิตใจของตัวเองตลอดไป!”

หยางไคยกแขนยักไหล่ “ในเมื่อตอนนี้ไม่มีใครได้รับผลกระทบเลย และพวกท่านก็ไม่เห็นภาพหลอนใดๆทั้งสิ้น นี่จะเป็นดอกบัวเยือกแข็งลึกลับไปได้อย่างไร?”

หลังจากที่เขาอธิบายจบ ทุกคนที่ฟังอยู่ก็ตกตะลึงขณะที่ผังไห่หน้าแดงก่ำ…

เขาไม่ได้รู้จริงๆว่าดอกไม้วิญญาณชนิดนี้คืออะไรกันแน่ แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าจะเจอคนรู้มากกว่า ดังนั้นเขาจึงพูดไปพล่อยๆว่ามันคือดอกบัวเยือกแข็งลึกลับโดยคิดว่าคงไม่มีใครโต้แย้งได้ นั่นจะทำให้เขาได้เปรียบและรู้สึกเป็นต่อคนอื่นๆในกลุ่ม

เมื่อชิงความได้เปรียบมาแล้ว เขาก็จะค่อยๆรวบรวมข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองซึ่งจะช่วยในการดำเนินแผนการขั้นต่อไป

แต่ไม่คิดเลยว่าทันทีที่อ้าปาก หยางไคก็เปิดโปงคำโกหกของเขาจนหมด… คำพูดของเด็กนี่ละเอียดถี่ถ้วนและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เห็นได้ชัดว่าทุกคนยอมรับความคิดเห็นของเขา ผังไห่เลยได้แต่โกรธเพราะความละอาย!

“สิ่งที่สหายพูดมานั้น… มีเหตุผล!” ดวงตาของโจวหวายเป็นประกายขณะหันไปมองผังไห่ “พี่ผังไห่ ท่านคิดเห็นเช่นไร?”

'บรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของเจ้าคงเป็นพวกสารเลวหมดทุกคนเลยสินะ…' ผังไห่สาปแช่งในใจ

---------------

อัพเดทข่าวสารล่าสุดและติดตามแฟนเพจนักแปลได้ที่: EP:IC Translation

ฝากผลงานเรื่องอื่นด้วยครับ : คลิกที่รูปโปรไฟล์ด้านล่าง

จบบทที่ Martial Peak ตอนที่ 2180 ดอกบัวเยือกแข็งลึกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว