เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

10. การเดินทางของลีน่า

10. การเดินทางของลีน่า

10. การเดินทางของลีน่า


ตลอดทั้งเช้าวันนี้ หนิงซีมัวแต่เปิดดูฟอรั่มของผู้ปลุกพลัง จนลืมเข้าเกม

เขาเรียนรู้ว่า ราขอาณาจักรอวิ๋นเหมิงได้ยื่นมือเข้าไปจัดการกับผู้ปลุกพลังอย่างเป็นทางการแล้ว

มีการจัดตั้งหน่วยงานหลัก 2 หน่วยงาน คือ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ สำนักควบคุมปรากฎการณ์พิเศษ

หน่วยงานแรกเปรียบเสมือนเหมือนไม้เรียว ส่วนหน่วยงานหลังเปรียบเสมือนขนมหวานไว้หลอกล่อ

มีการใช้กลยุทธ์ทั้งอ่อนและแข็งควบคู่กันไป

จากการที่รัฐบาลยื่นมาเข้ามาจัดระเบียบ ทำให้คนธรรมดาของราชอาณาจักรอวิ๋นเหมิงอยู่ได้อย่างปรกติสุข

ต่างจากอาณาจักรหรือประเทศอื่นๆที่ ปล่อยให้นิกายที่ชั่วร้ายและองค์กรที่ชั่วร้ายต่างๆ สร้างความรุนแรงและนองเลือด

หนิงซี ตั้งชื่อบัญชีในฟอรัมว่า “แบล็คแบร์”

ไม่นานหลังจากที่หนิงซีเข้าสู่ระบบ ข้อมูลในบัญชีของเขาก็ได้รับรองอย่างเป็นทางการ

“'แบล็กแบร์”:  ผู้ปลุกพลังประเภทพละกำลัง

หลังจากตรวจดูฟอรัมคร่าวๆแล้ว หนิงซีพบว่ากลุ่มผู้ปลุกพลังประเภทพละกำลังมีความกลมเกลียวกันมากที่สุด

อาจเป็นเพราะพวกเขาจัดอยู่ในระดับต่ำสุดของผู้ปลุกพลัง

ดังนั้นผู้ปลุกพลังประเภทพละกำลังจึงรวมกลุ่มกันไว้อย่างเหนียวแน่น

และมีประสบการณ์การบ่มเพาะหลากหลายของสมาชิกในกลุ่ม

มีโพสต์คุณภาพสูงจำนวนมากปักหมุดไว้ที่ด้านบน และมีการแชร์ศิลปะการต่อสู้มากมาย

“ปาจีเฉวียน( ศิลปะป้องกันตัวของจีน ที่มีการระเบิดพลังในระยะใกล้) :  มีตั้งแต่วิธีฝึกฝนจนถึงการวิเคราะห์เชิงลึกจากการต่อสู้จริง”

“ย่างก้าวเงาเมฆา : คิดค้นท่าเท้า แบ่งปันเพื่อสร้างรอยยิ้มให้ทุกคน”

“วิเคราะห์กระบวนท่าวิชาดาบพื้นฐาน การเรียนรู้จากพื้นฐานเป็นรากฐานที่มั่นคงของดาบระดับเทพ!”

“วิเคราะห์โครงสร้างร่างกายของมนุษย์ เพื่อใช้กำลังให้ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์”

“รวบรวมวิธีฝึกอำนาจจิตไว้อย่างครบถ้วน สอนวิธีต่อสู้กับความสามารถพิเศษประเภทจิตวิญญาณ”

หนิงซีตื่นเต้นมากเมื่อเห็นศิลปะการต่อสู้ในโพสต์เหล่านี้

เขากระตือรือร้นกระหายใคร่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เขาเรียนรู้คำสอนในกระทู้

และเริ่มเรียนรู้เทคนิคกำปั้น เทคนิคการเคลื่อนไหว และทักษะดาบ

ในโลกของเกม ทักษะของนักรบสายเลือดได้รับถ่ายทอดอย่างครบถ้วนจากความสามารถทางสายเลือด

แต่ทักษะการต่อสู้ประชิดตัวส่วนต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง และไม่มีการเรียนอย่างเป็นระบบในโลกเกม

