เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 มีอำนาจมากกว่าพื้นที่ระดับ1

บทที่ 39 มีอำนาจมากกว่าพื้นที่ระดับ1

บทที่ 39 มีอำนาจมากกว่าพื้นที่ระดับ1


บทที่ 39

มีอำนาจมากกว่าพื้นที่ระดับ1

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

เฉิงหลิงซูพยักหน้า “ฉันรู้ว่านายไม่พอใจกับฐานะตัวเอง เนื่องจากนายก็เคยมีคุณสมบัติในการเข้าสังคมชั้นสูงมาก่อน แต่ตอนนี้มันหายไปหมดแล้ว นายและพวกเรา มาจากสองโลกที่แตกต่างกัน คนธรรมดาจำนวนนับไม่ถ้วน เคยพาตัวเองเข้าไปสู่สังคมชั้นสูง แต่ก็มีเพียงความอัปยศอดสูเท่านั้น ที่รอคอยพวกเขาอยู่”

 

เจียงซิ่วมองไปที่เธอและกล่าวถาม “นี่เป็นสิ่งที่เธอต้องการจะบอกกับเทพคนนี้?”

 

เธอยังคงกล่าวต่ออีกว่า “นายได้ล่วงเกินนายน้อยผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง4คนของเจียงหนานแล้วในตอนนี้ โดยที่นายไม่มีแม้แต่จุดยืนภายในแวดวงนี้ สิ่งนี้เองมันจะเป็นการนำภัยพิบัติมาให้แก่นาย  ออกไปซะ! สถานที่นี้ไม่ใช่ที่ของนายนะ!”

 

“เป็นเช่นนั้น?”

 

เจียงซิ่วยิ้มอย่างไม่แยแส เฉิงหลิงซูขจัดคราบเมื่ออดีตของเธออกไปได้แล้ว ความตั้งใจอันน่าหวาดกลัวกระพริบผ่านสายตาของเธอ เมื่อเธอเห็นว่าเขาไม่ได้เอาใจใส่คำแนะนำของเธอเลย เธอกล่าวอย่างหนักแน่น “เจียงซิ่ว ฉันสามารถหยุดนายได้นา เมื่อนั้นแล้ว อย่าได้เกลียดฉันเลย”

 

“เธอมีอิสระที่จะลองดู...”

 

คิ้วที่สวยงามของเฉิงหลิงซูถูกเลิกขึ้น ขณะที่เธอกำหมัดของเธอตามสัญชาติญาณ แม้แต่ไหล่ของเธอก็ดูเหมือนจะสั่นเครือ

 

เจียงซิ่วจากไปด้วยการสาวท้าวเก้าใหญ่ๆ เมื่อถังเหวินชงที่รออยู่ใกล้ๆเห็นเจียงซิ่วกำลังเดินเข้ามา เขาก็อธิบายอย่างสุภาพ “ผมกลัวคุณเจียงจะเจอปัญหาเรื่องสถานที่ ดังนั้นผมเลยรออยู่นี่ต่อ...”

 

“อืมม นำทางไป!”

 

ในสังคมชั้นสูง ความแตกต่างทางชนชั้นทางสังคม ค่อนข้างที่จะชัดเจน มันถูกจัดตามตำแหน่ง  ยิ่งไกลออกไปเท่าไหร่ ชนชั้นก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น บางคนเช่นเย่เหวินเฉิน สามารถนั่งได้แต่เพียงโต๊ะกลมรอบนอกสุดเท่านั้น มาพร้อมด้วยโอหยางเชียนและคนอื่นที่เหลือ

 

เมื่อเจียงซิ่วเข้ามาด้านใน ทุกคนจึงสงสัยว่าเจ้าสารเลวคนนี้ จะได้นั่งที่ไหน

 

โอหยางเชียนไม่ปล่อยโอกาศนี้ไป “มันจะสุดยอดมากถ้าเขาได้เก้าอี้ไม้เล็กๆที่มุมห้อง”

 

หลี่ดั่นหัวเราะคิกคัก “นั้นคงเป็นฉากที่ค่อนข้างน่าดูทีเดียว”

 

“นี้มันไม่แปลกเกินไปหน่อยหรอ ที่คนขายผลไม้ก็สามารถเข้าสู่สังคมชั้นสูงได้?”

 

เรื่องที่เจียงซิ่วสามารถเข้าร่วมงานนี้ได้ มันทำให้พวกเขาสูญเสียความรู้สึกที่เหนือกว่าของพวกเขาไป ซึ่งนั้นมันทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

 

“เขาเป็นแขกของเย่เหวินชง ปกติแล้วเขาควรจะได้นั่งอยู่ในพื้นที่ระดับ3”

 

คำพูดของเย่เหวินชงทำให้พวกเธอรู้สึกตัว พวกเธอนั่งอยู่ในพื้นที่ระดับ4ในตอนนี้

 

พวกเธอเข้ามาผ่านทางคำแนะนำของหยันหยง และพวกเธอก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กๆ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพวกเธอแล้ว ที่จะได้นั่งอยู่ชั้นนอกสุด และเย่เหวินเฉินเองก็เข้าใจเรื่องนี้ และแม้ว่าเขาจะพูดคำเหล่านั้นไป แต่เขาก็ยังรู้สึกค่อนข้างไม่สบายตัว ในเรื่องพวกนี้เขาดีกว่าเจียงซิ่วมาก แต่ทว่า เจ้าผลไม้สารเลวนั้น กลับไปรู้จักกับถังเหวินชงอย่างไม่คาดคิด

 

เฉิงหลิงซูเดินเข้ามาข้างใน และก็นั่งลง สายตาของเธอมองตามเงาเจียงซิ่วไป

 

เจียงซิ่วได้เข้าไปสู่พื้นที่ระดับ3แล้ว

 

คำเชิญของซันเสี่ยวหง ก็ถือเป็นพื้นที่ระดับ3เช่นกัน เพื่อนของเธอสามารถจัดเตรียมพื้นที่ระดับ 3 นี้ไว้ได้ และมันก็มาจากความสัมพันธ์ทางทหารคล้ายกับถังเฉิ่นเชียง

 

ดวงตาของซันเสี่ยวหงเปล่งประกายอย่างแปลกประหลาด เมื่อมองไปยังเขา ฉันต้องยกเลิกการหมั้นระหว่างเจียงซิ่วและซูซูให้ได้ แม้ต้องเสียเงินทั้งหมดไปก็ตาม แม้จะหลีกเลี่ยงความจริงที่ว่า เขาจะกลับไปโดยที่มีชีวิตอยู่รึเปล่า ในเมื่อเขาได้ทำร้ายนายน้อยทั้ง4ไปแล้ว แต่ถึงแม้ว่าเขาจะรอด พวกเขาก็คงจะตามไปรุนรานเขาอยู่ดี การที่ทำร้ายพวกเขา นั้นก็เท่ากับว่าเพิ่มศัตรูที่มีอำนาจมากกว่า50%ของเจียงหนานไปด้วย แบบนี้เอง ทำไมตระกลูกูลเฉิงของฉันยังต้องการลูกเขยแบบนี้อยู่หล่ะ?

 

เจียงซิ่วยังคงเดินต่อไป และในที่สุดเขาก็ได้ก้าวผ่านระดับ3ไป

 

“เขาผ่านไปได้อย่างไร?”

 

เย่เหวินเฉินและคนที่เหลือรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

 

เพียงแค่การเข้าใจผิดไปหนึ่งระดับ แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่สบายใจแล้ว ระดับที่2แน่นอนว่ามันย่อมระดับที่สูงกว่าระดับ3มาก นี้มันทำไมกัน? ทำไมสารเลวผลไม้ ถึงผ่านมันไปได้?

 

การแสดงออกที่ผิดปกติปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฉิงหลิงซู แม้แต่แม่ของเธอก็ยังได้นั่งพียงแค่พื้นที่ระดับ3 แต่ทำไมเขาได้ไปนั่งในที่ๆสูงกว่านั้น

 

เย่เหวินเฉินกล่าว “มันต้องเป็นชั้นที่2แน่นอน มันจะไม่สูงไปกว่านี้” แม้แต่ตัวถังเหวินชง ก็ยังมีคุณสมบัติในการนั่งอยู่แค่ในพื้นที่ระดับ2

 

โอหยางเชียนแสดงความดูหมิ่น “ไม่ได้ดีอะไรเลย!”

 

หลิวชวูกล่าว “ทำตัวเหมือนเป็นคนดัง แม่งเอ้ย รอครอบครัวขอแกถูกตัดสินโทษก่อนเถอะ เพียงแค่รอดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากงานนี้เท่านั้น”

 

“เหลวไหลสิ้นดี!”

 

อย่างไรก็ตาม เขาสาบานได้ว่าเขาเห็นมัน ทันทีหลังจากที่เจียงซิ่วเดินผ่านพื้นที่ระดับ2 และเดินตรงไปยังบริเวณพื้นที่ระดับ1นี้มันทำให้เขาถึงจนแทบตกเก้าอี้ ไม่จริงใช่ไหม ทุกคนนั่งอยู่ในระดับ1 ทั้งหมดย่อมเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง

 

“เป็นไปไม่ได้!” เย่เหวินเฉินย่อมไม่สามารถเชื่อมันได้

 

พื้นที่ระดับ1ค่อนข้างไกล มันห่างเกือบ100เมตรจากพวกเขา เจียงซิ่วได้เข้าไปยังพื้นที่ที่ผู้ลากมากดีทั้งหลายอยู่ มันเป็นสถานที่ๆพวกเขาต้องการไปมากที่สุด

 

เฉิงหลิงซูเกือบจะควบคุมมารยาทของเธอไม่ได้ และเธอก็ยืนขึ้น

 

ทำไมตระกลูถังถึงจัดให้เจียงซิ่วไปอยู่ระดับชั้นสูงแบบนั้น?!

 

มันทำไมกันหล่ะ?

 

“มันเกิดขึ้นจริงๆ!” บางคนอุทานออกมาพร้อมกันหลังจากเห็นสิ่งนี้ เสียงของพวกเขาดูเหมือนจะแข็งขืนและไม่ยอมเชื่อ แต่ทว่าพวกเขาก็รู้สึกหมดหนทางที่จะหลอกตัวเองจริงๆ

 

แต่ละพื้นที่สอดคล้องกับตำแหน่งทางสังคม มันขึ้นอยู่กับตำแหน่ง หรือทรัพย์สิน หรืออิทธิพลที่พวกนั้นๆมี คนที่จ่ายราคาสูงขึ้น ก็เพียงเพื่อที่จะสามารถนั่งในพื้นระดับที่สูงขึ้นได้ แต่ตอนนี้ เจียงซิ่ว เขาได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ชนชั้นสูงแล้ว นี้ทำให้พวกเขาสูญเสียความสงบของตัวพวกเขาเอง และหัวใจของพวกเขาทุกคนก็แทบจะหยุดเต้น

 

“นี่เป็นไปได้อย่างไร?”

 

นายน้อยกู่ นายน้อยหลี่ และไบ๋เฟิง ก็นั่งอยู่ในพื้นที่ระดับ1 แต่ทว่าแม้จะเป็นพวกเขาก็ยังนั่งได้แค่รอบนอก พวกเขาเลิกคิ้วขึ้น เมื่อเห็นถังเหวินชงเดินนำเจียงซิ่วเข้ามายังบริเวณพื้นที่ระดับ1 เหมือนจะเป็นความจริง ที่คนเป็นศัตรูกัน มักจะได้พบพานกันบ่อยๆ ขอทานที่แอบเข้ามา ก็สามารถมานั่งในพื้นที่ระดับ1ได้?

 

อย่างไรก็ตาม เจียงซิ่วก็ยังคงเดินไป และเขาก็เดินผ่านบริเวณพื้นที่ระดับ1ออกไปอีก

 

นายน้อยกู่และคนที่เหลือมองภาพนี้ด้วยความตกใจ

 

นี้จะเป็นไปได้อย่างไร? เขาได้เข้าไปยังพื้นที่ที่ผู้ยิ่งใหญ่อยู่? แม้ว่าพวกเขาจะเป็นนายน้อยของตระกูล แต่พวกเขาก็เป็นคนรุ่น2 พวกเขาต้องใช้หางเสือเรือของตระกูลพวกเขาถึงจะได้รับคุณสมบัติในการสู่พื้นที่ชั้นผู้ดีระดับ1นี่ได้

 

เย่เหวินเฉินและคนอื่นๆลุกขึ้นยืน

 

นั้นเขากำลังเดินเข้าไปในชั้นผู้ยิ่งใหญ่?

 

คนที่เคยเห็นการกระทบกระทั้งกันระหว่างเจียงซิ่วและนายน้อยทั้งสี่ก่อนหน้านี้ พวกเขาตกใจอย่างยิ่ง สารเลวผลไม้นี้ ปกปิดสถานะที่แท้จริงของตัวเองหรือไม่?

แต่ความตกใจไม่ได้จบลงแต่เพียงเท่านี้ เมื่อเจียงซิ่วยังคงก้าวเดินต่อไป

 

“ขะ เขาเข้าไป!”

 

เขาเดินเข้าไปในห้องโถงด้านใน

 

“นี่...”

 

ทุกคนถูกทิ้งไว้ให้กลายเป็นไร้คำพูด แม้ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจการกำหนดระดับชั้นนี้มากนัก แต่นี้ก็แสดงถึงเจตนาของพ่อแก่ถังเฉิ่นเชียนชัดเจนมาก แต่ในความเป็นจริง เหตุผลที่เขาอนุญาตให้ถังเหวินชงนำเจียงซิ่วเข้ามายังภายใน ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นหมอผี แต่เพราะเขาเชื่อว่าเจียงซิ่วมีคุณสมบัติในการเข้ามาภายในอยู่แล้ว

 

ห้องโถงด้านใน เป็นหญ้าเขียวขจี มีรูปปั้นถูกแกะสลักอยู่ตามทางเดิน และก็ยังมีน้ำพุอยู่อีกด้วย ส่งผลทำให้ด้านในนี้ดูน่าสนใจมาก มันมีบรรยากาศที่ดูหรูหรา เสียงรบกวนจากภายนอกไม่สามารถเข้ามาภายในได้เลย

 

“พวกเรายินต้อนรับ มิสเตอร์เจียงที่น่าเคารพนับถือ”

 

ถังเฉิ่นเชียนสวมรอยยิ้ม แขนขวาที่พิการของเขาโบกลมเล็กน้อย การจ้องมองของเขาไม่มีความเกลียดชังใดๆ เนื่องจากแขนที่พิการของตัวเอง มันราวกับว่าเขากำลังพบเจอกับแขกผู้มีเกียรติที่สุดอยู่

 

“เป็นเวลานานอยู่พอสมควร ที่เราพบกันครั้งสุดท้าย พ่อแก่ถัง”

 

เจียงซิ่วกล่าวอย่างเฉลียวฉลาด

 

สายตาของเขาตกลงไปที่แขนขวาของถังเฉิ่นเชียน ส่งผลทำให้เขาขมวดคิ้ว ถังเฉิ่นเชียนสละแขนของเขาทิ้งไป มันจึงเป็นเหตุผลที่เจียงซิ่วต้องส่ายศีรษะ มนุษย์ที่โง่เขลา แม้ว่าคุณจะไม่สามารถใช้แขนได้อีก แต่คุณก็สมควรต่อมันคืน ไม่เช่นนั้น คุณก็จะสูญเสีญแขนของคุณไปอีก  เมื่อกลับชาติมาเกิดอีกครั้ง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ศพถูกเย็บเข้าด้วยกันในสมัยโบราณ

 

“กระดาษยันต์!”

 

ถังเฉิ่นเชียนไม่สามารถทำความเข้าใจได้ แต่ถังเฉิ่นเชียนจึงส่งสัญญาณให้คนนำของมาตามที่เขาพูดอยู่ดี นายเจียงคนนี้เป็นคนที่ประหลาดอย่างแท้จริง ทำไมเขาต้องการกระดาษยันต์ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างยังดีปกติดีอยู่

 

งานในวันนี้คือการชื่นชมสิ่งประดิษฐ์โบราณ มีกองกระดาษยันต์ถูกวางไว้อยู่บนโต๊ะ เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นในยุคของพวกเขา แต่เนื่องจากเจียงซิ่วต้องการมัน ถังเฉิ่นเชียนจึงนำมันออกมา

 

เจียงซิ่วเอามันมาด้วยมือซ้ายของเขา ยันต์ๆนึงจะต้องมีการลงอักษระโบราณมากมาย เขาชำเลืองมองและกวาดมือไปมาอย่างรวดเร็ว เขาใช้นิ้ววาดลงไปบนความว่างเปล่า ไม่มีพลังวิเศษใดๆออกมา เจียงซิ่วไม่สนใจในเรื่องนี้ ขณะที่เขาขยับนิ้วมือของเขาต่อไป อักษระโบราณก็ได้ปรากฏขึ้นบนยันต์ แต่ถังเฉิ่นเชียนก็ไม่สามารถเห็นทั้งหมดของพวกมันได้

 

เจียงซิ่วเสร็จสิ้นการวาดนี้และเขาก็อธิบาย “หลังจากที่พ่อแก่ถังตาย โปรดจำไว้ อย่าลืมติดยันต์นี้ไว้บนแขนที่ง่อย อย่าลืมเรื่องนี้เด็ดขาด!”

 

เจียงซิ่วให้ยันต์นี้แกถังเฉิ่นเชียน เพื่อที่จะให้เขาเอาไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยที่สุดได้

 

เจียงซิ่วเป็นคนที่ตัดมือของถังเฉิ่นเชียนเอง แต่เขายังคงนึกถึงความบาปหลังจากการกลับชาติมาเกิดใหม่ ยันต์ใบนี้ของเจียงซิ่วถูกเรียกว่า ‘ยันต์หวนคืนต้นกำเนิดวิญญาณ’ ซึ่งจะป้องกันถังเฉิ่นเชียนจากการเป็นคนพิการในเวลาที่เกิดใหม่ มันทำให้เขาเกิดมาแบบคนปกติ

 

ถังเฉิ่นเชียนยังไม่สามารถทำความเข้าใจเรื่องนี้ได้ “มิสเตอร์เจียง คุณรู้เกี่ยวกับเวทย์คาถา?”

 

เจียงซิ่วยิ้มบางๆ ปฏิเสธที่จะออกความเห็น

 

เขาได้ให้ยันต์เป็นของขวัญแล้ว และมันก็ขึ้นอยู่กับโชคของถังเฉิ่นเชียน ว่าเขาเชื่อหรือไม่ และก็ลูกหลานของเขา จะทำตามคำแนะนำหรือไม่

 

“ขอบคุณมากมิสเตอร์เจียง โปรดมาทางนี้!”

 

มีจำนวนของสิ่งประดิษฐ์โบราณที่แตกต่างกันปรากฏอยู่บนบูธ ทั้งหมดอยู่ในภาชนะบรรจุโหลแก้ว เฉพาะเมื่อหมอผีต้องการที่จะตรวจสอบ พวกเขาถึงจะเอามันออกมาให้ตามต้องการ ถังเฉิ่นเชียนรวบรวมสิ่งประดิษฐ์โบราณเหล่านี้ทั้งหมดไว้แล้ว เขาจ้องมองพวกมันอย่างกระตือรือร้น พวกมันทั้งหมดเป็นสิ่งของล้ำค่า โดยธรรมชาติเขาจึงต้องค่อนข้างระมัดระวัง

 

“ตั้งแต่ที่มิสเตอร์เจียงเข้าใจในเรื่องการสะกดคาถา ก็โปรดดูพวกมัน”

 

มีพวกมันมากมายอยู่ในที่แห่งนี่ เจียงซิ่วมองไปมา มีวัตถุคล้ายไห่สีดำปรากฏขึ้นบนบูธ พร้อมกับโคลนที่ติดอยู่ และตัวไห่เอง ก็ได้มียันต์แปะเอาไว้

 

 

จบบทที่ บทที่ 39 มีอำนาจมากกว่าพื้นที่ระดับ1

คัดลอกลิงก์แล้ว