เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ความฝันที่แตกสลายของจอมโจรวรรณกรรม

บทที่ 2 ความฝันที่แตกสลายของจอมโจรวรรณกรรม

บทที่ 2 ความฝันที่แตกสลายของจอมโจรวรรณกรรม


ตอนที่2 ความฝันที่แตกสลายของจอมโจรวรรณกรรม

" หมุน ! " เขาลุ้นผลการได้รางวัล

เจียงป๋าย ร้องออกมาอย่างทนไม่ไหว หลังจากนั้นไม่นานเครื่องออกสลากเก้าเหลี่ยมก็เริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว เข็มค่อยๆพุ่งทะยานไปทีละอัน ทีละอัน ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นความเร็วก็เริ่มลดลง

" ฉันต้องเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน, เศรษฐีในชั่วข้ามคืน.. "

ดูแล้วเข็มค่อยๆเคลื่อนช้าลงไปยังสีขาว เจียงป๋ายกระสับกระส่ายแทบจะทนรอไม่ไหว ดวงตาของเขาเอาแต่จ้องมองไปยังแถบสีม่วงจนตาแทบจะทะลุเบ้าตาออกมาอยู่แล้ว

ไม่นะ ไม่นะ อย่าไปตกตรงสีดำสิหน่า เขาพยายามเอียงตู้นั่น

"แย่แล้ว!"

เจียงป๋าย ทนไม่ไหวถึงกับกระทืบเท้า

นี่มันอะไรกันเนี่ย ไม่ได้อะไรสักอย่างเดียว ปัดโธ่ ?

ไม่ให้อะไรเลย ห่วยแตกชะมัด

เขาหันหลังให้กับตู้บ้านี่ด้วยความหมดหวัง แต่ทันใดนั้นเองเขากลับได้ยินเสียงเหมือนเครื่องมันยังทำงานอยู่ เขาจึงหันกลับไปมองมันอีกครั้ง

ท้ายแล้วแถบสีดำค่อย ๆ เลื่อนออกจนแถบสีม่วงมาปรากฎอยู่ตรงกึ่งกลางแทน

" ยินดีด้วย คุณได้รับรางวัลสีม่วง ความสามารถขนาดนี้ไม่มีใครลืมแน่!"

เสียงของระบบดังขึ้นมาพร้อมกับน้ำเสียงที่หัวเราะและสนุกสนาน

วินาทีต่อมาร่างกายของเจียงป๋ายก็เหมือนมีพลังงานบางอย่างแทรกซ้อนเข้ามายังร่างกายของเขา ทำให้เขารู้สึกปวดหัว จากนั้นความทรงจำของเขาก็ค่อยๆเลือนลาง

ตั้งแต่เด็กจนโต แม้แต่ความทรงจำในวัยทารกของเจียงป๋ายก็ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจนเหมือนเหตุการณ์นั้นพึ่งผ่านมา ไม่เพียงแต่เหตุการณ์ของชาตินี้ สิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาในชาติที่แล้วของเขายังปรากฎขึ้นมาอย่างชัดเจน

แม้กระทั่งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของอดีต เจียงป๋าย ก็สามารถจดจำได้อย่างชัดเจน

อยู่ดี ๆเจียงป๋ายก็น้ำตาไหลลงมาทั่วใบหน้า เพียงเพราะเรื่องบางเรื่องที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ และคนบางคนที่เขาไม่สามารถเจอได้อีก

เขาเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าและนวดไปที่ขมับอย่างละเมียดละไม เขาทิ้งทุกอย่างไว้ในความทรงจำ ขณะเดียวกันนั้น

เขาเองก็ยินดีกับรางวัลสีม่วง " จดจำได้ไม่ลืม "

เจียงป๋าย เริ่มเผชิญหน้ากะชะตาชีวิตของเขา

เขานึกขึ้นได้ว่า เขาต้องย้ายออกจากบริเวณนี้โดยเร็ว

" ท้องฟ้ากว้างใหญ่ ใยหาที่พักมิได้ ? " เขาพูดเป็นกลอน

ใช่แล้วนักปราชญ์ไม่หลบหลังกำแพง ที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่จะอาศัยได้นาน

เจียงป๋าย เก็บของลองกระเป๋าเดินทาง

บริเวณเขตหนี่งกลางเมืองนั้นสภาพแวดล้อมค่อนข้างดี ความปลอดภัยคลอบคลุม อยู่ใกล้ใจกลางเมือง การคมนาคมสะดวกสบาย ทั่วทุกสารทิศมีแต่ความเจริญ ห้องขนาดหนี่งร้อยกว่าตารางเมตรนับว่าไม่ค่อยกว้างมากนัก แต่เทียบกับสถานที่ที่เคยอยู่ก่อนนั้นถือว่าดีกว่าหลายเท่านัก

แน่นอนว่าค่าเช่าห้องก็แพงกว่าหลายเท่าตัวเช่นกัน !!

เมื่อจ่ายค่าเช่าห้องเรียบร้อย เจียงป๋ายค้นพบว่าเขาแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว ทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือเงินเพียงหนึ่งพันกว่าหยวน พูดได้ว่าเพราะค่าเช่าห้องสองเดือนที่พึ่งจ่ายไป

ไม่ใช่หาห้องที่ราคาถูกกว่านี้ไม่ได้ เพียงแต่ชาติที่แล้วเขาทำบุญมาสมควร มีรถ มีบ้าน มีเงินเก็บ และเขาก็ไม่สามารถทนอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เดิมได้แล้ว พูดไปก็ขำไป 555

ชีวิตเป็นเรื่องที่น่าปวดหัว ไม่รู้เลยว่าตัวเขาเองนี่มันคืออะไร ย่างเข้ายี่สิบสามแล้วยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตั้งแต่เรียบจบมัธยมจนถึงตอนนี้ ภายในสี่ห้าปีที่ผ่านมา ยังหลีกหนีสภาพอดอยากไม่ได้ การงานก็ไม่มี หัวเดียวกระเทียมลีบ มาถึงตอนนี้ยังหาคู่ครองไม่ได้ แค่คิดมันก็แย่มากพอแล้ว

" ฉันควรจะทำอะไรกันแน่ " เจียงป๋ายแทบจะทนไม่ไหวกับความคิดของตัวเอง

ทันใดนั้นในหัวของเจียงป๋ายก็สว่างวาบขึ้นมา เขารีบเปิดคอมและค้นหาพื้นที่ เพื่อจะลงทุนจนกระทั่งเวลาผ่านไปครึ่งค่อนวันเจ้าก็ลุกขึ้นมาและหัวเราะเสียงดัง

เพราะว่าเจียงป๋านค้นพบว่าตัวเขาบนโลกแห่งความเป็นจริงนี้กับอีกโลกหนึ่งมีความแตกต่างกัน แม้ว่าโลกจะเหมือนกัน แต่รายละเอียดค่อนข้างแตกต่าง

อย่างเช่น วัฒนธรรมที่เป็นที่นิยมสำหรับหลายพื้นที่ในโลกใบนั้นกลับไม่มีใครสนใจในโลกใบนี้

นี่ทำให้เจียงป๋าย ตาสว่างขึ้นราวกับเขาได้พบกับเหมืองทองคำขนาดใหญ่

เขาเกือบจะแน่ใจว่าถ้าหากเขานำวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงมาต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นเขาต้องได้รับผลตอบแทนที่มากมายมหาศาล คิดได้เท่านี้เจียงป๋ายก็แทบจะทนไม่ไหวต้องหัวเราะออกมาดังๆแล้ว

จินตนาการเลิศล้ำแค่ไหน แต่ความเป็นจริงก็ทำไม่ได้อยู่ดี

ตอนที่เจียงป๋ายตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะขโมยวรรณกรรมเพื่อชื่อเสียงและโชคลาภ ทันใดนั้นเขาก็ค้นพบว่าเมื่อชาติที่แล้วตนเองนั้นเป็นคนไร้การศึกษา

แต่เขากลับมีความสามารถในการจดจำ ความทรงจำเกี่ยวกับชาติที่แล้วสำหรับเจียงป๋ายนั้นชัดเจน เขาตกใจมากว่าทำไมในชาติที่แล้วเขาใช้เวลาไปกับการหาเงินโดยที่ไม่รู้หนังสือซักคำ

ยอดวรรณกรรมทั้งสี่

ในโลกนี้มีแล้ว

แต่ว่าเจียงป๋ายก็ไม่เคยอ่านสักครั้ง

แฮ่รี่ พอตเตอร์ มันคืออะไร? หนังสือสำหรับเด็กเล็กพึ่งจะได้อ่าน

มังกรหยก, แปดเทพอสูรมังกรฟ้า อาจารย์จีน ผลงานของอาจารย์กู่ ทั้งหมดนี้คืออะไร

แม้แต่เรื่องที่นิยมกันทางอินเตอร์เน็ต เจียงป๋ายก็ เจอแบบสลดใจว่าตนเองก็อ่านมาไม่น้อยจนนับไม่ถ้วน แต่ว่าเรื่องที่มีชื่อเสียงเขากลับไม่เคยอ่านเลย

โธ่เอ้ยช่างเป็นโศกนาฎกรรมที่น่าสลดใจ

เจียงป๋ายทนไม่ไหวกับภาพในสมองของเขา จนบางครั้งเขาอยากจะต่อต้านความรู้สึกของตัวเอง

" ช่างมันเถอะ ชีวิตของการขโมยวรรณกรรมเอาจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้น่าพอใจสักเท่าไหร่ คิดอย่างอื่นเถอะ เอ๊ะ ไม่ถูกต้อง ฉันยังจำได้อีกหลายเรื่อง การหาเงินนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย.

เมื่อจัดการกับความคิดของตัวเองเรียบร้อย เจียงป๋าย ก็เลิกมองอดีตของตัวเอง และคิดถึงวิธีทางอื่น ๆ แต่ว่าสุดท้ายแล้วเขาก็จำได้ว่ายังมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่มที่เขาอ่านมันจบแล้วจริง ๆ

จบบทที่ บทที่ 2 ความฝันที่แตกสลายของจอมโจรวรรณกรรม

คัดลอกลิงก์แล้ว