หนิงซีกำลังกลุ้มใจไม่รู้จะหาเรียนทักษะการต่อสู้ประชิดตัวได้จากที่ไหน

เขาไม่คิดเลยว่าฟอรัมผู้ปลุกพลังจะช่วยเขาได้มากขนาดนี้

หลังจากเรียนอยู่สามวันเต็ม ด้วยพลังเรียนรู้อันน่าสะพรึงจากค่าพลังวิญญาน 13 จุด

ช่วยให้หนิงได้เรียนรู้ ปาจีเฉวียน, ย่างก้าวเงาเมฆา และทักษะดาบพื้นฐาน ได้สำเร็จ

แถบทักษะบนหน้าจอตัวละครในเกมของหนิงซีก็ปรากฎทักษะใหม่ทั้งสามเช่นกัน

ปาจีเฉวียน ระดับ 1,  ย่างก้าวเงาเมฆา ระดับ 1 และทักษะดาบพื้นฐานระดับ 1

ทักษะที่เรียนรู้ด้วยตนเองสามารถใช้แต้มได้ด้วยและแต้มทักษะหนึ่งหนึ่งสามารถเพิ่มได้หนึ่งระดับ

หนิซีใช้แต้มทักษะ 6 แต้ม เพิ่ม ปาจีเฉวียน, ย่างก้าวเงาเมฆา และทักษะดาบพื้นฐาน ให้เป็นระดับ 3 ทั้งหมด

ทันใดนั้น ประสบการณ์ศิลปะการต่อสู้นับไม่ถ้วนก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของหนิงซี

ปาจีเฉวียน ระดับ 3 ปลดปล่อยความแข็งแกร่งของเขาได้สองเท่า

ย่างก้าวเงาเมฆา ระดับ 3 ความเร็วในการเคลื่อนที่เร็วมากจนมองตามไม่ทัน

ราวกับว่าเขาเคลื่อนย้ายผ่านมิติ

ทักษะดาบถึงระดับที่ฟาดฟันได้ดังใจแล้ว เขาสามารถผ่าครึ่งแมลงวันที่เกาะบนกระจกได้

โดยปราศจากร่องรอยใด ๆเกิดขึ้นบนกระจก

หนิงซีพอใจมาก ที่ทักษะทั้งสาม ช่วยให้ความสามารถในการต่อสู้เพิ่มขึ้นหลายเท่า

หนิงซีพร้อมแล้วที่จะทดสอบพลังในเกม เขาเข้าสู่เกมและตรวจสอบข้อมูลของระบบ

[อวตารเสร็จสิ้นภารกิจ “ท้าทายลีนา” : พ่ายแพ้ต่อลีน่า : ค่าประสบการณ์ +200  : ค่าความสนิทสนมของตัวละคร +2 :  ค่าความสนิทสนมของตัวละครปัจจุบัน: 93]

[อวตารเลี้ยงอาหารเย็นลีนา 6 ครั้ง : ค่าความสนิทสนมของตัวละคร +1 : ค่าความสนิทสนมของตัวละครปัจจุบัน: 94]

[อวตารสังหารหมาป่าวายุ สัตว์อสูรเวทย์ระดับต้น : ค่าประสบการณ์ +300 : ได้รับแกนเวทย์มนตร์ธาตุวายุขั้นต้น]

[อวตารสังหารพังพอนสายฟ้า สัตว์อสูรเวทย์ระดับต้น : ค่าประสบการณ์ +300 : ได้รับสายเลือดพังพอนสายฟ้า ]

[ อวตารสังหารมดยักษ์ สัตว์อสูรเวทย์ระดับต้น : ค่าประสบการณ์ +300 :  ได้รับสายเลือดมดยักษ์]

[ค่าประสบการณ์ถึง 4,800  โหมดแฮ็คระบบนำไปเพิ่มระดับอาชีพนักล่า ระดับนักล่าได้รับการเลื่อนระดับเป็นระดับ 10 (ระดับสูงสุด) : แต้มทักษะ +2 : แต้มศักยภาพ +2.]

[อวตารได้รับจดหมายจากลีน่า ค่าความสนิทสนมของตัวละคร +1  ค่าความสนิทสนมของตัวละครปัจจุบัน: 95]

[ อวตารสังหารกระทิงดำ อสูรเวทย์ระดับต้น ค่าประสบการณ์ +200  : ได้รับแกนเวทมนตร์ธาตุปฐพีขั้นต้น]

เนื่องจากภารกิจทั้งหมดในหมู่บ้านเริ่มต้นเสร็จหมดแล้ว

ในสองสามวันที่ผ่านมาอวตารจึงออกล่าและเพิ่มระดับในป่าแห่งความมืด

โดยรวมแล้ว มันสังหารสัตว์อสูรเวทย์ระดับต้นไป 31 ตัว

นอกจากค่าประสบการณ์ 200 แต้มจาก ภารกิจ“การท้าทายลีนา”แล้ว ยังได้รับค่าประสบการณ์อีกรวม 8,000 แต้ม

ระดับนักล่าได้ถึงระดับสูงสุดของระดับ 10 แล้ว

และระดับของนักรบสายเลือดคือระดับ 2 (3200/5000)

เมื่อมีระดับสูงขึ้น การอยู่ในหมู่บ้านเริ่มต้นต่อไปจะทำให้การเพิ่มระดับช้าลง

ในสามวัน ระดับนักล่าเพิ่มขึ้นได้แค่เพียงระดับเดียวเท่านั้น

หนิงซีวางแผนที่จะไปยังเมืองหลัก

หนิงซี คลิกที่มุมมองแรกและเข้าสู่เกม

เป็นเวลาเช้าตรู่ พระอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า

แสงสว่างส่องผ่านหมอกบาง ๆ สาดส่องลงมาที่หมู่บ้านหมีดำ ก่อให้เกิดเป็นเป็นฉากที่เงียบสงบ

หนิงซีเดินออกจากบ้านหิน ตรงไปที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านกริมม์ เขาตั้งใจจะไปบอกลาลีนาชั่วคราว

"สวัสดีครับ! ลุงกริมม์ ลีน่าอยู่หรือเปล่า”

กริมม์ดูซูบซีดลงเล็กน้อย มีเศษข้าวสองสามเมล็ดติดอยู่บนใบหน้าเขา

เมื่อได้ยินหนิงซี เขาก็ตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า

“หนุ่มน้อย ลีน่าฝากจดหมายไว้ให้คุณแล้วไม่ใช่เหรอ?  ตอนนี้เธอไปโรสซิตี้แล้ว”

หนิงซีนึกจำได้ว่ามีจดหมายของลีนาเก็บไว้ในข้อมูลระบบ เขารีบหยิบมันออกมาเปิดดู

“ถึงหนิงซีที่รัก เมื่อคุณเห็นจดหมายฉบับนี้ ฉันก็คงอยู่ที่โรสซิตี้แล้ว”

“กริมม์บอกฉันเสมอว่าทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ คราวนี้ถึงตาฉันบ้างแล้ว”

“ฉันจำเป็นต้องกลับไปที่โรสซิตี้ เพื่อนำเกียรติยศที่เป็นของฉันกลับคืนมา”

“ฉันขอให้คุณมาพบฉันอีกครั้งในวันที่ 22 ธันวาคมที่ ถนนฟราแกร็นท์ไลม์ลำดับ22 ในโรสซิตี้ ก่อนถึงวันที่ 22 ธันวาคมคุณห้ามมาที่โรสซิตี้เด็ดขาด”

“หัวใจของฉันจะอยู่กับคุณตลอดไป”

“ด้วยรัก จาก ลีนา”

หนิงซีส่งจดหมายให้กริมม์ดูและถามว่า

“ลุงกริมม์ ช่วยบอกฉันหน่อยเถอะว่าทำไม ไม่งั้นฉันคงทนไม่ไหวจนต้องไปโรสซิตี้ก่อนก่อนกำหนดแน่นอน”

กริมม์รับจดหมายมา ชำเลืองดูแล้วตอบด้วยเสียงแหบพร่า

“ลีนาไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของฉัน ฉันพบเธอที่ริมแม่น้ำ ชื่อจริงของเธอคือ ลีนา อลิซ  ลูกสาวคนสุดท้องของ ดูโบ อลิซ  ดยุคแห่งโรสซิตี้ คนปัจจุบัน”

“ลีนาเป็นลูกสาวของดยุคกับสาวใช้ เธอเป็นลูกนอกสมรส ตามกฎหมายของจักรวรรดิ เธอไม่มีสิทธิ์รับตำแหน่งขุนนาง นอกจากนั้นเธอก็ไม่สนใจยศฐาบรรดาศักดิ์”

“ฉันเคยคิดว่าจะให้เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในหมู่บ้านหมีดำได้

แต่โชคร้ายที่ครอบครัวของดยุค แห่งโรสซิตี้ ถูกมังกรแดงไท่คูโจมตีระหว่างทางและถูกฆ่าหมดทั้งครอบครัว

ขณะนั่งเรือเหาะไปพักร้อนที่วิลล่าในอูปีโซฟท์ ไม่มีทายาทหลงเหลือแม้แต่คนเดียว”

“ดังนั้นตำแหน่งดยุคจะถูกจักรวรรดิยึดคืน และที่ดินศักดินาก็จะถูกยึดครองโดยราชวงศ์

ผู้ใต้บังคับบัญชาและบริวารของดยุคแห่งโรสจึงนึกถึงลูกนอกสมรสของดยุค”

“พวกเขาถูกแบ่งออกเป็นสามกองกำลัง และแต่ละกองกำลังค้นพบลูกนอกสมรสรวมสามคน

พวกเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทายาทของดยุค  ผู้ที่สนับสนุนลีนาคือกลุ่มอัศวินกุหลาบ”

เมื่อเห็นว่าลุงกริมม์คิดถึงลูกสาวและดูไม่มีชีวิตชีวา หนิงซีก็รู้สึกสลดใจ เขาลืมตัวไปแล้วว่านี่คือโลกแห่งเกม

เขาพูดอย่างกระวนกระวายใจว่า

“การไปโรสซิตี้ครั้งนี้  นอกจากลีนาต้องต่อสู้กับสองกองกำลังของเหล่าพี่น้องลูกนอกกฎหมายแล้ว

เธอยังระวังการลอบกัดจากราชวงศ์ของจักรวรรดิอีกด้วย

การแย่งชิงตำแหน่งขุนนางมันอันตรายและซับซ้อนอย่างมาก

ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเธอจะรอดปลอดภัยไปได้ตลอด”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยของลีน่า” กริมม์ส่ายหัว

“การตายทั้งครอบครัวของดยุคแห่งโรสครั้งนี้ สร้างความตื่นตระหนกแก่กลุ่มขุนนางใหญ่ของจักรวรรดิอย่างมาก”

“ขุนนางไม่ใช่กลุ่มคนโง่ เส้นทางเดินเรือของดยุค ดูโบเป็นเส้นทางที่ปลอดภัย

มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบังเอิญเจอมังกรแดงไท่คู?

ครั้งนี้วิธีของราชวงศ์โหดร้ายเกินไป สร้างความไม่พอใจให้เหล่าขุนนางทั้งหมดในจักรวรรดิ”

“ราชวงศ์รู้ว่าการกระทำครั้งนี้แตะขีดจำกัดความอดทนของเหล่าขุนนาง

ดังนั้นเพื่อบรรเทาความไม่พอใจของเหล่าขุนนาง

ราชวงศ์ไม่เพียงแต่จะไม่ลอบสังหารลูกนอกสมรสทั้งสามเท่านั้น แต่ต้องส่งคนไปคุ้มครองพวกเขาอีกด้วย”

“ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำของกลุ่มอัศวินกุหลาบที่สนับสนุนลีนา คือ ท่านเคานต์ทาเกอเร

เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีสายเลือดพยัคฆ์วายุอสนีระดับ 8   ระดับอาชีพถึงระดับ 38

ความแข็งแกร่งในการต่อสู้จัดได้ว่าเข้าขั้นทรราชเลยทีเดียว เขาต้องคุ้มครองลีน่าได้แน่นอน”

เมื่อได้ฟังเช่นนี้ หนิงซีก็รู้ทันทีว่าทำไมลีนาจึงห้ามไม่ให้เขาไปที่โรสซิตี้

“แสดงว่าลีนาปลอดภัยดี แต่คนที่กำลังตกอยู่ในอันตรายคือ ลุงกริมม์กับผมแล้วละ

ในเมื่อศัตรูโจมตีลีนาไม่ได้ พวกมันต้องใช้คนที่เธอเป็นห่วงมากที่สุดมาต่อรองเพื่อข่มขู่

ลุงกริมม์ เราต้องรีบออกจากหมู่บ้านหมีดำด่วน”

ได้ยินหนิงซีเตือนเช่นนั้น กริมม์ก็ตระหนักได้ว่า ตอนนี้พวกเขากลายเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของลีนาแล้ว

“ขอบคุณที่เตือนนะหนุ่มน้อย ฉันจะรีบเก็บข้าวของวันนี้เลย

จากนั้น ฉันจะใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายไปที่ภูเขาคอปเปอร์เฟอนานซ์ ไปหาเพื่อนคนแคระชื่อ เกรซ

แถวนั่นเป็นอาณาเขตของคนแคระ น่าจะปลอดภัย”.

“คุณไม่เป็นห่วงมากนะ การมีราชวงศ์เป็นศัตรูร่วมกัน

ทำให้การต่อสู้ระหว่างกองกำลังบริวารดยุคไม่น่าจะขยายวงกว้างมาก

เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของพวกเขาไว้ การต่อสู้เพื่อตัดสินตำแหน่งขุนนางน่าจะจัดขึ้นบนเวทีประลอง”

“ในอีกครึ่งปี วันที่ 22 ธันวาคม ลูกนอกสมรสทั้งสามคนจะต่อสู้ในเวทีประลอง

ผู้ชนะจะได้รับสืบทอดตำแหน่งขุนนาง”

“การต่อสู้ในเวทีประลอง? ไม่ยุติธรรมสำหรับลีนา เธออายุเพียง 18 ปี”

"ใช่แล้ว. ทายาทอีกสองคน คนแรกคือ เกรย์ อายุ 23 ปี สายเลือดระดับ 3 ระดับอาชีพ 12

แอลลี่ อายุ 24 ปี สายเลือดระดับ 4 อาชีพระดับ 16  แต่ลีนาเพิ่งเป็นนักรบสายเลือด ช่องว่างจึงใหญ่มาก”

“เพื่อความเป็นธรรม การแข่งขันนี้เป็นแบบทีม 3 ต่อ 3

ทายาทแต่ละคนสามารถเชิญผู้ช่วยภายนอกสองคนที่มีอายุไม่เกิน 30 ปีมาช่วยได้”

ผู้ช่วยภายนอก? นี่เป็นสิ่งที่ดี ด้วยวิธีนี้ หนิงซีจะมีโอกาสเข้าร่วม

“ลุงกริมม์ ผมอยากหาสถานที่ที่มีสัตว์อสูรเวทย์จำนวนมากมาย

และเต็มไปด้วยการต่อสู้เพื่อขัดเกลาทักษะการต่อสู้ แต่ผมไม่รู้ว่าที่ไหนเหมาะ?”

กริมม์กลับไปหยิบแผนที่ที่บ้านออกมา ยื่นให้กับหนิงซี

“นี่คือแผนที่ของจักวรรดิ์แบรดที่ฉันรวบรวมไว้ตอนที่ฉันออกผจญภัยในตอนหนุ่ม”

“สถานที่ตามที่คุณต้องการ น่าจะเป็นที่ราบสูงรกร้างทางเหนือ”

“ที่ราบสูงรกร้างทางเหนือ?”

"ถูกตัอง. ที่ราบสูงรกร้างทางเหนือ กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต เต็มไปด้วยป่าไม้และแม่น้ำ

เหมาะเป็นอย่างยิ่งต่อการอยู่อาศัยของสัตว์อสูรเวทย์ ถ้าดูตามภูมิศาสตร์แล้ว

มันตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างจักรวรรดิแบรด จักรวรรดิโอเล และจักรวรรดิเอลเว่น

เป็นมันเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายไร้เจ้าของ มีการต่อสู้เกิดขึ้นตลอดเวลา”

หนิงซีรู้สึกยินดีมาก ที่ราบสูงรกร้างทางเหนือนั้นดีจริงๆ  มีสัตว์อสูรเวทย์มากมาย

มันเป็นเครื่องผลิตค่าประสบการณ์ชั้นยอด ที่ใดมีการต่อสู้ ที่นั่นย่อมมีภารกิจ

“เราต้องเร่งความเร็วในการเลื่อนระดับแล้ว! อีกครึ่งปี

ฉันอยากขึ้นเวทีไปช่วยลีนาคว้าตำแหน่งงดยุค ในฐานะผู้ช่วยภายนอก”

หลังจากทราบภูมิหลังของลีนา  หนิงซีก็เข้าใจความรู้สึกของลีนาที่ตั้งใจจะสร้างชื่อให้โด่งดังไปทั้งทวีป

เธอแค่ต้องการต่อสู้เพื่อให้ได้การยอมรับและพิสูจน์ตัวเองเท่านั้น

ไม่จำเป็นเสมอไปที่ราชาจะต้องมาจากคนที่เกิดมาพร้อมกับอำนาจและเงินเท่านั้น?

ลูกนอกสมรสก็สามารถกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน!

“หนิงซี  ฉันจะไปแล้วนะ  ถ้าจะไปที่ราบสูงรกร้างทางเหนือ

ก่อนอื่นคุณต้องเคลื่อนย้ายไปที่ เมืองเมจิคฮอร์น ก่อน

จากนั้นไปที่ เมืองไวด์ไลอ้อน และสุดท้ายไปยังเมืองที่ใหญ่ที่สุดในที่ราบสูงรกร้างทางเหนืออย่าง เมืองโตวฮวาง!”

“โอเค ลุงกริมม์ อีกครึ่งปีเจอกัน!”

“อีกครึ่งปีเจอกัน!”

จบบทที่ 10. การเดินทางของลีน่า

คัดลอกลิงก์แล้ว