เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ประกาศสงคราม

บทที่ 8 ประกาศสงคราม

บทที่ 8 ประกาศสงคราม


บทที่ 8

ประกาศสงคราม

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

การดูหมิ่นแวบผ่านสายตาของเฉิงหลิงซู ในอดีตที่ผ่านมา เธอเคยชื่นชมเจียงซิ่วเป็นอย่างมาก เพราะเขาเคยวิ่งเร็วมากเมื่ออายุได้ 3ขวบ เธอไม่สามารถตามเขาทันได้ แม้ว่าเธอจะไล่ตามเขาไปตลอดเวลา เธอร้องไห้ไปและก็วิ่งตามไปในช่วงเวลานั้น เธอเคยเชื่อว่าพี่ชายเจียงซิ่วเป็นคนที่น่าประทับใจมาก และไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้ แต่หลังจากนั้น เธอก็ค้นพบว่าเจียงซิ่วเป็นเพียงกองโคลนในวัยเด็ก ที่ดูน่าขบขันของเธอ

 

นอกจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา มันทำให้เฉิงหลิงซูรู้สึกอึดอัดใจมาก ในส่วนที่ตลกที่สุดก็คือ เขาได้สาบานว่าจะดูแลเธออย่างดี

 

กับอะไรที่ว่าเขาจะดูแลเธอ? เขาไม่ได้ตระหนักเลยว่าด้วยสถานการณ์ของครอบครัวเขา ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อยๆ ลอยห่างจากกันไปมากขึ้น อันที่จริงแล้วเจียงซิ่วก็มีนิสัยที่ดี เขาเงียบขรึมและรอบคอบ

 

หญิงสาวถอนหายใจ ภายใต้การชี้นำของเรือยักษ์ที่ชื่อว่าโชคชะตา สถานการณ์ในตระกลูของนาย รวมทั้งความสามารถที่นายมี เราสามารถกลายเป็นเพื่อนธรรมดาได้ และบางทีอาจเป็นได้แม้แต่กระทั่งคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 

เนื่องจากเป็นเช่นนี้ ฉันต้องทำให้เขาเข้าใจ ว่าเขาไม่มีโอกาสที่จะกลายเป็นลูกเขยของตระกลูเฉิงอีกต่อไปแล้ว เขาอาจเป็นได้แค่คนแปลกหน้าไปตลอด แล้วเขาก็จะได้ไม่มีความสุขในการใช้ทรัพยากรของตระกลูเฉิงของฉันอีกต่อไป

 

นี่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวเขาเอง ไม่ได้เป็นเช่นนั้นหรือ? แทนที่จะปล่อยให้เขาจมลงในความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง จะดีกว่าไหม ที่จะปลุกเขาขึ้นมาจากมัน และทำให้เขาเข้าใจว่าอนาคตของเขาจะเป็นไปอย่างไร

 

เจียงซิ่วเป็นนักเรียนประจำ ดังนั้นเขาจึงกลับไปที่หอพักหลังเลิกเรียน

 

ก่อนอื่นเขาเปลี่ยนชุดกีฬา Adidas ซี่รี่สำหรับเล่นกอล์ฟออก นี่เป็นเสื้อผ้าของคุณพ่อของเย่ปิง แม้ว่ามันจะดีกว่าอดีตที่เคยเป็น แต่ว่ามันก็ยังมีบางอย่างที่ทำให้ผู้ใส่รู้สึกอึดอัด

 

เขามองหาเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ประจำ ในช่วงเวลาที่เขาเรียนโรงเรียนมัธยมปลาย เหมือนกับเจียงซิ่วได้อาศัยอยู่แบบคนรุ่นหลัง เสื้อผ้าทั้งหมดของเขาเป็นของทางถนน สวมชุดปักแบบดั้งเดิม แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าพวกเขามันดูไม่ดี กลับกันซะอีก เขาคิดว่าพวกมันค่อนข้างสวยเลยทีเดียว

 

หลังจากสวมใส่พวกมัน เขามองตัวเองที่สวมใส่พวกมันเสร็จแล้ว เอาตามตรง เสื้อผ้าหยาบโล่นนี้ถูกสร้างมาเพื่อคนงาน แม้จะเป็นผู้ที่ชื่อเสียงจากทวีปแห่งการต่อสู้นิรันดร์ ผู้นำนิกายของนิกายก้าวย่างสวรรค์ที่มีนามว่าเทพซิ่วได้สวมใส่มัน เจียงซิ่ว ในทันทีเขารู้สึกกลับมาเป็นผู้แพ้ อีกครั้ง รัศมีของ ‘ผู้แพ้’ มันหนาแน่นอย่างเห็นได้ชัดมากเลยทีเดียว

 

โทรศัพท์มือถือบนเตียงเริ่มดังขึ้นทันที พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ในห้องเรียน แต่พวกเขาเหล่านั้นก็มีโอกาสพกไปโรงเรียนด้วย โดยปกติแล้วนักเรียนที่อาศัยอยู่ในหอพักทั้งหมด จะเก็บโทรศัพท์ไว้ในห้องพัก เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการศึกษา อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีหลายคนที่ละเมิดกฎ และนำโทรศัพท์เข้าห้องเรียน เจียงซิ่วมีโทรศัพท์เพียงแค่เครื่องเดียวเท่านั้น และถึงแม้ว่ามันจะเป็นของมือสอง มันก็ยังคงใช้งานได้ดีอยู่ เขาใช้มันเพื่อโทรหาที่บ้าน

 

“หืม? เฉิงหลิงซู!” หมายเลขผู้โทรคือ ‘ซูซู’ เจียงซิ่วรู้สึกประหลาดใจมาก ที่เธอเริ่มโทรหาเขาก่อน หลังจากขบคิดสักเล็กน้อย เขาตัดสินใจที่จะรับสาย

 

“ฮัลโหล?”

 

เสียงอันเคร่งขรึมและดูร่ำรวยของเทพซิ่วได้ถูกส่งออกไป

 

“เจียงซิ่ว เราต้องเจอกัน!”

 

เสียงอีกด้านๆนึงเป็นเสียงที่มีเสน่ห์ แต่โทนเสียงก็ออกหนาวเหน็บและเย็นชา

 

“ได้!” เจียงซิ่วตอบ “เทพคนนี้อยู่ในหอพัก มาสิ”

 

เสียงในอีกด้านหนึ่งก็เงียบลง แม้กระทั่งหลังจากนั้น เฉิงหลิงซูก็ไม่ได้พูดอะไร เธอไม่ต้องการให้นักเรียนคนอื่นรู้ว่าพวกเขารู้จักกัน และก็ไม่ต้องการให้พวกเขาพบถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา  เธอตั้งใจเรียกเจียงซิ่วมาก็เพราะว่าตั้งใจที่จะบอกเลิก แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตอบโต้เธอด้วยลักษณะเช่นนี้

 

ถ้าเธอนักเรียนสาวคนหนึ่ง ไปที่หอพักของชายหนุ่มเพื่อเรียกหาเจียงซิ่ว นี่มันจะไม่เป็นการประกาศให้โรงเรียนรู้หรอว่า พวกเขารู้จักกันและกัน แถมยังความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ไม่ธรรมดาอีก?

 

สายตาของเจียงซิ่วยิ้มขึ้นอย่างเย็นชา เธอคิดว่าเทพคนนี้เป็นเหมือนกับเจียงซิ่วก่อนหน้านี้?

 

เทพคนนี้จะทำทุกอย่างที่เธอพูดและหลงรักเธอมากจนหมดใจ?

 

ขาดเขลาและโง่เง่า!

 

“มันไม่สะดวกสำหรับฉันที่จะไปที่นั่น นายออกมา”

 

เจียงซิ่วกล่าว “อ่าา เทพคนนี้ไม่ค่อยมีเวลา!”

 

ถ้าเป็นเจียงซิ่วในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ เขาจะกระโดดสูงขึ้น 3ฟุต และจะตอบนัดหมายกับเธอ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร แต่คราวนี้ เขาได้ปฏิเสธยืนกรานอย่างหนักแน่น

 

เจียงซิ่วก็ไม่ได้มีเวลามากจริงๆ เขาต้องการที่จะบ่มเพาะ ในตอนนี้เขามีพลังภายในอยู่เล็กน้อยภายในร่างกายของเขา เขาต้องการจะเดินบนเส้นทางการบ่มเพาะเพื่อความอมตะอีกครั้ง โลกภายนอกไม่ได้พลังจิตวิญญาณมากนัก ดังนั้นเขาจึงสามารถบังคับมันออกมาจากภายในเส้นเลือดได้แต่เพียงแค่นั้น

 

เขาต้องการที่จะปลุกสายเลือดให้ตื่นขึ้น!

 

สายอีกด้านนึงเงียบไปหลังจากที่คุยกันอีกครั้ง

 

ปัจจุบันเฉิงหลิงซูได้มาถึงพันขนนกและความหวังเรียบร้อยแล้ว เธอไม่เคยคิดว่าเจียงซิ่วจะปฏิเสธเธอ ได้อย่างหนักแน่นเกินไป ตั้งแต่การเริ่มต้นของการโทร เธอรู้สึกว่าเขาค่อนข้างเย็นชา เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอได้ริเริ่มที่จะโทรหาเขา เธอจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับความหลงใหลของเขาที่มีต่อตัวเธอเอง แต่วันนี้เหมือนจะแตกต่างออกไป

 

“ฉันจะไม่กวนเวลาของนายมากหรอก แค่5นาทีเอง”

 

ขณะที่เธอกล่าว เฉิงหลิงซูก็รู้สึกแปลกๆ ทำไมคำพูดของฉัน... และเสียงเองก็ดูเหมือนฉันกำลังอ้อนว้อนเขา? ฉันกำลังเป็นประสาท?

 

“เธอสามารถปรุงอาหารได้หรือไม่?” เจียงซิ่วถาม

 

ทำไมเขาถึงพูดถึงเรื่องนี้?

 

ในฐานะหญิงสาวที่ยิ่งใหญ่ของตระกลูเฉิง เธอมีคนรับใช้มากมายที่บ้าน และมีโรงแรมระดับไฮเอนด์มากมายอยู่ข้างนอก ดังนั้นเวลาที่ฉันใช้ในการเรียนรู้เพื่อทำอาหารจะไปอยู่ไหนหล่ะ? “ไม่!” เธอตอบออกมาทันที

 

“งั้นเธอไม่สามารถทำอาหารได้ แล้วเธอสามารถซักผ้าได้ไหม?” เจียงซิ่วถามอีกครั้ง

 

มีคนรับใช้ที่บ้านและซักแห้งที่ด้านนอก ย้อนกลับไป หญิงสาวเฉิงไม่เคยใส่เสื้อผ้าเกินสามครั้งหลังจากสวมใส่พวกมันไปสองครั้ง พวกมันเหมือนจะกลายเป็นประวัติศาสตร์

 

อืมมม มีบางอย่างผิดปกติ!

 

หญิงสาวเฉิงที่ดูน่ารักสารมารถเข้าใจได้ และตระหนักได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคำถามที่เจียงซิ่วถามคือสิ่งที่เธอทำได้ไม่ค่อยดี เธอไม่สามารถทำอาหารหรือซักผ้าได้ นี่เป็นสิ่งที่ผู้หญิงไม่ชอบมากที่สุด และก็จะไม่พูดถึง เธอรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังถูกละเลย และแม้กระทั่งก้มมองลงต่ำเพื่อเธอจะได้ตอบสนองได้ทันที “ฉันทำได้ตั้งแต่เกิดแหละ ทำไมนายถึงถามเรื่องนี้?”

 

เจียงซิ่วสังเกตกางเกงในที่ไม่เคยซักอยู่บนเตียง และเขาก็กล่าว “เอาหล่ะ ตอนนี้เราจะไปที่ไหน?”

 

“พันขนนกและความหวัง ถนนเบ๋ยถัง”

 

“เทพคนนี้จะไปถึงในไม่ช้า!”

 

ตั้งแต่คนรับใช้ได้เสนอตัวเอง มันก็ไม่จำเป็นที่จะให้เขารำคาญอะไรกับมัน

 

ที่พันขนนกและความหวัง เฉิงหลิงซูนั่งอยู่เงียบๆ กับถ้วยกาฟที่อยู่ข้างหน้าเธอ เธอจิบในปริมาณเล็กน้อย ชื่อเสียงตัวเธอในโรงเรียนมัธยมมีค่อนข้างมาก และหลายคนก็รู้จักเธอ ดังนั้น เธอจึงต้องนัดเขา ที่ถนนเบ๋ยถัง ซึ่งห่างจากโรงเรียนไป20นาทีโดยใช้เส้นทางรถประจำทางวัด มันก็เพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอกับนักเรียนคนอื่น หรือคนอื่นที่อาจรู้จักเธอ

 

แม้ว่าเขาจะจากไปมากกว่า3000ปีก็ตาม แต่นี่ก็คือบ้านเกิดของเจียงซิ่ว เขาอาศัยอยู่ที่นี่ โดยธรรมชาติมันเป็นไปไม่ได้ที่เทพคนนี้จะหลงทาง ภายใน 20นาที เขาก็มาถึงทางเข้าของพันขนนกและความหวัง

 

หญิงสาวได้รับทราบทันทีเมื่อเขามาถึง เธอโบกมือของเธอ มือสีขาวลิลลี่ถูกโบกไปที่เขา “ตรงนี้!”

 

เจียงซิ่วพยักหน้าเล็กน้อย เขาสงบอย่างสมบรูณ์

 

เขาไม่โกรธอีกต่อไป และก็ไม่ได้ปิดบังความรู้สึกที่หนักใจไว้ด้วยเหมือนกัน

 

“นายมา!”

 

เจียงซิ่วนั่งอยู่ตรงหน้าเธอทันทีด้วยท่าทางที่สูงส่ง “ตั้งแต่เทพคนนี้ได้พูดคำของเขาออกไป เขาก็จะมาอย่างแน่นอน” โดยผ่อนคลาย เขาวางถุงไว้ใต้โต๊ะอาหาร

 

เฉิงหลิงซูยิ้มเล็กน้อย

 

“นายต้องการกินอะไรไหม?”

 

เจียงซิ่วกล่าว “แขกจะต้องปฏิบัติตามความประสงค์ของเจ้าภาพ ตั้งแต่เธอขอให้ฉันมาในวันนี้ เธอก็คงต้องมีเรื่องสำคัญที่ควรพูดถึง?”

 

เฉิงหลิงซูคิดว่าวิธีพูดของเขาเป็นเรื่องไร้สาระ และมันดูน่าขบขันอย่างแท้จริง แม้แต่กระทั่งใช้ภาษาโบราณ? นายทำแบบนี้เพื่อดึงดูดความสนใจของฉัน เพราะอยากจะให้ฉันรู้สึกถึงพฤติกรรมของนายที่เปลี่ยนไปใช่หรือไม่? นายไร้เดียงสาเกินไป

 

“นายสั่ง”

 

เฉิงหลิงซูมอบเมนูให้เขา นี่เป็นร้านสเต็ก และไม่สามารถเปรียบเทียบกับสเต็กที่ขายในร้านค้าริมถนนได้ และมันก็ไม่ใช่ราคาที่เล็กน้อยเหมือนพวกนั้น สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในร้านอาหารระดับสูงที่สุดในเมือง และพ่อครัวทั้งหลายก็คือชาวฝรั่งเศส

 

ราคาของเนื้อสเต็กในเมนูคือ 1888 หยวน!

 

เฉิงหลิงซู  รู้ว่าค่าใช้จ่ายที่เจียงซิ่วได้ในทุกๆ เดือน ได้เพียงแค่300หยวนเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าเขาไม่ได้กินหรือดื่มครึ่งปี เขาก็สามารถที่จะกินสเต็กชิ้นนี้ได้ เธอแม้แต่เพิ่มคำพูดบางอย่างลงไป “อย่ากังวลเรื่องเงิน ฉันจะจ่ายมันเอง!”

 

มันเป็นการเปลือยกายอย่างไม่ปกปิด มันคือการสบประมาท!

 

ใบหน้าของเจียงซิ่วปราศจากความรู้สึก “เอาหล่ะ เลือกได้แล้ว ฉันจะสั่งอาหารชุด A”

 

เฉิงหลิงซูได้พูดคุยกับพนักงานเสิร์ฟด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและสุภาพ “เนื้อเซ็ตAหนึ่งเซ็ต และเซ็ตBอีกหนึ่ง ขอบคุณค่ะ!”

 

“โอเคครับ โปรดรอสักครู่”

 

“เธอไม่ได้โทรหาฉันในวันนี้ เพียงแค่ทานอาหารค่ำ ใช่ไหม?” เจียงซิ่วพูด

 

ในระยะเวลาก่อนหน้า มันก็มีความหรูหราพร้อมกับหญิงสาวที่อยู่ตรงข้ามกับเขา

 

“ฉันได้ยินมาว่านายมีปัญหาที่โรงเรียนในวันนี้ และทำให้ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียนหวังได้รับบาดเจ็บหนัก”

 

จริงๆแล้ว เธอได้ให้ใครบางคนไปดูอาการบาดเจ็บของผู้อำนวยการหวัง

 

เชาเย็บ12เข็มบนหัวของเขา และถูกกระทบกระเทือนที่สมองอย่างรุนแรง และยังมีซี่โครงหักแล้วเขาก็ยังมีรอยช้ำหลายรอยทั่วตัวของเขา นี่เป็นการกระทำที่ทำก่อเกิดความผิดทางอาญาไปแล้ว

 

“ใช่!” เจียงซิ่วยอมรับ

 

เฉิงหลิงซูย่นคิ้วของเธอ “นายคิดถึงผลที่ตามมาในตอนนั้นหรือเปล่า?

 

“โรงเรียนจะไม่เพียงแต่จะขับไล่นายออก แต่นายต้องเผชิญกับการจำคุก ตัดสินแล้วน่าจะ3-5ปีเลยนะ”

 

เจียงซิ่วเงียบลงเหมือนเมื่อสมัยก่อน

 

“แผนของนายคืออะไร?” เห็นพฤติกรรมของเจียงซิ่วซึ่งดูเหมือนจะบอกว่าเขาไม่ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เฉิงหลิงซูรู้สึกโกรธมาก ใครที่ทำให้นายกล้าแสดงท่าทีปราศจากกังวลนี้? มันคงไม่ใช่ตระกลูเฉิงใช่ไหม

 

“เจียงซิ่ว นายไม่ได้เป็นแบบนี้ในช่วงวัยเด็กของนาย...” เฉิงหลิงซูอยากจะพูดออกไปถึงหนึ่งในจุดดีก่อนหน้านี้ของเขา แต่น่าเสียดาย โปรดยกโทษให้ความไร้ความสามารถของหญิงสาวเฉิงคนนี้ เธอไม่สามารถหามันได้แม้แต่อย่างเดียวเลยจริงๆ หลังจากนั้นเธอก็ไม่สามารถพูดได้อะไรออกมาได้อีก ‘นายเคยวิ่งได้เร็วกว่าฉันในช่วงวัยเด็ก’

 

“นี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ตระกลูเฉิงจะช่วยนาย จากนี้ไป ตระกลูของเราจะมีวิถีทางที่แตกต่างกัน”

 

“ขอยุติความสัมพันธ์ระหว่างเราเถอะนะ!”

 

“ล้มเลิกการหมั้น!”

 

 

 

 

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel

จบบทที่ บทที่ 8 ประกาศสงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว