เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 อย่าเจอกันอีกเลย ไอ้อ้วนมหาปะลัยเจียงซิ่ว

บทที่ 31 อย่าเจอกันอีกเลย ไอ้อ้วนมหาปะลัยเจียงซิ่ว

บทที่ 31 อย่าเจอกันอีกเลย ไอ้อ้วนมหาปะลัยเจียงซิ่ว


บทที่ 31

อย่าเจอกันอีกเลย ไอ้อ้วนมหาปะลัยเจียงซิ่ว

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

“มนตร์ลี้ลึบ! มันเป็นมนตร์ลี้ลึบ!” ซางเที่ยชานยืนตกตะลึงเป็นระยะเวลานาน ก่อนที่เขาจะตะโกนออกมาเสียงดัง  เขาตื่นตกใจจนแทบคลั่ง ที่ฝนตกหนักนี้ ก็เป็นเพราะพลังอำนาจของเขา

 

“ผู้เชี่ยวชาญซาง อะไรคือมนตร์ลี้ลับ?” หมอผีที่ยืนอยู่ด้างข้าง กล่าวถาม เขารู้สึกว่ามันต้องบางอย่างที่น่าทึ่งอย่างแน่นอน

 

“มนตร์ลี้ลับ เป็นมรดกที่ถูกสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พวกมันคือจุดสูงสุดในขอบเขตการใช้มนตร์คถาแล้ว” ซางเที่ยชานพูดเหมือนกับว่าตัวเขากำลังพูดสิ่งต้องห้ามอยู่ “มันสามารถบังคับพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า เพื่อมาใช้เป็นการส่วนตัวได้”

 

“ตามที่ทุกคนรู้ พวกเราหมอผี จำเป็นต้องถวายเครื่องสังเวยแด่ดวงวิญญาณเทพเจ้า เพื่อที่จะได้ใช้พลังอำนาจออกมาได้ บ้างก็ยืมอำนาจมาจากวิญญาณที่หวาดกลัว  บ้างก็ยืมมาจากภูตีผี และลูกศิษในนิกายเอง ก็ยืมพลังมาจากบุพาจารย์ของพวกเขา สรุปย่อๆ ทุกวิธีการเหล่านั้นต้องใช้วิธีสวดมนต์คาถาเพื่อขอยืมพลังอำนาจจากเทพเจ้า”

 

“แต่มนตร์ลี้ลับนั้น มันสามารถใช้เทพเจ้าเป็นข้ารับใช้ได้...”

 

คนอื่นๆ จมลงไปเมื่อได้ยินเรื่องเช่นนี้ มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาได้แม้แต่นิดเดียว สำหรับเรื่องที่มนุษย์นำเทพเจ้ามาเป็นผู้รับใช้

 

“เขาไม่ได้พูดหรอกหรือว่าเขาเผาบ้านเทพารักษ์กษัตริย์มังกรไปแล้ว?!”

 

ซางเที่ยชานพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “ถูกแล้ว นี่คือความมหัศจรรย์ของมนตร์ลี้ลับ เขาสะกัดกั้นพิธีการเชื่อมต่อระหว่างตุ๊กตาเทพารักษ์กษัตริย์มังกร กับเทพารักษ์กษัตริย์มังกรตัวจริง จากนั้นเขาโยนไฟลงไปที่มัน นี้ก็เทียบเท่ากับการเผาบ้านของเทพารักษ์กษัตริย์มังกรแล้ว เพราะเหตุนั้นดูเหมือนเทพารักษ์กษัตริย์มังกรจึงจำใจต้องทำให้ฝนตก เพื่อที่จะดับไฟนั้นลงได้”

 

ฝนตกหนักครั้งนี้เกิดมาจากเทพารักษ์กษัตริย์มังกร ที่เพียงแค่จะหยุดเปลวไฟบนตุ๊กตาพิธีกรรม!!

 

ชิงเหว่ยผิงถาม “ฉันสงสัยว่าผู้เชี่ยวชาญซาง ก็ทำได้เช่นเดียวกัน?” เขาได้ดูถูกเจียงซิ่วไป และทำให้เขาต้องโกรธเคืองในท้ายสุด นอกจากนี้ ตัวเขาก็ไม่ได้คิดว่าเจียงซิ่วจะมีพลังอำนาจมากขนาดนั้น ดังนั้นเขาจึงรู้สึกกลัวขึ้นมา

 

“นั้น....”

 

ซางเที่ยชานมีความอึดอัดอยู่บนใบหน้า เมื่อมองดูแล้ว มันคล้ายเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน

 

เขาจะต้องถูกหัวเราะเยาะ ถ้าเขากล้าที่จะโอ้อวดอีกครั้ง

 

แต่ในอีกแง่นึง อาจกล่าวได้ว่าเจียงซิ่วได้สอนบทเรียนให้แก่เขา เปิดโลกทัศน์ของเขาให้กว้างไกลมากขึ้น เขาทำผ่านมันด้วยวิธีการเผาตุ๊กตาตัวแทนของเทพารักษ์กษัตริย์มังกร และบังคับให้กษัตริย์มังกรประทานฝนตกลงมา สิ่งนี้ เหมือนจะไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยอมรับมัน ความจริงที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ การข้องเกี่ยวระหว่างตุ๊กตาพิธีกรรมเทพารักษ์กษัตริย์มังกรและตัวกษัตริย์มังกรเอง ซึ่งเป็นการพิสูจน์ได้ว่ามนตร์ลี้ลับนั้นเป็นของจริง

 

การตัดการเชื่อมต่อระหว่างตุ๊กตาพิธีกรรมและเทพารักษ์กษัตริย์มังกรตัวจริงนั้น เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจมาก แต่อย่างไรก็ตาม เจียงซิ่วเขากลับทำมันด้วยการตัดสัมพันธ์ครั้งเดียวเกิดผล

 

“ฉัน... ฉัน...”

 

“ละอายใจแล้ว!”

 

ซางเที่ยชานยังคงอยู่ในช่วงที่รู้สึกตื้นตันใจ เขาสั่นศีรษะของเขาไปมาด้วยความละอายใจ เขาโม้ว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุดในยุคนี้ แต่เขาก็เพิ่งตระหนักรู้เอาวันนี้ ว่ามีคนอยู่เหนือกว่าเขามาโดยตลอด

 

“แต่...”

 

แม้ว่าเจียงซิ่วจะค่อนข้างทรงพลังมากเลยทีเดียว แต่ซางเที่ยชานก็ยังไม่เชื่อว่าการตัดสินของเขาผิดพลาด เมื่อเขาหันกลับไปดูที่ ‘สามง่ามอัญเชิญอสูร’ เขาก็ตกลงไปในความมึนงงทันที พลังงานอันชั่วร้ายลี้ลับที่ถูกสะสมไว้ทรงสามแยกนั้น จางหายไปแล้ว หลุมมันกลายเป็นชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่ฝนตกหนักลงมา

 

“ปะ เป็นไปได้ยังไง?”

 

ซางเที่ยชานผิวหน้ากลายเป็นซีดเผือก ฉันผิดเอง มันไม่ใช่ ‘สามง่ามอัญเชิญอสูร’ มันเป็นเพียงแค่แหล่งพื้นที่สะสมพลังหยินธรรมดาๆ พลังงานชั่วร้ายที่สะสมก่อนหน้านี้ ได้ถูกชำละล้างไปหมดแล้ว โดยฝนที่ตกหนัก ฝนตกไม่บ่อยในเมืองเจียง นั่นก็หมายความว่า มันมีโอกาสที่เป็นไปได้ ที่พื้นที่แห่งนี้จะรวบรวมพลังชั่วร้ายขึ้นมาด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่แปลกประหลาดในไซต์ก่อสร้างเหมือนจะไม่ได้มาจากสาเหตุนี้

 

“เป็นยังไงบ้าง?” ชิงเหว่ยผิงกล่าวถาม เขาอยากรู้ว่ามันเป็นเรื่องอะไรกันแน่

 

ซางเที่ยชานกล่าว “พลังงานชั่วร้ายตรงทางสามแยกได้กระจายตัวออกไปแล้ว”

 

“มันยังอยู่ตรงนั้นเมื่อไม่นานมานี้!”

 

ชิงเหว่ยผิงถาม “มันหมายความว่ายังไง?”

 

ใบหน้าของซางเที่นชานสั่นสะท้านไปด้วยความอับอาย “เขาคนนั้นน่ายกย่องสรรเสริญอย่างแท้จริง ชายชราคนนี้ไร้ความสามารถ และเข้าใจผิดไป”

 

“อาาห์”

 

ชิงเหว่ยผิงกล่าวถาม “ผู้เชี่ยวชาญซาง มีวิธีไหนที่จะจัดการมันอีกไหม?”

 

ซางเที่ยชานส่ายหัวของเขา

 

“หมอผีหนุ่มคนนั้นมีทรงพลังอำนาจมาก ดังนั้นแล้ว เขาอาจสามารถทำอะไรได้บ้าง ใช่มั้ย?” ชิงเหว่ยผิงรู้สึกราวกับว่าตัวเขาเพิ่งตื่นขึ้นมาจากความฝัน “เขาไม่ได้อยู่ที่นี่? เขาไปไหนแล้ว?”

 

ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ด้านขวาข้างๆเขา อดไม่ได้ที่จะตำหนิเขาออกมา เป็นเพราะพวกเขาเป็นเหตุ ทำให้หมอผีหนุ่มคนนั้นต้องจากไป ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว ที่จะเชิญเขามาอีกครั้ง

 

ฉันว่าถึงวาระที่โครงการนี้ต้องสิ้นสุดลงจริงๆ แล้ว

 

“มัวแต่ไปยืนโง่เง่าอยู่ตรงนั้นทำไม? พาคนไปนำตัวเขากลับมาเร็ว!”

 

“โอ้!”

 

พวกผู้บริหารของอนันทรัพย์ ได้รับความรู้สึกของตัวเองกลับคืนมา

 

แต่เจียงซิ่วก็เดินออกจากไซต์ก่อสร้างไปนานแล้ว แบบนั้นแล้ว พวกเขาก็ต้องไปตามหาเขาจากที่ๆมีคนมากมายไร้สิ้นสุดที่อย่างข้างนอกนั้น?

 

หนานก๋งฉินเริ่มเปิดปากของเธอ “โควเอ๋อ ชวนผู้เชี่ยวชาญกลับมาอีกครั้ง”

 

หนานก๋งโควเอ๋อเชิญผู้เชี่ยวชาญมา ก็เพราะเธอมีเจตนาที่อยากจะช่วยเหลือพวกป้าจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่เธอก็ไม่ได้รับคำขอบคุณแม้แต่คำเดียว ในทางกลับกัน เธอกลับถูกตำหนิ เธอรู้สึกบึ้งตึงก็เพราะเหตุนี้

 

แต่โชคดียังดี ที่วิธีการที่เจียงซิ่วใช้ มันผิดธรรมดา และน่าทึ่งมากๆ ถ้าไม่เป็นงั้น เขาก็คงจะได้ชื่อเล่นว่า ตัวก่อเหตุ มนุษย์ไม่รู้จักแยกแยะคำว่า ความปรารถนาดี เลยจริงๆ

 

นายน้อยหญิงหนานก๋ง ไม่ได้วางแผนที่จะทำแบบที่ป้าบอก

 

“สายไปแล้ว!”

 

“คนๆนั้นมาช่วยป้าแล้วครั้งหนึ่ง และป้าก็ตอบโต้เขาด้วยความหยาบคาย ตั้งแต่ที่เขาไม่พอใจในตัวป้าแล้ว ป้าก็ลองกลับไปคิดเอาเอง”

 

“เอาหล่ะ เด็กอย่างหนูควรจะกลับไปที่เมืองหลวง เพื่อที่จะได้ให้พ่อและแม่ของหนูรู้สึกโล่งใจ”

 

พูดได้แบบนี้ เธอก็เดินออกจากไซต์ก่อสร้างด้วยการก้าวท้าวที่รวดเร็วมาก

 

“ลองดู...” ชิงเหว่ยผิงชี้ไปยังหนานก๋งโควเอ๋อด้วยความโกรธ “ลองดูสิว่าเธอจะกลับไปหาพ่อแม่เธอได้ยังไง”

 

“เธอคิดว่า ฉันจะต้องพึ่งพาแต่เธอรึไง?”

 

หนานก๋งฉินกล่าวขึ้น “รอแปปนึง ฉันจะโทรศัพท์ไปหาแม่ของเธอ เธอไร้เหตุผลเกินไปแล้ว”

 

เธอไม่ได้ตระหนักเลยว่า หนานก๋งโควเอ๋อ ก็มีความภาคภูมิใจเป็นของตัวเอง ไม่มีใครสามารถสบประมาทหรือสั่งสอนเธอได้โดยไม่มีเหตุผล และถ้ามีคนทำอย่างนั้น เธอจะโต้กลับด้วยการโจมตีที่มากเป็นเท่าตัว นี่มันพื้นฐานสุดๆแล้ว สำหรับบุคคลที่ยึดมั่นในศักดิ์ศรีเช่นเธอ และมันก็จะเป็นเหมือนกัน เมื่อเธอจะเผชิญหน้ากับพ่อแม่ หรือกับสมาชิกในครอบครัว

 

ได้ยินเสียงเร่งรถดังขึ้นมาจากด้านหลัง เจียงซิ่วหันกลับไปมอง เฟอร์รารี่สีแดงขับมาจอดข้างๆเขา หนานก๋งโควเอ๋อมองมาจากกระจก ผมของเธอเปียก และมันก็กำลังเกาะติดอยู่กับหน้าผากที่คล้ายหิมะของเธอ มันทำให้เธอดูมีเสน่ห์ในแบบหญิงสาววัยรุ่น “เฮ้ ผู้เชี่ยวชาญโหลวเซี่ย นายกำลังจะกลับไปที่โรงเรียน?”

 

เจียงซิ่วถามกลับ “เธอมาขอโอกาสสำหรับพวกเขา?”

 

หนานก๋งโควเอ๋อยิ้มอย่างอ่อนหวาน “นายกำลังคิดมากเกินไป รีบขึ้นมาเร็ว พวกเขาพูดกับนายในลักษณะแบบนั้น ในทางกลับกัน ฉันเองนี่แหละที่จะเหยียดหยามนายแทน ถ้านายยังต้องการช่วยเหลือพวกเขาอยู่”

 

ความประหลาดใจกระพริบผ่านสายตาของเจียงซิ่ว บุคลิกนิสัยของหญิงสาวคนนี้ คล้ายคลึงกับตัวฉัน

 

หนานก๋งโควเอ๋อรู้สึกเหมือนกำลังจะได้รู้จักเขาอีกครั้ง มนตร์คาถาก่อนหน้านี้ได้เปิดโลกให้เธอ “เวทมนตร์ของนายค่อนข้างดุร้ายมาก นายเรียนรู้มันมาจากใคร?”

 

“จากอาจารย์ของฉัน!”

 

หนานก๋งโควเอ๋อกล่าว “นายมีพลังอำนาจมากกว่า พวกที่ทำไปเพื่อชื่อเสียงพวกนั้นซะอีก ฉันขอแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการนะ ฉันชื่อ หนานก๋งโควเอ๋อ มาจากเมืองหลวงจักรพรรดิ ฉันมาที่เมืองเจียงเพื่อ... นั้นไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ชื่อของนายคือเจียงโหลวเซี่ย?”

 

“อืมม!”

 

“มันเป็นชื่อที่แปลกประหลาดมาก” หนานก๋งโควเอ๋อไม่เคยแม้แต่จะสงสัย ว่าคนที่อยู่ข้างๆเธอนั้นคือเจียงซิ่ว ซึ่งเป็นคู่หมั้นที่เธอยังไม่เคยพบเจอนั้นเอง “ฉันจะส่งนายกลับ และฉันก็จะกลับไปที่เมืองหลวง ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ฉันจะได้มาที่เมืองเจียงอีกครั้ง พิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ของนายลงไป...” เธอยื่นโทรศัพท์ของเธอไปให้เจียงซิ่วด้วยท่าทีที่เป็นธรรมชาติ “ถ้านายมาที่เมืองหลวงจักรพรรดิ โทรมาหาฉัน!”

 

“ฉันจะเลี้ยงเป็ดปักกิ่งที่ดังที่สุดในเมืองหลวงจักรพรรดิให้นาย!”

 

หนานก๋งโควเอ๋อส่งเจียงซิ่วกลับบ้าน และทั้งสองก็แยกย้ายกันไปตามทางเดินของตนเอง

 

“ลาก่อนเมืองเจียง อย่าเจอกันอีกเลย ไอ้อ้วนมหาปะลัยเจียงซิ่ว”

 

หลังจากวันนี้ ชิงเหว่ยผิงพยายามเสาะหาหมอผีที่มีชื่อเสียงมากมาย ทั้งจากสถานที่ๆห่างไกลและใกล้เคียง แต่ผลก็ออกมาเหมือนกันหมด เหตุการณ์แปลกประหลาดไม่เคยหยุดลง และยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

 

แรกเริ่ม เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่มีคนเข้ามาในไซต์ก่อสร้าง เพื่อที่จะทำงาน ไม่นานหลังจากนั้น มันก็ได้แพร่กระจายออกไปยังที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง ผู้คนจำนวนมากพบว่าตัวเอง เดินออกไปกลางถนนอย่างลึกลับ นี้มันน่ากลัวเกินแล้ว

 

ในวันที่สาม นอกเหนือจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง รถทุกคันที่ผ่านถนนด้านหน้าของไซต์ก่อสร้าง ในช่วงเวลากลางคืน มักเกิดอุบัติเหตุทุกรายไป มันก่อให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน

 

“อะไรนะ? หยุดโครงการอนันย์ทรัพย์?

 

ชิงเหว่ยผิงได้รับโทรศัพท์จากศาลากลาง เขายืนขึ้นจาดโต๊ะทำงานของตัวเอง

 

“คุณรู้หรือเปล่าว่าจำนวนเงินมหาศาลขนาดไหนที่ลงทุนไปกับโครงการนี้? มันเป็น1.3พันล้าน 1.3พันล้านถ้วน! เงินกู้จากธนาคารก็เรียกเก็บเงิน 3 ล้านบาทต่อวัน และคุณบอกให้ฉันหยุดโครงการนี้ลงไป? คุณเป็นหนึ่งในคนที่ขอร้องให้ฉันมาลงทุนในเมืองเจียงเองนะ ให้ผลประโยชน์ไปทุกอย่าง แต่คุณก็ต้องการมาหยุดฉันในตอนนี้?”

 

ดวงตาของชิงเหว่ยผิงกลายเป็นสีแดง อารมณ์เขาตอนนี้ คล้ายกับกำลังจะกลายร่างเป็นฆ่าตกร

 

“เพื่อนก่าเหว่ยผิง ฉันรู้ว่าคุณได้ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลไปกับอนันทรัพย์ ตะ แต่สถานการณ์ในตอนนี้ มันวุ่นวายมากเกินไปแล้ว เนื่องจากการพุดคุยกัน ธุรกิจของคุณเองก็เป็นอัมพาตอยู่ในขณะนี้ และมันมีคำร้องเรียนจากชาวเมืองมากเกินไป ไม่เพียงแต่ไปที่รัฐบาลเมือง แม้แต่บ้างคนก็ไปถึงรัฐบาลจังหวัด พวกเราเองก็หมดหนทางที่จะช่วยแล้ว”

 

หัวใจของชิงเหว่ยผิงเริ่มจมดิ่งลึกลงไป

 

“เราไม่เต็มใจที่จะปล่อยให้โครงการนี้จบลงแน่นอน แต่ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว”

 

ชิงเหว่ยผิงกล่าว “ให้เวลาฉันอีกสักสองสามวัน ฉันจะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้”

 

“สามวัน เพื่อนเก่า ฉันสามารถให้เวลาได้แค่สามวัน หากคุณไม่สามารถสะสางเรื่องราวได้ตามเวลา รัฐบาลจะส่งหนังสือแจ้งให้หยุดโครงการอนันทรัพย์ทันที และก็สร้างวัดที่ถูกทำลายขึ้นมาอีกครั้ง”

 

หลังจากสิ้นสุดการโทร ชิงเหว่ยผิงรู้สึกเหมือนสูญเสียจิตวิญญาณทั้งหมดของตัวเองไป เขาจะกลายเป็นคนล้มละลาย ถ้าโครงการนี้ถูกยุบลงไป และเขาจะต้องตะเกี่ยตะก่ายเริ่มต้นขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

 

“เชิญพวกเขา เชิญหมอผีทั้งหมด เชิญมาไม่ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ก็ตาม!”

 

 

 

 

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel

 

จบบทที่ บทที่ 31 อย่าเจอกันอีกเลย ไอ้อ้วนมหาปะลัยเจียงซิ่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว