เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

183. มิวส์ (3/3) (ฟรี)

183. มิวส์ (3/3) (ฟรี)

183. มิวส์ (3/3) (ฟรี)


หลังจากที่นักบุกเบิกชาวมนุษย์ของดาวเคราะห์ต้นกำเนิดได้ค้นพบลักษณะพิเศษของมิวส์

พวกเขาก็ถือว่ามิวส์เป็นสมบัติอันล้ำค่า

พวกเขาจับมิวส์ทั้งหมดมาขายให้กับชนชั้นสูงบนดาวต่างๆ

ในช่วงแรก ชนชั้นสูงคนสำคัญของโลกไทเทเนียมโพลรู้สึกภูมิใจที่มีมิวส์เป็นคนรัก

มิวส์มีรูปลักษณ์ที่สร้างความหลงไหลคลั่งไคล้ให้กับเหล่าชนชั้นสูงผู้เสื่อมโทรม

จนสามารถเติบโตเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาในสังคมมนุษย์ได้

มาในหนึ่ง ชนชั้นสูงผู้ยิ่งใหญ่สองคนของโลกต้นกำเนิดขัดแย้งกันเรื่องหญิงสาวชาวมิวส์คนหนึ่ง

จนก่อสงครามอันเลวร้ายขึ้นมา

สงครามในครั้งนั้นไม่เพียงแต่ทำให้ทรัพยากรทั้งหมดบนโลกต้นกำเนิดหมดไปเท่านั้น

แต่การทำลายล้างอันเกิดจากสงครามยังทำให้ขีดความสามารถทางเทคโนโลยี

ของดาวเคราะห์ต้นกำเนิดถดถอยอีกด้วย

ดาวแม่อันเป็นต้นกำเนิดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้เสื่อมถอยลงอย่างสมบูรณ์

สงครามดังกล่าวทำให้โลกต้นกำเนิดมีผู้ล้มตายหลายร้อยล้านคน

อารยธรรมถดถอยลง ทุกคนต่างต้องการหาที่ระบายอารมณ์

ปรากฎว่าหญิงสาวชาวมิวส์ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา

และคำว่านารีพิฆาตก็ได้รับความนิยมในโลกต้นกำเนิด

ในอีกร้อยปีถัดมา คำว่ามิวส์ก็ปรากฏขึ้นในสงครามอีกหลายครั้ง

ผู้มีอำนาจต่างจงใจโยนความผิดให้มิวส์ และสื่อก็ทำตามเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ผู้คนยังชื่นชอบเรื่องราวของนารีพิฆาตเป็นพิเศษ

เมื่อผ่านไปช่วงหนึ่ง ในโลกมนุษย์ คำว่ามิวส์ก็มีความหมายเดียวกับภัยพิบัติ

ทุกคนเหยีนดหยามมิวส์ แม้ว่าจะมีคู่ของชนชั้นสูงและคนรักมิวส์

แต่พวกเขาก็จะแอบคบกันแบบลับๆ ไม่กล้าเปิดเผยให้ใครรู้

เมื่อถ้ามีคนรู้แล้วชื่อเสียงของชนชั้นสูงก็จะถูกทำลาย

มิวส์กลายเป็นเป้าหมายของความโกรธเกรี้ยวของทุกคน

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ มิวส์จำนวนมากที่ถูกขายมาเป็นสินค้าจากดาววารีชาด

ก็ไม่สามารถกลับไปยังดาววารีชาดเพื่อตายในดินแดนบรรพบุรุษได้อีก

นอกจากมิวส์ที่แต่งงานกับมนุษย์แล้ว

มิวส์สายเลือดบริสุทธิ์ก็เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว

หลังจากได้อ่านเรื่องราวของมิวส์แล้ว หนิงซีก็มองไปที่นิโก้อย่างเห็นใจ

มิวส์เคยอาศัยอยู่อย่างอิสระเสรีบนดาววารีชาด

แต่ถูกนักล่าอาณานิคมนำมาขายเป็นสินค้า

จนกลายเป็นผู้ลี้ภัยเร่ร่อนในกาแล็กซี

จนถึงท้ายที่สุด พวกเขายังถูกใช้เป็นข้ออ้างของมนุษย์ในการก่อสงคราม

และถูกรุมประนามสาปแช่ง

เมื่อเห็นหนิงซีละสายตาจากหนังสือมามองดูเขาอย่างเห็นอกเห็นใจ

ในที่สุดนิโก้ก็สบโอกาสที่จะถาม

“ดูเหมือนเจ้าจะไม่กลัวข้าจริงๆ เจ้าอยู่ใกล้ข้ามานานกว่าแปดชั่วโมงแล้ว หากเจ้าเชื่อข้า เจ้าอย่าได้กระทำการหรือมีกิจกรรมที่เป็นอันตรายใดๆ ในช่วงเวลานี้”

“ถ้าเจ้าอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างเงียบๆ โชคร้ายก็จะทำให้เจ้าแค่ล้ม เหยียบอุจจาระ หรือเตะมุมโต๊ะเท่านั้น แม้ว่าจะไม่น่าพอใจ แต่ก็ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต”

หนิงซีไม่สนใจ เขาเอื้อมมือออกไปแล้วพูดอย่างจริงจัง

“สวัสดีนิโก้ ข้าชื่อหนิงซี ข้าโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ ยินดีที่ได้พบ”

นิโก้ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ยังคงยื่นมือออกมาจับมือกับหนิงซี

เขาพูดอย่างเขินอายว่า

“นับตั้งแต่ข้าเรียนรู้วิธีดูแลตัวเองเมื่ออายุได้ห้าขวบ ไม่มีใครกล้าแตะต้องข้าเลย เจ้ากล้ามาก ข้ารู้สึกได้ว่าเจ้าไม่มีความกลัวหรือความไม่ชอบข้าเลย”

หนิงซีรับรู้ได้ว่านิโก้ไม่ปฏิเสธเขา ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนแผน

เขาเก็บหนังสือไว้และพูดอย่างมั่นใจว่า

“ข้าไม่เคยเชื่อเรื่องโชคลาง ข้าเชื่อในตัวเองเท่านั้น ค่อนข้างยากที่จะพบคนรุ่นเดียวกับข้าในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เจ้าอยากไปทานอาหารกับข้าไหม”

นิโก้ถูกความมั่นใจในตนเองของหนิงซีระบาดใส่

เขายิ้มและพูดว่า

“ข้าก็หวังเช่นนั้น ยินดีที่ได้รู้จัก”

ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปยังโรงอาหารของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

เด็กน้อยหวังฟู่เดินตามหลังพวกเขาไปโดยเว้นระยะห่างหนึ่งเมตร

เพื่อประหยัดเงิน สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจึงมีอาหารให้เพียงสองมื้อต่อวัน

มื้อเช้ามื้อหนึ่งและมื้อเย็นอีกหนึ่งมื้อ เวลาทานอาหารมีเพียงครึ่งชั่วโมง

ดังนั้นหนิงซีและอีกสองคนจึงต้องเร่งเดิน

หนิงซีเดินตามทางเดินไปยังโรงอาหาร

ใครจะรู้ว่าจู่ๆ หน้าต่างข้างๆทางเดินก็เปิดออก

ปัง

หนิงซีหลบไม่ทัน หน้าของเขาก็กระแทกเข้ากับบานหน้าต่าง

จนมองเห็นดาวและปวดจมูก มีของเหลวสีแดงไหลออกมาจากจมูก

นิโก้ระวังตัวเป็นอย่างดีโดยรักษาระยะห่างจากหนิงซีมากกว่าหนึ่งเมตร

หวังฟู่ยื่นผ้าสีเทาให้เขาแล้วพูดว่า

“ท่านสามารถเชื่อในตัวเองได้ แต่ท่านต้องเชื่อในโชคลางด้วย”

จบบทที่ 183. มิวส์ (3/3) (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว