เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 - เคล็ดวิชาหงส์เพลิงเก้าแปรเปลี่ยน เทพขุนเขาน้อมคารวะเป็นอาจารย์

บทที่ 45 - เคล็ดวิชาหงส์เพลิงเก้าแปรเปลี่ยน เทพขุนเขาน้อมคารวะเป็นอาจารย์

บทที่ 45 - เคล็ดวิชาหงส์เพลิงเก้าแปรเปลี่ยน เทพขุนเขาน้อมคารวะเป็นอาจารย์


*ผู้แปล : เคล็ดวิชาหงส์เพลิงเก้าปฏิวัติ เป็น เคล็ดวิชาหงส์เพลิงเก้าแปรเปลี่ยน

เคล็ดวิชาเก้าปฏิวัติ (九转玄功) จะแก้ไขเป็น เคล็ดวิชาเก้าแปรเปลี่ยน

บทที่ 45 - เคล็ดวิชาหงส์เพลิงเก้าแปรเปลี่ยน เทพขุนเขาน้อมคารวะเป็นอาจารย์

ครืนนน

ทะเลกระบี่อันกว้างใหญ่ถาโถมเข้าใส่

ในชั่วพริบตาได้กลืนกินราชันย์ภูตแห่งเขาเงามรณะและขบวนของเขา

ท่ามกลางแสงเย็นอันเจิดจ้า ปรากฏใบหน้าของภูตผีปีศาจขึ้นมาทีละใบหน้า ทุกใบหน้าล้วนบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

ราชันย์ภูตแห่งเขาเงามรณะยิ่งส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนไปทั่วทั้งท้องฟ้า

ในที่สุด ก็มิอาจหลีกเลี่ยงการถูกทะเลกระบี่บดขยี้จนแหลกละเอียด... วิญญาณแตกสลาย

พลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวที่เหลืออยู่ แผ่ขยายไปไกลนับร้อยจั้ง

อสูรปีศาจทุกตนล้วนตกใจจนกระดูกอ่อนยวบ ในพริบตาเดียวก็หนีหายไปจนหมดสิ้น

แม้แต่ราชันย์ภูตแห่งเขาเงามรณะ ยอดฝีมือเซียนภูตผู้โด่งดังยังถูกสังหาร หากพวกมันไม่รีบหนี เกรงว่าคงจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปจริงๆ

ส่วนจักรพรรดิทมิฬกลืนจันทรา หรือเจ้าดำนั้น ถูกพลังต่อสู้อันแข็งแกร่งและผิดมนุษย์ของหานเฉิงทำให้ตกตะลึงจนสิ้นสติไปแล้ว

“คราวนี้คงไม่มีปัญหามาอีกแล้วกระมัง”

กระบี่สุญญตาถูกเก็บเข้าฝัก

หานเฉิงพึมพำกับตัวเอง พลางเดินไปยังเทพเจ้าแห่งขุนเขาคุนหลุน

ท่าทีที่สบายๆ ราวกับลมพัดเมฆลอยนั้น ราวกับว่าคนที่เพิ่งสังหารอสูรราชันย์และราชันย์ภูต รวมถึงภูตผีปีศาจนับร้อยตนไปเมื่อครู่นี้ไม่ใช่เขา

“จิ๊บ...”

นกกระเต็นมรกตเทพขุนเขาดิ้นรนกระพือปีกไปยังที่ไกลๆ พยายามจะหลบหนี

หานเฉิงก้าวสามก้าวเป็นสองก้าวเข้าไปจับมันไว้

นกกระเต็นมรกตดิ้นรนไม่ไหว ทำได้เพียงหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง

ทว่า มันกลับไม่ถูกทำร้ายอย่างที่คาดไว้

มันจึงลืมตาขึ้นมาอีกครั้งด้วยความประหลาดใจ

ใบหน้าที่สุภาพและหมดจดของหานเฉิงพร้อมด้วยดวงตาอันใสกระจ่างสะท้อนเข้ามาในแววตาของมัน

“บาดเจ็บหนักทีเดียว”

“พากลับไปรักษาแล้วกัน”

คราวนี้ นกกระเต็นมรกตเทพขุนเขาก็ประหลาดใจ

หานเฉิงไม่ได้สนใจมันมากนัก เขาเรียกเจ้าดำ แล้วพากันจากไป

...

“กินโอสถเม็ดนี้เข้าไป แล้วเจ้าจะหายดี”

ภายในห้อง หานเฉิงป้อนโอสถฟื้นคืนเม็ดหนึ่งเข้าไปในจะงอยปากของนกกระเต็นมรกตเทพขุนเขา

เฟิงฉิงเสวี่ยและเจ้าดำยืนมุงดูอยู่ข้างๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างยิ่ง

นกกระเต็นมรกตเทพขุนเขาดูเหมือนจะรับรู้ได้ว่าหานเฉิงและคนอื่นๆ ไม่ได้มีเจตนาร้าย

มันที่อ่อนแอพยายามกลืนโอสถรักษาบาดแผลเม็ดนั้นลงไป

“ใช่แล้ว กลืนลงไปอย่างว่าง่าย”

หานเฉิงพยักหน้า วางฝ่ามือลงบนตัวมัน ถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปสายหนึ่งเพื่อช่วยรักษามัน

พลังโอสถอันอ่อนโยนนี้และพลังปราณของหานเฉิงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย นกกระเต็นมรกตเทพขุนเขาก็ผล็อยหลับไปอย่างง่วงงุน

ผ่านไปครู่หนึ่ง หานเฉิงรู้สึกว่าน่าจะพอแล้ว จึงดึงมือกลับแล้วลุกขึ้นยืน กล่าวว่า “ฉิงเสวี่ย เจ้าเฝ้ามันไว้ มีความเคลื่อนไหวอะไรก็มาบอกข้า”

เฟิงฉิงเสวี่ยพยักหน้ารับราวกับไก่จิกข้าว

นับจากนั้น นกกระเต็นมรกตเทพขุนเขาองค์ใหม่แห่งคุนหลุน ก็ได้อาศัยอยู่ที่หอคัมภีร์ โดยมีเฟิงฉิงเสวี่ยคอยดูแล หานเฉิงจะมาช่วยรักษามันวันละครั้ง

อีกด้านหนึ่ง

เหล่าศิษย์ของเวหาบรรพตต่างก็ประหลาดใจที่พบว่า

อสูรปีศาจที่อยู่ใกล้ๆ ภูเขาคุนหลุนกลับหายไปหมด

ราวกับว่าหายไปจนหมดสิ้นในคืนเดียว

เรื่องนี้ทำให้คนทั้งเวหาบรรพตต่างก็รู้สึกแปลกใจอย่างยิ่ง

ทว่าเมื่ออสูรปีศาจหายไป ก็ย่อมเป็นเรื่องดี คำสั่งห้ามถูกยกเลิก ทุกอย่างในเวหาบรรพตก็กลับสู่ภาวะปกติ

เวลาผ่านไปสิบกว่าวันในพริบตา

อาการบาดเจ็บของนกกระเต็นมรกตเทพขุนเขาก็หายดีแล้ว กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม

บาดแผลที่มันได้รับนับว่าเบา อีกทั้งยังมีเซียนมนุษย์อย่างหานเฉิงคอยช่วยรักษา หากไม่หายสิแปลก

“จิ๊บ”

ภายในห้อง

หานเฉิงที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ก็พลันรู้สึกว่าไหล่หนักขึ้นมา

ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นใครมา

เขาลืมตาขึ้น ยิ้มบางๆ อย่างจนใจ แล้วกล่าว “เจ้าตัวเล็ก เจ้าช่างกล้านัก กลับกล้ามาเหยียบไหล่ข้าโดยตรง”

“จิ๊บ”

นกกระเต็นมรกตเทพขุนเขายืนอยู่บนไหล่ของหานเฉิง

ใช้หัวถูไถแก้มของหานเฉิงอย่างสนิทสนม

เฟิงฉิงเสวี่ยที่ตามมาเห็นเข้า ก็แสร้งทำเป็นอิจฉาแล้วกล่าว “เจ้าคนเนรคุณ กลับมารบกวนท่านอาจารย์อีกแล้ว ข้าดูแลเจ้าทุกวัน เจ้ากลับไม่สนใจข้าเลย”

คราวนี้หานเฉิงก็หัวเราะเสียงดังออกมา

อย่างไรเสียนี่ก็คือเทพเจ้าแห่งขุนเขา มีพลังวิญญาณสูงส่ง ย่อมเข้าใจว่าเขาคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิต ดังนั้นจึงสนิทสนมเช่นนี้ และดูจากท่าทางของเจ้าตัวนี้ในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่อยากจะจากไปแล้ว

หานเฉิงยื่นแขนออกไป

นกกระเต็นมรกตเทพขุนเขาเข้าใจอย่างชาญฉลาด มันกระโดดอย่างคล่องแคล่วมาอยู่บนแขนของหานเฉิง

หานเฉิงลูบขนนกของมัน แล้วกล่าวว่า “เจ้าตัวเล็ก เจ้ายังไม่มีชื่อจนถึงตอนนี้ ข้าตั้งชื่อให้เจ้าดีหรือไม่”

“จิ๊บ”

ไม่รู้ว่ามันจะเข้าใจหรือไม่ มันก็พยักหน้าติดๆ กัน

เฟิงฉิงเสวี่ยเดินเข้ามา แล้วถามว่า “ท่านอาจารย์ ท่านจะตั้งชื่ออะไรให้มันหรือเจ้าคะ”

หานเฉิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ให้ชื่อว่าหนีหวงแล้วกัน”

“ชื่อไพเราะยิ่งนัก” ดวงตาของเฟิงฉิงเสวี่ยสว่างวาบขึ้น

ส่วนเจ้าดำที่อยู่ตรงประตู กลับรู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ทำไมชื่อของมันถึงได้ตั้งแบบขอไปทีเช่นนี้

ที่ตั้งชื่อนี้ขึ้นมา ก็เพราะหานเฉิงสัมผัสได้ว่าในร่างของนกน้อยตัวนี้มีสายเลือดหงส์เพลิงอยู่เล็กน้อย น่าจะถูกปลุกขึ้นมาหลังจากได้รับตำแหน่งเทพเจ้า

ดังนั้น ทั้งสองจึงเข้ากันได้อย่างยิ่ง

“จิ๊บๆ”

หนีหวงก็พยักหน้าอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ว่ามันจะเข้าใจหรือไม่ ชื่อของมันก็ได้ถูกกำหนดลงในขณะนี้แล้ว หนีหวงจึงได้กลายเป็นสมาชิกของหอคัมภีร์อย่างเป็นทางการ

หนึ่งอาจารย์หนึ่งศิษย์

หนึ่งสุนัขหนึ่งนก ได้ลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่ ความวุ่นวายของเทพเจ้าแห่งขุนเขาคุนหลุนก็สลายไปในอากาศ

วันนี้ หลังจากที่หานเฉิงบำเพ็ญเพียรเสร็จ เขาก็เริ่มเดินเล่นไปทั่วเวหาบรรพต ถือโอกาสลงชื่อไปด้วย

ช่วงเวลานี้เขากำลังดูแลหนีหวงอยู่

อีกทั้งเพื่อที่จะได้ของดีๆ เขาก็ตั้งใจจะไปสถานที่ลงชื่อที่ไม่ได้ไปนานแล้ว

เดินไปรอบหนึ่ง เมื่อมาถึงหอศาสตราเพื่อลงชื่อ หานเฉิงก็ได้รับรางวัลพิเศษ

“[ติ๊งต่อง ยินดีด้วยผู้ครอบครองลงชื่อสำเร็จ ได้รับ [เคล็ดวิชาหงส์เพลิงเก้าแปรเปลี่ยน]]”

หลังจากที่หานเฉิงได้ยินเสียงแจ้งเตือนนี้ เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

เคล็ดวิชาหงส์เพลิงเก้าแปรเปลี่ยน

นี่ไม่ใช่เคล็ดวิชาที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้อสูรที่มีสายเลือดหงส์เพลิงบำเพ็ญเพียรโดยเฉพาะหรอกหรือ

พอดีกับที่หนีหวงก็มีสายเลือดหงส์เพลิง สามารถบำเพ็ญเพียรเคล็ดวิชานี้ได้

หานเฉิงรู้สึกยินดีในใจเล็กน้อย เขากลับไปยังหอคัมภีร์ทันที เตรียมที่จะถ่ายทอดเคล็ดวิชาหงส์เพลิงเก้าแปรเปลี่ยนนี้ให้แก่หนีหวง

“หนีหวง เจ้าคือเทพเจ้าแห่งขุนเขาคุนหลุน และยังมีสายเลือดหงส์เพลิง”

“ตอนนี้ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาหงส์เพลิงเก้าแปรเปลี่ยนให้แก่เจ้า จากนี้ไป เจ้ากับข้าก็คืออาจารย์กับศิษย์ เข้าใจหรือไม่”

หานเฉิงกล่าวอย่างจริงจัง หนีหวงก็จริงจังอย่างยิ่ง มันยังโค้งคำนับหานเฉิงหลายครั้งอย่างมีมนุษยธรรม ราวกับเป็นการคารวะอาจารย์ ซึ่งก็เป็นการบ่งบอกว่ามันยินดีที่จะยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างนี้

หานเฉิงก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ใช้วิธีการถ่ายทอดพลังปราณ ถ่ายทอดเคล็ดวิชานี้ให้แก่หนีหวง

เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป

ในชั่วพริบตาที่หานเฉิงยกฝ่ามือออกจากหัวของหนีหวง

ครืนนน

ในความมืดมิด มีบางสิ่งบางอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง

คือโชคชะตา

หานเฉิงหลับตาลง สัมผัสอย่างละเอียด

ครู่ต่อมา เขาก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม

เมื่อหนีหวงกลายเป็นศิษย์ของเขา ก็เท่ากับเป็นคนของเวหาบรรพตแล้ว ดังนั้น โชคชะตาของเทพเจ้าแห่งขุนเขาก็จะย้ายมาโดยธรรมชาติ

คราวนี้เมื่อเวหาบรรพตมีโชคชะตาเสริมส่ง อย่างน้อยก็จะเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า คราวนี้ ปัญหาเรื่องรากฐานของศิษย์และพันธนาการของเจ้าสำนักและผู้อาวุโสก็จะถูกแก้ไขได้

ทว่าหนีหวงก็ไม่ได้เสียเปรียบ

เคล็ดวิชานี้สามารถทำให้มันกลายเป็นหงส์เพลิงบนกิ่งไม้ได้ เรียกได้ว่าเป็นผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

ดังนั้น หลังจากได้รับเคล็ดวิชาแล้ว หนีหวงก็ตื่นเต้นอย่างยิ่ง มันโค้งคำนับหานเฉิงอีกหลายครั้ง แล้วก็รีบร้อนบินไปบำเพ็ญเพียร

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายเดือน

จบบทที่ บทที่ 45 - เคล็ดวิชาหงส์เพลิงเก้าแปรเปลี่ยน เทพขุนเขาน้อมคารวะเป็นอาจารย์

คัดลอกลิงก์แล้ว