เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 อยู่ร่วมกัน

ตอนที่ 7 อยู่ร่วมกัน

ตอนที่ 7 อยู่ร่วมกัน


นี่มันบันไดจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?

ผมค่อยๆ เดินเข้าไปเพื่อตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

ดูเหมือนหินตรงส่วนนี้จะถูกสลักให้เป็นขั้นบันไดนะ

คิดสิแอนโธนี่ มีเผ่าพันธุ์ไหนบ้างที่สามารถสลักบันไดจากหินแข็งๆ ได้?

มันก็ต้องมนุษย์อยู่แล้ว! มวลมนุษยชาติผู้มีอารยธรรมไง!

นี่เป็นหลักฐานชิ้นแรกที่พิสูจน์ว่ามีมนุษย์หรือสิ่งที่ใกล้เคียงกับมนุษย์อาศัยอยู่บนโลกใหม่

สุดยอด! ผมทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวหน่อยๆ

อยากรู้จังว่าที่นี่จะมีพวกเผ่าแฟนตาซีหรือเปล่า? จะได้เจอคนแคระหรือเปล่านะ? เอลฟ์ล่ะ!?

แค่นึกภาพสาวเอลฟ์ทรงโตก็น้ำลายสอแล้ว! (TL: จะไปแทะเหรอ? -*-)

แต่เดี๋ยวก่อน ทำไมถึงมีคนมาสลักบันไดแค่ที่นี่ที่เดียวล่ะ?

คำตอบนั้นง่ายมาก เพราะนี่เป็นจุดที่ถูกใช้บ่อยสุดไง เห้อ~ ถามเองต้องตอบเอง

นั่นหมายความว่ามันอาจไม่ใช่ทางลงไปซะที่เดียว ข้างหลังอาจมีบันได้ขึ้นไปบนพื้นผิวก็ได้!

ผมรีบเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว!

ว้าว! นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้เห็นของจากชาติที่แล้ว แถมยังได้เทียบมันกับขนาดตัวตอนนี้ด้วย

ถ้าเราเดาว่าคนที่นี่มีขนาดพอๆ กับมนุษย์โลก งั้นผมก็จะรู้ขนาดของตัวเองทันที ที่เหลือแค่ต้องลองขึ้นไปอยู่ตรงบันได

ฮื่มมมม

เล็กกว่าที่คิดไว้นะ ดูจากความสูงและความยาวที่ใช้ในการก้าวขึ้น ผมน่าจะสูงประมาณหัวเข่าของผู้ใหญ่ ส่วนความยาว... ประมาณ 1 เมตรได้มั้ง?

แต่เดี๋ยวก่อน! นี่หมายความว่าพวกมอนสเตอร์น่ากลัวนั่น

ถ้ามองจากมุมมองของมนุษย์... มันก็ไม่ได้ใหญ่มากนี่หว่า!?

เจ้าหมาป่าน่าจะตัวสูงประมาณเอว ส่วนน้องกิ้งก่านี่ตัวเล็กกว่าผมอีก ขนาดประมาณหมาหรือไม่ก็แมวที่ตัวใหญ่หน่อยๆ

นี่มอนสเตอร์แถวนี้มันเป็นพวกอ่อนๆ หรอกเหรอ?

พอมาคิดอีกทีก็ดีแล้วแหละ ถ้าพวกมันเก่งจัดๆ เลย ป่านนี้ผมคงเหลือแต่ซาก

ในขณะเดียวกันความเป็นไปได้ที่ในดันเจี้ยนจะมีมอนสเตอร์โหดๆ ก็เพิ่มมากขึ้นอีก

ตอนนี้จะเก่งมากเก่งน้อยผมก็หลบก่อนอยู่ดี! เราอย่าได้เจอกันบ่อยเลย~

เอาล่ะ คนบ้าที่ไหนก็รู้ว่ามอนสเตอร์เก่งๆ ต้องอยู่ชั้นล่าง

เพราะโลกนี้เหมือนกับเกมจากชาติที่แล้ว หลักการมันก็น่าจะคล้ายๆ กันแหละ

สรุปได้ว่ายิ่งใกล้พื้นผิวเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นสินะ

ผมไม่หันกลับไปมองโพรงข้างหลังและรีบเดินจ้ำต่อทันที

แจ๋ว! ยิ่งเดินก็ยิ่งเห็นร่องรอยของอารยธรรมมากขึ้น

นอกจากบันไดแล้ว ตอนนี้ผนังข้างๆ ยังมีช่องอะไรบางอย่างสลักไว้ด้วย น่าจะเป็นช่องที่เอาไว้ใส่คบเพลิงไรงี้มั้ง?

ตัวพื้นที่เริ่มชันขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นสัญญาณที่ดี

นี่อย่าบอกนะว่าจะได้เดินขึ้นแบบนี้จนถึงพื้นผิวเลย?

พอมองไปรอบด้าน ผมก็เห็นว่ามีทางแยกออกไปน้อยมากจนแทบไม่เหลือ

ส่วนเถาวัลย์แสงตามผนังก็บางลงและอยู่ห่างกันมาก ทำให้ทางมืดลงอย่างเห็นได้ชัด

แจ่มเลยแบบนี้ อำพรางตัวสบาย!

หัวใจของผมแทบเด้งออกมาข้างนอกอยู่แล้ว

ผมอาจได้เจอคนจากโลกอื่นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า!

ตอนนี้มีคำถามในหัวอยู่เต็มไปหมด

พวกเขาจะมีหน้าตาเป็นไง? คือเผ่าอะไร? ใช้เวทมนตร์ได้หรือเปล่า? มีกิลด์นักผจญภัยที่คอยสำรวจดันเจี้ยนไหม? บางทีผมอาจจะสื่อสารกับพวกเขาได้นะ สัญญาณมือ? หรือไม่ก็เต้นระบำชาวเกาะ?

นี่อาจเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์-มอนสเตอร์ก็เป็นได้!

ไอ้การที่มีคนได้มาเกิดใหม่เป็นมอนสเตอร์นี่คงไม่ได้มีกันบ่อยๆ หรอกใช่ไหม?

ผมอาจจะเป็นตัวแรกเลยก็ได้นะ!

---------------

สนับสนุนผลงานอย่างถูกต้องได้ที่ MyNovel และ Thai-Novel

---------------

ตอนนี้ทางเริ่มแคบลงแล้ว ทางเดินก็ยังชันได้อีก เอ๋... นั่นมัน? ใช่ๆ แน่เลย

แสงสว่าง...

หนวดของผมเริ่มกระตุกไม่หยุดเพราะพวกมันได้กลิ่นของอากาศที่อบอวนไปด้วยแสงแดด พื้นผิวต้องอยู่ใกล้มากๆ!

ผมตะเกียกตะกายวิ่งด้วยความตื่นเต้นเพราะความหวังใกล้จะเป็นจริงแล้ว

ในที่สุดแหล่งที่มาของก็แสงก็อยู่ใกล้มากจนมันสะท้อนไปกับหินที่อยู่รอบๆ

โอวววว

ชัดเลยว่านี่คือสิ่งก่อสร้างของมนุษย์! น่าจะเป็นกำแพงหรืออะไรสักอย่าง

ผมพยายามขยับหัวเพื่อดูให้ชัดๆ

พอเจอแสงธรรมชาติแล้วดวงตาของผมยิ่งทำงานได้แย่กว่าเดิมอีกนะ งงกับมันจริงๆ

ใช่แล้ว ดูเหมือนนี่จะเป็นสิ่งก่อสร้างคล้ายกำแพงที่เอาไว้กั้นทางเดิน

มันยังมีส่วนที่เป็นช่องเล็กๆ เอาไว้ให้คนข้างในสอดส่องภาพข้างนอกด้วย

ตรงนี้คือห้องพักยามหรือเปล่านะ? เป็นอะไรที่สมเหตุสมผลมากเลยนะถ้าพวกเขาจะประจำกำลังเอาไว้ที่ปากทางเข้าเพื่อกันไม่ให้มอนสเตอร์หลุดออกไปด้านนอก

ขณะกำลังจินตนาการถึงภาพแสงแดดที่อยู่อีกฟาก ผมก็ได้ยินเสียงคล้ายกับมีคนกำลังลนลานลุกขึ้นจากเก้าอี้

ไม่นานคน 2 คนก็โผล่ออกมา พวกเขาอยู่ตรงส่วนที่ยื่นออกจากกำแพงและสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร

มนุษย์นี่นา! มนุษย์จริงๆ ด้วย! ...เศร้าหน่อยๆ ที่ไม่ใช่เอลฟ์ แต่ก็เอาเถอะ!

ทั้งสองสวมสิ่งที่ดูคล้ายกับชุดเกราะโลหะและมีหนังสีดำอยู่ด้านใน

พวกเขาสะพายดาบไว้ตรงเอว สวมบูทและที่รัดคางหนังสีดำ

จากภาพที่พอมองออก คนนึงน่าจะเป็นผู้ชาย ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิง

ยามสาวยังถือบางสิ่งที่ดูคล้ายกับคริสตัลไว้ในมือด้วย

โอ้ มันเปล่งแสงได้! คงเป็นไอเท็มที่เอาไว้ตรวจจับมอนสเตอร์ล่ะมั้ง?

ดูเหมือนว่าทั้งสองกำลังมองหาอยู่ว่าอะไรทำให้ ‘สัญญาณดัง’

คงเป็นงานอยากหน่อยนะ ถ้าผมยังพรางตัวอยู่แบบนี้

ทันใดนั้นเอง ยามหนุ่มก็ยกมือทั้งสองขึ้น แสงสว่างเริ่มเปล่งออกมาไม่หยุด

เขากำลังปิดตาเพื่อทำสมาธิขณะที่แสงค่อยๆ กลายสภาพเป็นอักษรรูนแปลกๆ และวนอยู่รอบมือ

ผมได้แต่อึ้ง อึ้งจัดๆ เลยด้วย

นี่มันเวทมนตร์! เวทมนตร์ของแท้! ให้ตายสิแกนดาล์ฟ แกนดาล์ฟฟฟฟ!!

ในโลกนี้มีการใช้เวทมนตร์อยู่จริง!

แม่เจ้าๆๆๆ แถวนี่มีเปิดคอร์สเรียนเวทมนตร์หรือเปล่านะ?

2-3 วินาทีต่อมา ทหารยามคนนั้นก็ยื่นสองมือออกมาข้างหน้าและทำให้ทุกอย่างสว่างไสวไปทั่ว

ทหารยามคนที่สองเองก็ยื่นคริสตัลสีแดงออกมาและเริ่มค้นหามอนสเตอร์แบบจริงจัง

และนั่นก็คือ...

ฉันนี่ไง?

‘….’

นี่ตูคิดอะไรอยู่วะเนี่ยยยย!!?

ยามสาวรีบเก็บคริสตัลใส่กระเป๋าตรงเข็มขัดก่อนจะนำหน้าไม้ออกมาถือขณะสบตากับคู่หูที่เริ่มชูมือขึ้นอีกครั้ง

นี่คงไม่ได้คิดจะชูมือทักทายกันเฉยๆ สินะ...

วิ่งงงงง! วิ่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ไอ้โง่แอนโธนี่เอ๊ยย นี่แกลืมใช้สมองคิดเหรอวะว่าตัวเองก็เป็นมอนสเตอร์!?

แหม่ คุยด้วยสัญญาณมือบ้านแกสิ! ไม่โดนยิงมือขาดก็บุญแค่ไหนแล้ว!

ขาทั้ง 6 ของผมไม่เคยถูกใช้งานหนักขนาดนี้มาก่อนเลย

พวกมันลุยฝ่าดงหินเพื่อย้อนกลับเข้าไปในอุโมงค์ให้เร็วที่สุด

แสงที่ไล่หลังมาทำให้ตาของผมแทบใช้การไม่ได้ แต่ของแค่นี้ทำให้ผมหยุดวิ่งไม่ได้หรอก- เฮือกก สะดุดล้ม!

ผมได้ยินเสียงตะโกนและฝีเท้าจากด้านหลัง แน่นอนว่าจ้างให้ก็ไม่หันไปเด็ดขาด

ก้อนแสงบางอย่างพุ่งผ่านหัวผมไปโดนหินที่อยู่ด้านหน้าแทน... เมื่อกี้นี้มันเวทไฟร์บอล (ลูกบอลไฟ) ใช่ไหม? เวทมนตร์ไฟ!? ได้โปรดไว้ชีวิตมดน้อยตัวนี้ด้วยเถิด~!

ตอนนี้ผมคงได้แต่วิ่งหนีสุดชีวิตและพยายามเลี้ยวหลบไปมาระหว่างหินงอกหินย้อยทำตาม

ไปๆๆๆๆๆ ไปเร็วเข้าไอ้โง่แอนโธนี่ ถ้างานนี้รอดไปได้ จะยอมอาบพิษตัวเองแก้โง่เลยเอ้า! แถมให้อีกหน่อย เดี๋ยวจะดื่มไอ้น้ำแสงนั่นด้วย!

ลูกธนูชนเข้ากับหินหลังจากพุ่งลอดหว่างขาซีกหนึ่งของผมไป

ฮื่มม สรุปที่บนไว้นี่ได้ผลสิ- เฮ้ยๆๆ ก้อนหินมันกระเด็นมาโดนหลัง!

แม่เจ้า! นางหญิงหน้าไม้ได้โหดมาก! ต้องหาตัวช่วยละ!

ผมต้องเบี่ยงเบนความสนใจหรืออะไรก็ได้

บางที...

ถ้าวิ่งต่ออีกหน่อย เราก็จะมาถึงช่วงทางกว้างที่มีทางและอุโมงค์แยกเยอะๆ แล้ว

ขณะวิ่งผ่าน หนวดเสาอากาศของผมก็พยายามตามหากลิ่นของเจ้าพวกนั้นไปด้วย

อุโมงค์เบอร์หนึ่ง ไม่เจอ! อุงโมงค์เบอร์สอง ก็ยังไม่เจอ!!

เจอสักทีสิวะ ไอ้พวก.... เจอแล้วว!!

ต้องผ่านมาก่อนสองอุโมงค์ ผมถึงจะเจอกับเจ้าของกลิ่นเน่าๆ นี่

ผมใช้เท้าดริฟท์เพื่อหันหลังให้กับอุโมงค์ที่สาม จากนั้นก็ปล่อยกรดออกไป 3 ชุดด้วยกัน

ไหนๆ ก็หันมาแล้วงั้นขอดูเจ้าสองคนนั้นสักหน่อย...

หลบจ้า!!

ผมเหยียดขาออกเพื่อย่อตัวลงขณะปล่อยให้ลูกไฟเฉี่ยวผ่านหัวไปโดนหินข้างหลัง

โอ้แกนดาล์ฟ ช่วยพาลูกออกไปจากที่นี่ที!

---------------

อัพเดทข่าวสารล่าสุดและติดตามแฟนเพจนักแปลได้ที่: EP:IC Translation

จบบทที่ ตอนที่ 7 อยู่ร่วมกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว