เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Martial Peak ตอนที่ 2172 เขตแดนฤดูหนาว

Martial Peak ตอนที่ 2172 เขตแดนฤดูหนาว

Martial Peak ตอนที่ 2172 เขตแดนฤดูหนาว


“เป็นเกียรติของพวกเจ้าจริงๆที่จะได้เป็นอาหารของข้าผู้นี้ ใครจะอาสาก่อนเป็นคนแรก?” ฉงฉีมองลงมาและถามด้วยเสียงหนักแน่น

ไม่มีใครกล้าตอบในขณะที่จักรพรรดิแต่ละคนต่างมีใบหน้าซีดเซียวและเนื้อตัวสั่นเทา ความรู้สึกหดหู่เกาะกุมจิตใจทุกส่วน

“ไม่มีใครอยากอาสาเลย…” ฉงฉีเย้ย “หากไม่มีใครก้าวออกมาข้างหน้า ข้าผู้นี้จะสุ่มเลือกเอง ไม่มีทางหนีรอดไปได้อยู่แล้ว ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือใครจะเป็นคนแรกและใครจะเป็นคนสุดท้ายเท่านั้น ไม่ต้องกลัวไป…”

“ผู้อาวุโสเซียว!” รองประธานโหลฉีแห่งหอการค้าจื่อหยวนอดไม่ได้ที่จะเรียกเซียวหยูหยางและฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เขา

สีหน้าของเซียวหยูหยางดูมืดมนลงและตระหนักว่าหากไม่ทำอะไรตอนนี้ก็จะสายเกินแก้ เซียวหยูหยางเรียกวัตถุคล้ายกระจกเล็กๆมาถือไว้ในมือก่อนจะหักมันจนแตกออกเป็นแสงระยิบระยับ

เมื่อแสงระยิบระยับเหล่านี้พุ่งออกไป แรงกดดันที่นุ่มนวลแต่เคร่งขรึมก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้าและร่างอันแข็งแกร่งก็ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ

ทุกคนหันไปมองร่างๆนี้ทันที สีหน้าของพวกเขาล้วนแต่แสดงความนอบน้อมและเทิดทูน

ชายผู้นี้สวมมงกุฎที่ทำจากทองคำและหยก ร่างสูงใหญ่และมั่นคงดุจดั่งภูเขาขณะปล่อยกระแสพลังอันล้ำลึกออกมา

แต่ทว่า… นี่เป็นเพียงร่างมายาเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่กายหยาบแต่อยู่ในลักษณะของร่างจำแลง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สายตาของร่างดังกล่าวดูเหมือนจะทะลุไปได้ทั่วทุกแห่งหนขณะกำลังจ้องไปที่ฉงฉีโดยตรง

แม้แต่สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอย่างฉงฉีก็อดไม่ได้ที่จะทำท่าจริงจังขึ้นเล็กน้อยขณะแค่นเสียงเย็นชา “ร่างวิญญาณของจอมจักรพรรดิงั้นรึ?”

จากร่างเงานี้ มันสัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่มีเพียงจอมจักรพรรดิเท่านั้นที่สามารถใช้ออกมาได้ มันจึงเข้าใจทันทีว่าคนยืนอยู่เบื้องหน้าเป็นใคร

แน่นอนว่านี่คือภาพของนายเหนือหัวแห่งเขตแดนใต้ จอมจักรพรรดิหมิงเยว่!

ดุจดั่งไฟส่องสว่างสองดวงที่ส่องประกายอยู่ในความมืด ขณะที่ฉงฉีเพ่งความสนใจทั้งหมดไปที่จอมจักรพรรดิ จอมจักรพรรดิเองก็เพ่งมองฉงฉีอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

“ราชันผู้นี้ไม่รู้มาก่อนเลยว่ายังมีฉงฉีหลงเหลืออยู่ในภพนี้ด้วย!” หมิงเยว่พูดขึ้น

“หึ” ฉงฉีแค่นเสียงเย็นชา ไม่แสดงที่ท่าอ่อนแอแม้แต่น้อย “ข้าผู้นี้ท่องไปทั่วโลกอย่างอิสระก่อนที่เจ้าจะเกิดเสียอีก กล้าดีอย่างไรถึงมาวางท่าต่อหน้าข้าผู้นี้!” ฉงฉีหรี่ตาคู่ยักษ์และเย้ยหยันอย่างดูถูก “อะไรกัน คิดว่าร่างวิญญาณเล็กน้อยนี่เพียงพอที่จะกำราบข้าผู้นี้ได้รึ?”

ชายและสัตว์อสูรกำลังเผชิญหน้ากันจากคนละสถานที่ นั่นทำให้โลกรอบด้านสั่นสะเทือนไปหมด แค่การมีอยู่ของทั้งสองก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้มิติบิดเบี้ยวและถึงขั้นเกิดรอยแยกมิติไปทั่ว ทันใดนั้นหุบเขานิรนามดูเหมือนจะสั่นคลอนจนใกล้พังทลายขึ้นมาจริงๆ

เซียวหยูหยางและคนอื่นๆไม่กล้าปริปาก ทุกคนยืนนิ่งด้วยสีหน้าเคร่งขรึมขณะหมุนเวียนปราณอย่างเงียบๆเพื่อต้านทานแรงกดดันอันน่าสะพรึงที่วนเวียนอยู่รอบตัวพวกเขา

“ท่านฉงฉีคงล้อเล่นอยู่กระมัง” ในฐานะหนึ่งในยอดฝีมือที่ยืนอยู่จุดสูงของโลก  หมิงเยว่ไม่สนใจท่าทีหยิ่งผยองของฉงฉีแต่กลับยิ้มให้แทน “หมิงเยว่แค่อยากแสดงความยินดีเพราะในที่สุดท่านก็ได้รับอิสรภาพซึ่งรอคอยมานาน!”

ดวงตาของฉงฉีมืดลงขณะที่มันตะโกนเสียงดัง “นี่เจ้าไปรู้อะไรมา?”

หมิงเยว่ตอบกลับ “เมื่อข้ายังเยาว์วัยอยู่นั้น เคยได้ยินว่าท่านกาลเวลามีคู่หูที่เป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ฉงฉี แต่หลังจากที่ท่านกาลเวลาหายตัวไป คู่หูของท่านก็หายไปด้วยเช่นกัน นั่นมันก็หลายหมื่นปีมาแล้ว แต่ข้าสงสัยว่าท่านฉงฉียังจำช่วงเวลาดีๆเหล่านั้นได้รึไม่?”

“กาลเวลา…” ฉงฉีเหมือนจะถูกกระตุ้นจากคำพูดของหมิงเยว่ กระแสพลังที่เย่อหยิ่งและรุนแรงรอบตัวค่อยๆจางลง ดวงตาของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำอันอบอุ่น

ข้าจะกระซิบให้เจ้าฟังถึงความลับของหยางไค มาที่ mynovel.co สิ

หมิงเยว่ยืนอยู่เงียบๆโดยไม่คิดจะขัดจังหวะ แน่นอนว่าเซียวหยูหยางและจักรพรรดิคนอื่นๆเองก็ไม่กล้าขยับเช่นกัน

ผ่านไปครู่หนึ่งหมิงเยว่ก็กล่าวต่อ “ข้าสงสัยว่าท่านฉงฉีต้องการมาที่วังซิงเฉียนในฐานะแขกรึไม่? ราชันผู้นี้มีสมบัติตกทอดของท่านกาลเวลาอยู่ในครอบครอง สมควรแล้วที่จะยกมันให้กับท่าน!”

“หึ คิดจะติดสินบนข้าผู้นี้ไปก็เปล่าประโยชน์!” ฉงฉีส่ายหน้าและแค่นเสียง “ข้าผู้นี้หิวเหลือเกิน”

หมิงเยว่ยิ้มและตอบกลับ “เช่นนั้นแล้วข้าจะเตรียมงานเลี้ยงเพื่อต้อนรับท่านเป็นอย่างดี!”

“งั้นก็ได้!” ฉงฉีพูดเสียงดัง “ในเมื่อเจ้าเชิญข้าผู้นี้ด้วยความจริงใจ ข้าผู้นี้ก็จะไว้หน้าเจ้าและตอบรับคำเชิญ!”

“หมิงเยว่จะรอคอยการมาถึงของท่านอย่างใจจดใจจ่อ นี่คือที่ตั้งของวังซิงเฉียน!” หมิงเยว่กล่าวขณะดีดนิ้วและส่งลูกบอลแสงสีขาวออกไปทางฉงฉี

ฉงฉีหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นลำแสงสีแดงเพลิงและหายลับไปในเส้นขอบฟ้า

หลังจากที่ฉงฉีจากไปแล้ว เซียวหยูหยางและคนอื่นๆก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอกราวกับมีสายลมพัดผ่านพวกเขาไป เหลือไว้แต่เพียงความเย็นยะเยือกที่สะท้านถึงกระดูก

ร่างจำแลงของจอมจักรพรรดิหมิงเยว่หันกลับมามองพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงสั่นไหวและสลายหายไปโดยไม่พูดอะไรเลย

“ขอบคุณจอมจักรพรรดิเป็นอย่างยิ่ง!” ยอดฝีมือเขตแดนจักรพรรดิทั้งหมดโค้งคำนับพร้อมกัน

ผ่านไปครู่หนึ่ง จักรพรรดิทั้งหกก็ค่อยๆยืดตัวขึ้นและเริ่มสบตากัน ทุกคนต่างมองเห็นความกลัวในแววตาของกันและกัน พวกเขาแต่ละคนเป็นยอดฝีมือที่ทรงอำนาจซึ่งตั้งแต่มาถึงเขตแดนจักรพรรดิก็ไม่เคยเข้าใกล้ความตายขนาดนี้มาก่อนเลย!

“ขอบคุณผู้อาวุโสเซียวที่ยื่นมือเข้าช่วยได้ทันการ ไม่เช่นนั้นแล้ววันนี้…” เฉิ่งเหยียนกล่าวด้วยสีหน้าที่ยังหลงเหลือความหวาดกลัวให้เห็นอยู่

“ใช่แล้ว หากไม่ใช่เพราะผู้อาวุโสเซียว ข้าเกรงว่าในวันนี้เราคงถูกฝังที่นี่” โหลฉีพยักหน้าเห็นด้วย

ใบหน้าของเซียวหยูหยางกระตุกเล็กน้อยขณะที่เขาพูดพร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว “เป็นเพราะท่านจอมจักรพรรดิที่ช่วยเราไว้ต่างหาก… ไม่เกี่ยวอะไรกับเซียวคนนี้เลย อย่างไรก็ตาม… การปรากฏตัวของฉงฉีนั้นถือเป็นเรื่องไม่ดีสำหรับความมั่นคงของเขตแดนใต้ในอนาคต”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ จิตใจของทุกคนก็ทรุดลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

ฉงฉีเป็นสัตว์อสูรที่ชั่วร้ายและเป็นภัยพิบัติเดินได้อย่างแท้จริง แค่การปรากฏตัวของมันก็อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายและคาดเดาไม่ได้ขึ้น จักรพรรดิทุกคนจึงตัดสินใจได้ในทันทีว่าจำเป็นต้องเตือนสำนักของตัวเองทันทีที่กลับไปเพื่อที่จะได้เตรียมมาตรการป้องกันล่วงหน้า

ภายในทวีปสี่ฤดู หยางไคกำลังบินไปข้างหน้าเพียงลำพัง เขากำลังข้ามเทือกเขาสองฤดูเพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังเขตแดนฤดูหนาว

ไม่นานมานี้ เมื่อเขาและมู่หรงเสียวเสี่ยวกำลังยืนรออยู่ภายในเทือกเขาสองฤดู มู่หรงเสียวเสี่ยวนั้นได้ติดต่อเซียวไป๋อีผ่านทางสมบัติลับประเภทสื่อสารที่ศิษย์จากวัดชิงหยางเฉียนนำติดตัวมาด้วยและนัดสถานที่พบเจอ หลังจากพบกันแล้ว เซียวไป๋ก็ทักทายหยางไคด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

---------------

สนับสนุนผลงานอย่างถูกต้องได้ที่ MyNovel และ Thai-Novel

---------------

เพราะอย่างไรซะ แม้หยางไคจะเอาชนะเซียวไป๋อีอย่างตรงไปตรงมาในสนามประลอง แต่มันก็เป็นการตัดโอกาสที่เซียวไป๋อีจะได้รับประโยชน์มากขึ้นเช่นกัน!

หากไม่ใช่เพราะความพ่ายแพ้ครั้งนั้น เซียวไป๋อีคงจะมีสิทธิ์ไปต่อสู้แย่งชิงสมบัติล้ำค่าในรอบสุดท้ายด้วย

หยางไครู้ว่าเซียวไป๋อีรู้สึกขุ่นเคืองอยู่เต็มอก เขาจึงไม่รอช้าและพูดเพียงไม่กี่คำกับทั้งสองก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเขตแดนแห่งฤดูหนาวเพียงลำพัง

พอมาได้ครึ่งทาง หยางไคจึงหยิบลูกปัดสีแดงเพลิงออกมาศึกษา แต่ไม่ว่าจะเป็นปราณจิตสัมผัสหรือปราณต้นกำเนิดที่เทลงไป ทุกอย่างล้วนไม่ได้รับการตอบสนอง

หยางไคได้แต่เก็บมันลงในแหวนมิติดั่งเดิม

เทือกเขาสองฤดูในตอนนี้ดูสงบอย่างไม่น่าเชื่อ

นั่นอาจเป็นเพราะการปรากฏตัวของวิหารกาลเวลาเมื่อไม่นานมานี้ หรืออาจเกิดจากการปรากฏตัวของฉงฉีก็เป็นได้ เพราะตอนที่หยางไคเดินไปตามทางนั้นเขาไม่พบสัตว์อสูรเลยแม้แต่ตัวเดียว

สองวันต่อมา เขาก็ข้ามเทือกเขาสองฤดูได้สำเร็จ

เบื้องหน้าเป็นโลกที่แตกต่างจากเขตแดนฤดูร้อนอย่างสิ้นเชิง

ไม่มีอะไรนอกจากหิมะสีขาวเงินที่ไกลจนสุดลูกหูลูกตา หิมะตกหนักอยู่เสมอ พื้นดินก็ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งหนาทึบ

แค่ก้าวเดียวในสถานที่แห่งนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะรู้ซึ้งถึงความหนาวเย็นซึ่งเข้ามาห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ พลังงานน้ำแข็งไหลทะลักเข้าสู่ทุกรูขุมขน แช่แข็งได้แม้กระทั่งเลือดเนื้อและดวงวิญญาณ

หยางไคเดินท้าลมและความหนาวเย็นเมื่อเขาเข้ามาสำรวจโลกสีขาวแห่งนี้

ในทวีปสี่ฤดู สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของแต่ละเขตแดนนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในเขตแดนฤดูร้อน ดวงอาทิตย์จะแผดเผาและมีสภาพอากาศร้อนระอุอยู่ตลอดเวลา ทว่าในเขตแดนฤดูหนาวนั้นมันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ผลทัณฑ์ฟ้าดินจะเติบโตได้เฉพาะในสภาพแวดล้อมที่หนาวจัดเท่านั้น ดังนั้นเขตแดนแห่งฤดูหนาวจึงเป็นสถานที่เดียวที่จะพบผลวิญญาณชนิดนี้

ความหวังของหยางไคเพิ่มสูงขึ้น แต่เขาก็ตระหนักว่าการสำรวจดินแดนแห่งนี้นั้นยากเย็นเพียงใด

เขาเดินไปตามทาง ข้ามภูเขาหิมะและแม่น้ำเยือกแข็งในเขตแดนฤดูหนาว แม้จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้บ้างเป็นครั้งคราว สิ่งเหล่านั้นก็เป็นเพียงสมุนไพรและผลไม้ที่ค่อนข้างหายากนิดหน่อย ส่วนผลทัณฑ์ฟ้าดินนั้นยังไม่เห็นแม้แต่เงา

ความหนาวเย็นอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ทำให้ปราณต้นกำเนิดในร่างกายไหลช้ากว่าปกติอย่างน้อยสองส่วน

เมื่อไม่มีหนทางอื่นแล้ว หยางไคจึงทำได้เพียงเรียกหลิวเหยียนให้ออกมาเดินด้วยกัน

หลิวเหยียนเป็นวิญญาณสมบัติลับธาตุไฟที่กลืนเปลวเพลิงแปลกประหลาดเข้าไปหลายชนิด ดังนั้นนางจึงไม่กลัวเรื่องความหนาวเย็นเลยและสามารถปัดเป่าอากาศหนาวที่อยู่รอบบริเวณได้อย่างง่ายดาย

หลิวเหยียนต้องเดินใกล้หยางไคตลอดและใช้ความอบอุ่นจากตัวเองเพื่อคลายความหนาวเย็นที่พยายามลุกล้ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เขตแดนฤดูหนาวนั้นต่างจากเขตแดนอื่นๆอยู่มาก มันไม่ค่อยได้ถูกสำรวจนัก และแม้ว่าผู้ฝึกยุทธจะถูกส่งเข้ามายังสถานที่แห่งนี้เมื่อเข้าสู่ทวีปสี่ฤดูครั้งแรก ความคิดแรกของพวกเขามักจะเป็นการหาทางออกจากเขตแดนฤดูหนาวอย่างรวดเร็วทุกครั้งไป

เว้นแต่ว่าจะมีจุดประสงค์พิเศษเช่นหยางไค คงไม่มีใครอยากสำรวจเขตแดนฤดูหนาวนี้ ไม่ว่าจะต้องใช้เวลายาวนานหรือสั้นแค่ไหนก็ตาม

เช่นนั้นแล้ว แม้ว่าหยางไคจะเดินไปมาอยู่หลายวัน เขาก็ไม่เห็นร่องรอยของผู้ฝึกยุทธคนอื่นเลย ราวกับตัวเองเป็นคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่จากทั้งเขตแดนฤดูหนาว

สามวันต่อมา ณ ที่แห่งหนึ่งในเขตแดนแห่งฤดูหนาว หยางไคมองไปรอบๆด้วยสีหน้าว่างเปล่า

เขาหลงทางอยู่ในโลกสีเงินแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรเดินไปทางไหนต่อ

โดยทั่วไปแล้ว แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จอมยุทธอย่างเขาจะได้เผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่สภาพแวดล้อมของเขตแดนฤดูหนาวนั้นทรหดและไม่เหมือนใครจริงๆ แม้แต่หยางไคเองยังจำไม่ได้เลยว่าตัวเองเดินมาจากทางไหนและกำลังเดินไปทางไหนต่อ

เมื่อมองย้อนกลับไป เขาก็พบว่ารอยเท้าของตัวเองถูกหิมะกลบทับอย่างรวดเร็ว

"นายท่าน เกิดอะไรขึ้นรึ?" หลิวเหยียนถามด้วยความเป็นห่วง

“อืม ดูเหมือนข้าจะหลงทางเสียแล้ว” หยางไคตอบอย่างใจเย็น

หลิวเหยียนยิ้มให้ “งั้นรึ แม้แต่ท่านเองก็ยังเจอกับเรื่องเช่นนี้ได้…”

“ไม่เป็นไรหรอก อย่างเลวที่สุด ข้าก็แค่เลือกสักทิศทางและบินตรงออกไปจากที่นี่เท่านั้น” หยางไคถอนหายใจ “แต่การค้นหาอย่างไร้จุดหมายต่อไปคงไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีนัก!”

“น่าเสียดาย…ที่ข้าช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย” หลิวเหยียนตอบอย่างเศร้าใจ

หยางไคยิ้มกริ่ม “แค่มีเจ้าอยู่ข้างๆก็ช่วยข้าได้มากแล้ว”

หลิวเหยียนยิ้มเล็กน้อย แต่ต่อมานางก็แสดงท่าทางประหลาดใจ

หยางไคสังเกตเห็นพอดีและมองไปทางนางอย่างรวดเร็ว

หลิวเหยียนยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดวงตากำลังจ้องมองไปยังทิศทางหนึ่ง สีหน้าของนางเปลี่ยนไปตลอดเวลา “นายท่าน ดูเหมือนว่าข้าจะพบบางอย่างที่น่าสนใจยิ่ง!”

"โอ้? พบอะไรรึ?" หยางไคถาม

“โปรดรอตรงนี้ เดี๋ยวข้ากลับมา!” พูดเช่นนั้นแล้ว หลิวเหยียนก็เปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงและพุ่งออกไปข้างหน้า ไม่นานก็พุ่งเข้าสู่ยอดเขาหิมะข้างหน้าและหายลับไป

---------------

อัพเดทข่าวสารล่าสุดและติดตามแฟนเพจนักแปลได้ที่: EP:IC Translation

ฝากผลงานเรื่องอื่นด้วยครับ : คลิกที่รูปโปรไฟล์ด้านล่าง

จบบทที่ Martial Peak ตอนที่ 2172 เขตแดนฤดูหนาว

คัดลอกลิงก์แล้ว