เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 30 วินาทีของพลังเทพแห่งสงคราม

บทที่ 25 30 วินาทีของพลังเทพแห่งสงคราม

บทที่ 25 30 วินาทีของพลังเทพแห่งสงคราม


ตอนที่ 25 30 วินาทีของพลังเทพแห่งสงคราม

กองกำลังฝูงชนมากมายเข้าล้อมจับพวกของเจียงป๋ายไว้อย่างแน่นขนัดตา แล้วรถคันสีดำมันวาวก็ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาอยู่ตรงกลาง ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าพวกของเจียงป๋ายในระยะห่างประมาณยี่สิบเมตรได้ พลันก็มีคนเร่งฝีเท้าวิ่งเข้ามาเปิดประตูรถให้ ชายวัยกลางคนๆหนึ่งลงมาจากรถคันนั้น อายุเขาน่าจะราวๆห้าสิบได้ รูปร่างเหมือนจะลงพุงอยู่น้อยๆพร้อมกับใบหน้าที่ดูเยือกเย็น

ชายกลางคนนั้นสวมชุดสูทสีดำสนิทประดับด้วยเนคไทสีแดงสด พอลงมาจากรถสายตาที่เฉียบคมราวกับเหยี่ยวนั้นก็มองตรงไปที่เจียงป๋าย พอได้เห็นร่างที่น่าอนาถของจางเทียนอั๋งที่กองอยู่บนพื้นแล้ว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที ความรู้สึกที่อยากจะฆ่าคนก็เดือดปะทุขึ้นมาในดวงตาของเขา

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ประตูรถอีกด้านหนึ่ง ชายชราผู้สวมชุดจีนราชวงศ์ถังสีกรมท่าเองก็ค่อยๆก้าวลงมาจากรถ

ชายชราคนนั้นท่าทางการเดินดูสง่าราวกับจ้าวมังกร น่าเกรงขามราวกับพญาเสือ ถึงแม้ว่าใบหน้าจะดูชราภาพ รูปร่างผอมแห้ง แต่ระหว่างทุกการเคลื่อนไหวนั้นกลับดูสง่างามอย่างยากที่จะอธิบายได้ พอลงจากรถสายตาที่มองมาที่เจียงป๋ายนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ พลันเปลวเพลิงแห่งสงครามก็จุดปะทุอยู่ในดวงตานั้น

"ที่สวมชุดสูทนั้นก็คือจางฉางเกิง ข้างๆนั้นคือหัวหน้าพรรคหงฉวน โจวชื่อหลง"

พอทั้งสองคนลงมาจากรถ ซูเจี๋ยก็ขยับเข้าไปอยู่ข้างๆเจียงป๋ายแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆ พอพูดถึงโจวชื่อหลงขึ้นมาในสายตานั้นกลับฉายแววหวาดกลัวขึ้นมา!

"ซูเจี๋ย เด็กอย่างแกนี่สร้างเรื่องแต่ละครั้ง นับวันจะยิ่งไม่รู้จักประมาณตนไปใหญ่แล้วนะ ฉันกับหัวหน้าของแกก็เคยมีอดีตร่วมกันมา เรื่องวันนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไปคนนึง สงบศึกแล้วกลับไปอยู่กับหัวหน้าของแกซะเถอะ ไปตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ"

พอลงจากรถแล้ว ที่พูดขึ้นมาก่อนก็คือโจวชื่อหลง ดูท่าทางแล้วเขาจะรู้จักกับซูเจี๋ย เขาก้าวเข้ามาพูดถึงขนาดนั้นก็เพื่อที่จะปล่อยให้ซูเจี๋ยถอยกลับไป

"เหอะ ท่านอาจารย์โจว ท่านเห็นด้วยกับหัวหน้าของผมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ถ้าผมจำไม่ผิดล่ะก็ ท่านต่อสู้อยู่กับหัวหน้าของผมมาตั้งหลายสิบปีเลยนี่? ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อสิบปีก่อนเขาไปทำงานให้กับหัวหน้าใหญ่ล่ะก็ ท่านตอนนี้คงได้ย่อยยับไปจนหมดสิ้นแล้ว ท่านว่าท่านเห็นแก่หน้าของหัวหน้าผมเลยจะปล่อยผมไปเนี่ยนะ? งั้นผมก็คงจะไม่กล้าไปจริงๆซะแล้วล่ะ"

เขาหัวเราะเสียงเหอะๆ ซูเจี๋ยปฏิเสธข้อเสนอนั้นไป เดิมทีเขาไม่ได้กะว่าจะไปอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น พอโจวชื่อหลงเอ่ยปากเขาก็ยิ่งไปไม่ได้

"หึ ช่างไม่รู้จักดีชั่วเอาซะเลย!"

โจวชื่อหลงหัวเราะเสียงเย็นขึ้นในลำคอ เขาไม่ได้พูดอะไรอีกให้มากความ

ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อครู่ตอนเขาอยู่บนรถ จางฉางเกิงตั้งใจมาขอร้องไว้ ยังไงเขาก็ไม่ทีท่าพูดแบบนั้นแน่ ในความเป็นจริงแล้วในใจเขาก็คิดจะสบโอกาสนี้จัดการกับซูเจี๋ยซะ

แค่จางฉางเกิงบอกว่าคุณชายจ้าวเป็นคนออกปากมา ในเทียนตูไม่มีใครกล้าจะปฏิเสธคุณชายจ้าวได้หรอก แม้แต่เขาโจวชื่อหลงเองก็ไม่มีข้อยกเว้น ถึงแม้ว่าทุกคนจะบอกว่าร่างกายของคุณชายจ้าวตอนนี้ก็ไม่ได้ดีเหมือนแต่ก่อนแล้ว คาดว่าจะอยู่ได้อีกไม่ถึงสองวัน แต่ตราบใดที่คุณชายจ้าวยังคงมีลมหายใจ คำพูดของเขาใครกันจะกล้าละเลยไม่ฟัง

"แกคือเจียงป๋าย? ปล่อยลูกชายฉันซะ!" พอโจวชื่อหลงยอมแพ้ ทางด้านจางฉางเกิงก็รีบเอ่ยปาก ในน้ำเสียงนั้นพูดออกมาอย่างผู้ที่เหนือกว่า ราวกับไม่อาจจะปฏิเสธได้ง่ายๆ

"ปล่อยเขา? ได้แน่นอน แต่เรื่องนี้ล่ะจะทำยังไง?"

คุณหนูเจียงหัวเราะร่า ไม่ได้ดูตึงเครียดอะไรเลย พลางก็พูดออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก

พอพูดจบก็ค่อยๆเดินเข้าไปเบาๆ พลันเท้าข้างหนึ่งก็เหยียบไปที่หัวของจางเทียนอั๋ง ค่อยๆออกแรงเหยียบหัวของเขาให้จมลงดิน ทำเอาจางเทียนอั๋งกรีดร้องอยู่ไม่ขาดสาย

"อยากหาเรื่องตายรึไง!" จางฉางเกิงตะคอกออกมาในทันที

เขาไม่นึกว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะหาญกล้าได้ขนาดนี้ ถ้าขืนเขาไม่พูดขัดอะไรออกไป ตอนนี้กำลังพลของเขาเองก็อยู่กันตั้งหลายคนขนาดนี้ เสียงฝีเท้าที่กรูกันเข้ามาราวกับเสียงฟ้าร้อง เขานึกไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะยังกล้ารังแกลูกชายเขาต่อหน้าต่อตาทุกคนแบบนี้อีก

จางฉางเกิงรู้สึกเหมือนในอกของตัวเองแทบจะระเบิดออกมา

"ใช่! คุณบอกว่าผมหาเรื่องตาย! ดูท่าวันนี้คุรคงจะอยากได้หัวของผม แต่คุณไม่รู้สึกรึไง? ว่าจริงๆผมก็แค่ป้องกันตัวแค่นั้นเอง แต่ลูกชายท่านก็ทำผิดก่อน เห็นทีท่านจะกลายเป็นคนไร้เหตุผลไปแล้วหรืออย่างไร? " เจียงป๋ายมองดูจางฉางเกิง เท้าข้างหนึ่งเขายังคงเหยียบอยู่บนหัวของจางเทียนอั๋งพลางปากก็ถามไป

"ลูกชายฉันทำผิด? ผิดมากขนาดไหนกันถึงได้กล้าทำกับเขาขนาดนี้?! ถึงจะทำผิดแกก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาสั่งสอนเขา! ลูกชายของฉันจางฉางเกิงฉันสอนเขาเองได้! ส่วนแก รีบๆปล่อยลูกชายฉันมาได้แล้ว!"

เขายังคงหวาดหวั่นไม่กล้าชิงลงมือไป ถึงแม้ว่าลูกน้องของจางฉางเกิงจะล้อมพวกของเจียงป๋ายไว้แล้ว มากสุดก็ยังมีคนขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้าบ้างแล้วจำนวนหนึ่ง ปืนกระบอกยาวนั้นได้เล็งไว้ที่เจียงป๋ายเป็นที่เรียบร้อย แต่เขาเองก็รู้ว่าเจียงป๋ายก็เก่งได้ครึ่งหนึ่งของอาจารย์ของเขา คนแบบเขานี้ถ้าจะดึงตัวลูกชายที่รักของเขากลับไปก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะแบบนั้นเองเขาถึงได้เร่งให้เจียงป๋ายปล่อยเขามา แต่ใบหน้าของเขายังคงแข็งขืน

"ฮ่าๆ ท่านหมายความว่าท่านจะไม่สนใจแล้วงั้นสิ? ให้ผมปล่อยเขา? แล้วค่อยให้ลูกน้องของท่านลงมือ? เป็นคนตั้งสองร้อยกว่าคนนี้ หรือคนที่ถือปืนอยู่บนดาดฟ้านั้น? หรือว่า... จะเป็นหัวหน้าพรรคหงฉวนที่อยู่ข้างๆท่านๆนี้ล่ะ? "

เจียงป๋ายหัวเราะร่า ไม่ได้ดูทุกข์ร้อนเลยสักนิด สายตาของเขาเพ่งมองที่โจวชื่อหลงด้วยสายตาดูเหมือนเล่นสนุก นึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่ได้เห็นโจวชื่อหลงอยู่ในสายตาเลย ทำเอาซูเจี๋ยที่ยืนกลัวๆอยู่ข้างๆเขาถึงกับนิ่งงันไป

"แกคิดว่าไงล่ะ?!" จางฉางเกิงพูดอย่างโกรธๆ

"ก็ไม่ยังไงหรอก แค่อยากจะล้มๆแกไปซะ!"

สายตาของเจียงป๋ายฉายแววเย็นชา พลันเขาก็แอบใช้ "การ์ดเทพแห่งสงคราม"

ผ่านไปวินาทีหนึ่งเจียงป๋ายก็รู้สึกได้ว่าทุกคนต่างก็ดูท่าทางเหมือนปกติ นิ่งแข็งทื่อกันอยู่ตรงนั้น เพียงชั่วอึดใจเดียวเขาก็ชกเข้าที่ตรงหน้าของจางฉางเกิง พลันก็หันตัวต่อยเข้าไปที่โจวชื่อหลง แค่หมัดเดียวก็ทำเอาโจวชื่อหลงกระเด็นออกไป หลังจากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปบนดาดฟ้า จัดการกับพวกมือปืนสิบกว่าคนบนดาดฟ้านั้นจนพากันร่วงลงมา

พลันได้ยินเสียงขยับดัง "แกร๊ก" แล้วพวกลูกน้องด้านหลังของจางฉางเกิงก็พาลล้มลงไปกองบนพื้น

ฝ่ายตรงข้ามถึงจะมีคนยิงปืนออกไป แต่ลูกกระสุนนั่นก็ลอยผ่านไป ในสายตาของเจียงป๋ายมันบินผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับมดตัวเล็กๆ แค่ยื่นมือออกไปก็จับพวกมันไว้ในมือได้อย่างง่ายดาย

ทุกขั้นตอนนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด แค่ภายในสิบกว่าวินาทีที่คู่ต่อสู้ยิงปืนตอบโต้ออกมาในเวลาเดียวกันนั้น คนของจางฉางเกิงก็ล้มลงไปกองบนพื้นแล้ว

พอเจียงป๋ายกลับไปอยู่ในตำแหน่งของตัวเองแล้ว คนที่ตะกี้ยังทำแข็งขืนอยู่อย่างหัวหน้าพรรคหงฉวนโจวชื่อหลงถึงกับกระเด็นไปกองอยู่บนพื้นที่ไกลออกไปกว่าสามสิบเมตร จนต้องกระอักเลือดออกมา ในเวลานั้นเองมือปืนของจางฉางเกิงเองก็พากันร่วงลงมาจากดาดฟ้าทีละคนๆ ส่วนกองกำลังที่แข็งแกร่งกว่าสองร้อยคนเบื้องหลังเขาเอง ก็ถูกจัดการล้มลงไปจนตะเกียกตะกายลุกกันแทบไม่ขึ้นไปกว่าครึ่ง ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งต่างก็ได้รับบาดเจ็บแต่ก็ยังฝืนกันยืนอยู่ต่อ

"นี่... นี่..."

จางฉางเกิงงงเป็นไก่ตาแตก เขายืนอยู่อย่างงั้นพูดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่ประโยคเดียว

ไม่ใช่แค่เขา จริงๆแล้วทุกคนเองก็เป็นเหมือนๆกัน นอกจากเสียงคร่ำครวญอย่างเจ็บปวดแล้วที่เหลือคงมีแค่ความหวาดกลัวที่ไม่สิ้นสุด

ท่าทางของซูเจี๋ยราวกับว่าไม่เคยเห็นด้วงดินในตลาดมาก่อนอย่างไงอย่างงั้น ดวงตานั้นเบิกตามองใหญ่กว้างราวกับระฆัง ปากก็อ้าค้างพลางก็มองไปที่เจียงป๋าย ลำคอของเขายังคงสั่นไหวอยู่เรื่อยๆ เลิ่งเชิงเชิงเองก็ไม่แม้แต่จะเปล่งเสียงใดๆออกมา

ไกลออกไปที่ด้านของหัวหน้าพรรคหงฉวนโจวชื่อหลงที่เดิมทีเป็นถึงนายพลผู้อาวุโส แต่ตอนนี้กลับสิ้นเรี้ยวแรงจนหายใจเข้าแทบไม่ทัน เขาฝืนเงยหน้าขึ้นมา เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก

"ดูท่าว่าคนของท่านก็ไม่เท่าไหร่นี่นะ เอาปืนมากันกี่กระบอกล่ะนั่น? พาตาแก่ที่คิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้ามาด้วย แล้วยังมีพวกจอมยุทธอีกสิบกว่าคน คิดว่าจะจัดการผมได้แล้วรึไง? จะใสซื่อเกินไปหน่อยรึเปล่า? "

เจียงป๋ายหัวเราะขึ้นอย่างเยือกเย็น พลางก็พูดไป เขาค่อยๆเดินมาทางจางฉางเกิง พูดพลางก็ยื่นมือออกไป "กริ๊ง" กระสุนกองหนึ่งร่วงหล่นจากมือของเจียงป๋ายลงไปกองอยู่บนพื้น ยิ่งทำให้ฝูงคนที่แต่เดิมก็พูดอะไรไม่ออกอยู่แล้วยิ่งรู้สึกเหมือนกับเห็นผีขึ้นไปอีก

นี่... นี่มันไม่ใช่ที่คนจะทำได้แล้ว สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่ว่าควรจะมีอยู่แค่ในหนังหรอกเหรอ?

"แก... แกมันไม่ใช่คนแล้ว!"

จางฉางเกิงมองเจียงป๋ายที่กำลังเดินมาข้างกาย สิ้นแล้วซึ่งความทะเยอทะยานที่เคยมีมาก่อนหน้านี้

ตลอดทางที่ผ่านมา ตั้งแต่ได้รู้จักกับจางฉางเกิงผู้เห็นสิ่งต่างๆมามากมายนับไม่ถ้วนแล้ว ครั้งนี้ถือว่าเขาได้พ่ายแพ้อย่างราบคาบ พละกำลังที่เขามีราวกับเหือดหายไปจนเกือบจะหมดสิ้น แม้แต่เสียงไห้สะอื้นยังสั่นไหว เสียงร้องคร่ำครวญของเหล่าไพร่พลในสนามรบนี้กว่าร้อยคนต่างก็ร้องกันระงม

ใช่ ในสายตาของทุกคนเจียงป๋ายในตอนนี้ไม่อาจจะเรียกว่าเป็นคนได้อีกแล้ว วิธีที่เหมือนกับปีศาจเมื่อครู่นี้ มันเหนือธรรมชาติไปแล้ว ทำลายซึ่งหลักการทั่วไปของคนปกติ ราวกับเขาได้เหยียบย่ำหลักการเหล่านั้นไปอย่างแหลกละเอียดเรียบร้อยแล้ว

แค่ในสายตาของพวกซูเจี๋ย เจียงป๋ายคือเทพแห่งสงครามที่ยังคงมีชีวิตอยู่ พลังเทียบเท่ากับเทพแต่ในสายตาของจางฉางเกิงแล้ว นอกจากคำว่าปีศาจก็ไม่มีคำอื่นใดที่พอจะอธิบายตัวตนของเจียงป๋ายได้...

จบบทที่ บทที่ 25 30 วินาทีของพลังเทพแห่งสงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว