เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

48 คำเชิญจากสถาบันการสงครามต้าฮวง

48 คำเชิญจากสถาบันการสงครามต้าฮวง

48 คำเชิญจากสถาบันการสงครามต้าฮวง


48 คำเชิญจากสถาบันการสงครามต้าฮวง

“เฮือก....”

หลี่เย้ารู้สึกราวกับว่า มือของเขากำลังถือถ่านร้อนอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะทนทรมานจากชุด “กิฟอัพ” มาได้ถึงหนึ่งเดือน แต่เขาก็ยังต้องรู้สึกประหลาดใจและสูดหายใจลึกด้วยความเจ็บปวด!

“แรงบีบของเธอไม่เลวเลย ฉันได้จับมือกับนักเรียนมาก่อนหน้านี้ไปเจ็ดหรือแปดคน ทุกคนต่างก็ร้องไห้ออกมาเพราะความเจ็บ! มีคนหนึ่งถึงกับฉี่รดกางเกงด้วยนะ...นักเรียนภาคตะวันออกเฉียงใต้น่ะ อ่อนแอจนเกินไป เตะที่เดียวก็รับไม่ไหวแล้ว แต่เธอคือข้อยกเว้น!” ติงหลิงตางปล่อยมือออกและพูดขึ้นมาด้วยความพอใจ

หลี่เย้าสะบัดมือของเขา เขารู้สึกเจ็บจนพูดไม่ออก

ในที่สุดเขาก็เข้าใจในเวลานี้เอง ว่าทำไมถึงไม่มีใครกล้าเข้ามาในบูธของสถาบันการสงครามต้าฮวงเลยสักคน

ถ้าเขารู้ก่อนหน้านี้ การไปบูธของสถาบันเทียนฮ้วนเพื่อดูสาวๆกับเจิ้งตงหมิงยังจะดีซะกว่า...

ในขณะที่ความคิดของเขากำลังเตลิดออกไปไกล กลิ่นหอมโดยธรรมชาติก็ได้ตรงเข้าสู่จมูกของเขา ติงหลิงตางได้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขาอย่างกะทันหัน ทั้งปาก จมูก และดวงตาของทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน ดวงตาทั้งสองข้างของหญิงสาวนั้นเบิกกว้างและจ้องมองมาอย่างดุร้าย ดวงตาคู่นั้นจับจ้องมาที่หลี่เย้าด้วยระยะห่างเพียงแค่เส้นผมกั้นบางๆเท่านั้น

“อะไร คุณทำอะไรน่ะ?”

หลี่เย้าตกตะลึง แผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ผู้หญิงที่ดุร้ายราวกับสัตว์ป่าคนนี้ทั้งบ้าดีเดือดและเปิดเผย แต่ละอย่างที่เธอได้ทำลงไป ล้วนไม่สามารถจินตนาการตามได้เลย

แต่หลี่เย้าก็ไม่นับว่าเป็นคนธรรมทั่วไป เขานั้นเกิดและเติบโตอยู่ในสุสานอาร์ติเฟ็กซ์ คนแปลกประหลาดแบบไหนบ้างที่เขาไม่เคยได้พบเห็น?

ความรู้สึกที่ราวกับกำลังถูก “จูงจมูก” อยู่นั้น มันทำให้เขารู้สึกแย่มาก การกระทำที่อุกอาจของติงหลิงตางได้ปลุกสัญชาตญาณของหลี่เย้าขึ้นมา---อีแร้ง

เขาหยุดถอยหลัง และจ้องหน้าเธอตอบ โดยไม่ยอมถอยไปแม้แต่ก้าวเดียว

“ถ้าเธอจ้องฉัน ฉันก็จะจ้องเธอกลับเช่นกัน มันไม่ใช่ว่า เธอจะกินฉันตอนกลางวันแสกๆแบบนี้สักหน่อย!”

หากเขาได้จ้องหน้ากับใบหน้าของคนอื่น เช่น ใบหน้าของสาวงามนักวาดภาพที่เขาได้เจอก่อนหน้านั้น มันก็คงจะเป็นช่วงเวลาที่สดชื่นและตื่นเต้นสำหรับเขามาก

แต่ในมุมมองของหลี่เย้าในเวลานี้นั้น เขาไม่มีความรู้สึกพิศวาสในตัวของติงหลิงตางเลยแม้แต่นิดเดียว

นั่นก็เพราะสีหน้าของเธอในเวลานี้ มันทั้งอันตรายและดุร้าย ราวกับดาบที่คมปลาบ ความต้องการในการฆ่าฟันถูกปลดปล่อยออกมา และพุ่งตรงไปยังดวงตาของหลี่เย้าอย่างดุร้าย มันได้เข้าไปยังส่วนลึกในจิตใจของเขา มันได้พุ่งเข้าไปและระเบิดด้านในระบบประสาทของเขา

มันเป็นเวลาแค่ 10 วินาทีเท่านั้น 10 วินาทีที่หลี่เย้าพัวพันอยู่กับการต่อสู้ไปไม่มีวันจบสิ้น!

ทันทีที่ขาทั้งสองข้างของหลี่เย้าเริ่มอ่อนแรง และเขาไม่สามารถทนต่อไปได้อีก ติงหลิงตางก็ได้ถอนสายตากลับ เธอยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวเรียงสวย

ปากของเธอเบิกกว้าง พอๆกับดวงตา จมูก และหูของเธอ

รอยยิ้มของเธอนั้นดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด ราวกับแสงอาทิตย์ที่ส่องประกายระยิบระยับหลังฝนตก มันทำให้คนที่ได้มองลืมปัญหาในจิตใจไปได้ชั่วครู่ และรู้สึกถึงความสดใสของชีวิต

“น้องชาย เธอสุดยอดมากเลยนะ...แม้แต่ในสถาบันการสงครามต้าฮวง มีนักเรียนระดับต่ำแค่ไม่กี่คนหรอก ที่กล้าจ้องตากับฉันได้นานๆ! ไม่เลว! ไม่เลวเลย! ทั้งความแข็งแกร่งและจิตใจของเธอถือว่าหาได้ยากในหมู่เด็กมัธยมปลาย แล้วสัญชาตญาณของเธอก็ถือได้ว่าเฉียบคมมาก และที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ เธอสามารถต้านทานอยู่ได้ ในขณะที่ถูกครอบงำด้วยพลังการฆ่าฟันของฉัน ดี นี่เป็นเรื่องที่ดีมาก! ฉันรอมานานมากแล้ว และในที่สุดเธอก็โผล่มา!”

ติงหลิงตางกำหมัดแน่น และเกิดคลื่นพลังขึ้นในอากาศ

ศีรษะของหลี่เย้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ดูเหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามจะเข้าใจอะไรผิดไป แต่ถ้าหากเขาพูดออกไปว่า เขามาที่นี่เพื่อเล่นฆ่าเวลาเท่านั้น...เขาคงจะไม่ถูกต่อยจนกลายเป็นชิ้นเนื้อหรอกใช่ไหม?

ติงหลิงตางตบไปที่ไหล่ของหลี่เย้า ทำให้ใบหน้าของเขาต้องบิดเบี้ยว เธอพูดออกมาโดยไม่ได้มองสีหน้าของเขาเลยว่า “น้องชาย สายตาของพี่สาวคนนี้ไม่เคยพลาดมาก่อน...เธอเป็นของแท้แน่นอน! เป็นยอดมนุษย์! พวกดาบบิน อาร์ติเฟ็กซ์พวกนั้น ก็เป็นของที่พวกคนอ่อนแอใช้กัน ยอดชายที่แท้จริงควรจะต้องเป็นผู้บ่มเพาะร่างกาย ฝึกฝนให้ร่างกายกลายเป็นอาร์ติเฟ็กซ์ที่แข็งแกร่ง ใช้ร่างกายที่เต็มไปด้วยเลือดเนื้อและกำปั้นเหล็กเปิดแดนสวรรค์! มาเถอะ! มาเข้าร่วมสาขาการต่อสู้ของสถาบันการสงครามต้าฮวง! ที่นี่คือสวรรค์ของเหล่าคนเลือดร้อน เราไม่เหมือนกับพวกมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยคนอ่อนแอพวกนั้นหรอก!”

หลี่เย้าเรียกความกล้าขึ้นมา และพูดออกไปว่า “ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆนะครับ คุณ...พี่หลิง ความฝันของผมคือการได้เป็นผู้สร้างอาร์ติเฟ็กซ์ ดังนั้น ผมเลยเตรียมที่จะสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเชินห่ายครับ!”

“อะไรนะ? ผู้สร้างอาร์ติเฟ็กซ์อย่างนั้นเหรอ?”

ภายในพริบตาเดียว ดวงตาของติงหลิงตางก็เบิกกว้างขึ้นเป็นสองเท่าของขนาดเดิม เธอคำรามออกมาราวกับฟ้าร้อง โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น “ด้วยร่างกายที่ยอดเยี่ยม พละกำลังที่สุดยอด แต่เธอกลับไม่อยากจะเป็นผู้บ่มเพาะร่างกาย แต่กลับเลือกที่จะเป็นผู้สร้างอาร์ติเฟ็กซ์อย่างนั้นเหรอ? นี่มันทำให้พรสวรรค์ที่มีต้องสูญเปล่านะ!”

ศีรษะของหลี่เย้าปวดร้าว ราวกับถูกใครเอาไม้มาตี เขาถอยกรูดออกไปจนสุดเขตของบูธ โดยไม่แม้แต่กระพริบตา แล้วพูดว่า “ผมขอโทษจริงๆนะพี่หลิง ทุกคนต่างก็มีความเข้าใจในเส้นทางของการบ่มเพาะที่ต่างกันไป บางทีในสายตาของพี่ การเป็นผู้สร้างอาร์ติเฟ็กซ์อาจจะไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย แต่ในสถานที่ที่ผมเกิดและเติบโตมา ทุกคนต่างก็ใช้อุปกรณ์และอาวุธเพื่อให้มีชีวิตรอด พวกเขาใช้สมองเป็นอาวุธ...ในมือของพวกเรา แม้แต่ขวดแก้วที่เหลืออยู่ครึ่งเดียว กระดาษหนึ่งแผ่น ก็สามารถนำมาสร้างเป็นอาวุธได้! ส่วนคนที่รู้แต่วิธีใช้กำปั้น ต่างก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน มีเพียงแค่คนที่สามารถแย่งชิงข้าวของและนำมันมาสร้างเป็นอาวุธ ถึงจะสามารถเอาชีวิตรอดต่อไปได้! และเพราะแบบนั้น มันเลยทำให้ผมรู้สึกว่า ผู้สร้างอาร์ติเฟ็กซ์คืออาชีพที่สุดยอดมาก และมันก็เป็นอาชีพในฝันของผม ผมคงจะเข้าเรียนในสถาบันของพี่ไม่ได้ และผมก็ต้องขอบคุณที่พี่มั่นใจในความสามารถของผมนะครับ”

เขากระโดดเบาๆ และหนีออกไปจากบูธของสถาบันการสงครามต้าฮวง เขาหันหน้าไปมองและเตรียมที่จะเดินจากไป

“นี่...!” อยู่ติงหลิงตางก็ตะโกนออกมา เพื่อหยุดเขาเอาไว้

ร่างกายของหลี่เย้าแข็งทื่อและหัวใจของเขาแทบจะหลุดออกมาจากอก...หญิงสาวที่ราวกับที-เร็กซ์คนนี้ คงจะไม่ไล่ตามเขาหรอกใช่ไหม?

โชคดี ที่ติงหลิงตางไม่ได้มีความคิดที่จะไล่ตามเขา เธอก้าวเดินไปยังบาร์เบลล์ เธอชี้นิ้วออกมาและพูดว่า “น้องชาย อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจสิ ลองกลับไปคิดดูดีดีก่อนก็ได้ เธอลองไปถามคนอื่นๆดูก็ได้ และดูว่า พวกเขาคิดยังไงเกี่ยวกับสถาบันของเรา ก็อย่างที่ทุกคนรู้กันดี...ว่าในสหพันธรัฐมีมหาวิทยาลัยชั้นยอดอยู่ทั้งหมด 9 แห่ง แปดแห่งได้ผลิตผู้ฝึกตนออกมา ส่วนสถาบันการสงครามต้าฮวงนั้น...คือสถานที่เพียงแห่งเดียวที่สร้างนักรบ!”

หลี่เย้าตกตะลึง เขารีบพยักหน้าให้กับเธอและเดินเข้าไปปะปนกับฝูงชน

ติงหลิงตางมองตามหลังเขาไป พร้อมกับเลียริมฝีปาก เธอแบมือ แล้วกำหมัดแน่น เกิดเสียงระเบิดขึ้นในอากาศที่อยู่โดยรอบกำมือของเธอดัง “ปัง!”

“แล้วเรามารอดูกัน เธอแข็งแรงและบึกบึนขนาดนี้ เธอได้ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว ว่าเธอต้องเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันเรา ฉัน ติงหลิงตาง จะต้องจับเธอมาให้ได้!”

......

เพื่อเป็นการแสดงให้เหล่าผู้เข้าสอบรู้สึกประทับใจในสถาบันชั้นยอดทั้ง 9 แห่ง งานสัมมนาแลกเปลี่ยนจึงได้จัดตลอดหนึ่งวันเต็ม ภายในห้องโถงใหญ่ยังคงสว่างไสวและเต็มไปด้วยบรรยากาศที่คึกคัก ไปจนกระทั่งสามทุ่ม

แต่สำหรับหลี่เย้า ที่ได้เลือกมหาวิทยาลัยที่เขาต้องการได้แล้ว หลังจากที่เขาเขมือบและกินล้างกินผลาญอาหารบุฟเฟ่บนเรือธงเหลียวหยวนฮ่าว จนอิ่มหน่ำสำราญแล้ว เขาก็ได้กลับไปยังห้องพักเดี่ยวที่ถูกจักเอาไว้ให้เร็วกว่าคนอื่นๆ

ระหว่างทางที่เดินไป ภายในจิตใจของเขามีแต่ภาพใบหน้าของติงหลิงตาง ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ผู้หญิงคนนี้ไม่นับว่าเป็นคนสวยมากมายอะไร แต่กลับสร้างความประทับใจให้กับคนที่ได้เห็นอย่างลึกซึ้ง

แต่ถึงแม้ว่าอารกระทำของเธอจะดูพิเศษ และคำพูดของเธอจะทำให้รู้สึกถึงเลือดที่เดือดพล่าน มันก็ยังคงเป็นไปไม่ได้สำหรับหลี่เย้า ที่เขาจะเข้าเรียนในสาขาการต่อสู้ ของสถาบันการสงครามต้าฮวง

เส้นทางเดินของเขาได้ถูกวางเอาไว้แล้ว—และนั่นก็คือ สาขาการสร้างอาร์ติเฟ็กซ์ของมหาวิทยาลัยเชินห่าย!

“คืนนี้ ฉันจะต้องพักผ่อนให้เยอะๆ เพื่อพรุ่งนี้ฉันจะได้มีแรงทำผลงานให้ออกมาดีได้ ฉันจะเอาชนะทุกคน ด้วยการทำลายจิตใจของพวกเขาด้วยความชาญฉลาดของฉัน ฉันจะต้องเข้าตา เซี่ยทิงเสียน แมวมองของมหาวิทยาลัยเชินห่านให้ได้!” หลี่เย้าตั้งปณิธานเอาไว้ในใจ

จบบทที่ 48 คำเชิญจากสถาบันการสงครามต้าฮวง

คัดลอกลิงก์แล้ว